LOGINมาลินากับชายิกาถึงกับเบิกตาโต อ้าปากค้างกับภาพที่ได้เห็นไปตามๆ กัน ขณะนี้โต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาดไปเป็นแถบ และข้าวของที่เคยวางไว้บนเคาน์เตอร์ข้างผนังก็ร่วงลงมากองเกลื่อนอยู่เต็มพื้น มีชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัวหกเจ็ดคนยืนจังก้ากระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้องโถง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผลงานที่เห็นเป็นฝีมือของใคร ส่วนนางชุดา ลาเวลล์ผู้เป็นมาดายืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงหน้าชายร่างท้วม ผิวขาวจัด และมีดวงตายิบหยี นางยกมือไหว้ปลกๆ พร้อมพร่ำวอนขอปากคอสั่นไปหมด
“ท่านคะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ขอเวลาชุดาอีกสักอาทิตย์ ชุดาสัญญาว่าจะหาไปใช้คืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์เลยนะคะท่าน”
“แม่! นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
มาลินาร้องถามเสียงดังอย่างตกใจ ถลาเข้าไปกอดร่างสั่นเทาของมารดาเอาไว้แน่น ด้านชายิกาก็วิ่งตามเพื่อนรักมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
“เธอจะมีปัญญาหาเงินที่ไหนมาใช้ฉัน เงินสิบล้านนะ ไม่ใช่สิบบาท ขายไอ้ร้านอาหารสับปะรังเคนี่ได้ถึงล้านหรือเปล่าก็ยังไม่รู้”
“จากที่ไหนก็ได้ แต่ตอนนี้ขอเวลาให้ชุดาอีกสักอาทิตย์เถอะนะ แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น นะคะท่านอรรณพ ชุดาขอร้องล่ะ นะคะๆ”
“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าเธอจะไม่หนีเข้ากลีบเมฆน่ะ”
“ชุดาจะหนีไปไหนได้ ที่นี่มันบ้านของชุดานะคะ ร้านนี่ก็ที่ทำมาหากินแห่งเดียวที่ชุดามีอยู่ ลูกๆ ของชุดาก็อยู่ที่นี่ จะให้หอบหิ้วกันหนีไปไหนล่ะคะ แล้วท่านคิดว่าชุดาจะหนีไปไหนพ้น ลูกน้องของท่านออกจะเยอะแยะซะขนาดนี้”
เจ้าของร่างอ้วนลงพุงกระตุกยิ้มเยือน ปรายตายิบหยีมองร่างอวบอัดของมาลินาอยู่ชั่วครู่ จากนั้นถึงค่อยๆ เบือนไปมองร่างบางของอีกคน กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าช้าๆ จนชายิกาต้องขยับเข้าไปแอบด้านหลังของเพื่อนรักอัตโนมัติ ก่อนจะได้ยินเสียงห้าวเอ่ยออกมาพร้อมนัยน์ตากรุ้มกริ่ม
“ลูกสาวสวยดีนี่ สนใจไปอยู่กับฉันสักสองสามเดือนไหมล่ะ ถ้าเอาอกเอาใจฉันดีๆ ฉันอาจจะยอมยกหนี้ให้แม่ของเธอก็ได้ สนใจไหมล่ะสาวน้อย”
“ไปตายซะ! ไอ้...”
ชุดารีบตะครุบปิดปากมาลินาเอาไว้พร้อมกับขึงตาปรามให้เงียบเสียงลง หากเสี่ยใหญ่ก็ยังเอ่ยออกมายิ้มๆ
“ฉันไม่ได้หมายถึงเธอแม่หมูปากดี”
ชุดาและมาลินารู้ดีว่ามันหมายถึงใคร ก็ดวงตาเรียวเล็กกำลังมองข้ามไหล่ของสองแม่ลูกไปยังชายิกาด้วยสายตาโลมเลียน่าเกลียดอย่างไม่ปิดบัง คนถูกจ้องก็คว้าแขนเพื่อนกอดเอาไว้แน่นอย่างลืมตัว
“ฉันให้เวลาเธอหนึ่งอาทิตย์ก็ได้ เอาไปคิดดูดีๆ นะชุดา อาทิตย์หน้าถ้าฉันยังไม่ได้เงินสิบล้านคืน ฉันจะกลับมากวาดร้านนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองเลยทีเดียว รวมถึงตัวเธอด้วยชุดา ส่วนแม่ลูกสาวของเธอ...หลังจากฉันทดสอบประสิทธิภาพเสร็จแล้ว ฉันจะต้อนเข้าเล้าให้ทำเงินจนครบสิบล้านนั่นแหละ เฮ้ย! พวกเรากลับโว้ย!”
ร่างอ้วนใหญ่ข่มขู่เสร็จก็หันหลังก้าวออกจากร้านไปทันที และบรรดาชายหน้าโหดร่างยักษ์ก็ก้าวตามหลังออกไปเป็นพรวน
เจ้าของร้านชุดาไทยฟูดส์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดนั่งแหมะลงกับพื้นเหมือนคนหมดแรง ใครบ้างที่จะไม่รู้จักอรรณพ เรืองเดชากุล อดีตนักการเมืองชื่อดังของเมืองไทย หากตอนนี้เสี่ยใหญ่หันหลังให้กับการเมืองแล้วมาเปิดบ่อนใหญ่และผับหรูอยู่ในกรุงลอนดอน แต่คนวงในต่างรู้ดีว่ามีเบื้องหลังเป็นซ่องมีระดับที่เอาไว้บริการแขกใหญ่ๆ ทั้งจากเมืองไทยและในลอนดอนแห่งนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่พอตัว
“แม่! นี่แม่ไปติดเงินไอ้หมูตอนนี่ตั้งสิบล้านเลยเหรอ แม่เล่นหนักขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร” เมื่อคล้อยหลังเจ้าหนี้ มาลินาก็เปิดปากถามคนเป็นมารดาด้วยเสียงอันดัง
“อือ...ช่วงนี้ฉันมือไม่ค่อยขึ้นน่ะ” ชุดายกมือกุมขมับพลางตอบลูกสาวด้วยเสียงอ่อยๆ
“คงไม่ใช่ไม่ค่อยขึ้นหรอกมั้ง ไม่ขึ้นเลยต่างหากล่ะ เงินตั้งสิบล้านมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะแม่ ไอ้หมูบ้านั่นมันให้เวลาแค่อาทิตย์เดียว แล้วแม่จะหาเงินจากไหนไปให้มัน คราวนี้จะไปซุกหัวนอนกันที่ไหนล่ะเนี่ย” มาลินายังตวาดออกมาเสียงดังลั่นด้วยความลืมตัว
“นี่นังไมลี่ย์! ฉันเป็นแม่ของแกนะ หยุดแว้ดๆ ใส่ฉันสักทีจะได้ไหม ทีเมื่อก่อนพอฉันได้เงินมาก็เอามาหมุนที่ร้านนี่แหละ แล้วพออย่างงี้ละทำมาฉอดๆ ใส่ฉันฝ่ายเดียวเลยนะแม่ตัวดี ใครมันก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาหรอกนะ”
“ก็ฉันไม่คิดว่าแม่จะเล่นเสียเป็นสิบๆ ล้านแบบนี้นี่ แล้วทีนี้แม่จะทำยังไง ร้านนี้ก็คงไม่เหลือแล้วแน่ๆ ไม่ได้ยินไอ้หมูอัปลักษณ์นั่นมันขู่หรือไง”
“แกหยุดพูดให้ฉันคิดสักนาทีจะได้ไหม ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออก หรือแกจะยอมไปอยู่กับมันแลกกับเงินสิบล้านฮึ! นังไมลี่ย์”
“รอชาติหน้าเถอะ ให้ไปนอนกับไอ้หมูตอนนี่ ฉันไปนอนกับหมายังจะดีซะกว่าอีก”
“งั้นก็หุบปากของแกซะไมลี่ย์”
ขณะที่เด็กน้อยวัยตั้งแต่สองขวบถึงย่างห้าขวบ ซึ่งนับได้สิบชีวิตพอดีก็เล่นของเล่นกันไปพลาง ปากน้อยๆ ก็เจื้อยแจ้วเซ็งแซ่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมดจนฟังแทบไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ประหนึ่งเนอร์สเซอรี่ขนาดย่อมๆ ก็ไม่ปาน บางทีคุณแม่ที่นั่งขนาบอยู่ใกล้ๆ ต้องทำหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังว่าบรรดาลูกๆ คุยอะไรกัน“ชาตี้กับชาต้าต้องกินนมให้เยอะๆ รู้ไหมจะได้ตัวโตเท่าพี่ๆ”เจ้าแฝดพี่คิงส์ตันวัยสี่ขวบครึ่ง ศิษย์เอกของอวัสดาจอมแสบเริ่มเปิดปฐมบทขึ้นมาเป็นคนแรก สองสาวฝาแฝดที่วัยเพิ่งสองขวบมาได้ไม่กี่เดือนซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟังคนที่มีศักดิ์เป็นพี่“ใช่ๆ แด๊ดดี้บอกว่าตอนเป็นเบบี๋ คิงส์ตันกับคินส์เตอร์หม่ำนมหม่ามี้เก่งมากๆ ตัวเลยโตเท่านี้ไง”แสบน้องเสริมทัพช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมกับกำมือทุบอกดูภาคภูมิใจในร่างอวบใหญ่เกินวัยสี่ขวบครึ่งของตนเองซะเหลือเกิน หารู้ไม่ที่ตัวเองตัวกลมดิกอยู่ในตอนนี้เพราะชอบปะเหลาะขอขนมมารดากินต่างหาก และความช่างพูดของสองแสบก็ทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนตกหลุมแสบอยู่ทุกครั้งไป“ไม่จริงหรอก หม่ำแต่นมไม่ได้นะ ต้องหม่ำข้าวด้วย ถึงจะตัวโตเหมือนแสนรักนี่ไง และคุณ
สามปีต่อมา...ณ คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในเมืองไทย เควินโอบเอวภรรยาสาวก้าวลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน ในอ้อมแขนของทั้งสองมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะในชุดสีขาวฟูฟ่องอุ้มติดมือมาคนละข้าง มืออีกข้างของภรรยายังจูงเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดสูทสีขาวแสนน่ารักมาอีกคน ด.ญ.ชาลิตา และ ด.ญ.ชาลิสา วิลเลียมเบอร์ลิซ หรือสาวน้อยชาต้ากับสาวน้อยชาตี้วัยเพิ่งได้สองขวบเศษ ส่วนเจ้าหนูชาคินหรือชาร์เม่ได้สามขวบครึ่งพอดี และตอนนี้ชายิกาก็ทำการปิดอู่ถาวรไปแล้วเรียบร้อย เนื่องจากตอนผ่าคลอดลูกแฝดเธอก็ได้ทำหมันด้วยเลยทีเดียว เพราะตกลงกับสามีแล้วว่าจะมีลูกกันแค่สามคนเท่านี้พอดูจากการตั้งชื่อลูกก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถึงแม้หน้าตาลูกๆ แต่ละคนจะเชื้อพ่อแรง มีดวงตาสีฟ้า เค้าโครงหน้ากระเดียดไปทางบิดากันหมด แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นหลัก หากชายิกาก็ขอให้ลูกมีอะไรไทยๆ ติดตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ขอชื่อจริงก็ยังดี และเด็กๆ จะพูดได้ทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ เพราะชายิกาจะคุยกับลูกด้วยภาษาไทยตลอด พร้อมกับปลูกฝังความเป็นไทยให้อยู่เสมอ เลือดไทยครึ่งตัวที่ลูกๆ ของเธอมีจะได้ไม่สูญเปล่าคุณพ่อยังหน
ชายิกาจึงหัวเราะขำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้ายับยุ่งของสามี เธอขยับเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่ง จูบแก้มครึ้มไรหนวดนั้นหนักๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วถึงกระซิบใส่หูเบาๆ“คราวนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”เควินถึงกับเบิกตาค้าง ก่อนจะดันร่างภรรยาออกมาจ้องหน้าแล้วเอ่ยถามร้อนรน“เจ้าหนูกำลังจะมีน้องงั้นเหรอชายา”ชายิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับแย้มยิ้มหวานหยด ทำเอาสามีฉีกยิ้มกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว โผเข้ามากอดร่างเธอเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน ปากได้รูปจูบแก้มสีจัดน่าฟัดนั้นมารัวๆ ก่อนเขาจะผละมาประคองแก้มนุ่มดึงเข้าไปจูบกลีบปากแดงฉ่ำย้ำๆ อยู่หลายที แล้วถึงเอ่ยออกมาตาวาววับ บอกให้รู้ว่ากำลังดีใจแบบสุดขีด“แบบนี้เขาเรียกว่าฝีมือ เปิดอู่ปุ๊บติดปั๊บ”ภรรยาสาวจึงค้อนให้อย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ ความจริงเธอกับสามีก็คุยกันแล้วว่าจะมีลูกต่อเลย จึงไม่คิดที่จะป้องกัน แต่ก็ไม่นึกว่าติดไวขนาดนี้“ตกลงคนนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”ชายิกาถามย้ำยิ้มๆ“จะหญิงหรือชายก็ลูกผมทั้งนั้น ผมอยากได้หมดนั่นแหละ”พูดพลางชายหนุ่มก็ขยับไปนั่งพิงหัวเตียง ดึงร่างอวบอิ่มของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แนบอก พลางลูบศีรษะเล็กตลอดจนเรือนผมสลวยไปมาแผ่วเบา
เสียงครางลั่นๆ ของสามีราวกับคนทรมานแสนสาหัสที่ดังอยู่ใกล้หูยิ่งทำเอาภรรยาสาวย่ามใจ ควบทะยานระรัวพาตัวเองและสามีที่รักไปให้สุดทางสรวงสวรรค์ ชั่วนาทีสองแขนแน่นหนั่นที่โอบอยู่กับแผ่นหลังของเธอก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น พร้อมกับกายหนาเกร็งสั่นจนชายิการู้สึก เธอจึงกัดฟันเพิ่มแรงโหมกระหน่ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทำเอาน้ำในอ่างกระเพื่อมล้นเจิ่งนองพื้น หากเวลานี้ใครจะสนเควินกอดเรือนกายอวบอิ่มเอาไว้กับอกแน่นพลางครางลึกอยู่ในลำคออย่างคนสุขสม ปลดปล่อยพิษรักที่ถูกภรรยาสาวรีดซะแทบหมดเนื้อหมดตัวเข้าสู่กายอ่อนนุ่มจนหมดสิ้น ขณะที่ร่างละมุนในอ้อมแขนแกร่งก็บิดเกร็งค้างและกรีดร้องออกมาหวิวไหว เมื่อจับจูงพากันไปจนพานพบความสุขล้นในเวลาเกือบพร้อมๆ กันชายิกาทิ้งกายอ่อนแรงลงกับแผงอกกว้างของสามี ลมหายใจถี่กระชั้นอย่างคนเหนื่อยหอบ ก่อนฝ่ามือใหญ่จะประคองใบหน้าแดงเรื่อขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ แล้วกระซิบบอก“เยี่ยมที่สุดคนดี แล้วแบบนี้ผมจะไปไหนรอด”สายตาคมกริบกับรอยยิ้มที่แต้มบนเรียวปากได้รูปบอกชัดว่าเขากำลังมีความสุขและพอใจเป็นล้นพ้น ชายหนุ่มจูบกลีบปากนุ่มย้ำๆ อยู่หลายที ก่อนจะปล่อยให้เธอซุกซบอยู่บนแผงอกดังเด
“แต่ว่า...”เมื่อคนเป็นภรรยาอ้าปากจะแย้งมาอีก ชายหนุ่มก็รีบสกัดด้วยปลายนิ้วโป้ง แล้วก้มลงไปจูบหนักๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำให้เธอเชื่อมั่น“คุณสวยที่สุดชายา มีลูกแล้วก็ยังเซ็กซี่สุดๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย ว่าคุณเอาผมอยู่แน่นอนทูนหัว”“จริงนะคะ” ชายิกาชักเสียงอ่อยเบา“จริงสิครับ ผมจะโกหกคุณไปเพื่ออะไร คุณเป็นเมียและเป็นแม่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้ว”เควินบอกพลางคลี่ยิ้มละมุนส่งให้ และจูบหน้าผากเนียนเกลี้ยงเกลาย้ำให้เธอมั่นใจไปหนักหน่วงหนึ่งที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ แม่เมียรักจูบปากหยักได้รูปของเขาตอบกลับมาแผ่วๆ แล้วลากไล้กลีบปากนุ่มๆ ไปตามข้างแก้มสากไรหนวด ก่อนคุณเธอจะกระซิบใส่หูมาเบาๆ“ห้ามมีผู้หญิงอื่นนะคะ คุณอยากได้อะไรบอกชายา สอนชายานะคะ”คนเป็นสามีกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ลมหายใจก็ชักสะดุดขาดเป็นห้วงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว แค่ได้เห็นหุ่นนาฬิกาทรายแสนอวบอิ่มนี้เขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปทั้งตัวได้อยู่แล้วรูปร่างของภรรยาสาวไม่ได้เผละอย่างที่เธอพูดสักนิด เพียงแต่อวบอัดขึ้นอีกนิด สะโพกผายกับทรวงอกผลิงามนั้นมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนขึ้นอีกจมเลยต่างหากเควินกำลังจะอ้าปากบอกสิ
ทว่ายังไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออกชนิดไม่เคาะบอกกล่าวใดๆ และร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเอื่อยๆ เข้ามา ไม่ต้องถามว่าเขาเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่เธอล็อกประตูเอาไว้ดิบดี พวงกุญแจที่เขาโยนไปไว้บนชั้นตรงอ่างล้างหน้าเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว เรือนกายกำยำยังอยู่ในชุดสูทที่กลับมาจากงานเลี้ยง เพียงแต่เหลือแค่สแล็กเนื้อดีกับเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ด อวดมัดกล้ามเป็นลอนสวยให้ภรรยาสาวได้ยลกันจะจะตา ในมือมีแก้วเหล้าทรงสวยที่น้ำสีอำพันถูกจิบจนพร่องไปเหลือแค่ค่อนแก้ว เขาก้าวมานั่งตรงมุมอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังนอนแช่อยู่ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบๆ“คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยไหม”“คุยอะไรล่ะคะ ชายาจะอาบน้ำ”ตอบเสร็จเธอก็มองเมินไปด้านข้าง พร้อมกับขยับปลายเท้าเข้ามาชิดอกและเบียดร่างเข้าหากัน เพราะขณะนี้เธอยังไม่ได้ลงครีมอาบน้ำตีฟอง น้ำในอ่างมันจึงยังใสแจ๋ว จริงอยู่ที่สามีเคยเห็นมาจนไม่รู้จะเห็นอย่างไรแล้ว แต่เวลาเขากวาดตาคมกริบมองราวกับจะกลืนกินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกกระดากอายมันทุกครั้งนั่นแหละ ชายิกาเอื้อมมือจะไปหยิบขวดครีมอาบน้ำ หากสามีก็มือไวกว่าฉวยมันโยนท







