로그인“ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง เธอไม่ต้องมาสอนฉันหรอก”
“แล้วเรื่องเงินสิบล้านหนี้ของชุดาล่ะคะ”
“ถ้าเด็กนั่นก้าวเข้ามาในห้องของฉันเมื่อไร หนี้สิบล้านของเธอก็ถือว่าเป็นอันโมฆะ และถ้าลูกสาวของเธอประสิทธิภาพเยี่ยมจริง ฉันจะแถมให้เธอไปต่อทุนอีกสักล้านเป็นไงชุดา”
คนได้ยินเงื่อนไขถึงกับเบิกตาโต ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจไม่เก็บอาการ
“ขอบคุณนะคะท่านอรรณพ ขอบคุณท่านมากๆ เลยค่ะ”
“สองทุ่มคืนนี้ฉันจะรอนะชุดา หวังว่าเธอคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังหรอกนะ”
เสี่ยใหญ่สั่งลาทิ้งท้ายแล้วลุกก้าวออกไปจากที่นั่นทันที ทิ้งให้ชุดา ลาเวลล์มองตามหลังไปอย่างมีความหวัง ตอนนี้นางต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน ส่วนแม่สาวน้อยเพื่อนของลูกสาวคนนั้น แค่ปรนเปรอตาแก่นี่สักหนสองหนคงไม่สึกไม่หรอหรอกมั้ง แต่นางนี่สิ ถ้าไม่มีเงินไปใช้คืนมัน ต้องตายแน่ๆ คิดได้แบบนั้นก็ฉวยกระเป๋ามาถือแล้วลุกก้าวออกไปจากล็อบบีโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น เพราะคิดว่าตรงบริเวณที่นั่งมีแค่ชาวต่างชาติ คงไม่มีใครมาสนใจฟังนางกับอีตาเสี่ยนั่นคุยกันหรอก
หารู้ไม่ว่าบทสนทนาเมื่อกี้มีผู้ร่วมรับฟังด้วยอีกหนึ่งคน และเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียด้วย คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซมองตามร่างผู้หญิงวัยกลางคนแต่ทรวดทรงยังเพรียวบางด้วยสายตาขุ่นขวาง พลางเดือดดาลอยู่ในใจ
‘เป็นแม่ประสาอะไร เอาลูกมาขายได้ลงคอ คิดว่าโรงแรมของฉันเป็นซ่องหรือยังไงกัน ฝันไปเถอะ!’
**********
เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ชายิกาก็มายืนอยู่หน้าโรงแรมหรูหราใหญ่โตสูงไม่ต่ำกว่าห้าสิบชั้นที่เธอต้องแหงนมองจนคอตั้งบ่า ในมือถือกล่องพลาสติกมีสัญลักษณ์ชุดาไทยฟูดส์ที่บรรจุอาหารไทยหลากหลายชนิดซึ่งเธอต้องเอามาส่งให้ลูกค้าที่พักอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ เนื่องจากมาลินาออกไปส่งอาหารให้ลูกค้าอีกรายและยังไม่กลับเข้ามาที่ร้าน มารดาของเพื่อนรักจึงออกปากไหว้วานให้เธอช่วยมาส่งให้แทน พร้อมกำชับให้รอเก็บเงินจากลูกค้ามาด้วย
ความจริงแล้วเด็กในร้านก็ว่างกันอยู่หลายคนเพราะลูกค้าไม่เยอะมาก หากชายิกาก็ไม่ได้ติดใจอะไรเนื่องจากเห็นว่าโรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ร้านมากนัก และไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร เธอจึงยินดีช่วย
ชายิกาก้าวเข้ามาในโรงแรมช้าๆ กวาดสายตาชื่นชมความอลังการและหรูหราภายในตัวโรงแรมไปด้วย ก่อนจะมาหยุดยืนรอลิฟต์อยู่ชั่วครู่ พอลิฟต์เปิดออกจึงก้าวเข้าไป แต่ขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง เธอก็เหลือบไปเห็นแหม่มคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาขึ้นลิฟต์ เธอจึงรีบกดปุ่มให้ประตูเปิดค้างเอาไว้รอก่อน
ทว่าแหม่มคนนั้นไม่ได้มาคนเดียว กลับมีชายในสูทสีดำสองคนคล้ายบอดี้การ์ดก้าวตามเข้ามาในลิฟต์ด้วย แล้วชายในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก็ทำหน้าที่กดลิฟต์ให้ ซึ่งมันก็เป็นชั้นที่เธอกำลังจะขึ้นไปพอดี ชายิกาจึงขยับไปยืนตรงมุมด้านหนึ่งของลิฟต์
เมื่อเห็นแหม่มคนนั้นจ้องมองมาพร้อมแย้มยิ้มบางๆ ชายิกาจึงส่งยิ้มให้ไปเช่นกัน แต่ก็อดลอบมองอย่างชื่นชมไม่ได้ อายุก็น่าจะเป็นแม่ของเธอได้ ทว่ายังดูสวยไม่สร่าง รูปร่างก็ยังดูดีมากๆ โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำทะเลที่มองเธอไม่วางตาอยู่นั่นมันช่างสวยเหลือเกิน ดูจากการแต่งตัวและเสื้อผ้าหน้าผมซึ่งเนี้ยบหรูตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมมีการ์ดติดตามมาด้วยเช่นนี้ คงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ชายิกาอดก้มลงมองดูตัวเองไม่ได้ เสื้อยืด กางเกงยีนขาดๆ และผ้าใบก็แสนเก่า ถึงแม้จะเป็นของแบรนด์เนมเหมือนกัน แต่ก็ปอนไปถนัดใจเมื่อเทียบกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พลันก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ เมื่อคนจ้องเอาๆ ถามขึ้นมาชนิดไม่มีปี่มีขลุ่ย
“มาส่งอาหารเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ”
ชายิกาตอบเบาๆ แบบอึ้งๆ เล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะถูกถามดื้อๆ
“ชุดาไทยฟูดส์? ร้านอาหารไทยเหรอจ๊ะ หนูทำงานที่นั่นเหรอ ฉันชอบทานนะ รสชาติจัดจ้านดีทีเดียว”
“ร้านของเพื่อนน่ะค่ะ ชายา...เอ่อ...หนูมาช่วยงานเพื่อนเฉยๆ ค่ะ”
“เพื่อนหนูชื่อชุดาเหรอจ๊ะ”
“แม่ของเพื่อนค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบคุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซถึงกับชักคิ้วชนกัน แสดงว่าสาวน้อยคนนี้ก็ไม่ใช่ลูกสาวของผู้หญิงคนนั้นน่ะสิ ก่อนจะเปลี่ยนมาคลี่ยิ้มแล้วถามกลับไปอีกครั้ง
“แล้วหนูมาส่งอาหารแบบนี้นานหรือยังจ๊ะ”
“ครั้งแรกค่ะ พอดีที่ร้านคนไม่ว่าง น้าชุดาก็เลยให้มาส่งแทนน่ะค่ะ”
บทสนทนาจบลงเพียงแค่นี้เพราะลิฟต์เปิดออกเสียก่อน ชายิกาจึงให้แหม่มคนสวยกับการ์ดสองนายก้าวออกไปก่อน แล้วจึงเดินตามออกมา เธอเห็นการ์ดเปิดประตูห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลจากลิฟต์มากนักให้แหม่มท่าทางใจดีคนนั้น แต่ก่อนแหม่มคนสวยจะก้าวเข้าไปในห้องยังหันกลับมาส่งยิ้มละมุนให้เธออีกครั้ง ทำให้ชายิกาอดยิ้มตอบกลับไปไม่ได้
จากนั้นชายิกาก็ล้วงเอากระดาษที่มารดาเพื่อนรักจดเลขที่ห้องให้ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีน มันมีแค่เลขห้องจริงๆ ไร้รายละเอียดชื่อเสียงเรียงนามเจ้าของห้องใดๆ ทั้งสิ้น พอเธอถามกลับไปด้วยความแปลกใจก็ได้คำตอบแบบง่ายๆ ว่าลืมถามก็เท่านั้นเอง ถึงแม้จะสงสัยอยู่เป็นกำลังแต่เธอก็ต้องมาส่งอยู่ดี
ขณะที่เด็กน้อยวัยตั้งแต่สองขวบถึงย่างห้าขวบ ซึ่งนับได้สิบชีวิตพอดีก็เล่นของเล่นกันไปพลาง ปากน้อยๆ ก็เจื้อยแจ้วเซ็งแซ่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมดจนฟังแทบไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ประหนึ่งเนอร์สเซอรี่ขนาดย่อมๆ ก็ไม่ปาน บางทีคุณแม่ที่นั่งขนาบอยู่ใกล้ๆ ต้องทำหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังว่าบรรดาลูกๆ คุยอะไรกัน“ชาตี้กับชาต้าต้องกินนมให้เยอะๆ รู้ไหมจะได้ตัวโตเท่าพี่ๆ”เจ้าแฝดพี่คิงส์ตันวัยสี่ขวบครึ่ง ศิษย์เอกของอวัสดาจอมแสบเริ่มเปิดปฐมบทขึ้นมาเป็นคนแรก สองสาวฝาแฝดที่วัยเพิ่งสองขวบมาได้ไม่กี่เดือนซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟังคนที่มีศักดิ์เป็นพี่“ใช่ๆ แด๊ดดี้บอกว่าตอนเป็นเบบี๋ คิงส์ตันกับคินส์เตอร์หม่ำนมหม่ามี้เก่งมากๆ ตัวเลยโตเท่านี้ไง”แสบน้องเสริมทัพช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมกับกำมือทุบอกดูภาคภูมิใจในร่างอวบใหญ่เกินวัยสี่ขวบครึ่งของตนเองซะเหลือเกิน หารู้ไม่ที่ตัวเองตัวกลมดิกอยู่ในตอนนี้เพราะชอบปะเหลาะขอขนมมารดากินต่างหาก และความช่างพูดของสองแสบก็ทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนตกหลุมแสบอยู่ทุกครั้งไป“ไม่จริงหรอก หม่ำแต่นมไม่ได้นะ ต้องหม่ำข้าวด้วย ถึงจะตัวโตเหมือนแสนรักนี่ไง และคุณ
สามปีต่อมา...ณ คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในเมืองไทย เควินโอบเอวภรรยาสาวก้าวลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน ในอ้อมแขนของทั้งสองมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะในชุดสีขาวฟูฟ่องอุ้มติดมือมาคนละข้าง มืออีกข้างของภรรยายังจูงเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดสูทสีขาวแสนน่ารักมาอีกคน ด.ญ.ชาลิตา และ ด.ญ.ชาลิสา วิลเลียมเบอร์ลิซ หรือสาวน้อยชาต้ากับสาวน้อยชาตี้วัยเพิ่งได้สองขวบเศษ ส่วนเจ้าหนูชาคินหรือชาร์เม่ได้สามขวบครึ่งพอดี และตอนนี้ชายิกาก็ทำการปิดอู่ถาวรไปแล้วเรียบร้อย เนื่องจากตอนผ่าคลอดลูกแฝดเธอก็ได้ทำหมันด้วยเลยทีเดียว เพราะตกลงกับสามีแล้วว่าจะมีลูกกันแค่สามคนเท่านี้พอดูจากการตั้งชื่อลูกก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถึงแม้หน้าตาลูกๆ แต่ละคนจะเชื้อพ่อแรง มีดวงตาสีฟ้า เค้าโครงหน้ากระเดียดไปทางบิดากันหมด แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นหลัก หากชายิกาก็ขอให้ลูกมีอะไรไทยๆ ติดตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ขอชื่อจริงก็ยังดี และเด็กๆ จะพูดได้ทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ เพราะชายิกาจะคุยกับลูกด้วยภาษาไทยตลอด พร้อมกับปลูกฝังความเป็นไทยให้อยู่เสมอ เลือดไทยครึ่งตัวที่ลูกๆ ของเธอมีจะได้ไม่สูญเปล่าคุณพ่อยังหน
ชายิกาจึงหัวเราะขำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้ายับยุ่งของสามี เธอขยับเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่ง จูบแก้มครึ้มไรหนวดนั้นหนักๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วถึงกระซิบใส่หูเบาๆ“คราวนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”เควินถึงกับเบิกตาค้าง ก่อนจะดันร่างภรรยาออกมาจ้องหน้าแล้วเอ่ยถามร้อนรน“เจ้าหนูกำลังจะมีน้องงั้นเหรอชายา”ชายิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับแย้มยิ้มหวานหยด ทำเอาสามีฉีกยิ้มกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว โผเข้ามากอดร่างเธอเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน ปากได้รูปจูบแก้มสีจัดน่าฟัดนั้นมารัวๆ ก่อนเขาจะผละมาประคองแก้มนุ่มดึงเข้าไปจูบกลีบปากแดงฉ่ำย้ำๆ อยู่หลายที แล้วถึงเอ่ยออกมาตาวาววับ บอกให้รู้ว่ากำลังดีใจแบบสุดขีด“แบบนี้เขาเรียกว่าฝีมือ เปิดอู่ปุ๊บติดปั๊บ”ภรรยาสาวจึงค้อนให้อย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ ความจริงเธอกับสามีก็คุยกันแล้วว่าจะมีลูกต่อเลย จึงไม่คิดที่จะป้องกัน แต่ก็ไม่นึกว่าติดไวขนาดนี้“ตกลงคนนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”ชายิกาถามย้ำยิ้มๆ“จะหญิงหรือชายก็ลูกผมทั้งนั้น ผมอยากได้หมดนั่นแหละ”พูดพลางชายหนุ่มก็ขยับไปนั่งพิงหัวเตียง ดึงร่างอวบอิ่มของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แนบอก พลางลูบศีรษะเล็กตลอดจนเรือนผมสลวยไปมาแผ่วเบา
เสียงครางลั่นๆ ของสามีราวกับคนทรมานแสนสาหัสที่ดังอยู่ใกล้หูยิ่งทำเอาภรรยาสาวย่ามใจ ควบทะยานระรัวพาตัวเองและสามีที่รักไปให้สุดทางสรวงสวรรค์ ชั่วนาทีสองแขนแน่นหนั่นที่โอบอยู่กับแผ่นหลังของเธอก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น พร้อมกับกายหนาเกร็งสั่นจนชายิการู้สึก เธอจึงกัดฟันเพิ่มแรงโหมกระหน่ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทำเอาน้ำในอ่างกระเพื่อมล้นเจิ่งนองพื้น หากเวลานี้ใครจะสนเควินกอดเรือนกายอวบอิ่มเอาไว้กับอกแน่นพลางครางลึกอยู่ในลำคออย่างคนสุขสม ปลดปล่อยพิษรักที่ถูกภรรยาสาวรีดซะแทบหมดเนื้อหมดตัวเข้าสู่กายอ่อนนุ่มจนหมดสิ้น ขณะที่ร่างละมุนในอ้อมแขนแกร่งก็บิดเกร็งค้างและกรีดร้องออกมาหวิวไหว เมื่อจับจูงพากันไปจนพานพบความสุขล้นในเวลาเกือบพร้อมๆ กันชายิกาทิ้งกายอ่อนแรงลงกับแผงอกกว้างของสามี ลมหายใจถี่กระชั้นอย่างคนเหนื่อยหอบ ก่อนฝ่ามือใหญ่จะประคองใบหน้าแดงเรื่อขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ แล้วกระซิบบอก“เยี่ยมที่สุดคนดี แล้วแบบนี้ผมจะไปไหนรอด”สายตาคมกริบกับรอยยิ้มที่แต้มบนเรียวปากได้รูปบอกชัดว่าเขากำลังมีความสุขและพอใจเป็นล้นพ้น ชายหนุ่มจูบกลีบปากนุ่มย้ำๆ อยู่หลายที ก่อนจะปล่อยให้เธอซุกซบอยู่บนแผงอกดังเด
“แต่ว่า...”เมื่อคนเป็นภรรยาอ้าปากจะแย้งมาอีก ชายหนุ่มก็รีบสกัดด้วยปลายนิ้วโป้ง แล้วก้มลงไปจูบหนักๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำให้เธอเชื่อมั่น“คุณสวยที่สุดชายา มีลูกแล้วก็ยังเซ็กซี่สุดๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย ว่าคุณเอาผมอยู่แน่นอนทูนหัว”“จริงนะคะ” ชายิกาชักเสียงอ่อยเบา“จริงสิครับ ผมจะโกหกคุณไปเพื่ออะไร คุณเป็นเมียและเป็นแม่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้ว”เควินบอกพลางคลี่ยิ้มละมุนส่งให้ และจูบหน้าผากเนียนเกลี้ยงเกลาย้ำให้เธอมั่นใจไปหนักหน่วงหนึ่งที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ แม่เมียรักจูบปากหยักได้รูปของเขาตอบกลับมาแผ่วๆ แล้วลากไล้กลีบปากนุ่มๆ ไปตามข้างแก้มสากไรหนวด ก่อนคุณเธอจะกระซิบใส่หูมาเบาๆ“ห้ามมีผู้หญิงอื่นนะคะ คุณอยากได้อะไรบอกชายา สอนชายานะคะ”คนเป็นสามีกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ลมหายใจก็ชักสะดุดขาดเป็นห้วงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว แค่ได้เห็นหุ่นนาฬิกาทรายแสนอวบอิ่มนี้เขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปทั้งตัวได้อยู่แล้วรูปร่างของภรรยาสาวไม่ได้เผละอย่างที่เธอพูดสักนิด เพียงแต่อวบอัดขึ้นอีกนิด สะโพกผายกับทรวงอกผลิงามนั้นมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนขึ้นอีกจมเลยต่างหากเควินกำลังจะอ้าปากบอกสิ
ทว่ายังไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออกชนิดไม่เคาะบอกกล่าวใดๆ และร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเอื่อยๆ เข้ามา ไม่ต้องถามว่าเขาเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่เธอล็อกประตูเอาไว้ดิบดี พวงกุญแจที่เขาโยนไปไว้บนชั้นตรงอ่างล้างหน้าเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว เรือนกายกำยำยังอยู่ในชุดสูทที่กลับมาจากงานเลี้ยง เพียงแต่เหลือแค่สแล็กเนื้อดีกับเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ด อวดมัดกล้ามเป็นลอนสวยให้ภรรยาสาวได้ยลกันจะจะตา ในมือมีแก้วเหล้าทรงสวยที่น้ำสีอำพันถูกจิบจนพร่องไปเหลือแค่ค่อนแก้ว เขาก้าวมานั่งตรงมุมอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังนอนแช่อยู่ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบๆ“คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยไหม”“คุยอะไรล่ะคะ ชายาจะอาบน้ำ”ตอบเสร็จเธอก็มองเมินไปด้านข้าง พร้อมกับขยับปลายเท้าเข้ามาชิดอกและเบียดร่างเข้าหากัน เพราะขณะนี้เธอยังไม่ได้ลงครีมอาบน้ำตีฟอง น้ำในอ่างมันจึงยังใสแจ๋ว จริงอยู่ที่สามีเคยเห็นมาจนไม่รู้จะเห็นอย่างไรแล้ว แต่เวลาเขากวาดตาคมกริบมองราวกับจะกลืนกินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกกระดากอายมันทุกครั้งนั่นแหละ ชายิกาเอื้อมมือจะไปหยิบขวดครีมอาบน้ำ หากสามีก็มือไวกว่าฉวยมันโยนท


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




