Share

กรงแค้นสลักรัก
กรงแค้นสลักรัก
Penulis: เดย์ไลลา

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-09-03 11:24:58

ฮ่องกง

เวลาตี 2 แห่งนครที่ไม่เคยมีวันหลับใหล แม้รอบข้างจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงแต่ท้องถนนเวลานี้กลับว่างเปล่า สายฝนปรอยลงมาทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีนัก แต่หนุ่มคนขับก็ยังคงเหยียบคันเร่ง พารถยุโรปสีดำให้ทะยานไปเบื้องหน้าอย่างชำนาญ

เขาทำการหักเลี้ยวพวงมาลัยแซงรถคันอื่นบนถนนลื่นโดยไม่ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังซึ่งกำลังอ่านเอกสารบางอย่างกระเทือนแม้แต่น้อย

แต่แล้วเส้นทางที่ใช้เป็นประจำทุกวันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม เมื่อขับต่อไปอีกสักพักแสงไฟทางเบื้องหน้ากลับมืดลงเป็นทางยาว ให้ความรู้สึกน่าวังเวงอย่างบอกไม่ถูก

ชายทั้งสองคนบนรถเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ สัญชาตญาณเตือนภัยกู่ร้องขึ้นมา ส่งผลให้หนุ่มด้านหลังลดเอกสารในมือลง พร้อมเอื้อมไปกุมกระบอกปืนในเสื้อสูทเอาไว้ ไม่ต่างจากลูกน้องคนสนิท เพราะแม้สายตาเขาจะจดจ้องกับท้องถนนว่างเปล่าเบื้องหน้า แต่มือขวาก็กำอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อมเช่นกัน

“นายครับ”

เสียงทุ้มถูกเอ่ยออกมาเป็นภาษาจีนเรียกเจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลังให้เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝัน

ปืนในมือถูกขึ้นไกไว้เรียบร้อย ขณะสายตาเฉียบคมไล่กวาดมองรอบข้างอย่างระมัดระวัง

“ขับต่อไปก่อน”

“ครับ”

ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงถึงความตื่นตระหนก พร้อมเพ่งสายตาผ่านความมืดที่มีเพียงแสงไฟของรถให้ความสว่างเท่านั้น แต่รอบข้างนั้นมืดสนิทไม่ต่างจากวิ่งในอุโมงค์

สายฝนที่ลงเม็ดหนาขึ้นยิ่งทำให้พวกเขามองอะไรแทบไม่เห็น ทำได้เพียงจดจ่อสติกับการประคับประคองรถต่อไป

และแล้วท้องถนนที่เคยมืดมิดก็สว่างขึ้นจากไฟหน้ารถคันด้านหลัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาทั้งสองคลายความกังวลสักนิด เพราะพวกมันเร่งความเร็วขึ้นมาใกล้ ทำให้พวกเขาสังเกตได้ว่ามันไม่ได้มีแค่คันเดียว

รถยนต์สีดำติดฟิล์มทึบจนไม่สามารถเห็นด้านในพุ่งทะยานขึ้นมาประกบทั้งด้านซ้ายและขวาด้วยความรวดเร็ว หากแค่นั้นคนขับคงลดความเร็วลงแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีอีกคันจ่อท้ายเอาไว้เพื่อปิดทางหนี ทำให้พวกเขาทำได้เพียงขับต่อไปเท่านั้น

สันกรามได้รูปขบกันแน่นพร้อมระดับความเกรี้ยวกราดทะยานขึ้นสูงกับสถานการณ์ตึงเครียดตอนนี้ ปืนอีกกระบอกที่ถูกซุกซ่อนใต้เบาะถูกหยิบขึ้นมากำแน่น ขณะลูกน้องผู้ภักดีรีบส่งสัญญาณร้องขอกำลังเสริม

ปัง ปัง ปัง

เสียงปืนดังกระหึ่มถูกรัวใส่ประตูรถและกระจกหวังให้ลูกกระสุนสีเงินทะลุเข้ามาเจาะกบาลคนด้านในจากทั้งซ้ายและขวาพร้อม ๆ กัน แต่พวกเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อกระจกของรถยุโรปแค่เกิดรอยบุบเท่านั้น

“นาย อีกห้ากิโลเมตรจะมีทางเบี่ยง เราอาจจะสลัดพวกมันได้ตรงนั้น”

“เฮอะ! พวกมันไม่โง่ปล่อยเราไปง่าย ๆ หรอก”

เขาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม ก่อนจะตัดสินใจลดกระจกข้างลงพร้อมส่งลูกกระสุนปืนตอบโต้กลับไปบ้าง

ปัง ปัง

การกระทำนั้นทำลูกน้องหนุ่มหน้าเครียด แต่เมื่อเจ้านายเปิดฉากตอบโต้แล้ว เขาเองก็ทำได้เพียงช่วยเหลือ

ปืนในมือชี้ตรงไปยังกระจกที่ถูกเปิดแง้มของรถทางด้านขวาก่อน

แม้ทัศนวิสัยจะย่ำแย่จากเม็ดฝนที่เทลงมาและความเร็วของรถที่เคลื่อนตัว แต่จากประสบการณ์ตลอดหลายปี ทำให้เพียงแค่ปลายนิ้วแตะลงไปยังไกปืน ลูกกระสุนก็พุ่งตรงเข้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ

ปัง

รถคันขวาเสียการควบคุมไปเล็กน้อยแต่ก็พยายามจะควบคุมรถต่อ ซึ่งตงหยางก็รีบหักพวงมาลัยชนกระแทกรถคันดังกล่าวให้กระเด็นออกไปนอกเส้นทาง

โครม

แรงปะทะทำให้หนุ่มด้านหลังเสียการทรงตัว ศีรษะพุ่งไปกระแทกกับเบาะ แต่เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมาดูสถานการณ์ต่อ

“เป็นอะไรไหมนาย”

“ไม่...ทำดีแล้ว เหลืออีกสอง”

สายตาแข็งกร้าวตวัดมองตามแสงไฟจากรถด้านหลัง ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามเร่งความเร็วขึ้นมาตีคู่แทนอีกคันที่ถูกชนจนกระเด็นออกไปนอกเส้นทาง

เสียงปืนดังขึ้นมาอีกระลอกจากทั้งซ้ายและขวา แม้กระจกจะถูกแง้มลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีกระสุนบางลูกพุ่งผ่านช่องแคบนั้นเข้ามาในตัวรถได้อยู่ดี

ทั้งคู่ย่อตัวต่ำลงให้พ้นวิถีกระสุน ก่อนจะจ่อปืนยิงโต้กลับไปอีกครั้ง

รถทั้งสามคันพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงผ่านทางหลวงพร้อมเสียงปืนดังสนั่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แม้ตงหยางจะพยายามควบคุมรถสุดกำลังแล้วก็ตาม แต่การถูกรถอีกสองคันกระแทกชนไม่หยุดหย่อน พร้อมกระสุนปืนรัวเข้าใส่ สุดท้ายรถยุโรปก็หมุนคว้างไร้การควบคุม ก่อนจะแฉลบพุ่งชนราวกั้นถนน

โครม

เสียงชนดังลั่นไปทั่วบริเวณ รถทั้งสองชะลอตัวก่อนจะจอดสนิทอยู่ไม่ไกลจากรถคู่กรณี

ประตูรถถูกเปิดออกทั้งสี่บาน ตามมาด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่พร้อมอาวุธครบมือก้าวลงมา หวังปลิดชีพคนบนรถตามคำสั่ง

สายฝนอาบชโลมร่างพวกเขาจนเปียกชุ่ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สายตาของเหล่านักฆ่าเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ต่างจ้องตรงไปยังรถยุโรปสภาพยับเยินตาไม่กะพริบ

ปัง

ก่อนที่พวกเขาจะตั้งตัว กระสุนก็พุ่งออกจากรถคันดังกล่าวอีกครั้ง ทะลุผ่านกะโหลกหนึ่งในชายโชคร้ายราวกับจับวางจนล้มลงไปกองกับพื้นไม่ต่างจากใบไม้ที่ร่วงจากต้น คนที่เหลือต่างรีบยกปืนขึ้นระดมยิงกลับทันที

เสียงปืนดังก้องบริเวณท้องถนนมืดอยู่เกือบห้านาที แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนด้านในรถจะยอมจนมุม

ใบหน้าพวกเขาต่างเคร่งเครียด เริ่มรู้สึกว่าภารกิจครั้งนี้อาจจะล้มเหลว

เหล่ามือสังหารจากแปดคน ตอนนี้เหลือเพียงสี่หันหน้ามองกันเลิ่กลั่กเพราะไม่อาจจะจัดการเป้าหมายได้ ขณะกำลังปรึกษากันผ่านสายตา ก็มีแสงไฟจากรถปริศนาพุ่งเข้ามา

ชายหัวหน้ากำลังจะโล่งใจ คาดว่ารถคันนั้นคือรถของพวกเขาตามมาสมทบ แต่จู่ ๆ ลูกน้องข้างกายก็ล้มลงไปขาดใจตายบนพื้นด้วยความเงียบกริบ ทำดวงตาเขาเบิกกว้าง เพ่งมองรถนั่นดี ๆ

แสงไฟจากสองดวงเพิ่มมาเป็นสี่ หก และแปดตามลำดับ ตอกย้ำให้เขามั่นใจว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่พวกตัวเองแน่ ๆ

“ถอย!” เสียงเข้มตะโกนแข่งกับเสียงปืน ทำลูกน้องที่เหลืออีกสองคนเริ่มแตกตื่น หมุนกายวิ่งกลับไปยังรถตนเองรวดเร็ว ไม่ใส่ใจศพเพื่อนร่วมงานที่กองเต็มพื้นถนนแม้แต่น้อย

ห่าลูกกระสุนจากรถที่เพิ่งมาใหม่รัวใส่พวกเขาไม่ยั้ง ทำให้ไฟท้ายรถแตก ยางข้างหนึ่งเกิดระเบิด แต่รถคันหนึ่งก็สามารถขับหนีไปได้และทิ้งคนขับโชคร้ายเอาไว้ในรถที่ไม่อาจจะขยับไปไหนได้

กลุ่มคนมาใหม่แต่งกายด้วยเสื้อสูทสีดำสนิทกรูกันออกมาจากรถ บางส่วนก็พุ่งเข้าไปปิดล้อมรถคนร้าย อีกส่วนก็รีบเข้ามาช่วยผู้เป็นนาย

ไม่กี่นาทีทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ ประตูรถยุโรปที่พุ่งชนราวกั้นถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปี สายตาเขาเย็นยะเยือกขณะมองซากศพคนร้ายบนพื้น

“นายครับ บาดเจ็บตรงไหนไหม”

“กูไม่เป็นไร ไปดูตงหยางเถอะ น่าจะถูกยิงต้นแขน”

“แต่ว่า...” ลูกน้องกำลังจะเอ่ยแย้งออกมาเมื่อเห็นรอยแผลบนศีรษะของเจ้านาย แต่อีกฝ่ายก็ขัดขึ้นมาก่อน

“จัดการพวกนี้ให้เรียบร้อย กูจะกลับบ้าน”

“ครับ ๆ”

เขาโค้งตัวให้ชายหนุ่มด้วยความเคารพและนำทางไปยังรถอีกคันที่เพิ่งมาถึง

สายตาคมกริบของเขาตวัดมองไปยังคนร้ายที่เพิ่งถูกลากลงจากที่นั่งคนขับอย่างเย็นชา ก้านนิ้วยาวเสยเส้นผมเปียกลู่จากเม็ดฝนขึ้นลวก ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งยังเบาะหลังของรถ

ไม่ต้องมีคำสั่งใด ๆ พวกลูกน้องทุกคนก็รู้ถึงความต้องการเจ้านายว่า ‘ต้องเค้นคอคนร้ายให้ถึงที่สุด’

คฤหาสน์ตระกูลหลิน

ชายหนุ่มทายาทตระกูลก้าวลงจากรถเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ใหญ่ด้วยสภาพเปียกปอนพร้อมรอยแผลบนศีรษะที่ยังคงมีเลือดซึม ตั้งใจว่าจะไปทำแผลให้เรียบร้อยและค่อยรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้บิดามารดารับทราบพรุ่งนี้ แต่ว่าเมื่อเท้าเขาสัมผัสพื้นบ้าน เสียงหวีดร้องของมารดาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“ดีแลน! เป็นยังไงบ้างลูก แม่ได้รับรายงานว่าลูกถูกลอบยิง”

สีหน้าของนายหญิงแห่งตระกูลหลินซีดเซียว รีบพุ่งเข้ามาดูอาการของลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วง

สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงยามมองหน้าของแม่

“ผมไม่เป็นไรครับ”

“แต่นี่มันครั้งที่สามแล้วนะ! มันชักจะเกินไปแล้ว”

หลินเจียอีหวีดร้องเสียงดังด้วยความโกรธอัดแน่นเต็มทรวงอก แม้รู้ดีถึงภาระหน้าที่ของลูกชาย แต่คนเป็นแม่ไม่อาจจะทนเห็นลูกต้องเผชิญอันตรายนับครั้งไม่ถ้วนได้

“คุณคะ! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะ!” เจียอีหันไปตวาดใส่สามีซึ่งกำลังมองดูสภาพสะบักสะบอมของลูกชายด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวไม่ต่างกัน

“สรุปว่าไงดีแลน พวกไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกชาย แม้ลึก ๆ เขาจะรู้ตัวคนร้ายดีก็ตาม

“ก็มันนั่นแหละจะมีใคร”

ร่างสูงไหวไหล่ตอบกลับอย่างเหนื่อยอ่อน ส่งผลให้ทั้งบิดามารดาได้แต่ทำหน้าเครียดจัดอย่างไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรดี

“เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอ เรื่องในครั้งนี้ลูกไม่ผิดนะ ทำไมเขาไม่เข้าใจ!”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ในเมื่อมันไม่ฟัง เราก็ทำได้แค่เตรียมตัวรับดี ๆ”

ลูกชายพยายามปลอบคนเป็นแม่ให้ใจเย็นลง แต่ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้นักเนื่องจากปัญหาความบาดหมางในครั้งนี้มันเกินจะเยียวยา

“คุณคะ!” เจียอีหันไปเรียกสามีตนอีกครั้งหวังว่าอีกฝ่ายจะมีวิธีอะไรบ้าง แต่สีหน้าหนักใจของหลินเฟยหลงก็ทำให้เธอรู้แล้วว่าเขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน

ผู้นำตระกูลหลินถอนหายใจยาว อกซ้ายหนักอึ้งกับความขัดแย้งในครั้งนี้

“ตั้งแต่อาหมิงตายไป หนทางจะคุยกับทางนั้นก็เหมือนจะริบหรี่ไปด้วย”

“แต่หลักฐานยืนยันของตำรวจก็ออกมาแล้วว่าดีแลนไม่ได้มีส่วนในการตายของหนูลูน่า ทำไมเขาต้องมาคอยจองล้างจองผลาญลูกเราขนาดนี้”

คำพูดของนายหญิงทำให้สีหน้าของทุกคนย่ำแย่ลงอีกครั้ง เนื่องจากสาเหตุทั้งหมดมาจากการตัดสินใจของทั้งตระกูล แทนที่จะนำพาความสงบสุขมาให้ทุกคน กลับลงท้ายด้วยโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 124

    เด็กชายมองดูสวนสวยเบื้องหน้าซึ่งมีไฟสนามสีส้มอ่อนติดเอาไว้เป็นระยะ ลมเย็นสบายพัดผ่านผิวกายให้ความรู้สึกสดชื่นเขาสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เกาะขอบรั้วไม้ของระเบียงใช้คางเล็ก ๆ เกย ทอดมองวิวอย่างสบายอารมณ์ รู้สึกผ่อนคลายเหลือเกินกับความเงียบสงบและเสียงแมลงตัวเล็ก ๆ ดังคลอครืดเสียงบานกระจ

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 123

    ค่ำวันนั้นหลังจากพวกเขาเดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ ก็แวะทานข้าวเย็นก่อนกลับมาพักผ่อนยังรีสอร์ตแห่งเดิม เพราะวันนี้แอลลี่และอเล็กซ์ทำตัวดี แถมเด็กชายทั้งสองยังดูสนิทสนมพูดคุยกันเยอะขึ้น ทำให้คู่สามีภรรยาสบายใจ และไม่ได้เข้าไปก่อกวนเด็ก ๆ ช่วงค่ำเด็ก ๆ ทยอยกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสบายตัว นอนเก

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 122

    กลุ่มเด็ก ๆ ตื่นเต้นกันมาก ทำสาวซ่าอย่างอันดามันหวาดเสียวไม่น้อยเมื่อลูกสาวเริ่มปีนรั้วกั้นเพื่อจะมองวิวด้านล่างให้ชัดเจนขึ้น วิคเตอร์ก็ถอนหายใจรอบที่ร้อย แนะนำให้กลุ่มของลูคัสเดินชมวิวด้านในเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวงก่อน เนื่องจากมีระยะทางไม่ไกล จะได้สัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าดึกดำบรรพ์ลุก

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 121

    ทั้งคณะเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ช่วงเย็น โดยอันดามันจองร้านอาหารเหนือบรรยากาศดีเอาไว้ให้เพื่อนต่างชาติได้ลองชิมรสชาติซึ่งก่อนคู่แฝดลงจากรถก็ถูกกำชับปนข่มขู่ว่าห้ามก่อความวุ่นวายอีก อย่างนั้นพวกเขาจะจองตั๋วบินกลับบ้านคืนนี้เลย ทำให้ทั้งคู่สลดไปได้นิดหน่อย มื้ออาหารเย็นจึงผ่านไปได้อย่างราบรื่นแล้

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 120

    “คู่แฝดของเธอก็สวยหล่อไม่แพ้กันหรอกน่า ไม่รู้ตอนนี้โตขึ้นแค่ไหนแล้ว”“เฮ้อ ~ โตแค่ไหนไม่รู้ แต่เรื่องความแสบบอกเลยว่ายิ่งกว่าเดิม!”รอยยิ้มบนใบหน้าเรนนี่เหยเกไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากคนเป็นแม่ด้วยตัวเอง พลางก้มมองลูกชายด้วยความเป็นห่วงตอนนี้เธอคงได้แต่สวดภาวนาว่าเด็ก ๆ จะไม่ตีกันจนทริปล่ม

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 119

    ห้าปีต่อมาประเทศไทยลูคัส เรนนี่ และลุกซ์เดินทางมายังประเทศไทยโดยเครื่องบินส่วนตัวของสามี ตามคำเชื้อเชิญจากเพื่อนเก่า อย่างวิคเตอร์และอันดามันให้แวะมาเที่ยวที่นี่บ้าง หลังจากเมื่อสามปีก่อนครอบครัวของวิคเตอร์เคยพากันไปเที่ยวที่ฮ่องกงมารอบหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จึงอยากเป็นเจ้ามือพาเที่ยวบ้างนายหญิงตระกูล

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 115

    จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยกว่าจะเดินทางถึงที่พัก ท้องฟ้าด้านนอกก็เปลี่ยนเป็นสีดำเสียแล้ว เรนนี่หมดแรงแทบจะปรือตาไม่ขึ้น จนสามีสุดหล่อต้องอุ้มเธอเข้าห้องพักของรีสอร์ตด้วยตัวเองส่วนลูกน้องคนสนิทก็ตีหน้านิ่งเหมือนไม่รับไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นบนเที่ยวบิน ช่วยเจ้านายนำกระเป๋าสัมภาระไปเก็บแล้วแยกย้ายไปพักผ่อ

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 112

    ผู้นำตระกูลหลินยังคงมีท่าทีสุขุมแต่ดวงตาก็แสดงออกชัดถึงความสุข เขาส่งสายตาให้ลูกน้องช่วยพาหลานชายออกไปยืนรอหน้าประตูโบสถ์ก่อน ลุกซ์จึงจำต้องยอมปล่อยมือจากมารดา แต่ก็ไม่วายมองตามเธอตาละห้อย“ทำเหมือนที่เคยซ้อมนะครับลุกซ์”“อื้อ”เด็กชายพยักหน้าแข็งขัน ก่อนจะรับช่อดอกไม้สีขาวจากเว่ยหลานมาถือมือเล็กยก

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 111

    สองเดือนต่อมางานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโบสถ์ใหญ่ใจกลางเมือง สนามหญ้ากว้างด้านนอกถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดเลี้ยง ตกแต่งด้วยดอกไม้โทนสีขาวเป็นหลักแซมใบไม้สีเขียวทั่วบริเวณผ้าปูโต๊ะสีสะอาดตาคลุมโต๊ะตัวยาวสามารถจุแขกได้เกือบห้าสิบคน เก้าอี้สีขาวแต่ละตัวผูกด้วยโบสีน้ำตาลทองคาดไปยังด้านหลังซึ่งยังม

  • กรงแค้นสลักรัก   บทที่ 110

    ชายสูงวัยระบายลมหายใจยาว ไล่มองคนตรงหน้าอีกครั้ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิท ก็สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นจริงใจส่งกลับมาท่าทีแข็งขรึมค่อย ๆ คลายลง เบนสายตากลับไปมองหน้าลูกสาวสุดที่รักอีกครั้ง“แกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“ค่ะป๊า”“ถ้าแกเลือกแล้ว ป๊าก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่ขอให้จำไว้...” เฟยหลงเว้นช่วงไปเล็ก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status