بيت / โรแมนติก / กลซ่อนรัก / ๓ คำหวานและอดีต

مشاركة

๓ คำหวานและอดีต

مؤلف: Kaowsethong
last update تاريخ النشر: 2024-11-01 17:03:02

คำหวานและอดีต

แม้จะล่วงเลยเวลาทำงานมามากพอสมควรแล้วแต่ร่างบางก็ยังวุ่นอยู่กับเอกสารตรงหน้าที่เคลียร์ไม่เสร็จเสียที

หลังจากกลับมาจากส่งเอกสาร ปนิธิก็เรียกประชุมงานเพราะเกิดข้อผิดพลาดบางอย่างขึ้น ข้อมูลบัญชีดูจะไม่สมบูรณ์เมื่อดูจากตาราง เธอจึงต้องนั่งแก้ไขใหม่และเมื่องานยังไม่เสร็จเธอถึงยังไม่ได้กลับบ้านแม้ว่าคนอื่นจะทยอยกันกลับหมดแล้วจนเหลือเพียงเธอและปนิธิเท่านั้น

“ขวัญกลับเถอะพรุ่งนี้ค่อยมาทำใหม่”

ดวงตากลมโตจ้องไปที่หน้าคอมพิวเตอร์มั่น

“ขวัญขอทำให้เสร็จก่อนนะคะ พี่ปันกลับก่อนได้เลย”

“ไม่ละ พี่รอกลับพร้อมขวัญดีกว่า” และเขาก็ปฏิเสธ ชายหนุ่มนั่งรอร่างบางไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้างเลยสักนิด

ปนิธิเดินไปเดินมาดูบรรยากาศข้างนอกก็พบว่าท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก เพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝนเขาจึงพกร่มมาตลอด

“เหมือนฝนจะตกเลย” ชายหนุ่มเดินมานั่งที่โต๊ะของดาหวันแล้วเอ่ยขึ้น

จอมขวัญไม่ได้พูดอะไรเธอตั้งใจทำงานต่อไป จนมีเสียงโทรศัพท์ของปนิธิดังขึ้น

“ครับแม่ อ้อ จริงเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะรีบกลับไป” เสียงตื่นตระหนกเรียกความสนใจของหญิงสาวคนขยันได้ทันที

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะพี่ปัน”

“พอดีว่าป้าข้างบ้านพี่แกตกบันได ไม่มีใครพาไปโรงพยาบาลพี่เลยต้องรีบกลับ ขวัญอย่ากลับดึกนะพี่คงต้องไปแล้ว” พูดจบเขาก็วิ่งจากไปทันทีโดยถือร่มไปด้วยทั้งๆ  ที่ในใจคิดว่าจะเอาให้จอมขวัญแท้ๆ 

แต่เมื่อมาถึงชั้นล่างเขาจึงเพิ่งคิดออก แม้ใจจะอยากเอาขึ้นไปให้แต่ก็ห่วงคนทางบ้านจึงฝากยามแถวนั้นเอาไว้ให้จอมขวัญแทน

ล่วงเลยเวลางานมาแล้วสามชั่วโมง ในที่สุดงานของเธอก็เสร็จเสียที จอมขวัญบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน เธอเก็บสัมภาระแล้วลงมาข้างล่างก็พบว่าตอนนี้ฝนตกแรงมากพอสมควรและดูท่าว่า  จะตกหนักมากอีกด้วย

“คุณขวัญครับ คุณปันฝากร่มไว้ให้ครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยที่สนิทกันเดินมาพร้อมกับร่ม

จอมขวัญยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะคิดไปถึงรุ่นพี่ที่สนิท

..ขนาดตัวไม่อยู่ก็ยังคงห่วงใยเธอเสมอ แต่ว่าตอนนี้ฝนตกหนักมาถึงเธอกางร่มไปก็คงไม่แคล้วเปียกฝนอยู่ดี

ร่างบางจึงติดสินใจว่าจะรอให้ฝนซาลงกว่านี้เสียก่อนถึงจะออกไป

“ลุงยามคะ ขวัญขอรอด้วยได้ไหมคะ ให้ฝนซาก่อน ถ้าออกไปตอนนี้มีหวังได้เปียกหมดตัวแน่”

ลุงยามใจดีพยักหน้า ร่างบางจึงเดินไปนั่งรอฝนหยุดที่โซฟาสำหรับแขกทั่วไปที่มาติดต่องานยังชั้นล่าง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดปิดเพราะได้ยินเสียงฟ้าร้อง

..บรรยากาศเย็นสบายแบบนี้ถ้าอยู่บ้านเธอคงกินข้าวกับครอบครัวแล้วนอนอย่างสบายอารมณ์

เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ ฝนก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก ตอนนี้ลุงยามไปดูท่อน้ำที่ดูเหมือนจะตันจากการที่น้ำพัดเอาขยะมาด้วยปิดทางเดินน้ำจึงต้องไปเอา ขยะที่ติดรูออก น้ำก็เพิ่มระดับสูงขึ้นเพราะฝนตกหนักและไม่มีที่ระบายมากเท่าที่ควร

“ทำไมยังไม่กลับบ้าน”

เสียงขรึมทรงพลังทำให้จอมขวัญที่เหม่อลอยสะดุ้งทันที เธอเงยหน้ามอง ก็พบกับท่านประธานของบริษัทที่ยืนหน้านิ่งมองเธออยู่

“คือว่าฝนตกค่ะ ฉันเลยจะรอให้ฝนหยุดก่อน” กว่าจะเรียบเรียงคำพูดได้เธอก็อึ้งไปหลายวินาที จนเขาต้องมองเธอราวกับจะย้ำให้ตอบโดยเร็ว จอมขวัญจึงมีสติตอบเขาได้

ชนวีร์มองเธอแล้วดูบรรยากาศข้างนอกที่ฝนยังคงตกหนัก อันที่จริงเขาก็รีบกลับบ้านเพราะน้องสาวบอกให้กลับไปกินข้าวด้วยแต่เพราะงานที่ยังไม่เสร็จเลยต้องเคลียร์ให้เสร็จเสียก่อนจึงล่วงเลยเวลาไปมากโข

“ตามมา”

“คะ” ดูเหมือนว่าจอมขวัญจะงงกับคำพูดของชนวีร์เพราะเขาไม่ได้เติมคำให้ประโยคนั้นสมบูรณ์ขึ้น

ชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่แล้วโน้มตัวลงไปจับข้อมือของเธอ ใช้แรงเพียงนิดเดียวก็สามารถดึงร่างบางให้ลุกขึ้นได้

“ฉันจะไปส่ง ตามมา”

นั่นยิ่งทำให้เธองงเป็นไก่ตาแตกเพราะชนวีร์ต่างจากอดีตเป็นอย่างมาก แม้จะมีแววว่าเขาไม่ชอบเธอแต่ก็ไม่ระรานกลับดูเหมือนจะมีน้ำใจมากกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำไป ใจสาวน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะและเมื่อมองไปที่ข้อมือเธอก็ยิ่งหน้าแดงมากยิ่งขึ้น

ชนวีร์เดินออกมานอกบริษัทคุยกับยามสักครู่ก็พาจอมขวัญเดินไปที่จอดรถซึ่งอยู่ด้านข้างทันที เขาพาเธอเดินหลบฝนโดยที่ยังจับข้อมือเล็กไว้แน่น ทำเอาร่างบางถึงกับต้องแอบมองอยู่หลายครั้งด้วยความเขินอาย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกไปให้ดูน่าเกลียด

เมื่อถึงรถจอมขวัญก็ขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันที ชนวีร์ออกรถด้วยความเร็วที่พอเหมาะ พ้นจากบริษัทรถก็ติดยาวเป็นหางว่าวเพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั่นเอง

ชนวีร์สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะพยายามหาช่องทางลัด เขาหันไปถามที่อยู่ของจอมขวัญแล้วก็พาเธอซิกแซ็กออกมาจากการจราจรที่ติดขัดมาได้

“คงติดไฟแดงอีกนาน” เมื่อมาถึงอีกทางแยกเขาก็เอ่ยขึ้นมา

จอมขวัญมองดูทางข้างหน้าก็เห็นจะจริงเพราะรถยาวมากแถมไฟเขียวก็ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

“เอ่อ อันที่จริงฉันกลับเองก็ได้นะคะ” จอมขวัญบอกด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไรฉันไม่ได้จะไปไหนอยู่แล้ว” เขาบอกแบบสบายๆ

จอมขวัญนั่งนิ่งไม่ได้พูดอะไรต่อ บรรยากาศในรถเงียบพอสมควรเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีอะไรจะพูด

“คิดยังไงถึงมาทำงานที่นี่” คำถามที่ดูสบายๆ และชนวีร์เองก็ถามเหมือนชวนคุย

“ว่างงานมานานค่ะ เลยอยากหางานทำ” เขาพยักหน้าเข้าใจ

“เอ่อ คุณวีร์คะ” เมื่อบรรยากาศเงียบจอมขวัญก็ทนไม่ไหวเรื่องที่เธอยังคงค้างคาใจ เธอคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะถามเขาแล้ว

“มีอะไรเหรอ”

“เรื่องเมื่อสามปีก่อนนั้น คุณหายโกรธฉันแล้วหรือคะ” เกริ่นเรื่องขึ้น  

ชนวีร์ก็หน้านิ่งทันทีถึงแม้ว่าจะนิ่งอยู่แล้วก็ตาม มือที่ปล่อยสบายกำแน่นโดยที่จอมขวัญไม่ทันเห็น หญิงสาวมองเขาอย่างรอคำตอบแต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะเงียบอยู่นาน

จอมขวัญจึงก้มหน้าลงมองมือที่ประสานกันอยู่บนตัก พยายามสะกดกลั้นความเสียใจที่ก่อตัวขึ้นมาเงียบๆ

“ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่...”

“โกรธ ฉันยังโกรธเธออยู่”

จบคำพูดของร่างสูง จอมขวัญก็นิ่งไปราวกับถูกน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือสาดซัดมาที่ร่าง ความเสียใจพุ่งขึ้นมาจนจุกอกและมันกำลังจะกลั่นออกมาทางตา จอมขวัญหันไปมองข้างนอกแล้วแอบปาดน้ำตาออก

“แต่กำลังพยายาม...พยายามที่จะลืมเรื่องทั้งหมด ในเมื่อทรายไปสบายแล้ว” เงียบอยู่นานชนวีร์จึงพูดขึ้น และคำพูดนั้นดูเหมือนจะเรียกความสนใจจากจอมขวัญได้เป็นอย่างดี

เธอหันหน้ามาทางเขาทั้งๆ ที่ขอบตายังคงแดง ดีที่ตอนนี้ค่ำพอควรจึงมองไม่เห็นเท่าไหร่

“ฉันไม่อยากยึดติด เธอช่วยฉันให้ลืมได้ไหม”

ดวงตาเรียวทรงเสน่ห์มองมาที่เธอนิ่ง จนจอมขวัญต้องเสมองไปทางอื่นแก้เขิน ดวงตาของเขามีเสน่ห์เกินกว่าที่เธอจะมองนานได้ ยิ่งแววตานั้นดูเหมือนจะแฝงคำเว้าวอนเอาไว้ด้วย ร่างบางยิ่งใจสั่นเข้าไปใหญ่

“ไฟเขียวแล้วค่ะ” เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ออกรถเธอเลยบอก

ชนวีร์ขับตามคันข้างหน้าไปทันทีแล้วก็ติดอีกเหมือนเดิม เวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยที่ทั้งคู่ยังไม่ได้พูดอะไรกันอีก กว่าจะผ่านการจราจรที่แน่นของเมืองหลวงมาได้ก็ร่วมสองชั่วโมงเลยทีเดียว

ชนวีร์มาจอดยังหน้าที่พักตามคำบอกของคนข้างกายบนรถในตอนนี้ รถของเขาไม่ใช่ยี่ห้อหรูแต่ทำไมในความรู้สึกของจอมขวัญมันช่างนิ่มและอบอุ่นเหลือเกิน เธอลงจากรถเพราะฝนหยุดตกไปนานแล้ว ชนวีร์เดินลงจากรถมาเช่นกัน

“คำตอบของฉันล่ะ” เขาทวงถามคำตอบจากเธอหลังจากที่ใช้เวลาคิดเสียนาน

“คะ”

“ก็ที่ฉันถามว่าให้เธอช่วยทำให้ฉันลืมเรื่องราวเมื่อสามปีก่อนได้ไหม เธอยังไม่ให้คำตอบเลยว่าได้หรือเปล่า”

ไม่พูดเปล่าร่างสูงก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของจอมขวัญด้วยระยะที่ใกล้พอสมควรในความคิดของร่างบาง เธอก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นสบตาเขาเพราะมันดูทรงพลังและพานจะทำให้เธออ่อนระทวยไปเสียทุกที

“ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกันหน่อยหรือ”

..น้ำเสียงที่อ่อนโยนนั้นมันคืออะไร จอมขวัญคิดว่าเธอคงจะไม่มีโอกาสได้ยินเขาพูดแบบนั้นกับเธอเป็นแน่

“ฉัน” เมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาที่ทำเอาแข้งขาอ่อนไปในทันที ระยะที่ห่างกันไม่เกินสิบเซนติเมตรแน่นอนเธอมั่นใจ

“ขวัญ”  

“คะ”

ชนวีร์รุกหนักมาจนจอมขวัญไปไม่เป็น

“เมื่อก่อนยังแทนตัวเองว่าขวัญอยู่เลยไม่ใช่เหรอ” คำเฉลยของชนวีร์ยิ่งทำให้จอมขวัญหน้าแดงเข้าไปใหญ่

เธอไม่กล้าพูดอะไรอีกและใบหน้าก็แดงก่ำเสียจนเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งที่อากาศเย็นสบายแท้ๆ แต่จอมขวัญกลับร้อนที่ใบหน้า ยิ่งจ้องดวงตาเรียวของเขาด้วยแล้วยิ่งทำให้แข้งขาพานจะอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ

“เอาละ พรุ่งนี้มาให้คำตอบฉันด้วยนะ แล้วเจอกัน”

ดูท่าว่าจอมขวัญจะยังไม่ได้สติเพราะเมื่อชนวีร์เดินไปขึ้นรถแล้วขับกลับบ้าน เธอก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเลย

จอมขวัญใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น

“ขวัญอย่างนั้นหรือ” ให้เธอแทนตัวเองว่าขวัญได้ใช่ไหม

ยิ่งคิดแก้มใสก็ยิ่งแดงเข้าไปอีกก่อนที่เธอจะเอามือมาจับสร้อยที่ห้อยคออยู่ เป็นสร้อยที่เธอเก็บไว้อย่างดีเพราะมันมีความหมายสำหรับเธอมาก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ดีในสายตาของใครคนหนึ่ง

จอมขวัญในอดีตไม่ได้เป็นแบบนี้สักนิด หญิงสาวผอมจนแทบจะปลิวลมได้ ผิวก็เป็นสีแทนไม่ได้ขาวอย่างเช่นปัจจุบัน ผมก็เสียและชี้ฟูแถมฟันเธอก็เหยินออกมาอีกต่างหาก หญิงสาวไม่มีส่วนไหนที่น่าพิสมัยเลยสักนิด โดนล้อบ่อยด้วยซ้ำไปว่าเป็นหญิงอัปลักษณ์ไม่สวย จนกระทั่งเมื่อตอนเธออยู่มัธยมศึกษาชั้นที่หก หญิงสาวไปเรียนพิเศษที่ในตัวเมืองกลับบ้านค่ำ ระหว่างทางนั้นเองมีโจรมากระชากกระเป๋าขณะที่เธอรอรถเมล์อยู่

“ช่วยด้วยค่ะ โจรกระชากกระเป๋าค่ะ ช่วยด้วย!” เพราะคนโดยรอบไม่ค่อยมีหญิงสาวจึงส่งเสียงตะโกนออกไปก่อนจะวิ่งตามโจรไปไม่คิดชีวิต กระเป๋าใบนั้นมีโทรศัพท์ที่พ่อเพิ่งซื้อให้และเธอก็หวงมันมากเสียด้วย

โจรเร็วจนเธอตามไม่ทัน หญิงสาวหอบหายใจเหนื่อยเพราะไม่ค่อยออกกำลังกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอมองไปข้างหน้าไม่เห็นโจรแล้ว มันวิ่งหายลับไปพร้อมกับกระเป๋าของเธอ

..ไม่นะ เธอเพิ่งได้มือถือมาใหม่โดยแท้ ถ้าเธอเอาไปโรงเรียนเพื่อนต้องเข้ามาขอดูและเล่นกับเธอแน่นอน ทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้นะ

“ฮึก จะทำยังไง” ตอนนี้ทั้งตัวเธอมีเงินแค่ยี่สิบบาทค่ารถเท่านั้น ของสำคัญทั้งหมดอยู่ในกระเป๋า

จอมขวัญนั่งร้องไห้ก่อนจะพยายามลุกขึ้นทั้งที่ใจอ่อนแรงเหลือเกิน

“ร้องไห้ทำไม พี่เอากระเป๋ามาให้แล้วนะ” เสียงอันอ่อนโยนและอบอุ่นปลุกให้จอมขวัญตื่นจากฝันร้าย เธอมองผู้ชายตรงหน้าอย่างอึ้งๆ หล่อราวกับเทพบุตรยิ่งตอนนี้เขากลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับเธอ ร่างบางนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกยิ่งชนวีร์ยิ้มให้เธอก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูกราวกับต้องมนต์สะกดของเทวดาตนนี้เสียแล้ว

“เอากระเป๋าไปสิครับ” เขาบอกพร้อมกับยัดกระเป๋าใส่มือเธอเพราะรู้ว่าหญิงสาวคงยังไม่หายจากอาการตกใจ

“อย่าร้องไห้อีกนะคนเก่ง ร้องไห้แล้วจะไม่สวยนะ พี่ไปแล้ว” ก่อนไปเขายีผมเธออย่างเอ็นดู

ดวงตากลมมองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม จอมขวัญมองเขานิ่งอยู่นานจนรถคันนั้นเคลื่อนออกไป ความอบอุ่นยังติดอยู่ เธอเอามือจับที่ศีรษะทันที ความอบอุ่นนี้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ ใบหน้าหล่อที่เธอจำได้แม่นยำ เขาคือรักแรกของเธอ

“เอ๊ะ! นั่น” กระดุมเม็ดสีดำตกอยู่บนพื้นและถ้าเธอเดาไม่ผิดมันคงเป็นของเขาอย่างแน่นอน ร่างบางก้มลงไปเก็บกระดุมนั้นทันที เธอยิ้มออกมาเมื่อมองพิจารณามัน

“พี่กระดุมจ๋า ไปอยู่กับขวัญดีกว่านะ” สาวน้อยนำกระดุมติดตัวกลับไปด้วย เธอโบกรถกลับบ้าน

หลังจากนั้นเป็นต้นมาจอมขวัญก็ปฏิวัติตัวเองใหม่จากคนขี้เหร่ของห้องกลายเป็นสาวสวยที่ผู้ชายต่างมาขายขนมจีบกันและแน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจพวกเขาสักนิด

วันประกาศผลสอบมาถึง จอมขวัญนั่งลุ้นเพราะเธอส่งคะแนนไปที่มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และลงคณะที่มีคนลงสมัครเป็นจำนวนมากแถมคะแนนยังสูงมากอีกด้วย จอมขวัญนั่งลุ้นผลและเมื่อเปิดมาดู เธอก็ต้องกระโดดไปกอดแม่อย่างดีใจเพราะเธอติดตามที่หวัง หญิงสาววิ่งไปหาตากับยายแล้วไปกอดพร้อมทั้งผละมากอดพ่อและน้องชาย ใบหน้าหวานยิ้มออกมาอย่างยินดี

..ในที่สุดเธอก็ทำได้ แล้วตอนไหนนะจะได้เจอกับเขาอีก พี่ชายใจดีคนนั้น

ในรั้วมหาวิทยาลัย จอมขวัญถือเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งมีผู้ชายมาจีบเธอไม่ซ้ำหน้าแต่สาวสวยก็เพียรปฏิเสธไปทุกคน จอมขวัญได้เป็นตัวแทนคณะไปประกวดดาวมหาลัยแต่เธอไม่ได้ตำแหน่ง จอมขวัญได้ตำแหน่งขวัญใจมหาชนมาแทน ซึ่งทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอสวยมากและควรจะได้มากกว่าอีกคนเสียด้วยซ้ำไปแต่เพราะเธอไม่มีเส้นสายจึงมาไกลได้เพียงเท่านี้

“ขวัญสวยที่สุดเลยรู้ไหม” ทรายทิพย์เพื่อนสนิทของจอมขวัญเอ่ยอย่างร่าเริงในขณะที่ช่วยเพื่อนรักหอบดอกไม้ลงมาจากเวทีการประกวด

“ไม่หรอก คนอื่นสวยกว่าขวัญตั้งเยอะ”

“ไม่ ในความรู้สึกของทรายนะ ขวัญสวยมากกว่าอีก เสียดายอะ”

สองสาวช่วยกันถือดอกไม้ออกมายังลานกว้างที่คนไม่ค่อยมี

“ขวัญ ทรายโทรบอกพี่ชายของทรายมารับแล้วนะ” เพื่อนสนิทบอกแถมยังหน้าแดงอีกด้วย

จอมขวัญมองอย่างรู้ทันแล้วอดแซ็วไม่ได้

“พี่ชายที่ทรายคิดไม่ซื่อด้วยใช่ไหมล่ะ”

ทรายทิพย์ตีไหล่เพื่อนไปหนึ่งทีเบาๆ

“บ้า ไม่ใช่สักหน่อย” บ่นอุบอิบอยู่คนเดียวก่อนจะยิ้มร่าดีใจเมื่อพี่ชายเดินส่งยิ้มมาให้แต่ไกล

จอมขวัญหันหลังไปมองก็ต้องอึ้งเมื่อพบว่าพี่ชายของทรายทิพย์คือคุณกระดุม ผู้ชายที่ช่วยเธอคนนั้น! หญิงสาวนิ่งอึ้งไปและเมื่อเห็นเขาเดินมาหาเพื่อนรักของเธอก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา

..ทรายทิพย์ชอบผู้ชายคนนี้ และดูเหมือนว่าเขาเองก็คงรู้สึกไม่ต่างจากทรายทิพย์สักเท่าไหร่

“พี่วีร์คะ นี่จอมขวัญเพื่อนของทรายเองค่ะ” ทรายทิพย์เอ่ยแนะนำให้พี่ชายรู้จักกับเพื่อนสนิทของตัวเอง

ชนวีร์มองก่อนจะยิ้มให้เพียงน้อยนิดเพราะด้วยนิสัยของเขาแล้วชายหนุ่มมักไม่ชอบยิ้มให้ใครพร่ำเพรื่อเท่าไหร่

“ขวัญ นี่พี่วีร์พี่ชายของทรายเอง”

แนะนำกันเสร็จทรายทิพย์ก็ให้พี่ชายช่วยขนของ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือตุ๊กตาที่จอมขวัญได้รับเอาไปไว้หอของพวกเธอสองคน ทรายทิพย์อาศัยอยู่กับจอมขวัญที่หอพักในมหาวิทยาลัย เพราะอยากสัมผัสชีวิตเด็กหอตลอดระยะเวลาสี่ปีในการเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ชนวีร์ขับรถไปส่งสองสาวก่อนจะชวนทรายทิพย์ออกไปกินข้าวด้วยกันสองคน หลังจากไม่ได้เจอกันมาเกือบจะสองปีแล้วเพราะเขาไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ

ชายหนุ่มพาน้องสาวที่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าคิดกับเธอมากกว่าน้องมาที่ร้านอาหารหรูบนดาดฟ้าของโรงแรมชื่อดัง

“พี่วีร์คะ ทำไมพาทรายมาที่นี่ล่ะ”

“ทำไมครับ ทรายไม่ชอบเหรอ” ถามกลับด้วยใบหน้าที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลา

“ชอบค่ะ แต่มันแพงนะ”

“แพงแค่ไหนสำหรับทรายพี่เงินจ่ายเสมอ”

คำหวานนั้นทำเอาสาวเจ้าอายม้วน เธอหันไปสั่งเมนูที่ต้องการทันทีพร้อมกับสั่งให้ชนวีร์ด้วย

บรรยากาศโรแมนติกจนทรายทิพย์อดเขินไม่ได้ สองหนุ่มสาวรับประทานอาหารใต้แสงจันทร์และแสงเทียนที่ส่องสว่าง

“ทราย พี่มีของจะให้ด้วย” กล่องกำมะหยี่ถูกยื่นมาตรงหน้าทรายทิพย์

หญิงสาวหยิบมาก่อนจะเปิดดูก็พบแหวนเงินเรียบที่มีตัวอักษรสลักข้างในว่า CS เป็นชื่อย่อที่ชนวีร์มักจะใช้บ่อยจนเธอสงสัย

“ชนวีร์กับทรายทิพย์ไงครับ ชื่อของพี่กับของทราย พี่รักทรายนะ เป็นแฟนกับพี่ได้ไหม”

คำเอ่ยขอตรงๆ ทำให้น้องน้อยถึงกับพูดไม่ออก มันตื้นตันเพราะความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาไม่ใช่แค่รักข้างเดียวอีกต่อไปแล้ว

..เขาขอเธอเป็นแฟน  เขารักเธอเหมือนกัน

“ค่ะ” ทรายทิพย์ตอบกลับไปทันที

ชนวีร์เดินมากอดเธอแน่นในที่สุด หัวใจของเขาถูกเติมเต็มด้วยผู้หญิงคนนี้ เขาสาบานว่าจะดูแลเธออย่างดีไปตลอดชีวิต

หลังจากกลับมา ทรายทิพย์ก็พูดให้จอมขวัญฟังทุกเรื่องและนั่นทำให้หญิงสาวจุกจนพูดไม่ออก

..คนที่เธอแอบรัก รักแรกของเธอเป็นแฟนกับเพื่อนรักของเธอ แล้วแบบนี้เธอจะทำอะไรได้อีกละนอกจากอยู่เฉยๆ และให้เขารักกัน

คืนนั้นจอมขวัญนอนร้องไห้จนตอนเช้าตื่นมาตาบวม เธอไม่ไปเรียนบอกกับทรายทิพย์ว่าไม่สบายแล้วนอนคลุมโปง หัวใจดวงน้อยรวดร้าวเพราะทุกสิ่งที่เธอทำมาเพื่อเขาแต่เหมือนว่าเขาจะจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ

..เจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอกลายไปเป็นของคนอื่นเสียแล้ว คนอื่นที่เป็นเพื่อนที่เธอรักมากที่สุดนั่นเอง

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จอมขวัญใช้ชีวิตส่วนมากอยู่กับทรายทิพย์และก็ต้องเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อชนวีร์มาหาคนรัก ทั้งสองแสดงถึงความรักที่มีต่อกันจนจอมขวัญอิจฉา บางครั้งเธอก็อยากเดินแทรกกลางระหว่างทั้งคู่แต่ก็ไม่กล้า เธอทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะทรายทิพย์คือเพื่อนของเธอ เพื่อนรักที่หาได้ยาก

เวลาไปกินข้าวกันสามคนแม้จะมีทรายทิพย์อยู่ด้วยแต่ก็ดูเหมือนเธอเป็นส่วนเกิน จนเดี๋ยวนี้เธอไม่ไปกับทรายทิพย์ถ้ามีชนวีร์อยู่ด้วย และอีกอย่างที่ทำให้เธอเจ็บปวดคือชนวีร์แทบจะไม่คุยอะไรกับเธอเลย เขาหวานใส่แฟนสาวแต่กับจอมขวัญแทบจะไม่ได้ยินเสียงเขา เมื่ออยู่ด้วยกันสองคนเขาก็เงียบหรือไม่ก็ถามไถ่เธอนิดหน่อยก่อนจะทำอย่างอื่นไป ใจของเธอเจ็บจนอยากจะร้องไห้แต่เพราะร้องมันเสียทุกคืนจนน้ำตาจะไม่เหลือแล้ว

ในคืนหนึ่งที่จอมขวัญไม่สบาย หญิงสาวมานอนที่ห้องของทรายทิพย์เพราะเพื่อนสนิทบังคับว่าจะได้ดูแลกันสะดวกก่อนที่อีกฝ่ายจะออกจากห้องไปซื้อยาให้เธอ ระหว่างที่หลับนั้นเองจอมขวัญรู้สึกเหมือนมีคนมานอนกอดก่อนจะจูบที่แก้มนวลเบาๆ  เธอพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่ได้ผลเพราะเขาช่างแข็งแรงเหลือเกิน

“พี่เอง คนดี” เสียงที่คุ้นเคยทำให้เธอหยุดดิ้นนั่นทำให้ชนวีร์โจมตีด้วยการจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากของเธอ เขากอดเธอไว้แน่นและรู้สึกว่าคนใต้ร่างกำลังไม่สบายเพราะอุณหภูมิตัวที่ร้อนมากนั่นเองแต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะแตะต้องร่างกายของเธอเพราะคิดว่าคือทรายทิพย์

ชนวีร์จูบเธออย่างดูดดื่มราวกับจะสูบวิญญาณออกจากร่างกายสาว เขาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธอและยิ่งลุ่มหลงเพราะมันช่างยั่วยวนยิ่งนัก เขาสอดมือเข้าไปภายในเสื้อยืดตัวบางลูบหน้าท้องเนียนที่แบนราบไม่มีไขมันและขึ้นสูงไปยังดอกบัวคู่งามและก่อนที่เขาจะทำอะไรไปมากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเสียก่อน

“ขวัญ! ทรายมาแล้วนะ เดี๋ยวเอาโจ๊กใส่ถ้วยเข้าไปให้นะ” และนั่นทำให้ชนวีร์รีบดีดตัวออกมาทันที

ชายหนุ่มเดินไปเปิดไฟมองจอมขวัญที่นอนหน้าแดงด้วยแววตาวาวโรจน์ ผู้หญิงคนนี้คิดจะอ่อยเขาและปลอมตัวเป็นทรายทิพย์อย่างนั้นหรือ

“ไม่” จอมขวัญพูดไม่ออกเพราะเจ็บคอและร่างกายอ่อนเพลียด้วย

ชนวีร์เปิดประตูห้องออกไปเจอกับแฟนสาวทรายทิพย์ก็ตกใจ

“พี่มาหาเราแต่เห็นเพื่อนเราไม่สบายเลยอยู่ดูรอเรา” ยังไม่ทันที่ทรายทิพย์จะได้พูดอะไรร่างสูงก็พูดโดยไม่ฟังอะไรแล้วเดินไปนั่งรอข้างนอกทันที

“เขาเป็นอะไรของเขา”

เพราะไม่ได้คิดอะไรมากทรายทิพย์จึงเดินเอาโจ๊กไปให้เพื่อนพร้อมกับยาและน้ำก่อนจะเดินไปหาชนวีร์ที่นั่งรออยู่

จอมขวัญกินโจ๊กไปแล้วก็รู้สึกผิดที่เธอรู้สึกดีกับจูบของเขาเมื่อครู่ มันรู้สึกร้อนไปทั่วร่าง ไม่อยากให้เขาหยุดแต่เมื่อเห็นดวงตาวาวโรจน์ก็เจ็บจนอยากร้องไห้ มือบางปาดน้ำตาออกอีกครั้งเมื่อน้ำตาไหลลงมาอย่างคนอ่อนแอ

“ไม่ร้องนะขวัญ” เธอปลอบตัวเองแล้วกินโจ๊กจนหมดแล้วตามด้วยยาก่อนจะนอนหลับไปในเวลาค่ำ

ในความฝันเธอฝันว่าเขาเดินมากอดเธอไว้ด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่น เช็ดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบาพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเธอว่ารักมากมาย

ใช่..นั่นมันก็แค่ฝันเพราะเมื่อตื่นมาพบกับความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด

“เธอมันเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจและขยะแขยงที่สุด!” เมื่อเขาอยู่กับเธอสองคนเขาก็พูดขึ้น

จอมขวัญไม่ได้โต้ตอบอะไรไปเธอนิ่งเงียบ

“ขอโทษค่ะ” จอมขวัญเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเดินหนีออกไประหว่างที่รอเพื่อนไปสั่งอาหารอยู่ เธอเดินร้องไห้ออกมาแล้วหลบมานั่งอยู่ริมสระน้ำที่ไม่ค่อยมีคน ร่างบางสะอื้นจนตัวโยนใจยิ่งเจ็บเมื่อเขาเกลียดเธอเข้าไปเสียแล้ว

“ขวัญไปไหนคะ” ทรายทิพย์มาถึงโต๊ะก็ถามหาเพื่อน

“เขาว่ามีธุระเลยให้เรากินข้าวกันสองคน ทรายซื้ออะไรมาให้พี่กินครับ” ชนวีร์ตัดบทหวานใส่แฟนสาว

เขานั่งเล่นอยู่คณะของทรายทิพย์จนค่ำถึงกลับบ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาอาลัยอาวรณ์มองอยู่

จอมขวัญมองเขาอย่างตัดพ้อเพราะตอนนั้นเขาคือเทพบุตรสำหรับเธอ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเทพบุตรจะกลายร่างเป็นซาตานเสียแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • กลซ่อนรัก   ตอนพิเศษ ...รักวุ่นๆ ของหนุ่มตัวอ้วน

    ตอนพิเศษ...รักวุ่นๆ ของหนุ่มตัวอ้วนเด็กหญิงตัวน้อยกำลังร้องไห้งอแงเพราะโดนพี่ชายคนกลางแกล้ง แขนเล็กพยายามจะตีพี่ชายแต่อีกฝ่ายก็ทำท่ายึกยักจะโดนก็ไม่โดนพอเธอเอามือออกพี่ชายก็เข้ามาใกล้“กาง กาง ฮือ” ยังพูดเป็นประโยคไม่ได้แต่เธอก็พยายามจะสื่อสารออกมา“ตากลางแกล้งอะไรน้องอีกล่ะลูก” คุณแม่คนสวยเดินเข้ามาหาลูกสาวคนเล็กในห้องที่เต็มไปด้วยของเล่นของเด็กน้อย อันที่จริงเธอกับสามีซื้อให้ลูกไม่ได้เยอะขนาดนี้ แต่เป็นของพี่ๆ ที่ตกทอดมาสู่น้อง และบริษัทคู่ค้าของสามีก็ขยันส่งของมาดีเหลือเกินจนห้องเต็มไปด้วยของเล่นเด็กแทบไม่มีที่จะเดินแล้ว“เปล่านะครับแม่ กลางแค่มาหยอกน้องเอง น้องจะหัวเราะอารมณ์ดีไง” เด็กแสบยิ้มประจบมารดาหลังจากที่เธออุ้มลูกสาวพลางลูบหลังปลอบจนเด็กน้อยคลายความหงุดหงิดที่พี่ชายมากวน“แม่ ตี ตีกาง” ยายน้องหรือคุณหนูลูกจัน จันทนิภา กิจขจรไพศาลเด็กหญิงวัยสองขวบที่เพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำบอกแม่ให้ทำโทษพี่ชายตัวเอง“ตีหรือคะ พี่กลางแกล้งหนูใช่ไหม” คุณแม่หันมาถามซึ่งสาวน้อยก็พยักหน้าทันที“อะไรกัน พี่ไม่ได้แกล้งน้องสักหน่อย”“เดี๋ยวเถอะตากลาง แม่จะไม่ทำขนมให้ลูกกินนะครับ”ได้ยินแม่ขู่แบบนั้น

  • กลซ่อนรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหลังจากผ่านเรื่องร้ายต่างๆ มา ชนวีร์ก็ได้เข้าไปขอขมาครอบครัว จอมขวัญอย่างเป็นทางการเมื่อเขาหายจากอาการบาดเจ็บพอที่จะเดินเหินสะดวกแล้ว พร้อมทั้งยังพูดเรื่องแต่งงานกับเธออีกด้วยแต่ครอบครัวจิดากุลบอกว่าทางบ้านถือเรื่องแต่งงานทั้งที่ยังท้องว่าจะทำให้เลิกกันจึงบอกให้รอลูกออกมาเสียก่อนค่อยจัดงานแต่ง ซึ่งก็มีทั้งที่บ้านของฝ่ายหญิงก่อนจะมาฉลองที่บ้านฝ่ายชายด้วยเช่นกัน“ขวัญเป็นอย่างไรบ้างครับ” ร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบมา หลังจากประชุมเสร็จ ใบหน้าคมเข้มมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มเพราะวิ่งขึ้นบันไดมา รอลิฟต์ก็แสนจะช้าไม่ทันใจคุณพ่อมือใหม่ตอนนี้ครอบครัวจอมขวัญรอหน้าห้องคลอดมีทั้งพ่อตูมตาม แม่ยิ้ม ยายขิม ตาเม่นและกองทัพซึ่งลาหยุดเพื่อมาดูหน้าหลานคนแรกโดยเฉพาะ“ไม่รู้เหมือนกัน รอนานแล้วยังไม่ออกมาเลย” แม่ยิ้มตอบด้วยความกังวล“น้ำไหมพี่” กองทัพเอ่ยทักก่อนยื่นน้ำเปล่าให้ชนวีร์เขารับแล้วกรอกเข้าปากทันทีด้วยความเหนื่อยอีกทั้งตื่นเต้นด้วยว่าลูกจะออกมาหน้าตาอย่างไร แข็งแรงไหม จะหน้าเหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ ตอนจอมขวัญท้องเขาดูแลไม่ห่างซื้อหนังสือมาอ่านโดยเฉพาะรอบรู้มากกว่าคุณแม่เสียอีก“ขอบใจมาก” เขาต

  • กลซ่อนรัก   ๒๕ จากนี้และตลอดไป

    ๒๕จากนี้และตลอดไปการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ กับขอนแก่นของชนวีร์ทำให้เขาเมื่อยล้ากว่าที่คิดมากนัก เขานั่งเครื่องบินบ้างและให้คนขับรถให้บ้างสลับกันไปงานที่บริษัทก็หนัก บางครั้งก็ต้องบินไปต่างประเทศเพื่อติดต่องานกับลูกค้า เหลืออีกเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้นก็จะครบสามเดือน แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามันนานเหลือเกินอาจจะเป็นเพราะว่าเขาต้องทำงานหลายอย่างก็เป็นได้วันนี้ชนวีร์เคลียร์งานทุกอย่างแล้วขับรถมาขอนแก่นเพียงลำพังไม่ได้ให้ลูกน้องตามมา“สวัสดีครับ” เขาแวะเข้ามาที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อทักทายสวัสดีก่อน เป็นแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะกลับไปอยู่ที่กระท่อมโล่งซึ่งตอนนี้เขาก็เริ่มชินกับมันเสียแล้ว ลมธรรมชาติเย็นสดชื่นเสียยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศเสียอีก“มาเสียค่ำเชียว กินข้าวกินปลาหรือยัง” แม่ยิ้มเอ่ยถามเพราะตอนนี้ครอบครัวของนางกำลังจะรับประทานอาหารจอมขวัญที่ถือข้าวมาก็หันมามองเขาสักครู่ก่อนเดินเลี่ยงไปทางอื่น ชนวีร์มองหน้าหล่อนแล้วก็ชื่นใจ แค่เห็นเท่านี้เขาก็พอใจมากแล้ว“ยังเลยครับ” กะจะพูดต่อว่าขอฝากท้องด้วยแต่พ่อตูมตามก็เดินมามองตาขวางเสียก่อน“งั้นเอ็งก็มากินด้วยกัน จะได้รีบกลับไปอาบน้ำ

  • กลซ่อนรัก   ๒๔ บทพิสูจน์

    ๒๔บทพิสูจน์วันต่อมาชนวีร์ก็ยังกลับมาที่หน้าบ้านเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้แปลกที่เขาได้ถูกเชิญให้เข้ามาภายในบ้านหลังนี้ดวงตาเรียวสำรวจรอบบ้านที่ถูกตกแต่งไว้อย่างน่ารัก มีรูปครอบครัววางไว้บ้างในบางมุม เขาดูรูปจอมขวัญตอนเด็กแล้วก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อคิดว่า..ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปมากเพียงใดเพื่อเขา แล้วต่อจากนี้ไปเขาจะตอบแทนด้วยการดูแลเธอไปตลอดชีวิตเอง“นั่งลงสิ จะยืนอีกนานไหม” ตาเม่นพูดเสียงเข้มแม้จะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จอมขวัญขอตัวออกไปข้างนอกเพราะไม่อยากทนที่จะเห็นหน้าเขาในบ้านของตัวเอง ตอนนี้จึงมีตาเม่น ยายขิม พ่อตูมตาม แม่ยิ้ม แล้วก็กองทัพเท่านั้น“สวัสดีครับ” เขานั่งลงบนโซฟาแล้วยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมแต่บุรุษสองคนกลับไม่ยอมรับจนเขาอดหน้าเสียไม่ได้“สวัสดีนะครับ ผมกองทัพน้องชายของพี่ขวัญ” ลูกชายคนเดียวของบ้านแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความเป็นมิตรอยู่ในนั้นเลย..แน่นอนละถ้าไม่เห็นว่าพี่สาวของเขารักผู้ชายคนนี้มากขนาดไหนคงไม่มีวันที่เขาจะยอมยกจอมขวัญให้หรอก“ครับ ผมชนวีร์” เขาเอ่ยแนะนำตัวบ้างก่อนที่พ่อตูมตามจะเอ่ยขึ้นมา“เอาละ ที่ผมยอมให้คุณเข้ามาไม่ได้มาจากความเต็มใจเลย”

  • กลซ่อนรัก   ๒๓ จนกว่าเธอจะใจอ่อน

    ๒๓จนกว่าเธอจะใจอ่อน“พ่อทำแบบนี้ได้ยังไง” เสียงแม่ยิ้มเอ่ยถามสามีตนเองด้วยความผิดหวังหลังจากเพื่อนบ้านมาถามไถ่ถึงเรื่องผู้ใหญ่บ้านสามีของนางเอาปืนยิงชายหนุ่มตัวสูง เธอเดาได้ทันทีว่าคนที่กล่าวถึงเป็นใครก่อนจะตามมาถามสามีถึงในไร่“ทำอะไรแม่” กำลังคุมคนงานอยู่ก็ต้องหันมาถามภรรยาที่รักว่าเกิดอะไรขึ้น“พ่อยิงคุณชนวีร์ใช่ไหม” ถามเสียงเครียดแต่พ่อตูมตามกลับไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร“แค่ถากไม่โดนหรอก” ตอบมาอย่างไม่ยี่หระต่อสิ่งที่ตนเองทำแม้ว่าจริงๆ แล้วจะรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่ด้วยทิฐิที่มีมากจึงทำเป็นนิ่งเฉย“แล้วถ้าเขาฟ้องพ่อจนติดคุกติดตารางขึ้นมา จะทำยังไง ทำไมไม่คิดบ้างนะ หัวมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง” ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์เสียกับสามี..ปกติเป็นคนอ่อนโยนแท้ๆ แต่ทว่ามาคราวนี้กลับมุทะลุจนคนเป็นเมียตามแทบไม่ทัน เข้าใจแล้วก็วันนี้ว่าเหนือพ่อของตนเองยังสามีที่หวงลูกสาวมากขนาดไหน“พ่อขอโทษจ้ะแม่”“คนที่พ่อควรขอโทษไม่ใช่แม่ ไปขอโทษคุณวีร์เขานู่น” ว่าจบก็ไม่ฟังคำตอบอะไรอีกแม่ยิ้มเดินออกมาจากสวนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปทันทีปล่อยผู้ใหญ่บ้านมองตามตาละห้อย..ทะเลาะกับเมียไม่เว้นวันจริงๆ ไอ้ตูมตามเอ๊ย“ไม่มีทางหรอก” ว่าแ

  • กลซ่อนรัก   ๒๒ ลูกเขยไม่ซ่าเพราะพ่อตาสุดโหด

    ๒๒ลูกเขยไม่ซ่าเพราะพ่อตาสุดโหดร่างหนาบนเตียงเริ่มขยับ ทำให้คนที่เฝ้าหันไปมองด้วยความสนใจทันที ตาเรียวยาวค่อยๆ ปรือมองบริเวณโดยรอบก่อนจะเห็นคนที่นั่งเฝ้าก็อดถอนหายใจไม่ได้..ไม่เคยได้ญาติดีกันเลยแต่คราวนี้ทำไมคนที่เฝ้าเขาดันเป็นลูกน้องที่แอบหลงรักเมียเขาไปเสียนี่“หมอบอกว่าให้คุณพักผ่อนให้พอ ฉีดยาให้แล้วเพราะคุณเป็นไข้ อ่อนเพลีย”สองหนุ่มมองหน้ากันนิ่งราวกับจะหยั่งเชิงกันและกันเป็นปนิธิที่ถอนหายใจออกมาเสียก่อน เขาลุกออกไปทิ้งไว้เพียงชนวีร์ที่มองตามก่อนจะเริ่มสังเกตโดยรอบว่าที่นี่เป็นเพียงสถานีอนามัยเล็กๆ มีที่นอนเหมือนห้องพยาบาลที่โรงเรียน มีเพียงม่านกั้นเตียง เตียงก็เล็กประมาณสามฟุต อยากจะลุกขึ้นแต่ร่างกายกลับล้าไปหมดเลยทำได้เพียงแค่นั่งพิงหัวเตียง มองด้านข้างก็เห็นน้ำเปล่าเขาจึงดื่มเข้าไปด้วยความกระหาย“ที่ผมมาหาขวัญวันนี้ก็กะว่าจะเอาของสำคัญมาให้เขา แต่ผมคิดว่าคนที่ควรจะได้มันน่าจะเป็นคุณ” สมุดเล่มหนึ่งถูกวางไว้ตรงหน้าตักชนวีร์“ขอให้หายเร็วๆ นะครับท่านประธาน แล้วเจอกันที่ทำงาน” ร่างสูงกล่าวจบก็หันหลังจะเดินออกไปแต่กลับคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ “ขวัญเขารักคุณมากนะ ถ้าคุณได้โอกาสจากเ

  • กลซ่อนรัก   ๔ รุก

    ๔รุกเช้าต่อมาบรรยากาศโดยรอบมีเมฆหนาพอสมควร ท้องฟ้าไม่มีแสงแดดเลยแม้แต่น้อยเพราะเมฆมาบดบัง ร่างบางเดินออกมาจากหอพักด้วยความเร่งรีบตอนนี้เธอสายมากแล้วกว่าที่จะขึ้นรถเมล์แล้วไปถึงบริษัทคงได้ลงชื่อสายแน่นอนใบหน้าหวานมีเหงื่อผุดขึ้นบริเวณไรผม เธอเช็ดอย่างเร่งรีบแล้วเดินออกมาโดยเร็วก่อนจะสะดุ้งเมื่อได

  • กลซ่อนรัก   ๒ แสนดี

    ๒แสนดีแม้จะเป็นเวลาเช้าแต่จอมขวัญก็มาถึงบริษัทแล้ว หญิงสาวเป็นคนตรงต่อเวลาพอสมควรตัวตึกที่สูงยี่สิบสามชั้นทำให้ไม่ดูโดดเด่นมากนักเพราะตึกโดยรอบก็มีความสูงประมาณนี้ ตึกทำด้วยกระจกใสเกือบทั้งหมดและทุกชั้นของตึกนี้เป็นของบริษัทเคเคโภคภัณฑ์ เพราะชนวีร์ได้ทำการซื้อจากผู้บริหารรายอื่นเป็นที่เรียบร้อยแ

  • กลซ่อนรัก   ๑ จุดเริ่มต้น

    ๑จุดเริ่มต้นภายในลิฟต์ที่มีผู้ใช้บริการเพียงคนเดียวกำลังยืนพิงผนังแล้วเอามือสอดในกระเป๋ากางเกงสแล็กยี่ห้อหรู ภายในสมองคิดคำนวณถึงผลกำไรที่บริษัทจะได้จากการเทกโอเวอร์วันนี้เป็นวันแรกที่ ชนวีร์ กิจขจรไพศาล ได้เข้ามาที่บริษัทอภิวัฒน์เจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกข้าวและกาแฟรายใหญ่ของประเทศที่กำล

  • กลซ่อนรัก   บทนำ

    บทนำภายในร้านเวดดิ้งสุดหรู มีคู่รักกำลังมาเลือกลองชุดแต่งงาน ชายหนุ่มนั้นดูหล่อเหลาในชุดทักซิโดสีขาวและหญิงสาวที่สวยพริ้มในชุดเจ้าสาวสีขาวแสนบริสุทธิ์ แววตาที่เจ้าบ่าวมองไปยังเจ้าสาวแสดงถึงความรักที่คนรอบข้างสามารถรับรู้ได้และดูเหมือนทุกคนจะอิจฉายิ่งนัก“ทรายเหนื่อยไหม” เจ้าบ่าวแสนหล่อของเธอถามทร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status