Compartilhar

บทที่ 1 ตอนที่ 2/4

last update Data de publicação: 2026-01-23 09:01:49

เซี่ยอวิ๋นหลับตาลงครึ่งหนึ่ง เขาสัมผัสได้ว่าท่วงทำนองที่กำลังลูบไล้ไปตามผิวเนื้อของเขาจนขนกายลุกชัน ความร้อนรุ่มสายหนึ่งก่อตัวขึ้นที่กึ่งกลางลำตัว ความอึดอัดภายใต้ชุดไหมสีครามเริ่มทวีความรุนแรง ทุกครั้งที่ฮวาหลิงเน้นน้ำหนักนิ้วลงบนสายพิณหนักๆ มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่านางกำลังบีบเค้นความรู้สึกส่วนลึกของเขา

“อึก...” เซี่ยอวิ๋นลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปว่า หากปลายนิ้วเหล่านั้นมิได้กรีดกรายอยู่บนสายพิณ แต่กำลังหยอกล้ออยู่บนร่างกายของเขา... ความรัญจวนนั้นจะยอดเยี่ยมเพียงใด

ฮวาหลิงขยับกายเล็กน้อยตามจังหวะเพลงที่เริ่มเร่งเร้า ทรวงอกอวบอิ่มของนางสะท้อนขึ้นลงเบาๆ ตามแรงขยับ ยามที่นางโน้มกายลงเพื่อกดสายพิณให้เกิดเสียงโหยหวน อาภรณ์ผ้าโปร่งสีม่วงก็เลื่อนหลุดจากบ่า เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนละเอียดประดุจน้ำนม

สายตาของนางยังคงจดจ่ออยู่กับพิณ ทว่ามุมปากกลับหยักยิ้มพรายเลือนราง นางรู้ดีว่าบทเพลงของนางกำลังแผดเผาบุรุษเบื้องหน้าให้มอดไหม้อย่างไร

จังหวะดนตรีเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับพายุฝนกระหน่ำซัดกลีบผกา ลมหายใจของเซี่ยอวิ๋นเริ่มติดขัด ภาพหลอนเริ่มเข้าจู่โจมมโนสำนึก... ภาพของฮวาหลิงที่มิได้นั่งอยู่บนแท่นบรรเลง แต่กำลังคร่อมทับอยู่บนร่างของเขา เสียงพิณแว่วเป็นเสียงครางรัญจวนที่เรียกชื่อเขาซ้ำๆ

“ใต้เท้า... ใต้เท้าเซี่ย...”

เขาเป็นขุนนางที่มีระเบียบและเย็นชามาตลอดชีวิต ทว่าสตรีผู้นี้กลับใช้เพียงเสียงดนตรีทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างง่ายดาย

“พอแล้ว...” เขากระซิบเสียงพร่าในลำคอ ทว่าร่างกายกลับแข็งค้างราวกับถูกมนต์สะกด

ท่วงทำนองสุดท้ายถูกบรรเลงออกมาด้วยการสะบัดนิ้วอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นสะเทือนไปทั่วหอระเริงวสันต์ ฮวาหลิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามไรผมและซอกคอขาวเนียนจากการใช้แรงบรรเลง นางหอบหายใจแผ่วจนปทุมถันกระเพื่อมไหว... เป็นจังหวะที่ยั่วยวนที่สุดในสายตาของขุนนางหนุ่ม

เสียงปรบมือดังสนั่นทันทีที่ทุกคนดึงสติกลับมาได้ ขุนนางเฒ่าหลายคนถึงกับทำจอกสุราหลุดมือด้วยความเคลิบเคลิ้ม นางก้าวลงจากแท่นบรรเลงอย่างแช่มช้า ชายผ้าไหมสะบัดพริ้วตามการเยื้องกราย บรรดาเศรษฐีผู้มั่งคั่งต่างขยับตัว เตรียมจะรุมล้อมเพื่อเสนอทรัพย์สินเงินทองแลกกับการได้ร่วมโต๊ะกับนางในคืนนี้

ทว่า... รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากโต๊ะของเซี่ยอวิ๋นกลับเย็นเยียบจนหลายคนต้องชะงักฝีเท้า

ฮวาหลิงเดินตรงมายังกลุ่มขุนนางชั้นสูง นางย่อกายคารวะด้วยกิริยาอ่อนช้อยจนแทบจะเห็นยอดปทุมถันขาวเนียนรำไรจากขอบเสื้อที่กว้างลึก

“บทเพลงของแม่นางฮวาหลิง... ช่างทำร้ายจิตใจผู้ฟังยิ่งนัก เล่นเอาพวกข้าแทบจะคลั่งตายเพราะความรัญจวน” ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ยชมอย่างเสียไม่ได้

“เป็นเพียงการแสดงเล็กน้อยเพื่อต้อนรับวสันตฤดูเท่านั้นเจ้าค่ะ ใต้เท้าทุกท่านโปรดอย่าได้ถือสาความโศกศัลย์ในทำนองเพลงเลย”

นางเริ่มเคลื่อนกายผ่านโต๊ะของเซี่ยอวิ๋นไปอย่างจงใจ คล้ายจะเมินเฉยต่อสายตาที่กำลังแผดเผานางอยู่

หมับ!

มือหนาของเซี่ยอวิ๋นเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กบางของนางไว้มั่น ฮวาหลิงชะงัก นางค่อยๆ หันใบหน้ากลับมามองเขา ดวงตาคมซึ้งคู่นั้นดูไม่ตกใจแม้แต่น้อย

“ใต้เท้าเซี่ย... มีสิ่งใดจะสั่งสอนผู้น้อยหรือเจ้าคะ?”

เซี่ยอวิ๋นใช้มืออีกข้างยกจอกสุราขึ้นจ่อที่ริมฝีปากอวบอิ่มของนาง

“สุราจอกนี้... ข้าอยากให้แม่นางเป็นผู้ชิมให้ข้าก่อน”

ฮวาหลิงจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว นางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนหลังมือของเขาแผ่วเบา ริมฝีปากสีชาดทาบลงบนขอบจอกสุราที่เขาถืออยู่ นางจิบสุรานั้นช้าๆ โดยที่สายตายังคงเกี่ยวกระหวัดอยู่กับใบหน้าของเขา

หยดสุราสีใสไหลซึมตามมุมปาก เลื่อนผ่านคางมนและหยดลงบนร่องอกขาวผ่อง เซี่ยอวิ๋นลอบกลืนน้ำลาย ภาพที่นางลิ้มรสสุราจากมือของเขาช่างดูหิวโหยและยั่วยวนจนเขาแทบสิ้นสติ

“สุราของใต้เท้า... ร้อนแรงนักเจ้าค่ะ” ฮวาหลิงถอนริมฝีปากออกพร้อมกับใช้ปลายลิ้นสีชมพูเลียคราบสุราที่ติดอยู่ที่มุมปากอย่างเชื่องช้า “ร้อนจนข้าน้อยแทบจะสำลักความปรารถนาของท่าน”

“หากเจ้ารู้ว่าข้าปรารถนาสิ่งใด... เจ้าจะยังกล้ายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่” เขาถามพร้อมกับกระชับข้อมือของนางแน่นขึ้น

ฮวาหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ในหอชิงโหลวแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดที่ฮวาหลิงไม่กล้าเผชิญ... โดยเฉพาะ ‘ไฟ’ ที่มาจากบัณฑิตผู้เคร่งครัดเช่นท่าน”

เซี่ยอวิ๋นปล่อยข้อมือของนาง แล้วค่อยๆ ลูบไล้จากต้นแขนขึ้นไปจนถึงหัวไหล่เนียน สัมผัสของผ้าไหมพริ้วไหวที่กั้นกลางระหว่างผิวเนื้อยิ่งทำให้จินตนาการของเขาเตลิดไปไกล

“คืนนี้... ห้องหอนพรัตน์จะเปิดต้อนรับข้าหรือไม่?” เขาถามตรงๆ โดยไม่แยแสต่อสายตาใครทั้งสิ้น

ฮวาหลิงเอียงคอเล็กน้อย ปิ่นหยกบนศีรษะแกว่งไกวส่งเสียงกระทบกันแผ่วเบา “นั่นย่อมขึ้นอยู่กับว่า... ใต้เท้ามี ‘บทกวี’ ที่ดีพอจะทำให้บุปผาดอกนี้ยอมเบ่งบานให้ท่านเห็นเพียงผู้เดียวหรือไม่”

นางทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะย่อกายลาและเดินจากไป

“บทกวีอย่างนั้นหรือ... ข้าจะเขียนมันลงบนผิวของเจ้า... ด้วยริมฝีปากของข้าเอง”

เซี่ยอวิ๋นสาวเท้าตามหลังผู้ดูแลหอชิงโหลวที่ยิ้มกริ่มจนหน้าบาน ขุนนางหนุ่มวางสินจ้างเป็นทองคำแท่งบนโต๊ะโดยไม่แม้แต่จะปรายตาดู มูลค่ามหาศาลนั้นมากพอจะซื้อคฤหาสน์หรูหราพร้อมที่ดินได้ทั้งหลัง ทว่านั่นหาได้มีความหมายไม่ เมื่อเทียบกับสิทธิ์ในการครอบครองความสันโดษของฮวาหลิงในราตรีนี้

ยิ่งเยื้องกรายลึกเข้าไป กลิ่นหอมกำยานสายหนึ่งที่เขาเคยสัมผัสจากตัวนางก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบานประตูไม้กฤษณาที่สลักป้ายหยกด้วยอักษรทองนามว่า ‘นพรัตน์’

“เชิญเจ้าค่ะใต้เท้า... แม่นางฮวาหลิงรอท่านอยู่ด้านในแล้ว” ผู้ดูแลหอเอ่ยเสียงนอบน้อมก่อนจะถอยฉากออกไปอย่างรู้ความ

เซี่ยอวิ๋นผลักประตูเข้าไป ห้องหอนพรัตน์มิได้ตกแต่งด้วยสีแดงฉูดฉาดหรืออบอวลด้วยกลิ่นแป้งราคาถูกดั่งห้องคณิกาทั่วไป ทว่ากลับวิจิตรบรรจงด้วยรสนิยมของบัณฑิตผู้สูงศักดิ์ ผนังห้องประดับภาพวาดทิวทัศน์ขุนเขาและลำธารด้วยฝีแปรงสุขุม บนโต๊ะไม้จันทน์มีตำราและเครื่องเขียนจัดวางเป็นระเบียบ มุมห้องมีกระถางกำยานทองเหลืองลายมังกรพ่นควันจางๆ ออกมาเป็นสายสลับซับซ้อน ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาเขาที่สุดคือ ร่างอรชรที่ประทับอยู่หลังม่านมุกโปร่งแสง

ฮวาหลิงในยามนี้ปลดอาภรณ์ตัวนอกออก เหลือเพียงเอี๊ยมไหมสีชมพูอ่อนและผ้าคลุมไหล่สีขาวบางเบาที่มิอาจปกปิดนวลเนื้อขาวผ่องได้มิดชิด นางกำลังนั่งจุดเทียนหอมเพิ่ม

“ท่านมาเร็วกว่าที่ข้าน้อยคิดนะเจ้าคะ ใต้เท้าเซี่ย”

เขาก้าวเข้าไปในห้องช้าๆ แสงเทียนวับแวมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของนาง ขนตายาวงอนทอเงาลงบนแก้มใส ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ เซี่ยอวิ๋นหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนางในระยะที่ลมหายใจรดกัน

“ห้องของเจ้า... ดูไม่เหมือนห้องนางคณิกา” เขาเอ่ยเสียงต่ำ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ลำคอระหง

“นางคณิกาก็เป็นคนเจ้าค่ะ... มีความชอบ มีรสนิยม และมีความลับ” ฮวาหลิงวางกรรไกรลงแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ

“แล้วความลับของเจ้าคืออะไร? การล่อลวงขุนนางด้วยบทเพลงโศก หรือการใช้ห้องนี้เป็นกับดักขังวิญญาณคนบาป?”

“ความลับของข้าน้อย... มีเพียงผู้ที่ยอมจ่ายราคาแพงมากพอเท่านั้นที่จะได้รู้เจ้าค่ะ”

นางขยับเข้าหาจนปทุมถันนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับอกเสื้อของเขา แสงเทียนจากเบื้องหลังทำให้อาภรณ์ผ้าไหมดูโปร่งแสงจนเห็นรอยโค้งเว้าของสะโพกและเรียวขาเพรียวบางได้รางๆ ผิวของนางยามต้องแสงเทียนดูนวลเนียนประดุจหยกสลัก จนเซี่ยอวิ๋นอยากจะบดขยี้มันด้วยฝ่ามือเสียเดี๋ยวนี้

เขาเอื้อมมือไปเชยคางของนางขึ้น “ราคาที่ข้าจ่ายคือทองคำ แต่สิ่งที่ข้าต้องการแลกคืน... คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าซ่อนไว้ภายใต้อาภรณ์เหล่านี้”

ฮวาหลิงปลดสายคาดเอวผ้าไหมของตนเองออกอย่างแช่มช้า สายตาจ้องมองเขาอย่างท้าทาย เซี่ยอวิ๋นมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา ทว่าเขายังคงรักษาท่าทีของบัณฑิตผู้สูงศักดิ์ ก้าวเดินวนรอบกายอรชรช้าๆ ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังชื่นชมเหยื่อก่อนจะลงมือขย้ำ

“แม่นางฮวาหลิง... เจ้ายั่วเย้าข้าด้วยบทเพลงพิณยังมิพอ ยังจะใช้เรือนร่างนี้ท้าทายศีลธรรมของข้าอีกหรือ?” เซี่ยอวิ๋นหยุดลงที่ด้านหลัง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมดำขลับที่ตกลงมาปรกแผ่นหลังเนียนให้พ้นทาง

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 3/3

    เรียวขาขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่น นางค่อยๆ กดสะโพกมนลงหามังกรที่แท้จริงที่ยังคงผงาด ความคับแน่นที่สอดประสานจากด้านหลังทำให้ตัวตนของเขาเข้าลึกถึงจุดรัญจวนใจที่สุดจนนางต้องเชิดหน้าแหงนคอขึ้นรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุถึงขีดสุด“อ๊า... ลึกเหลือเกินเจ้าค่ะ...”เซี่ยอวิ๋นประคองเอวบางของนางไว้มั่น เขาออกแรงกระแทกเสยขึ้นไปสอดรับกับจังหวะขย่มของนางอย่างรู้ใจ สองมือหนาเอื้อมมาเบื้องหน้าขยำปทุมถันอวบอัดทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง บดบี้ยอดถันที่แดงระเรื่อซ้ำๆ เพื่อกระตุ้นให้พญาหงส์ครางระงมด้วยความสุขสมที่ล้นปรี่แม้หยาดน้ำสวาทจะไหลย้อนซึมออกมาตามโคนขาและเปรอะเปื้อนบัลลังก์ทองคำที่เคยถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า เซี่ยอวิ๋นกระชากสะโพกนางเข้าหาอย่างแรงในทุกจังหวะที่นางกดกระแทกลงมาในจังหวะที่อารมณ์รักพุ่งสูงจนถึงจุดยอด ฮวาหลิงเอี้ยวตัวกลับมาสบตาเขา แววตานางส่องประกายด้วยความรักใคร่“ใต้เท้า... ฟังข้าน้อยให้ดีนะเจ้าค่ะ... ลูกในท้องของข้าน้อยคือลูกของท่าน... มีเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเท่านั้นที่ข้าน้อยยอมให้หยั่งรากฝากชีวิตในกายนี้”คำสารภาพนั้นประหนึ่งโอสถทิพย์ที่ทำให้

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นประคองเรียวขาขาวผ่องของฮวาหลิงให้แยกออกกว้างยิ่งขึ้น แล้วสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปอย่างแช่มช้า เขาจงใจแทรกซอนเข้าไปทีละน้อยเพื่อให้ฮวาหลิงซึมซับความหฤหรรษ์"ดูสิ... รังรักของภรรยาข้าช่างน่าอภิรมย์ยิ่งนัก แม้เพียงปลายนิ้วยังต้อนรับข้าด้วยความอบอุ่นถึงเพียงนี้"เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาวอีกครั้ง ดูดกลีบเนื้อสีหวานทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง สลับกับการใช้ริมฝีปากรวบเอาความอ่อนนุ่มนั้นไว้แล้วออกแรงดึงทึ้งเบาๆ เพื่อเร่งเร้าให้นางทะยานสู่ขอบสวรรค์บนบัลลังก์แห่งอำนาจนี้มือหนาแหวกกลีบบุปผาที่บวมเป่งออกจนเผยให้เห็นเนื้อนุ่มระเรื่อที่สั่นระริกอวดโฉม เซี่ยอวิ๋นใช้เรียวลิ้นสากปาดเลียซ้ำๆ ลงบนจุดไวสัมผัสที่สุดอย่างถี่รัว ลิ้นร้อนตวัดผ่านเนื้อนุ่มที่เต้นตุบตามชีพจร ทำให้ฮวาหลิงแอ่นสะโพกเข้าหาการรุกรานนั้น นางรั้งศีรษะของเขาไว้มั่น เกรงว่าเขาจะหยุดหย่อนการปรนนิบัติที่แสนรัญจวนนี้“ร่องรักของข้าปลิ้นออกมาสู้ลิ้นท่านถึงเพียงนี้แล้ว... ใต้เท้า... ได้โปรดอย่าหยุดนะเจ้าคะ”ฮวาหลิงมิได้เพียงแต่นอนนิ่งเป็นหงส์ในกรงทอง ทว่านางกลับแอ่นสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นเหนืออาสน์มังกร จงใจจ่อจุดยุทธศาสตร์ที่กำ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 1/3

    ตำหนักเย็น ในเวลานี้ถูกกลบด้วยกลิ่นกำยาน ยาจันทราคลั่ง ยาพิษในคราบโอสถรัญจวนที่ฮวาหลิงปรุงขึ้นจากเกสรดอกไม้ต้องห้าม มีฤทธิ์กัดกร่อนสติสัมปชัญญะกลางห้องบรรทม ร่างของอดีตฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้ที่ไร้ลวดลายมังกร สภาพของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำแผ่นดินบัดนี้ช่างน่าเวทนาจนหาที่เปรียบไม่ได้ฉลองพระองค์สีเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันหอม เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นระเบียบสยายยุ่งเหยิง“อึก... หลิงเอ๋อร์... เจ้าอยู่ไหน...”สุรเสียงที่เคยทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงเสียงครางพร่าที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ พระองค์ทรงไขว่คว้าอากาศธาตุ พยายามจะคว้าชายเสื้อของสตรีที่พระองค์ทั้งรักและชังสุดหัวใจ นางกำนัลสี่ห้าคนที่ขยับกายเข้าหาตามคำสั่งของนางพญาผู้ครองอำนาจใหม่นางกำนัลเหล่านั้นปรนนิบัติพระองค์ด้วยท่วงท่าที่ไร้ชีวิตจิตใจ พวกนางเป็นเพียงเครื่องมือที่ฮวาหลิงทิ้งไว้เพื่อตอกย้ำความอัปยศ เจ้าเสวียนจินถูกกักขังอยู่ในภวังค์ความใคร่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างกายของพระองค์ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา พระองค์กระหายสัมผัสอย่างบ้าคลั่งที่มุมมืดหลังม่านฉากกั้น ฮวาหลิงจ้องมอง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 2/2

    “อึก... หลิงเอ๋อร์...” เจ้าเสวียนจินคำรามแผ่วในลำพระศอ เมื่อความร้อนระอุภายในรังรักของนางโอบรัดตัวตนของพระองค์ไว้ประหนึ่งถูกกลืนกินลงสู่มหาสมุทรที่คับแน่นฮวาหลิงมิได้ขยับกายอย่างรวดเร็วเหมือนคราก่อนๆ ทว่านางกลับใช้ความอ่อนตัวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในหอคณิกา มารังสรรค์บทกวีแห่งกามารมณ์ที่วิจิตรยิ่งกว่าเดิมนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นหลังโค้งมนประหนึ่งคันศร ปล่อยให้ทรวงอกอิ่มบดเบียดแนบชิดไปกับพระอุระ ขณะที่ช่วงล่างยังคงบีบรัดเน้นย้ำทุกจังหวะการหายใจพระสนมรูปงามขยับสะโพกเป็นจังหวะที่เชื่องช้า ใช้เข่าทั้งสองข้างยันฟูกหนาไว้มั่น ก่อนจะแอ่นสะโพกขึ้นสูงจนแก่นกายแกร่งเกือบจะหลุดพ้นจากปากทางรัก แล้วจึงทิ้งน้ำหนักกระแทกลงไปใหม่รวดเดียว จังหวะที่ต่อเนื่องและสอดประสานกันอย่างมิขาดสายทำให้เจ้าเสวียนจินทรงรู้สึกประหนึ่งถูกมนตราสะกดให้ล่องลอยอยู่ในพายุพระหัตถ์แกร่งที่เคยถือดาบสังหารคน บัดนี้กลับทำได้เพียงยึดสะโพกนางไว้แน่นด้วยความรัญจวนฮวาหลิงพลิกเปลี่ยนท่วงท่าอย่างแนบเนียน นางเอนกายไปด้านหลังจนเส้นผมยาวสลวยกวาดผ่านแข้งของพญามังกร สองมือค้ำยันลงบนฟูกนุ่มข้างกายของเขา ท่าทางที่เปิดเปลือยทุ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 1/2

    สายลมกระโชกแรงพัดผ่านพระตำหนักกลางน้ำ สถานที่ลี้ลับที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางสระโบกขรณีอันเงียบสงัด ม่านไหมสีขาวบางเบาปลิวไสวสะบัดไปตามแรงลมประหนึ่งปีกของดวงวิญญาณที่กำลังร่ำไห้อย่างโศกเศร้าฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินประทับนั่งด้วยวรกายที่แผ่กลิ่นอายคุกคาม ดวงพระเนตรแดงก่ำด้วยเพลิงแห่งความระแวงสงสัย เบื้องหน้าของพระองค์คือฮวาหลิง นางถูกเรียกตัวมายามดึกสงัด ความงามของนางในยามนี้ดูเปราะบางประหนึ่งกลีบบุปผาที่กำลังจะปลิดปลิวเคร้ง!คมดาบวาววับพุ่งเข้าประชิดลำคอระหงของในชั่วพริบตา“โองการลับนั่นเป็นฝีมือเจ้าหรือไม่หลิงเอ๋อร์... จงบอกความจริงแก่ข้า ก่อนที่ดาบเล่มนี้จะกระชากวิญญาณของเจ้าออกไปเสีย” เสียงของเจ้าเสวียนจินเปี่ยมไปด้วยโทสะที่กดข่มไว้จนสั่นพร่าฮวาหลิงไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีคมดาบที่จ่ออยู่ที่จุดตาย ดวงตาคู่สวยของนางไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อมรณภัยตรงหน้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยความร้าวรานอย่างสุดแสน นางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรมังกรคลั่ง หยาดน้ำตาเม็ดใสเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา“ฝ่าบาท... ทรงดำริว่าหม่อมฉันจักกล้าทรยศพระองค์เพื่อสิ่งใดหรือเพคะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 2/2

    นางใช้น้ำมันหอมสูตรพิเศษที่เหลืออยู่บนฝ่ามือลูบไล้ไปตามยอดถันและหน้าพระนาภี (หน้าท้อง) ของพระองค์ สัมผัสที่ลื่นไหลทำเอาฮ่องเต้ทรงครางหอบออกมาอย่างหมดท่า แววตาที่พระองค์มองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความบูชา ประหนึ่งนางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ต้องกราบกรานเพื่อขอเศษเสี้ยวแห่งความสุขสม“เจ้ามันนางแม่มด... หลิงเอ๋อร์...”“หากหม่อมฉันเป็นแม่มด... พระองค์ก็คือเชลยที่หม่อมฉันจะกักขังไว้ในมนต์ขลังนี้ตลอดกาลเพคะ”ฮวาหลิงใช้ร่างกายส่วนล่างบดเบียดลงบนจุดกึ่งกลางของพระองค์อย่างจงใจ นางกดสะโพกสวมทับความยิ่งใหญ่ที่แข็งขืนแทรกซอนเข้าสู่กลีบกุหลาบที่แดงระเรื่อ นางจงใจหยุดค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้พระองค์สัมผัสถึงความคับแน่นที่ปากทางเข้าที่แสนเย้ายวน เมื่อนางทิ้งน้ำหนักตัวลงจนสุด ตัวตนของพระองค์ก็เข้าลึกถึงจุดที่รัญจวนใจที่สุดทุกครั้งที่ฮวาหลิงขยับโยกสะโพกขึ้นลง กลีบกุหลาบสีสดจะเผยอออกและโอบหุ้มลำมังกรไว้จนมิดชิด ผิวเนื้อที่เนียนละเอียดและนุ่มลื่นขยับรูดรั้งไปตามความยาวที่เส้นเลือดปูดโปน ประหนึ่งดอกไม้กระหายน้ำที่กำลังกลืนกินหยาดน้ำค้างอย่างตะกรุมตะกรามภาพของกลีบเนื้อที่ขยายและโอบรัดความแกร่งกร้าวไว้อย

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 3 ตอนที่ 2/2

    เซี่ยอวิ๋นโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกสัมผัสกับกลิ่นหอมกรุ่นของผิวเนื้อ ริมฝีปากของเขาแตะลงบนรอยเลอะที่เนินอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะส่งปลายลิ้นร้อนผ่าวออกมาซับน้ำหมึกที่เปียกเยิ้มออกทีละจุด“ฮื่อ... ใต้เท้า...”ฮวาหลิงครางกระเส่าพลางเชิดหน้าขึ้น ลำคอระหงเกร็งจนเห็นเส้นสายสวยงาม รสชาติของหมึกกวางที่สกัดจาก

    last updateÚltima atualização : 2026-03-17
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 3/4

    พระองค์ทรงเหวี่ยงร่างของนางลงบนตั่งไม้ อาภรณ์ที่เหลือเพียงไม่กี่ชั้นหลุดลุ่ยจนเห็นผิวขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เจ้าเสวียนจินมิได้ให้เวลานางได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่กำยำประดุจขุนเขาถาโถมเข้าหาทันที พระองค์ทรงใช้มือหนาหยาบกร้านจับเข่าทั้งสองข้างของนางแยกออกกว้างจนสุดแรง"แหกขารับของข้าซะ อย่าทำให้ข้า

    last updateÚltima atualização : 2026-03-18
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 1/4

    ตามปกติแล้วยามพลบค่ำที่หอชิงโหลว มักจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งร่ำและเสียงพิณที่หวานซึ้งชวนฝัน ทว่าในวันนี้ทุกสิ่งกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง องครักษ์เสื้อแพรสวมชุดเกราะสีเข้มถือดาบยาวข้างกาย ยืนประจำจุดทุกๆ ห้าก้าวฮวาหลิงยืนอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องภายในห้องพักส่วนตัว เรียวนิ้วที่เคยฝนหมึกอย่

    last updateÚltima atualização : 2026-03-17
Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status