LOGINกลับมาถึงบ้านพี่เลย์ก็เหวี่ยงฉันเข้าไปในห้องเต็มแรงก่อนจะล็อคประตูแล้วหันมาเผชิญหน้ากับฉันอีกครั้ง
“อย่าหวังว่าเธอจะได้ออกไปไหนอีก”
“หนูไม่ได้โกหกนะคะ พวกเราไปที่วัดกันแล้วจริง ๆ” ฉันยังคงพยายามอธิบายแต่เหมือนเขาจะไม่รับฟังอะไรเลย
“แต่สิ่งที่ฉันเห็นมันไม่ใช่”
“ไม่เชื่อพี่โทรคุยกับแซนก็ได้ หนูไม่ได้โกหก” ฉันยังคงพยายามโต้เถียงอยู่แบบนั้น และแน่นอนว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็นมากกว่า
ผลัก!
พี่เลย์ผลักฉันลงบนที่นอนก่อนจะขึ้นค่อมร่างกายฉันไว้ ไอ้ท่าทางหมิ่นเหม่แบบนี้มันไม่ค่อยดีเอาซะเลย
“พี่จะทำอะไร”
“ทำไม? ทีอยู่กับคนอื่นยังระริกระรี้ได้เลย”
“พูดบ้าอะไรของพี่”
“พูดตามที่เห็น”
“มันไม่ใช่อย่างที่เห็น และถึงมันใช่พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับหนูแบบนี้”
“ฉันมีสิทธิ์กับชีวิตของเธอทุกอย่างนั่นแหละ” จบประโยคริมฝีปากหนาก็บดขยี้ลงมาที่ริมปากฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว
พี่เลย์ใช้มือข้างหนึ่งรวบแขนฉันไว้เหนือศีรษะ จากนั้นใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่กระชากชุดสวยของฉันจนขาดติดมือเขาไป การกระทำของเขาในตอนนี้มันโคตรป่าเถื่อนที่สุด
“อย่าทำแบบนี้ ฮึก!”
ฉันยังคงแหกปากร้องห้ามเมื่อเรียวลิ้นร้อนโลมเลียไปมาตามซอกคอตลอดไปจนถึงเนินอก บราเซียร์สีสวยถูกถอดออกอย่างไม่ใยดี ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเลื่อนมาบีบเค้นหน้าอกฉันจนรู้สึกปวดหนึบ
“ฮือ... อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ” เหมือนน้ำตาของฉันจะทำให้เขามีสติขึ้นมานิดหน่อย
“ใครใช้ให้เธอดื้อกับฉันก่อนล่ะ”
“หนูเปล่า … หนูไม่ได้โกหก” เขาผละออกหยัดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสบตากับฉันอย่างตั้งใจ
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอโกหกนี่ แต่เธอก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี”
“ฮึก!”
ฉันคิดว่าเขาจะหยุด แต่เปล่าเลยเขายังคงไม่หยุดการกระทำบ้า ๆ นั่นแต่เลือกที่จะลดความดิบเถื่อนลงแทน ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาให้ฉัน
พี่เลย์ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมด เผยให้เห็นสรีระร่างกายของเขาทุกสัดส่วน
“ปล่อยมือ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยเมื่อเห็นฉันเอาแต่กอดผ้าห่มไว้อยู่แบบนั้น “อยากเจ็บมากกว่านี้สินะ”
เม้มปากเข้าหากันจนแน่น ก่อนจะค่อย ๆ คลายผ้าออกทีละช้า ๆ จนพี่เลย์สามารถแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่มผืนเดียวกันได้สำเร็จ ร่างกายเปลือยเปล่าของเขาที่กำลังแนบชิดอยู่ตอนนี้ทำเอาฉันสั่นไปหมด ทั้งกลัวและประหม่าในเวลาเดียวกัน
“ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะใจดีกับเธอให้มากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ค่อยอยากจะเชื่อฟังฉันสักเท่าไหร่”
“หนูไม่ฟังอะไร พี่นั่นแหละคิดไปเอง”
“งั้นเหรอ” ตาคู่คมจ้องมองฉันนิ่ง ๆ แววตาว่างเปล่าของเขามันทำให้ฉันจับทางไม่ได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”
“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน เธอก็โตแล้วนะเขียนฟ้า อย่าทำเป็นไร้เดียงสาให้มันมากนักเลย”
พี่เลย์มองหน้าฉันอีกครั้ง แต่คราวนี้แววตาของเขามันไม่เหลืออารมณ์โกรธหรือความดิบเถื่อนให้เห็นอีกแล้ว ไม่ว่างเปล่า …
“อย่าเกร็งแล้วเธอจะไม่เจ็บ” หัวใจดวงน้อยสั่นไหวไปมาเมื่อได้ยินประโยคนี้ รู้สึกได้เลยว่ามีอะไรบางอย่างสัมผัสอยู่บริเวณนั้นของฉัน
พี่เลย์ถอดกางเกงในตัวจิ๋วของฉันอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นเขาก็หยัดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะทำอะไรบางอย่างกับร่างกายฉัน
“ฮึก!”
ฉันร้องไห้ออกมาเสียงดังเมื่อรู้ว่าตัวเองจะเจอกับอะไร มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ หนี้ที่ฉันไม่ได้ก่อแต่ฉันต้องใช้ร่างกายตัวเองชดใช้แทนคนอื่นแบบนี้อย่างนั้นเหรอ ช่างไม่ยุติธรรมกับฉันเลย
“เงียบ! ถ้ายังร้องอีกฉันจะทำจริง ๆ” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยก่อนจะผละตัวออกไป จากนั้นใส่เสื้อผ้าแล้วออกจากห้องฉันไปทันที
นานหลายชั่วโมงที่ฉันเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องและร้องไห้อยู่แบบนั้น ใครมาเคาะประตูเรียกก็ไม่หือไม่อือจนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่
อาบน้ำชำระร่างกายพลางก้มมองร่องรอยที่พี่เลย์ทำไว้ จากที่คิดว่าเขาคงใจดีกับฉันบ้าง ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ทั้งหมด เชื่อฉันสิไม่มีใครทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหรอก
เป็นอีกหนึ่งวันที่รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ สัมผัสที่พี่เลย์มอบให้มันยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึกของฉัน ในขณะเดียวกันมันก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป บางครั้งก็รู้สึกว่าเขาอ่อนโยน แต่บางทีเขาก็เหมือนคนไร้หัวใจ เย็นชา กร้านโลกอย่างกับเป็นคนละคนกันเลย
“ป้าจะทายาให้นะคะ” น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นขณะที่ฉันนั่งเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“ยา… ยาอะไรเหรอคะ”
“ที่แขนหนูนี่ไง ช้ำขนาดนี้ไม่ปวดเหรอลูก” เหลือบมองแขนตัวเองมันก็ช้ำจริง ๆ นั่นแหละค่ะ เป็นรอยที่พี่เลย์กระชากเมื่อวานสินะ
“ขอบคุณนะคะหนูไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ เดี๋ยวมันคงหายเอง”
“เมื่อวานหนูได้ไปหาแม่จริงไหมเขียนฟ้า”
“จริงค่ะ ป้าก็คิดว่าหนูโกหกเหมือนกันเหรอ” พูดออกไปอย่างน้อยใจ ทำไมถึงไม่มีใครเชื่อฉันบ้างเลย
“ไม่ใช่แบบนั้น ป้าเชื่อค่ะแต่มันมีอะไรมากกว่านี้ใช่ไหม”
“ไม่มีค่ะ หนูแค่ไปกินปิ้งย่างกับเพื่อนแค่นั้นเอง แต่พอดีบังเอิญเจอเพื่อนผู้ชายในห้องเดียวกันพวกเราก็เลยนั่งกินด้วยกันแค่นั้น”
“แล้วคุณเลย์ไปเจอได้ยังไง มีการปะทะอารมณ์กันหรือเปล่า”
“ไม่รู้ว่าพี่เลย์มาได้ยังไง อยู่ดี ๆ เขาก็อาระวาดใส่กล่าวหาว่าหนูคิดลองดีกับเขา” ฉันร่ายประโยคยาว ๆ ให้คนตรงหน้าฟัง และถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าตัวฉันลองดีเขาตอนไหน เรื่องอะไร
“เฮ้อ... เอาเป็นว่าหนูต้องรักษาระยะห่างไม่ให้ใกล้คนอื่นอีกก็พอ”
“...”
“ป้าพูดไม่ได้ สักวันหนูคงเข้าใจเอง” มือบางลูบศีรษะฉันอย่างนึกเอ็นดู ฉันก็หวังว่าสักวันตัวเองจะเข้าใจทุกเรื่องราวมากกว่านี้
ระหว่างวันฉันยังไม่เจอพี่เลย์เลยค่ะจนท้องฟ้ามืดลงอีกครั้งเขาถึงกลับมา
“ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่อาบน้ำอีก”
“กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” จบประโยคฉันก็รีบตรงขึ้นห้องทันที ไม่สนใจว่าพี่เลย์จะพูดอะไรต่ออีกหรือเปล่า
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนเลย ไม่ได้ง่วงหรอกแต่ไม่อยากลงไปเจอหน้าเขาเท่านั้นเอง แต่แค่ไม่นานบานประตูก็ถูกเปิดเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหนก็คนที่ฉันไม่อยากเจอนั่นแหละ เขานั่งลงข้างฉันในมือมียาทามาด้วย
“คราวหลังอย่าดื้ออีก”
“...”
“เข้าใจไหมเขียนฟ้า”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ขานรับอย่างไม่มีทางเลือกเพราะไม่รู้ว่าตัวเองดื้อตอนไหน แต่ช่างเถอะเอ่ยถามกับคนไม่มีเหตุผลมันจะไปได้คำตอบอะไรล่ะคะ
พี่เลย์มองหน้าฉันนิ่ง ๆ ก่อนจะทายาให้ฉันซึ่งเกิดจากฝีมือของเขาเอง
“กินยาแก้ปวดแล้วนอนพักซะ”
“ป้าสายใจเอาให้กินแล้วค่ะ”
“งั้นก็นอน” จบประโยคเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำและทำทุกอย่างเหมือนเป็นห้องตัวเอง จากนั้นทิ้งตัวลงนอนข้างฉัน
“พี่จะนอนที่นี่เหรอคะ”
“แล้วคิดว่าไง”
“...”
หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันแล้วฉันก็แยกตัวออกมาอ่านหนังสือมุมหนึ่ง พี่โรมอยู่มุมหนึ่ง ส่วนพี่เลย์นอนหลับอยู่ข้างฉันนี่แหละ“แม่ดุหรือเปล่า” พี่โรมถามเมื่อเห็นฉันละสายตาจากตัวหนังสือแล้ว“ไม่ดุค่ะ”“ไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหม”“ไม่ค่ะ เขาชวนหนูให้ไปกินข้าวที่บ้านด้วยนะ”“ไว้วันหยุดนี้นะเราค่อยไปกัน”“แล้วพ่อพี่ล่ะคะเป็นยังไงบ้าง”“เขามีความสุขดี จะว่าไปก็ต่างคนต่างมีความสุขนั่นแหละ”“ก็จริง”หลายวันผ่านไปเป็นครั้งแรกที่ฉันมาบ้านแม่ของพี่แฝด จะบอกว่าใหญ่โตไม่ต่างไปจากบ้านพ่อเขาสักนิด มีการ์ดเฝ้าระวังและยังมีแม่บ้านที่เดินสวนกันไปมาจนวุ่นวายไปหมด“พี่เลย์สวัสดีค่ะ” ใครคนหนึ่งทักทายและยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แต่ว่าคนที่เธอทักเป็นพี่โรมค่ะไม่ใช่พี่เลย์“พี่ชื่อโรมครับ”“อ๊ะ! ขอโทษค่ะครีมแยกไม่ออก” เธอว่ายิ้ม ๆ แล้วมองฉันเล็กน้อย “เอ่อ...แฟนพี่เหรอคะ น่ารักดีนะ”“ครับ” พี่โรมตอบพร้อมกับจูงมือพาฉันเข้าไปด้านใน ส่วนพี่เลย์เขาคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ในรถค่ะ อีกเดี๋ยวคงเดินตามมาภายในบ้านไม่ได้มีแค่คุณแม่ ยังมีแขกคนอื่นด้วยดูท่าทางคุณหญิงคุณนายทุกคนเลยค่ะ ผู้ดีมากทั้งบุคลิกและการแต่งตัว ฉันเดาว่าคงเป็
ห้าปีผ่านไป“มองอะไร” พี่โรมถามเมื่อเห็นฉันเอาแต่มองเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายอย่างพิจารณา และใช่ค่ะห้าปีผ่านไปฉันกลายเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว“หนูกำลังคิดว่าทับทิมเหมือนใคร”“เหมือนพี่สิ”“ไม่น่าใช่นะ ถ้าวินเทอร์หนูจะไม่เถียงเลย” บอกไปตามความรู้สึกวินเทอร์กำลังจะห้าขวบแล้วค่ะ ส่วนทับทิมเพิ่งสามขวบเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แม้ว่าพ่อของเขาจะหน้าตาเหมือนกันแต่เขาสองคนกลับต่างกันสิ้นเชิง ยิ่งนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว“หนูไม่คิดว่าทับทิมจะเฉยชาขนาดนี้” ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่ามันทำให้คนเป็นแม่อย่างฉันแปลกใจไม่น้อยเลย “ต่างกับวินเทอร์ที่ยิ้มเผื่อคนทั้งโลกแทบจะทั้งวัน”“ดูพูดเข้าสิ” พี่เลย์ค้านขึ้นมาบ้าง“หนูพูดจริงนะพี่เลย์ ลูกพี่เจ้าชู้เหมือนพี่นั่นแหละ”“พี่ไม่เคยเจ้าชู้เหอะ”“หึ!”“ไม่ต้องมาหึอะไรทั้งนั้น”“เสน่ห์แรงไม่เบา”“หึงก็บอกมาเถอะ”“หนูไม่หึงหรอกเพราะทุกบาททุกสตางค์ของพี่เป็นของหนูคนเดียวอยู่แล้ว”“หึงหน่อยสิ อยากให้หึง”“กินไหมทับทิม อันนี้อร่อย” วินเทอร์ยื่นขนมให้น้องสาวด้วยความเต็มใจแม้ว่าขนมชิ้นนั้นจะเป็นของโปรดของตัวเองก็เถอะ“กินค่ะ” เสียงเล็กตอบกลับก่อนจะรับขน
หลังจากที่แม่ของเขากลับไปแล้ว ฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมกระทั่งได้ยินเสียงรถขับเคลื่อนเข้ามากลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยบวกกับความเงียบทำให้ฉันมั่นใจว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันคือพี่เลย์แน่นอน“...” ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากปรายตามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า พี่เลย์ก็เช่นกัน เขาเงียบเหมือนไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรกับฉันเป็นประโยคแรกความเงียบเข้าปกคลุมจนรู้สึกอึดอัด พี่เลย์เดินผ่านหน้าฉันขึ้นชั้นบนไป ไม่กี่นาทีต่อมาพี่โรมก็มาค่ะ“วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ” เขาถามอย่างไม่รู้จะถามอะไร เขารู้ตารางเรียนของฉันทุกชั่วโมง รู้มานานแล้วด้วย“ค่ะ พี่มาเหนื่อย ๆ ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ”พี่โรมไม่ได้พูดอะไร เขาเดินมากอดฉันแล้วหอมแก้มอย่างที่ชอบทำ จากนั้นเดินขึ้นชั้นบนไปนานนับชั่วโมงที่ฉันนั่งอยู่ที่เดิม ในหัวมีอะไรให้คิดอยู่ตลอด“ไม่นอนพักเหรอคะ” ฉันถามพี่เลย์ที่เพิ่งลงมาจากชั้นบน“ไปนอนด้วยกันนะอยากกอด” ไม่พูดเปล่าเขายังออกแรงดึงให้ฉันเดินตามไปอีกด้วยเข้ามาในห้องเสื้อผ้ากระจัดกระจายจากการถูกเทออกจากกระเป๋าทั้งของเขาและของพี่โรม เห็นแบบนั้นฉันจึงเอาตะกร้ามาใส่“นอนก่อนเดี๋ยวค่อยทำ” มือหนารั้งเอวฉันให้นอนราบไปกับที่
สามวันเต็ม ๆ ที่พี่เลย์หายหน้าไป กับฉันเขาขาดการติดต่อไปเลย แต่แอบได้ยินพี่โรมคุยโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆ คิดว่าคงจะเป็นพี่เลย์นั่นแหละ“วันนี้น่าจะไม่ได้กลับบ้านนะคะ ทำโครงงานที่บ้านแซน” พี่โรมมองฉันด้วยสีหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ค้านอะไร “พี่ไปต่างจังหวัดพรุ่งนี้ใช่ไหม”“วันนี้แหละพอดีงานมีปัญหานิดหน่อย” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นข้อเสนอให้ฉัน “ย้ายจากบ้านแซนมาทำที่บ้านเราได้ไหม ให้ค่าจ้างเฝ้าบ้านสองหมื่น”“ข้อเสนอดีนะเนี่ย” ฉันว่ายิ้ม ๆ พร้อมกับทำท่าคิดไปด้วย “อาร์ทต้องมาด้วยนะคะ พี่โอเคหรือเปล่า”“อืม”เขานี่แหละที่กระชากฉันออกจากอาร์ทครั้งนั้น ช่วงแรกก็มีหัวร้อนกันบ้างที่รู้ว่าอาร์ทเรียนที่เดียวกับฉัน แต่นานวันไปเขาคงตกตะกอนแล้วมั้งคะ“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่พี่จะเดินทางตอนไหน”“ค่ำ ๆ แหละ เช้านี้ต้องไปที่ร้านก่อน”“ขับรถกลางคืนอีกแล้ว”“แค่สองชั่วโมงเอง”“มีคำพูดมาแก้ต่างตลอดแหละ” ฉันว่าพลางเบะปากใส่เขาหลังจากมาส่งฉันที่มหาวิทยาลัยแล้วพี่โรมเขาก็เข้าร้านต่อค่ะ ได้ยินพี่กรณ์โทรมาบอกว่าร้านถูกงัด ไม่แน่ใจว่าอะไรเสียหายบ้าง“เธอมาก็ดี” แซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อะไรของเธอสีหน้าไม่ค่อย
หลายวันผ่านไป“พี่เลย์ไปไหนเหรอคะ” ฉันถามพี่โรมเมื่อกลับมาบ้านแล้วไม่เห็นใครอีกคนหนึ่ง “แล้วไหนว่าวันนี้พี่ไปต่างจังหวัดไง”“ไอ้เลย์ไปแทนแล้ว”“แล้วงานของพี่เลย์ล่ะ”“พี่ไปทำแทนไง”“เยี่ยมไปเลย นี่ถ้าลูกค้าแยกไม่ออกคงไม่คิดอะไร ส่วนคนที่แยกพี่สองคนออกเขาคงคิดว่าพี่เก่งมากแน่ ๆ สามารถทำแทนกันได้ทุกอย่าง”“แน่นอน” นอกจากจะไม่ปฏิเสธแล้วยังขานรับอย่างเต็มใจอีกด้วย “ไปตลาดนัดกันดีกว่า”“วันนี้มาแปลกแฮะ” ฉันว่าพลางมองคนตรงหน้านิ่ง ๆ รู้สึกว่าวันนี้เขามีพิรุธ“แค่ไปตลาดเองแปลกตรงไหนครับ”“แปลกตรงนี้แหละ แอบไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่าคะ”“เปล่าสักหน่อย”“แน่?”“แน่สิ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้วหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ “ไปกันเถอะ”เลิกสนใจเขาแล้วกดโทรออกไปหาพี่เลย์ แต่ว่าเขาไม่รับสายฉันค่ะ ปกติฉันจะไม่เซ้าซี้ใคร ไม่รับฉันก็เลิกโทรแค่นั้น แต่วันนี้มันรู้สึกแปลก ๆ อยากให้เขารับสาย แต่ไม่ว่าฉันจะโทรเท่าไหร่เขาก็ไม่รับอยู่ดี“มันอาจจะกำลังยุ่งอยู่ก็ได้”“ไม่ใช่หรอก”“...”“พี่ก็แปลก พี่เลย์ก็แปลก มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามไปตามความรู้สึก และปฏิกิริยาของคนตรงหน้ามันทำให้ฉันมั่นใจว่าเซนส์ฉันไม่ผิดแน่นอน “ถือว่าหนูถามแล้ว
“พูดอะไรของมึง”“อะไร?”“ใจเย็น ๆ ก่อนอย่าเพิ่งต้อนให้จนมุม”“กูกับมึงต่างหากที่จนมุม รู้ทันไปหมด”เรื่องลูกผมพูดจริงนะว่าอยากมี ในส่วนที่เขียนฟ้าแพ้ยาชาผมคิดว่าคุณหมอเขาต้องมีวิธีทำคลอดแน่นอน สมัยนี้เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลแล้วครับ ตรงนี้คงต้องปรึกษาคุณหมออย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง“รีสอร์ตไปถึงไหนแล้ว” ถามไอ้โรมเพราะเมื่อไม่นานมานี้มันเข้าไปดูมา“เรียบร้อยดี”“อืม ... มึงได้ข่าวแม่บ้างไหม” ผมถามต่อ ช่วงหลังมานี้แม่หายเงียบไปเลย ปกติจะโทรหาเราสองคนอยู่บ่อย ๆ“ไปเที่ยวญี่ปุ่น”“ไปกับใคร”“แก๊งเพื่อนเขานั่นแหละ อาทิตย์หน้าคงกลับแล้ว”สามปีมานี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับพวกเรา เถียงกันบ้าง ความคิดไม่ตรงกันบ้างเป็นเรื่องปกติครับ ที่ยังเหมือนเดิมและดีขึ้นกว่าเดิมคือเขียนฟ้า เรียนเก่งปรับตัวเก่ง กล้าคิดกล้าตัดสินใจอีกด้วย แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมกับไอ้โรมยังไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ นั่นก็คือแม่ที่ยังไม่ยอมรับเขียนฟ้า“พี่เลย์”“ครับ”“ถ้าพี่มีลูกชายพี่จะตั้งชื่อเขาว่าอะไร” เป็นคำถามที่ไม่คิดว่าเธอจะถามเลยด้วยซ้ำ“วินเทอร์”“ขอเหตุผลค่ะ”“พี่ชอบฤดูหนาว”“อืม ... แล้วพี่ล่ะคะ ถ้ามีลูกสาวพี่





![สามีติดเซ็กส์ [PWP] + [SM25+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

