LOGIN
‘ข่าววงในเขาลือกันว่าลูกสาวคนสวยของท่านรัฐมนตรีคนดังตอนนี้กำลังกุ๊กกิ๊กอยู่กับหนุ่มนักศึกษาคณะที่มีเกียร์ห้อยคอ บอกเลยว่าหนุ่มหล่อคนนี้ดีกรีไม่ธรรมดา เป็นถึงลูกชายของเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศ เห็นโปรไฟล์แล้วรับรองว่าท่านรัฐมนตรียอมไฟเขียวให้แน่นอน แถมแหล่งข่าวยังบอกอีกด้วยว่าหลังเรียนจบทั้งคู่เตรียมบินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน เห็นแล้วมันหนึบหนับหัวใจเสียจริง นี่แหละนะที่เขาเรียกว่าคู่สร้างคู่สมของแท้’
จู่ ๆ ก็มีข่าวการคบหาดูใจกันระหว่างคนสองคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน
ด้านหนึ่งคือ ‘ดาริกา อนันต์เดโช’ หรือ ‘ดาริณ’ ลูกสาวคนสวยของท่านรัฐมนตรีคนดังผู้ซึ่งกุมอำนาจหลายฝ่ายในรัฐบาล
อีกด้านคือ ‘อนาวัฒน์ เตมรไพศาล’ หรือ ‘ทิวเขา’ ทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรธาดากรุปกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ
ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งคู่เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกทั้งที่แท้จริงแล้ว ทั้งคู่เป็นเพียงเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเท่านั้น อีกอย่างทางฝ่ายชายก็มีคนรักอยู่แล้วด้วย แต่ไม่รู้ทำไมข่าวโคมลอยนี้ถึงปรากฏอยู่ในสื่อโซเชียลราวกับมีคนจงใจปล่อยออกมา
‘เจ้าขุน’ หรือ ‘ภัทรดนัย ประสิทธิพงษ์’ นั่งขมวดคิ้วนิ่วหน้าขณะอ่านข่าวของเพื่อนสนิทบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะแค่นหัวเราะเสียง ‘เหอะ’ อยู่ในลำคอแล้วพูดพึมพำว่า
“สิ้นคิด”
เขาพูดเหมือนรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของใคร
.......................................
ภายในคอนโดหรูหราใจกลางเมืองหลวง ชั้นบนสุดเป็นเพ้นท์เฮ้าส์ส่วนตัวซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางแบ่งเป็นสองชั้น
ชั้นล่างของเพ้นท์เฮ้าส์ถูกแบ่งโซนไว้อย่างลงตัว ตรงห้องครัวมีเคาน์เตอร์บาร์เล็ก ๆ สำหรับสังสรรค์ ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่มีโซฟาทรงโมเดิร์นตามรสนิยมเรียบง่ายของผู้เป็นเจ้าของ เยื้องเข้าไปด้านในมีห้องฟิตเนสขนาดเล็ก ถัดจากห้องฟิตเนสเป็นห้องสำหรับดูภาพยนตร์แบบส่วนตัว
ส่วนชั้นสองแบ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่สองห้อง ภายในห้องนอนถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัยสไตล์เดียวกับชั้นล่างมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
นอกจากความหรูหราสะดวกสบาย ตรงด้านหน้าประตูทางเข้าออกของเพ้นท์เฮ้าส์ยังมีบอดี้การ์ดชุดดำยืนคุมเชิงคอยดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี ผู้ที่จะเข้ามาเยือนยังสถานที่แห่งนี้นอกจากต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของแล้ว ยังต้องผ่านการคัดกรองจากผู้คุมร่างใหญ่อย่างละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน
ร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของเพ้นท์เฮ้าส์หรือที่เหล่าชายชุดดำเรียกเขาว่า ‘นายน้อย’ เดินออกจากลิฟต์พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งการมาของคนทั้งคู่มันดูผิดแผกไปจากปกติก็ตรงที่หญิงสาวถูกฉุดกระชากลากดึงราวกับโดนขู่บังคับ
การ์ดร่างใหญ่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะโค้งศีรษะลงในตอนที่นายน้อยของพวกเขาฉุดลากผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านประตูไป
“นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้าเจ้าขุน”
หญิงสาวร้องโวยวายใส่คนที่พยายามลากจูงแกมบังคับให้เธอเข้าห้องไปด้วยกัน มือบอบบางทุบตีลงบนท่อนแขนแข็งแรงครั้งแล้วครั้งเล่าจนแขนของชายหนุ่มเป็นรอยแดงช้ำ
ตัวก็เล็กนิดเดียวไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนาวะ
เจ้าของร่างสูงถลึงตาใส่เธอก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“เธอเป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้นะดาริณ เพราะฉะนั้นเธอต้องรับผิดชอบ”
เมื่อประตูเปิดกว้างร่างอรชรก็ถูกเหวี่ยงลงบนโซฟาอย่างแรง สองแขนเล็กถูกตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา ลิ้นหนาดุนเข้าตรงกระพุ้งแก้มขณะจ้องมองคนใต้ร่าง
‘ดาริณ’ พยายามดิ้นขัดขืนจากการเกาะกุมที่แน่นหนาขณะกล่าวขอโทษขอโพยไปพร้อมกัน
“ฉันขอโทษ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะวางยานายนะ”
“คงตั้งใจวางยาไอ้ทิวเขาสินะ เธอมันหน้าไม่อายจริง ๆ ดาริณ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโมโห ดวงตาคมเข้มทอประกายโทสะอย่างแรงกล้า มือหนาบีบข้อมือของคนใต้ร่างอย่างแรง
เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าเธอดี
แม้จะโกรธมากมายเพียงใดสุดท้ายก็ทำร้ายเธอไม่ลงอยู่ดี ยังไงซะดาริณก็คือเพื่อนคนหนึ่ง
‘เจ้าขุน’ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะผละออกจากร่างเล็กแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำอยู่เกือบเต็มอ่าง ให้ความเย็นของน้ำชะล้างความเร่าร้อนภายในร่างกายเผื่อว่าจะดีขึ้นบ้าง
หญิงสาวลุกจากโซฟาแล้วเดินตามเขาเข้าไป นัยน์ตาสวยเฝ้ามองเพื่อนชายด้วยความเป็นห่วง
ความจริงวันนี้เธอตั้งใจวางยาปลุกเซ็กส์ ‘ทิวเขา’ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคน และยังเป็นคนที่เธอแอบรักมานาน แต่มันดันผิดแผนไปหมดเมื่อคนที่ดื่มยาเข้าไปดันเป็นเจ้าขุน
“นายดีขึ้นบ้างไหม”
เอ่ยถามชายหนุ่มขณะขยับเท้าเข้าใกล้อ่างอาบน้ำทีละนิด
“เข้ามาทำไม”
“ก็ฉันเป็นห่วงกลัวว่านายจะเป็นอะไรไป”
“ห่วงฉัน? กลัวฉันตายเหรอ”
คนอุตส่าห์พยายามระงับอารมณ์ที่มันคุกรุ่นเพราะฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กส์ แต่ตัวต้นเหตุก็ยังตามมาถามเซ้าซี้
มันน่าโดนนัก
คนถูกพูดประชดประชันก้มหน้าสำนึกผิด ก่อนจะขยับเข้าไปจนชิดขอบอ่างเพื่อกล่าวขอโทษอีกครั้ง พร้อมทั้งดูอาการคนที่นอนแช่อยู่ในน้ำว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทว่าฉับพลันร่างของเธอก็ถูกดึงลงไปในอ่างอาบน้ำด้วย
“อร๊าย!!!”
วงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกอดรัดร่างบอบบางเอาไว้ ดาริณยังไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีปากหนาก็ประกบจูบลงบนริมฝีปากสวย สอดลิ้นรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากชุ่มฉ่ำแล้วเกี่ยวกระหวัดดูดดึงเรียวลิ้นเล็กอย่างพัลวัน
“~อื้อ~”
หญิงสาวครางท้วงพลางผลักไสคนตัวใหญ่ให้ออกห่าง สองมือประโคมทุบตีบนหัวไหล่แน่นหนั่นอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะเปลี่ยนไปกำเสื้อของเขาเอาไว้แทน
ฝ่ามือกร้านลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชร ก่อนจะสอดเข้าไปในเสื้อของหญิงสาว จากนั้นก็ออกแรงบีบขยำสองเต้าผ่านบราเซียเกาะอก
นมโคตรใหญ่
ร่างเล็กเริ่มอ่อนระทวย จากที่ต่อต้านในตอนแรกดาริณก็เริ่มมีท่าทีตอบสนอง วงแขนเรียวยกขึ้นมาคล้องคอชายหนุ่มแล้วตวัดลิ้นโต้ตอบ
เจ้าขุนได้ใจจึงเริ่มถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทีละชิ้น ขณะที่เรียวลิ้นยังคงเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง เมื่อเสื้อผ้าอาภรณ์ของหญิงสาวถูกถอดออกจนหมดเขาก็หันมาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง
“อย่าเจ้าขุน”
ท้วงขึ้นประหนึ่งว่าไม่อยากให้เขาทำต่อ
คนถูกขัดใจผละริมฝีปากออกมา คิ้วหนาขมวดขุ่นเคืองขณะจับจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสาว
“จะห้ามทำไมวะ”
มาถึงขั้นนี้ใครมันจะไปทนไหว ถูกวางยาปลุกเซ็กส์แถมยังมีผู้หญิงเปลือยกายอยู่ตรงหน้า ต่อให้บวชเป็นพระก็ทนไม่ไหวหรอก
เขาทำเสียง‘จิ๊ปาก’อย่างไม่พอใจใส่เธอ ก่อนจะไล้ฝ่ามือไปตามผิวเนียนแล้วบีบขยำสองเนินนุ่มนิ่มตามแรงอารมณ์
ผิวดาริณทั้งเนียนและนุ่มมาก
ปลายนิ้วเรียวยาวสะกิดเบา ๆ ตรงตุ่มไตสีสวยจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นบีบบี้เล่น ร่างเล็กสั่นระริกด้วยความกระสันเสียว
“~อ๊า~”
เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาจากคนตัวเล็ก แม้หัวสมองจะสั่งการให้ต่อต้านแต่ร่างกายกลับตอบสนองสัมผัสของเขา
เจ้าขุนลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ ริมฝีปากเคลื่อนเข้าไปแนบชิดที่ใบหูเล็กแล้วกระซิบเสียงแหบพร่า
“ขอดูดนมหน่อย”
ยังไม่ทันได้อนุญาตฉับพลันร่างเล็กก็ถูกจับพลิกให้หันหน้าเข้าหาคนตัวสูง ชายหนุ่มจัดแจงให้เธอนั่งบนกล้ามเนื้อหน้าท้องของตัวเองโดยให้ตำแหน่งสองเต้าชูชันอยู่เบื้องหน้า คนถูกวางยากลืนน้ำลายก้อนหนืดเมื่อได้เชยชมเนินอกขาวเนียนที่เด่นหราอวบนูนราวกับลูกซาลาเปา
สวยมาก
สองมือช่วยกันเคล้นคลึงตรงสองเต้า ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะครอบลงตรงปลายยอดถันแล้วดูดเลียอย่างรุนแรง
“เบาหน่อยเจ้าขุนฉันเจ็บ”
ดาริณเอ่ยปรามเสียงสั่น ร่างเล็กสั่นระริกยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เขาดูดแรงขึ้นอีก
ปลายลิ้นตวัดหนัก ๆ ไปตรงตุ่มไตสีหวาน ความกระสันทำให้เขาเผลอขบฟันลงบนนั้นด้วยความมันเขี้ยว
“~อ๊ะ~เจ้าขุน”
“วันนี้เธอคงเตรียมตัวเตรียมใจมาเป็นเมียไอ้ทิวเขาสินะ เสียใจด้วยนะดาริณที่มันผิดแผนไปหน่อย”
พูดจบก็จัดแจงให้หญิงสาวอยู่ในท่าคุกเข่าแล้วจับมือของเธอไปเกาะไว้ตรงขอบอ่าง ชายหนุ่มคุกเข่าประกบอยู่ด้านท้ายดวงตาคมไล่สำรวจแผ่นหลังเนียนขาวอย่างหื่นกระหาย
“จะมาโทษฉันไม่ได้นะดาริณ”
อากาศยามค่ำของบ้านพักตากอากาศริมทะเลมีลมพัดโชยสร้างความรู้สึกเย็นสบาย แสงไฟสีอบอุ่นส่องสว่างติดตามแนวรั้วไม้ของบ้านช่วยเพิ่มความโรแมนติก ดาริณเดินเล่นอยู่ริมชายหาดเพียงลำพัง ดวงตาเป็นประกายทอดมองไปยังสุดขอบฟ้า ร่างหนาเดินเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง สันจมูกโด่งคมเคลื่อนไล้ไปตามแก้มเนียนแล้วหอมเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะถามคนที่ยืนมองท้องฟ้าราวกับคนเหม่อลอย “คิดอะไรอยู่” พูดชิดแก้มนุ่มจากนั้นริมฝีปากหยักก็ขบกัดตรงใบหูเล็ก ก่อนจะจับร่างเล็กให้หันมาสบตากัน “คิดถึงเรื่องของเราน่ะ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าเราสองคนจะมีวันนี้ได้” เจ้าขุนคลี่ยิ้ม แววตาลึกล้ำจดจ้องใบหน้าหญิงคนรักแล้วพูดว่า “เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม” “...” หญิงสาวเลิกคิ้วรอฟัง “พรหมลิขิตให้เราได้กลับมาเจอกับคนที่เราเฝ้าตามหามาสิบปี” “นายหมายถึงใคร” “จำกันไม่ได้จริง ๆ เหรอเนี่ย น่าน้อยใจจัง” พูดพลางดึงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดก่อนจะจุมพิตลงบนหน้าผากสวยได้รูป จากนั้นก็จับเธอผละออกเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายมองสำรวจใบหน้าขอ
ริมฝีปากหยักเคลื่อนไซ้ไปตามท้ายทอยและซอกคอหอมกรุ่น กดจูบและขบเม้มสร้างความกระสันเสียว ร่างเล็กบิดส่ายเร่าร้อนมือสองข้างเกาะอยู่เบื้องหน้า ปลายนิ้วแกร่งเกี่ยวรั้งกางเกงชั้นในตัวจิ๋วลงมากองอยู่บนพื้น “เสียบเลยได้ไหม” เสียงพูดชิดอยู่ตรงริมแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากจะจูบซับพวงแก้มระเรื่อขณะรออีกฝ่ายเอ่ยตอบ “ไม่ไหวแล้วเหรอ” “ไม่ไหวแล้ว” พูดจบก็ถอดเสื้อยืดออกจากทางศีรษะ มือหนาเร่งปลดตะขอกางเกงแล้วรูดรั้งลงไปพร้อมกับกางเกงในบอกเซอร์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สลัดมันออกจากปลายขาอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ร่างสูงจะขยับมายืนประกบอยู่ด้านหลังคนตัวเล็ก ปลายนิ้วหนาบดบี้ส่วนที่เป็นติ่งเสียวของหญิงสาว นิ้วกร้านแหย่แยงเข้าไปในร่องรักเพื่อเบิกทางเพิ่มน้ำหล่อลื่น ร่องสวาทเปียกแฉะไปด้วยน้ำหวานที่ผลิตออกมาอย่างล้นหลาม เจ้าขุนจับท่อนเอ็นใหญ่ถูไถตรงสะโพกกลมกลึง ปลายนิ้วทำหน้าที่แหวกให้ร่องรูเบิกกว้าง จากนั้นก็เอาส่วนปลายหยักไปจ่อไว้ตรงปากทางแล้วดันเข้าไปรวดเดียวมิดด้าม ปลายลิ้นหนาแลบเลียตามแนวกระดูกสันหลังด้วยความหื่นกระหาย
@โรงพยาบาล ว่าที่คุณพ่อนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจเลือด ใบหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มเมื่อรู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาต้องถูกแทงเข็มฉีดยาเข้าไปในร่างกาย ลูกผู้ชายตัวโตเรื่องปืนผาหน้าไม้ไม่เคยเกรงกลัว แต่พอเป็นเข็มฉีดยากลับกลายเป็นคนใจเสาะใจปลาซิวขึ้นมาเสียได้ ดาริณหัวเราะกระซิก รู้สึกขบขันมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทว่ากับกลัวเข็มฉีดยาอันเล็กกระจิ๋วหลิ๋ว คนหน้าเข้มใช้สายตาดุดันเพ่งมองใบหน้าสวยของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ริมฝีปากหนาแนบชิดใบหูเล็กแล้วพูดกระซิบ “หัวเราะเยาะเหรอ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะ” “ไม่กลัว” เธอยิ้มแป้นแล้นล้อเลียนเห็นแล้วมันน่าจับฟัดแก้มชะมัด มือหนายกขึ้นบีบแก้มดาริณด้วยความมันเขี้ยว ขณะนั้นคุณพยาบาลก็ออกมาเรียกเขาเข้าห้องเจาะเลือดพอดี “เชิญคุณภัทรดนัยค่ะ” คนถูกเรียกเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนเข้าไปก็ไม่ลืมหันมามองคาดโทษคนที่หัวเราะเยาะเขาไม่หยุด คืนนี้เธอโดนแน่ดาริณ เวลาต่อมา ดาริณนอนอยู่บนเตียงตรวจโดยมีเจ้าขุนนั่งอยู่ด้านข้าง ม
“พวกมึงคิดจะทำอะไรหลานกู” คนมีอำนาจตวาดเกรี้ยวกราดมือข้างหนึ่งยกปืนขึ้นจ่อขมับคนที่คุกเข่าอยู่ เปลวไฟแห่งโทสะลุกโชนอยู่ในดวงตาสีเทาอ่อน ดวงตาดุดันจ้องเขม็งคนตรงหน้าราวกับอยากฆ่าให้ตาย ภาพชวินนั่งตัวสั่นเทาทำให้ดาวิทย์เริ่มหวาดกลัว เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขุนก้มหัวกราบกรานร้องขอชีวิต “เจ้าขุนฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว นายไว้ชีวิตฉันด้วย สัญญาว่าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก ต่อไปนี้ฉันจะกลับตัวเป็นคนดี ไว้ชีวิตฉันด้วยนะ” แค่นหัวเราะให้กับคำพูดของดาวิทย์ เขาไม่เชื่อสักนิดว่าคนอย่างดาวิทย์จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ ถ้ามันอยากกลับตัวจริง ๆ มันคงทำไปตั้งนานแล้ว “ยูจะเอาไง” เจ้านายใหญ่หันมาถามหลานเมีย ตอนแรกเขาไม่คิดจะทำร้ายดาวิทย์ แต่มาคิด ๆ ดูแล้วถ้าปล่อยดาวิทย์ไปอีกครั้งมันต้องสร้างปัญหาอีกแน่ และที่เขากังวลมากที่สุดคือคนอย่างดาวิทย์มันต้องใช้ลูกกับเมียของเขาเป็นเครื่องมือต่อรอง เจ้าขุนยกยิ้มมุมปากจากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องให้ถึงตายนะ ทำให้พิการตลอดชีวิตและพูดไม่ได้ก็พอ” บอกความต้องการเรียบร้อยก็หันหลังให
“ปล่อยตัวประกันมาก่อน แล้วกูจะบอกว่าเงินอยู่ไหน” เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะได้หลงเชื่อตั้งแต่แรกว่าดาวิทย์ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ จึงให้ออสตินเป็นคนถือกระเป๋าที่บรรจุเงินสดสามสิบล้านเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นดังนั้นชวินก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้าเหี้ยมโหดแดงก่ำด้วยแรงโทสะ “มึงคิดจะเล่นตุกติกกับกูเหรอ” “ถ้ากูอยากเล่นตุกติกกับมึงกูโทรแจ้งตำรวจไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าอยากได้เงินก็ปล่อยตัวประกันออกมาก่อนแล้วกูจะบอกว่าเงินอยู่ไหน” ชวินทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันไปทางมือขวาคนสนิทแล้วเอ่ยสั่ง “ไปเอาตัวไอ้ดาวิทย์มา” “ครับนาย” ดาวิทย์ถูกลากออกมาจากในตึกร้าง มือสองข้างถูกมัดไพล่หลัง สภาพเหมือนคนปกติไม่ได้ถูกซ้อมจนน่วมเหมือนคนที่ถูกจับตัวมา ลูกน้องคนหนึ่งแกะเชือกให้ดาวิทย์ “ทีนี้มึงบอกกูได้รึยังว่าเงินอยู่ที่ไหน” “เงินอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าทางเข้า” เมื่อรู้ที่ซ่อนเงินชวินก็คลี่ยิ้มจนกว้าง เขาส่งซิกให้ลูกน้องสองคนไปเอากระเป๋าเงินตรงจุดที่เจ้าขุนบอก พอรู้ที่ซ่อนเงินแน่ชัดสองหนุ่มเพื่อนซี้ก็หันมาส่
รถสปอร์ตคันงามแล่นไปตามท้องถนนด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปที่บ้านของท่านรัฐมนตรี ร่างสูงโปร่งก้าวฉับ ๆ เข้าไปในบ้านของว่าที่พ่อตาอย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเห็นหน้าลูกเขย คนร้อนใจก็รีบร้อนเข้าไปหาทันที “พวกมันติดต่อมารึยังครับ” “ติดต่อมาแล้ว มันบอกว่าให้เอาเงินไปให้มันที่นี่” ท่านรัฐมนตรียื่นกระดาษที่จดสถานที่นัดหมายให้กับเจ้าขุน เขาหยิบมันมาดูแล้วพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนอายุมากแล้วเอ่ยถาม “พวกมันต้องการเงินเท่าไหร่ครับ” ความจริงก็ได้ยินที่ดาริณอุทานแล้วล่ะ แต่ก็อยากถามให้แน่ใจอีกครั้ง ท่านรัฐมนตรีมีสีหน้าหวั่นวิตก ริมฝีปากขบเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับพูดเสียงอ่อย “สามสิบล้าน” ได้ยินแค่นั้นเจ้าขุนก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วรีบโทรหาจรณ [ครับนายน้อย] “คุณช่วยเอาเงินมาให้ผมที่บ้านท่านรัฐมนตรีนพดลหน่อย” [ได้ครับ นายน้อยจะเอาเท่าไหร่ครับ] “สามสิบล้าน” [ได้ครับ ผมจะรีบไป] หลังวางสายจากลูกน้องเขาก็กดโทรหาเพื







