LOGIN“ครับ พี่ก็รักรันสุดหัวใจ ต่อจากนี้ไปจะไม่พูดให้รันคิดมากอีก” กันภัยเร่งจัดข้าวของและทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย รันนรินทร์ช่วยบ้างแต่เธอเงอะๆ งะๆ เพราะไม่เคยทำอะไรเอง เรียกว่าเกิดมาไม่เคยหยิบจับอะไรเลย มีแต่กิน นอน เที่ยว เรียนหนังสือและใช้เงิน เรื่องงานบ้านพวกนี้ไม่เคยแตะเนื่องจากมีคนทำให้อยู่แล้ว
“พี่กันเก่งจัง เก่งกว่ารันอีก ขนาดพับผ้ารันยังทำไม่เป็นเลย” เธอยอมรับว่าพับผ้าไม่เป็น อาจจะรู้สึกอยากทำบ้างสนุกๆ แต่พอต้องทำทุกวัน เธอมองว่ามันเหนื่อยเอาการอยู่ มีคนบอกว่าการทำอะไรบ่อยๆ เป็นนิสัยเราจะเคยชิน แต่ถ้าไม่เคยทำเลย ให้มาหัดทำแรกๆ จะรู้สึกว่าไม่อยากทำ
“รันนั่งเฉยๆ ก็พอ ไม่ต้องทำอะไรหรอก พี่ชอบจัดบ้านอยู่แล้ว”
“ให้รันช่วยปูผ้าปูที่นอนไหมคะ รันอยากช่วย นะคะๆ”
“เอาสิ” เขาพยักหน้าให้เธอ ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“อุ๊ย! ว้าย”
“รันเป็นอะไร”
“รันอยากดึงให้มันตึงค่ะแต่มันไม่ดึง ดึงแรงไปหน่อย ล้มหัวคะมำเลย” เธอตอบเสียงอ่อยขณะลงไปนอนกองอยู่กับที่นอน
“เดี๋ยวจะสอนให้ ต้องทำอย่างนี้นะ” กันภัยค่อยๆ สอนอย่างใจเย็น คนอยากเรียนก็ตั้งใจ
เธอมาอยู่กับเขาแบบนี้ไม่มีคนรับใช้ งานทุกอย่างต้องทำเอง ดังนั้นเธอต้องช่วยแบ่งเบาภาระของเขา
“เรียบร้อยแล้วล่ะ” บ้านช่องถูกปัดกวาดเช็ดถูอีกรอบให้สะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าข้าวของน้อยชิ้นถูกจัดเก็บเข้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งสองมองอย่างภาคภูมิใจกับบ้านหลังใหม่และฝีมือของพวกเขาเอง
“ในครัวมีอุปกรณ์เครื่องครัวหลายอย่างเลย แบบนี้ก็สบายสิ เรามีแค่วัตถุดิบก็ปรุงอาหารได้แล้ว”
“มีตู้เย็นด้วยนะคะพี่กัน ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่ก็ยังใช้งานได้อยู่” รันนรินทร์เปิดดูภายในมีน้ำดื่มและของสดหลายอย่างจัดเตรียมเอาไว้
“มีของสดในตู้เย็นด้วยค่ะ”
“ดนัยคงเตรียมเอาไว้ให้ ดีจัง” กันภัยพูดถึงเพื่อนแล้วยิ้ม เขาไม่รู้จะขอบคุณเพื่อนอย่างไรดี
“พี่รู้จักกับพี่ดนัยนานแล้วเหรอคะ เขาเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ เลยนะคะ”
“รู้จักกันสมัยดนัยอยู่ประจวบฯ น่ะ พี่กับเขาเป็นเพื่อนกัน แต่เขาย้ายมาอยู่ที่สงขลาหลายปีแล้ว” กันภัยสำรวจข้าวของเครื่องใช้ในครัวก็ยิ้มออก มีกระทะ หม้อไว้ใส่แกง หม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อนและแก๊สเอาไว้หุงต้ม รันนรินทร์มองอุปกรณ์ของใช้ในครัวก็ให้นึกเปรียบเทียบกับที่บ้านวูบหนึ่ง แต่เธอก็ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน ขืนพูดไปอาจทำให้กันภัยไม่สบายใจเอาได้ ที่บ้านของกันภัยเองก็มีอุปกรณ์เครื่องครัวเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เหมือนกัน เขาคงจะเคยชินกับมัน ไม่เหมือนเธอที่ไม่ค่อยเคยชินกับมันเท่าใดนัก
“มีเพื่อนดีแม้มีเพื่อนน้อยก็ดีกว่ามีเพื่อนมากแต่หาความจริงใจไม่ได้นะคะ”
“ใช่ครับ เราอาบน้ำอาบท่ากันก่อนไหม แล้วค่อยทำอาหารกินกัน”
“ค่ะ” กันภัยพาแฟนสาวไปอาบน้ำ เขาให้เธออาบน้ำก่อนและเขาค่อยอาบทีหลัง ก่อนจะมาช่วยกันทำอาหาร เสียงตะโกนหน้าบ้านทำให้ทั้งสองต้องชะโงกหน้าออกไปดู
“อ้าว... ดนัย ขึ้นมาสิ”
“ทำอะไรกันอยู่ หอมเชียว”
“ทำอาหารอยู่น่ะ นายหิ้วอะไรมาเยอะแยะเชียว”
“ซื้อกับข้าวมาฝาก แถวนี้มีตลาด อยากไปเที่ยวไหม”
“แล้วแต่รันละกัน ฉันยังไงก็ได้”
“เอาไว้วันหลังดีกว่าค่ะ” เธออยากไปเที่ยวแต่ก็เหนื่อยจากการเดินทาง จึงปฏิเสธออกไป คิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องได้ไปเที่ยวอยู่แล้ว ใจหนึ่งก็นึกกระหวัดไปถึงบิดามารดา ป่านนี้พวกท่านคงรู้แล้วว่าเธอหายไป เธอหนีมาอยู่ที่นี่มีมะปรางคนเดียวที่รู้ ถ้าเธอไม่ติดต่อใครเลย ไม่เล่นเฟซบุ๊กหรือเล่นไลน์ แชร์สถานที่อะไร ทำตัวให้เงียบที่สุด คงไม่มีใครตามหาเธอเจอ บ้านนอกและห่างไกลผู้คนแบบนี้ คงยากที่บิดามารดาจะหาเจอ
รันนรินทร์ยอมรับว่าเธอรู้สึกผิดต่อบิดามารดาอยู่มากที่หนีหายมาแบบนี้ แต่เมื่อถูกบีบคั้นเรื่องแต่งงานเธอจำต้องเลือก ต้องตัดสินใจ
“ฉันซื้อไก่ย่างมาฝาก แล้วก็อาหารทะเลอีกหลายอย่าง มาอยู่ที่นี่ก็ต้องกินอาหารทะเล” คนที่มีน้ำใจชูข้าวของที่หิ้วมาด้วยรอยยิ้ม
“ขอบใจมากนะเพื่อน”
“ว้าว! วันนี้มีอาหารทะเลด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะพี่ดนัย”
“ฉันฝากท้องด้วยสิ จะได้คุยกับนายด้วย” ดนัยบอกก่อนจะเดินเข้าไปในครัว วางกับข้าวมากมายเอาไว้ตรงนั้น
“ได้สิ ฉันจะแสดงฝีมือทำอาหารให้นายกิน”
“นายนี่ทำอาหารอร่อยเสมอ ฉันสิ ทำอะไรไม่เป็นเลย”
“รันก็ทำไม่เป็นค่ะ กินเป็นอย่างเดียว”
“รันกับดนัยไปนั่งรอข้างนอกก่อนก็ได้”
“รันอยากช่วยพี่กันนี่คะ”
“ไปนั่งเป็นเพื่อนดนัยดีกว่า พี่ทำเองได้”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันนั่งรอได้ หิ้วเบียร์มาด้วย นั่งกินรอนายไปพลางๆ ก่อน” กันภัยหันไปทำอาหารต่อ ในขณะที่รันนรินทร์อาสาจะช่วยแฟนหนุ่ม
“อุ๊ย!”
“เป็นอะไรครับ”
“มีดบาดค่ะ”
“พี่บอกแล้วว่าไม่ต้องทำ พี่ทำเองได้”
“ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษทำไม”
“ขอโทษที่ทำให้พี่กันยุ่งวุ่นวายค่ะ รันไม่เอาไหนเลย ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง”
“อย่าคิดมากสิครับ มาพี่ทำแผลให้” กันภัยยิ้มปลอบ ใส่ยาและทำแผลให้แฟนสาว ก่อนจะไล่ให้เธอออกไปนั่งคุยเป็นเพื่อนดนัยด้านนอก
อาหารมื้อเย็นเป็นกุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกระหรี่ ผัดหอยลายน้ำพริกเผา ต้มยำทะเลและไข่เจียวหมูสับ กันภัยเป็นคนทำทั้งหมด ดนัยนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนและคุยกันอย่างออกรส ในขณะที่รันนรินทร์เป็นผู้ฟังที่ดี
“เดี๋ยวรันไปตักต้มยำมาอีกนะคะ” เธออาสาอย่างมีน้ำใจเพราะจะเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำด้วย ห้องน้ำที่นี่อยู่ด้านล่างของบ้านแต่สามารถลงไปทางหลังบ้านได้ คิดว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่ปริปากบ่น
“ท่าทีน้องรันเขาทำอะไรไม่เป็น” ดนัยพูดขึ้นหลังจากที่รันนรินทร์ลับหายเข้าครัวไปแล้ว
“เขาเป็นลูกคนมีเงิน ไม่เคยหยิบจับอะไรจริงๆ นั่นแหละ”
“เป็นยังไงมายังไง ไหนเล่าให้ฟังหน่อย” ดนัยสงสัยมากมาย เพื่อนติดต่อมา บอกว่าจะมาขออยู่ด้วยเพราะต้องมาหางานทำ เขาก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะพาผู้หญิงมาด้วย แถมยังเป็นลูกของประจวบกับรำเพย เศรษฐีเมืองประจวบฯ ที่ร่ำรวยและกว้างขวางมีหน้ามีตาในวงสังคมเช่นนี้
กันภัยเล่าให้ดนัยฟังจนหมด ดนัยฟังแล้วถอนใจยืดยาว เพราะรู้อยู่บ้างว่าบิดามารดาของรันนรินทร์นั้นเป็นคนมีเงินและมีอำนาจพอสมควร เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะช่วยเพื่อนได้มากมากน้อยแค่ไหน
“ผิดกับพ่อแม่ฉันว่ะ เขาไม่รังเกียจคนจน แต่อยากได้สะใภ้กับลูกเขยขยันเพราะเรามีอยู่เยอะแล้ว ได้คนรวยๆ ขี้เกียจพ่อแม่ฉันไม่เอา”
ดนัยมีน้องสาวอีกหนึ่งคนแต่เรียนอยู่กรุงเทพฯ บิดามารดาของพวกเขาอยากให้ลูกชายกับลูกสาวได้คนขยันและคนดีมาเป็นคู่ชีวิตมากกว่าคนรวยเพราะจะได้ช่วยกันดูแลกิจการ
ดนัยคิดถึงตัวเอง ชาตินี้เขาคงไม่แต่งงานหรือมีสะใภ้ให้บิดามารดา
“ฉันจะสร้างเนื้อสร้างตัว จะขยัน จะทำทุกอย่างให้พ่อแม่รันยอมรับในตัวฉันให้ได้”
“นายมีอะไรจะให้ฉันช่วยก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“เท่าที่นายช่วยฉัน ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว ให้ทั้งที่อยู่ที่กินยังหางานให้ทำอีกด้วย”
“บ้านฉันเขาชอบคนขยัน นายมาช่วยคุมคนงานน่ะดี เพราะคนเก่าที่ออกไปขี้เกียจมาก ไม่รับผิดชอบงาน ไม่ไหวเลยจริงๆ จะหาคนไว้ใจได้น่ะยาก” กันภัยนึกนิยมชมชอบในตัวของดนัยเป็นอันมาก บ้านของดนัยนั้นถือว่าร่ำรวยมากๆ เป็นเศรษฐีปักษ์ใต้แต่ไม่ถือตัว
“นายไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยงานนายอย่างเต็มที่”
“ฉันรู้ว่านายเป็นคนขยัน นายก็สู้ๆ แล้วกันเพื่อน สักวันพ่อแม่ของรันจะต้องเห็นความดีของนายแน่ๆ”
“ขอบใจนายมากดนัย” รันนรินทร์แอบยืนฟังหนุ่มๆ คุยกัน เธอได้ยินที่กันภัยพูดทุกคำ รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่เธอเลือกคนไม่ผิด กันภัยไม่ใช่คนเหลวไหล อย่างไรเสีย เธอมั่นใจว่าจะฝากชีวิตเอาไว้กับเขาได้
...บทส่งท้าย...เสียงหัวเราะของพิมพ์อัปสรทำให้รันนรินทร์อมยิ้ม พ่อลูกตื่นกันตั้งแต่เช้า กันภัยตื่นมาอาบน้ำให้ลูกด้วยตัวเอง จับแต่งตัวก่อนจะลงมาใส่ผ้ากันเปื้อนทำอาหารเช้าให้เธอกับลูกคนชอบทำอาหารมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้กินทุกวัน เขาไม่เคยเบื่อกับการเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว“อร่อยจังเลยค่ะ” อาหารแปลกๆ ที่บิดาทำให้กิน ทำให้เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง“กินเสร็จแล้วไปแปรงฟันแล้วก็อย่าลืมหอมแก้มคุณแม่นะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปส่งที่โรงเรียน” กันภัยทำแบบนี้ทุกวัน เขาไปรับไปส่งลูก กลับมานอนด้วยกัน สอนการบ้าน ทำอาหารให้กินและเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนท้องของรันนรินทร์ค่อยๆ นูนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกอายุครรภ์ที่มากขึ้น กันภัยสรรหาเมนูแปลกๆ มาทำให้เธอรับประทานเสมอ แปลกแต่อร่อยและทรงคุณค่าทางโภชนาการพ่อลูกขี้อ้อนเหมือนกันไม่มีผิด พอพิมพ์อัปสรรู้ว่าจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้เลี้ยง ก็มาออดอ้อนมาลูบท้อง มานั่งเล่านิทาน โดยการอ่านนิทานง่ายๆ ให้น้องฟังกันภัยซื้อหนังสืออ่านเล่นให้ลูกหัดอ่าน จะได้เก่งภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เล่าๆ ไปพอเธอเผลอๆ ก็จะมาลูบท้องนูนๆ ของเธอ คุยกับน้องในท้องจ้อราวกับโต้ตอบกันได้ เธอ
“ได้สิครับ คุณพ่อจะทำเค้กช็อกโกแลตก้อนใหญ่ๆ ให้กินครับ” เขาทำมืออ้าออกว่าใหญ่ๆ เหมือนกัน“ขอบคุณค่ะ คิกๆ” เด็กน้อยโยกร่างน้อยไปมาบนพุงของบิดาอย่างมีความสุข“หนูพิมพ์อยากได้อะไรอีกไหมครับ”“ไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ” เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา“พ่อลูกมาอาบน้ำได้แล้วจ้ะ จะได้เข้านอน” เห็นอยู่ว่าเล่นกันจนเหงื่อโชก สองคนพ่อลูกหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เล่นกันไม่หยุด เธอเห็นแล้วอมยิ้ม รันนรินทร์รู้สึกว่าชีวิตที่ขาดหายหรือเว้าแหว่งไป มันถูกเติมเต็มอีกครั้ง หลังจากกันภัยพาลูกน้อยไปอาบน้ำ สองพ่อลูกก็มาแต่งตัวพร้อมกัน เธอมองแล้วขำทุกที เหมือนเจอลูกลิงสองตัวอยู่ห้องเดียวกัน เช็ดตัวประแป้งช่วยกันสวมเสื้อผ้าแล้วมานอนบนเตียง ทาแป้งเสียหน้าขาววอกไปหมด ดูแล้วบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ กันภัยกับเธอนอนกับพิมพ์อัปสรทุกคืน มันรู้สึกอบอุ่นและถูกเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป จึงไม่อยากแยกห้องนอนกันเลย“หนูพิมพ์รักพ่อไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงกลาง“รักค่ะ แล้วคุณพ่อกันรักหนูพิมพ์ไหมคะ”“รักที่สุดในโลกเลยครับ” แรกๆ พิมพ์อัปสรไม่สนิทกับกันภัยขนาดนี้ แต่เพราะเขาเข้าหาบุตรสาวตลอดทุกวัน จึงกลายเป็นสนิทไปได้โด
“รัน!” เขาร้องเรียกหญิงสาว ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับร่างของกันภัยที่ทรุดฮวบลงไป“พี่กัน!” รันนรินทร์เรียกชายหนุ่มสุดเสียงด้วยความตกใจในขณะที่มะปรางแทบเสียสติ เธอวิ่งมาหาร่างเปื้อนเลือด ก่อนจะถีบรันนรินทร์จนกระเด็น“โอ๊ย!” รันนรินทร์ร้องเสียงดังด้วยความเจ็บ ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง“รัน!” ดนัยเข้ามาประคองร่างของรันนรินทร์เอาไว้ มะปรางกอดร่างไม่ไหวติงของกันภัยก่อนจะร้องไห้โฮ “อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงแกสองคนแน่ๆ ในที่สุด ฉันกับพี่กันก็ได้อยู่ด้วยกัน พวกแกไสหัวไปซะ พวกแกไม่เกี่ยว อย่ามายุ่งกับเราสองคน” เธอเล็งปืนไปยังร่างของดนัยและรันนรินทร์ ในขณะที่กอดร่างไร้สติของกันภัยเอาไว้“ใจเย็นๆ ก่อน” ดนัยพยายามห้ามปราม หัวใจของเขาเต้นแรง ลมหายใจหอบแรงเพราะเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น“พี่กันจ๋า... ปรางจะตามพี่กันไปนะ ไปอยู่ด้วยกัน” มะปรางจ่อปืนที่ใต้คางของตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอต้องการให้เขาอยู่กับเธอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีของเธอ เธอไม่ได้คิดจะทำร้ายเด็ก เพราะไม่อยากติดคุก แต่ไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอรักจะมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเธอแบบนี้“มะปรางอย่า!
บางครั้งกันภัยก็รู้สึกว่าชีวิตเขาเหมือนมีเวรมีกรรม เขามองหญิงสาวที่เติบโตด้วยกันอย่างอ่อนล้ามะปรางวิ่งลงมาหาเขาด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“พี่กันขา ชุดแต่งงานของปรางสวยไหมคะ”“ปราง หนูพิมพ์อยู่ไหน” เขาปลดมือของเธอออก มองเธอด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย“พี่กันน่ะ เรากำลังจะแต่งงานกัน พี่จะถามถึงคนอื่นทำไมกันคะ”“ปราง... พอเถอะ ที่ปรางทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมาจนถึงตอนนี้ ปรางยังไม่สำนึกอีกหรือไง” “พี่กันขา... พี่กันควรจะแต่งตัวเสียใหม่นะคะ วันนี้ปรางให้นายอำเภอมาเป็นสักขีพยานการจดทะเบียนสมรสของเราด้วยนะคะ”“พอสักทีเถอะปราง พี่ถามว่าหนูพิมพ์อยู่ไหน!” เขาสลัดมือเธอออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” มะปรางหัวเราะเมื่อโดนผลักจนเซ“ไม่รู้สิคะ ปรางจำไม่ได้” เธอตอบอย่างยียวนกวนประสาท กันภัยเดินหาบุตรสาวจนทั่ว แต่เขาก็หาไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย“ปรางอย่าเล่นสงครามประสาทกับพี่นะ”“ถ้าปรางไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ ปรางรักพี่กันมาทั้งชีวิต ทำไมพี่กันไม่รักปรางบ้าง ทำไมต้องไปรักแต่นังรันนรินทร์มันด้วย” เธอตะโกนใส่หน้าเขา น้ำเสียงเกลียดชังคนท
“เหรอคะ โล่งใจไปที ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือรันกำลังจะไปรับลูก ฝากดูแลแกด้วยนะคะ ถ้ามีคนแปลกหน้าไม่ว่าจะใครมารับ อย่าให้แกไปกับใครนะคะ”“ได้ค่ะ เราไม่ให้เด็กไปกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”“เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะคะคุณรัน” คุณครูสาวได้ยินเสียงเด็กๆ บอกว่างูตัวใหญ่อยู่ในสนาม จึงรีบวางโทรศัพท์และไปมุงดูในจังหวะนั้นมะปรางก็เข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เธอหมายตาเอาไว้ หลังจากทำให้ทุกคนไปมุงดูงูตัวใหญ่ในสนามได้ ทุกคนแตกตื่นกันใหญ่ เลยไม่มีใครสนใจใครนอกจากสนใจ... งู“สวัสดีจ้ะหนูพิมพ์”“รู้จักหนูด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิคะ น้าเป็นเพื่อนของแม่รันกับลุงกันภัยจ้ะ”“เพื่อนเหรอคะ”“ใช่จ้ะ วันนี้แม่หนูเขาให้น้ามารับหนูแทนค่ะ พอดีน้าผ่านมาทางนี้พอดี” มุมนี้ปลอดตาคนเพราะพิมพ์อัปสรเล่นลูกบอล แล้วลูกบอลกลมๆ ก็หลุดมือทำให้ต้องวิ่งออกมาเก็บลูกบอลด้านนอก ไกลจากสนามเด็กเล่นพอสมควร“แต่คุณแม่บอกว่าไม่ให้ไปกับคนแปลกหน้าค่ะ” เด็กน้อยทำท่าคิดก่อนจะถอยหนี “ดีแล้วจ้ะที่แม่รันสอนแบบนี้ งั้นเรารอแม่รันด้วยกันดีกว่า โอเคไหม”“โอเคก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยรับคำ มารดาสอนว่าห้ามเชื่อคนแปลกหน้า“กินขนมไหมจ๊ะ” มะปรางเอ่ยถามอย่างใจเย็
“หมูหวานของคุณลุง อุ๊ย! คุณพ่อบุญธรรมอร่อยจังเลยค่ะ”“เมื่อกี้พูดว่าไงนะ” รันนรินทร์หรี่ตามองบุตรสาวและสีหน้าเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ“คุณพ่อบุญธรรมค่ะ ลุงกันให้เรียกแบบนั้น” คนถูกเรียกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้“คุณแม่บอกว่าคอยดูพฤติกรรมก่อนไม่ใช่เหรอคะ” เธอทำเสียงเข้มดุ“คุณแม่ดุแล้วค่ะคุณพ่อบุญธรรมขา” เด็กน้อยหันไปฟ้อง จนรันนรินทร์ต้องค้อนสองพ่อลูก“อย่าดุลูกเลย ลูกอยากเรียกอะไรก็ให้เรียกเถอะ” คนเป็นพ่อให้ท้าย เธอค้อนให้อีกรอบ“พี่กันอย่าตามใจลูกมากสิคะ”“ไม่ได้ตามใจอะไรมากมายนะรัน แค่ให้เรียกว่า... พ่อเอง” ประโยคหลังเขาแอบกระซิบที่ริมหู“คุยอะไรกันคะ หนูพิมพ์ไม่ได้ยินเลย”“เรื่องของผู้ใหญ่จ้ะหนูพิมพ์” รันนรินทร์ปรามบุตรสาว อีกฝ่ายเลยทำหน้างอ “คุณพ่อบุญธรรมกับคุณแม่คุยกันว่าอนุญาตให้หนูพิมพ์เรียกว่าคุณพ่อแล้วครับ เรียกคุณพ่อเฉยๆ ก็พอไม่ต้องใส่บุญธรรมเข้าไปจะได้ไม่ยาว”“แน้...” เธอมองคนหน้ามึนแต่เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างแนบเนียนบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ แต่ลึกๆ เธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ความอ่อนหวานที่เกิดขึ้นในหัวใจทำให้เธอเผลอยิ้มเต็มใบหน้า“พี่อยากให้รันยิ้มแบบนี้บ่อยๆ ยิ้ม







