LOGINดนัยกลับไปแล้ว กันภัยทำหน้าที่เก็บกวาดเช็ดถูและปิดบ้านให้เรียบร้อย เขามองคนที่นั่งรออยู่บนเตียงด้วยสายตาอ่อนโยน
“เดี๋ยวรันนอนบนเตียงนะ พี่จะนอนที่พื้นเอง” เขาไปหาฟูกนอนที่ดนัยจัดหามาให้ปูที่หน้าเตียง
“พี่กันขึ้นมานอนด้วยกันสิคะ ไปนอนตรงนั้นทำไม”
“รันนอนเถอะ จะได้นอนสบาย”
“พี่กันรังเกียจรันเหรอจ๊ะ”
“เปล่านะครับ แต่พี่...” เขาลังเล
“มานอนด้วยกันเถอะค่ะ จะได้คุยกัน” เธอดึงมือเขามาที่เตียง
กันภัยถูกกดให้นอนลงข้างๆ เธอ
“รันไม่อยากนอนคนเดียวนี่คะ” เธอซุกหน้าเข้าหาแขนล่ำๆ ของเขา
กันภัยยอมรับว่าใจเขาเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกอก กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของเธอ ใบหน้าผุดผ่องและโนมเนื้อที่เสียดสีกับแขนของเขาก็ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“พี่รังเกียจรันเหรอจ๊ะ”
“พี่เปล่า อือ...” กันภัยตาโตเมื่อโดนจูบปิดปาก เธอผละออกห่างมองสบตาเขา ร่างสูงค่อยๆ กดร่างของเธอให้นอนหงาย ประทับริมฝีปากลงไปอย่างดูดดื่ม สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอ่อนหวาน พัวพันเข้าหาอย่างแสนรัก
เขาจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนมาที่ปลายจมูก และใบหน้าหวานได้รูป คนตัวเล็กเลื่อนมือไปสัมผัสลูบไล้เรือนกายของเขาอย่างเสน่หา กันภัยค่อยๆ ปลดกระดุมชุดนอนลายน่ารักของเธอที่มีกระดุมผ่าตลอดลำตัว ก่อนจะสอดมืออุ่นร้อนเข้าไปภายใน
“พี่สัญญาว่าจะดูแลรันให้ดีที่สุด พี่รักรันนะครับ”
“รันก็รักพี่กันค่ะ รันพร้อมจะเป็นของพี่กันทั้งกายและใจค่ะ” เธอจับมือเขามาวางที่ทรวงอกอวบอิ่ม กันภัยครางเบาๆ สุดจะทานทน เขาเองก็ปรารถนาเธอมากๆ เช่นกัน
รันนรินทร์จูบปลายคางของเขาอย่างโหยหา ในขณะที่เธอถอดเสื้อยืดสีขาวคอกลมของเขา ด้วยการดึงออกไปทางศีรษะ มือบางลูบไล้แผงอกกว้างที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง ร่างกายของกันภัยอุ่นร้อนและเรียบตึงไปทุกอณูเนื้อ เสื้อนอนของเธอถูกถอดทิ้งไปอยู่ข้างเตียง เผยผิวกายผุดผ่องเป็นยองใย ผิวภายในเนียนนุ่มขาวกระจ่างอมชมพู ผิวพรรณของรันนรินทร์สะอาดสะอ้านไร้ไฝฝ้าให้รำคาญตา ใบหน้าของเธอนวลเนียนสดใสไร้สิวฝ้าและรอยแผลเป็น
ผิวของเธอน่าสัมผัส เขารู้สึกหวงแหนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ อยากครอบครอง อยากดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้
“พี่รักรันนะครับ”
“รันชอบให้พี่กันบอกรักรันบ่อยๆ แบบนี้”
“ไม่เบื่อใช่ไหม อยากบอกรักทุกวัน ทุกเวลา ทุกวินาที”
“ไม่เบื่อหรอกค่ะ” เธอลูบแก้มสาก ก่อนจะยื่นหน้าไปจุ๊บปากเขา
กันภัยเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น เขาตวัดลิ้นลามเลียผิวกายผุดผ่องของเธอ กลิ่นกายหอมๆ ทำให้เขารู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก
อุ้งมือใหญ่เลื่อนลูบไปทั่วผิวพรรณเนียนนุ่มทั่วสรรพางค์กาย เขาพรมจูบไปทั่วทุกอณูเนื้อ อกอวบอิ่มถูกจับจองในเวลาต่อมาพร้อมด้วยมือใหญ่ที่ฟอนเฟ้นไม่ห่างหาย
“อื้อ...” รันนรินทร์ร้องครางเสียงสั่นสะท้าน เธอหยัดกายท่อนบนป้อนให้เขาจนถึงปาก ในขณะที่ริมฝีปากร้อนรุ่มลามเลียไปตามฐานบัวอวบ ก่อนจะวนกลับมายังยอดอกสีหวานที่รสชาติล้ำเลิศ
กันภัยเลื่อนใบหน้าลงไปยังหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันของเธอ เขาแวะจุ๊บสะดือบุ๋มเบาๆ คนใต้ร่างครางเสียงสั่นเมื่อริมฝีปากร้อนชื้นแวะทักทายกับสัดส่วนนั้นหลายนาที
รันนรินทร์บิดกายเร่าๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดอยู่กับเนินสาว เขาแหวกกลีบสาวออกด้วยนิ้วแกร่งแข็งแรง ก่อนจะตวัดลิ้นลามเลียอย่างใกล้ชิด แนบปากกับความหอมหวานกลิ่นกรุ่นจรุงจิต
ปลายลิ้นสากร้อนตวัดลามเลียขึ้นลง แทรกแซะเข้าในทุ่งดอกไม้หอมรัญจวน ผ่านด่านความฉ่ำชุ่มเข้าไปถึงเม็ดทับทิมสีสดที่ประดับประดางดงามและเป็นจุดกระสันเสียวของเธอ
ร่างสาวสะดุ้งและหยัดขึ้นมาตอบสนองกับการสัมผัสใกล้ชิดของเขา เส้นไหมนุ่มแนบลู่เปียกฉ่ำไปกับเนินบุปผาอันหอมกรุ่น
ร่องสวาทไหลซึมน้ำหวานฉ่ำใจ เรียวลิ้นหนาสากร้อนกวาดต้อนลามเลียไม่ห่างหาย สุดท้ายก็ทำให้ร่างที่นอนอยู่กับเตียงครวญคร่ำร่ำร้องไม่ขาดปาก
“อื้อ... พี่กันขา... ไม่ไหวแล้วค่ะ” เธอส่ายหน้าไปมากับหมอนใบโต กุมแก้มของเขาเอาไว้อย่างวิงวอน เขาเลื่อนกายทาบทับ ก่อนจะบดจูบแนบชิด เธอจูบตอบเขาอย่างน่ารัก
กันภัยแยกขาของเธอออกก่อนจะค่อยๆ สอดกายเข้าไปภายในซอกรักอันแสนชุ่มฉ่ำ ร่างสาวเกร็งเล็กน้อยอย่างรอคอย เธอร้องครางทุกครั้งที่เขาขยับเข้าหา แต่เขานิ่มนวลและใจเย็น มือและปากยังเฝ้าวนเวียนกับการจูบและเคล้นคลึงเต้าทรวงอวบอิ่ม ทั้งสองหอบหายใจฟืดฟาดหนักหน่วงเมื่อหลอมรวมเนื้อกายเป็นหนึ่งเดียว เธอกอดเขาแน่น ลูบไล้แผ่นหลังแข็งแกร่งในขณะที่กันภัยแช่กายทิ้งเอาไว้ให้เธอปรับตัว ไร้คำพูดแต่สายตาสื่อความหมายได้อย่างชัดเจนถึงความพิศวาสที่เปี่ยมล้น
ร่างสูงค่อยๆ ขยับเข้าออกในซอกทางรัก เขามองสบตาเธอไม่วาง บดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เบื่อหน่าย มือของเธอป้วนเปี้ยนอยู่กับร่างกายของเขา
สะโพกสอบขยับเร่งจังหวะขึ้น เสียงหอบหนักๆ ประสานกันระงมพร้อมกับเสียงเตียงที่ถูกกระแทกกระทั้นรุกเร้าเร่าร้อน ความเสียวซ่านเกิดขึ้นในลำนำรักไม่เสื่อมคลาย เวลายิ่งล่วงเลยไปยิ่งเพิ่มอารมณ์พิศวาสที่มิอาจต้านทาน
กันภัยวางมือใกล้ๆ กับใบหน้าของเธอ กดลงกับหมอนใบโต ดวงตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความพิศวาส ท่อนล่างพัวพันกันด้วยความเสน่หา เนื้อกายเสียดสีสอดเสียบเสียวซ่าน หยาดน้ำหวานไหลซึมชุ่มโชกชโลมไล้เนื้อกายชายอันแข็งแกร่ง
เธอแยกขาให้เขากระแทกอย่างเต็มรัก ร้องครวญครางเหมือนจะขาดใจ บทรักยาวนานจบลงด้วยความอิ่มเอมของทั้งคู่ หยาดเหงื่อไหลโซมไปทั่วเรือนกายหนุ่มสาว ลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้กายสาวสะท้านต้องเบียดร่างเข้าหาร่างแข็งแกร่งเพื่อหาไออุ่น
“หนาวเหรอครับรัน” เขากระซิบถามขณะกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง
“หนาวค่ะ ลมพัดมาโดนเหงื่อเลยหนาว”
“เหนียวตัวไหมครับ จะอาบน้ำไหม” เขากระซิบถามเสียงแผ่วเบาแต่อ่อนโยนห่วงใย
“ก็อยากอาบนะคะ แต่ข้างล่างมืดแล้ว น่ากลัวจังค่ะ” เธอกลัวจริงๆ เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน อีกทั้งยังไม่มีห้องน้ำบนตัวบ้านที่สะดวกสบายเหมือนบ้านของตัวเองอีก
“แบบนี้ไหม พี่ตักน้ำมาให้อาบด้านบน”
“พี่กันจะเหนื่อยไหมคะ” เธอเอ่ยถามอย่างเกรงใจ
“ไม่ครับ พี่จะช่วยอาบน้ำให้ จะได้นอนหลับสบายไม่เหนียวตัวไง” เขาพูดแค่นั้น ก่อนกดจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงและละจากเตียงไปตักน้ำขึ้นมาให้เธออาบ
รันนรินทร์มองผู้ชายที่เธอจะฝากชีวิตเอาไว้กับเขาด้วยสายตารักใคร่ กันภัยกำลังขนน้ำ แบกใส่ถังขึ้นมาเทในกะละมังใบโตมุมหนึ่งของห้องครัว พื้นห้องครัวเป็นพื้นไม้ทำจากไม้ไผ่ จึงสามารถอาบน้ำได้ เพราะน้ำจะไหลลงใต้ถุน เธอเพิ่งรู้ว่ามันสะดวกไม่ต่างจากห้องน้ำ กันภัยหัวคิดดี เขาไม่อยากให้เธอเดินลงไปอาบน้ำด้านล่างมืดๆ ค่ำๆ เพราะกลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอ
“มาอาบน้ำกันครับ” เขาชวนเธอไปอาบน้ำ เธอนั่งมองเขาตาปริบๆ ร่างสูงเดินมาอุ้มเธอไปนั่งบนพื้นไม้ไผ่ ในขณะที่ผ้าเช็ดตัวที่ห่อหุ้มร่างกายอยู่ทำท่าจะหล่นลงไปกองกับพื้น
“อุ๊ย!”
“วันหลังอาบน้ำแบบนี้ต้องนุ่งผ้าถุงนะ”
“ผ้าถุงเหรอคะ น่าสนุกจัง รันไม่เคยนุ่งผ้าถุงมาก่อนเลย”
อยู่บ้านเธออาบน้ำแก้ผ้าในห้องน้ำ ไม่เคยนุ่งผ้าถุงเลยสักครั้งเดียวในชีวิต
“ก็เหมือนนุ่งผ้าเช็ดตัวครับ” เขาทำท่าจะตักน้ำราดตัวเธอ แต่รันนรินทร์สะดุ้งขนลุกชันแทบกระโดดหนี ท่าทางของเธอทำให้เขาเอ็นดูหนักหนา
...บทส่งท้าย...เสียงหัวเราะของพิมพ์อัปสรทำให้รันนรินทร์อมยิ้ม พ่อลูกตื่นกันตั้งแต่เช้า กันภัยตื่นมาอาบน้ำให้ลูกด้วยตัวเอง จับแต่งตัวก่อนจะลงมาใส่ผ้ากันเปื้อนทำอาหารเช้าให้เธอกับลูกคนชอบทำอาหารมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้กินทุกวัน เขาไม่เคยเบื่อกับการเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว“อร่อยจังเลยค่ะ” อาหารแปลกๆ ที่บิดาทำให้กิน ทำให้เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง“กินเสร็จแล้วไปแปรงฟันแล้วก็อย่าลืมหอมแก้มคุณแม่นะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปส่งที่โรงเรียน” กันภัยทำแบบนี้ทุกวัน เขาไปรับไปส่งลูก กลับมานอนด้วยกัน สอนการบ้าน ทำอาหารให้กินและเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนท้องของรันนรินทร์ค่อยๆ นูนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกอายุครรภ์ที่มากขึ้น กันภัยสรรหาเมนูแปลกๆ มาทำให้เธอรับประทานเสมอ แปลกแต่อร่อยและทรงคุณค่าทางโภชนาการพ่อลูกขี้อ้อนเหมือนกันไม่มีผิด พอพิมพ์อัปสรรู้ว่าจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้เลี้ยง ก็มาออดอ้อนมาลูบท้อง มานั่งเล่านิทาน โดยการอ่านนิทานง่ายๆ ให้น้องฟังกันภัยซื้อหนังสืออ่านเล่นให้ลูกหัดอ่าน จะได้เก่งภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เล่าๆ ไปพอเธอเผลอๆ ก็จะมาลูบท้องนูนๆ ของเธอ คุยกับน้องในท้องจ้อราวกับโต้ตอบกันได้ เธอ
“ได้สิครับ คุณพ่อจะทำเค้กช็อกโกแลตก้อนใหญ่ๆ ให้กินครับ” เขาทำมืออ้าออกว่าใหญ่ๆ เหมือนกัน“ขอบคุณค่ะ คิกๆ” เด็กน้อยโยกร่างน้อยไปมาบนพุงของบิดาอย่างมีความสุข“หนูพิมพ์อยากได้อะไรอีกไหมครับ”“ไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ” เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา“พ่อลูกมาอาบน้ำได้แล้วจ้ะ จะได้เข้านอน” เห็นอยู่ว่าเล่นกันจนเหงื่อโชก สองคนพ่อลูกหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เล่นกันไม่หยุด เธอเห็นแล้วอมยิ้ม รันนรินทร์รู้สึกว่าชีวิตที่ขาดหายหรือเว้าแหว่งไป มันถูกเติมเต็มอีกครั้ง หลังจากกันภัยพาลูกน้อยไปอาบน้ำ สองพ่อลูกก็มาแต่งตัวพร้อมกัน เธอมองแล้วขำทุกที เหมือนเจอลูกลิงสองตัวอยู่ห้องเดียวกัน เช็ดตัวประแป้งช่วยกันสวมเสื้อผ้าแล้วมานอนบนเตียง ทาแป้งเสียหน้าขาววอกไปหมด ดูแล้วบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ กันภัยกับเธอนอนกับพิมพ์อัปสรทุกคืน มันรู้สึกอบอุ่นและถูกเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป จึงไม่อยากแยกห้องนอนกันเลย“หนูพิมพ์รักพ่อไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงกลาง“รักค่ะ แล้วคุณพ่อกันรักหนูพิมพ์ไหมคะ”“รักที่สุดในโลกเลยครับ” แรกๆ พิมพ์อัปสรไม่สนิทกับกันภัยขนาดนี้ แต่เพราะเขาเข้าหาบุตรสาวตลอดทุกวัน จึงกลายเป็นสนิทไปได้โด
“รัน!” เขาร้องเรียกหญิงสาว ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับร่างของกันภัยที่ทรุดฮวบลงไป“พี่กัน!” รันนรินทร์เรียกชายหนุ่มสุดเสียงด้วยความตกใจในขณะที่มะปรางแทบเสียสติ เธอวิ่งมาหาร่างเปื้อนเลือด ก่อนจะถีบรันนรินทร์จนกระเด็น“โอ๊ย!” รันนรินทร์ร้องเสียงดังด้วยความเจ็บ ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง“รัน!” ดนัยเข้ามาประคองร่างของรันนรินทร์เอาไว้ มะปรางกอดร่างไม่ไหวติงของกันภัยก่อนจะร้องไห้โฮ “อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงแกสองคนแน่ๆ ในที่สุด ฉันกับพี่กันก็ได้อยู่ด้วยกัน พวกแกไสหัวไปซะ พวกแกไม่เกี่ยว อย่ามายุ่งกับเราสองคน” เธอเล็งปืนไปยังร่างของดนัยและรันนรินทร์ ในขณะที่กอดร่างไร้สติของกันภัยเอาไว้“ใจเย็นๆ ก่อน” ดนัยพยายามห้ามปราม หัวใจของเขาเต้นแรง ลมหายใจหอบแรงเพราะเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น“พี่กันจ๋า... ปรางจะตามพี่กันไปนะ ไปอยู่ด้วยกัน” มะปรางจ่อปืนที่ใต้คางของตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอต้องการให้เขาอยู่กับเธอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีของเธอ เธอไม่ได้คิดจะทำร้ายเด็ก เพราะไม่อยากติดคุก แต่ไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอรักจะมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเธอแบบนี้“มะปรางอย่า!
บางครั้งกันภัยก็รู้สึกว่าชีวิตเขาเหมือนมีเวรมีกรรม เขามองหญิงสาวที่เติบโตด้วยกันอย่างอ่อนล้ามะปรางวิ่งลงมาหาเขาด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“พี่กันขา ชุดแต่งงานของปรางสวยไหมคะ”“ปราง หนูพิมพ์อยู่ไหน” เขาปลดมือของเธอออก มองเธอด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย“พี่กันน่ะ เรากำลังจะแต่งงานกัน พี่จะถามถึงคนอื่นทำไมกันคะ”“ปราง... พอเถอะ ที่ปรางทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมาจนถึงตอนนี้ ปรางยังไม่สำนึกอีกหรือไง” “พี่กันขา... พี่กันควรจะแต่งตัวเสียใหม่นะคะ วันนี้ปรางให้นายอำเภอมาเป็นสักขีพยานการจดทะเบียนสมรสของเราด้วยนะคะ”“พอสักทีเถอะปราง พี่ถามว่าหนูพิมพ์อยู่ไหน!” เขาสลัดมือเธอออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” มะปรางหัวเราะเมื่อโดนผลักจนเซ“ไม่รู้สิคะ ปรางจำไม่ได้” เธอตอบอย่างยียวนกวนประสาท กันภัยเดินหาบุตรสาวจนทั่ว แต่เขาก็หาไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย“ปรางอย่าเล่นสงครามประสาทกับพี่นะ”“ถ้าปรางไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ ปรางรักพี่กันมาทั้งชีวิต ทำไมพี่กันไม่รักปรางบ้าง ทำไมต้องไปรักแต่นังรันนรินทร์มันด้วย” เธอตะโกนใส่หน้าเขา น้ำเสียงเกลียดชังคนท
“เหรอคะ โล่งใจไปที ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือรันกำลังจะไปรับลูก ฝากดูแลแกด้วยนะคะ ถ้ามีคนแปลกหน้าไม่ว่าจะใครมารับ อย่าให้แกไปกับใครนะคะ”“ได้ค่ะ เราไม่ให้เด็กไปกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”“เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะคะคุณรัน” คุณครูสาวได้ยินเสียงเด็กๆ บอกว่างูตัวใหญ่อยู่ในสนาม จึงรีบวางโทรศัพท์และไปมุงดูในจังหวะนั้นมะปรางก็เข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เธอหมายตาเอาไว้ หลังจากทำให้ทุกคนไปมุงดูงูตัวใหญ่ในสนามได้ ทุกคนแตกตื่นกันใหญ่ เลยไม่มีใครสนใจใครนอกจากสนใจ... งู“สวัสดีจ้ะหนูพิมพ์”“รู้จักหนูด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิคะ น้าเป็นเพื่อนของแม่รันกับลุงกันภัยจ้ะ”“เพื่อนเหรอคะ”“ใช่จ้ะ วันนี้แม่หนูเขาให้น้ามารับหนูแทนค่ะ พอดีน้าผ่านมาทางนี้พอดี” มุมนี้ปลอดตาคนเพราะพิมพ์อัปสรเล่นลูกบอล แล้วลูกบอลกลมๆ ก็หลุดมือทำให้ต้องวิ่งออกมาเก็บลูกบอลด้านนอก ไกลจากสนามเด็กเล่นพอสมควร“แต่คุณแม่บอกว่าไม่ให้ไปกับคนแปลกหน้าค่ะ” เด็กน้อยทำท่าคิดก่อนจะถอยหนี “ดีแล้วจ้ะที่แม่รันสอนแบบนี้ งั้นเรารอแม่รันด้วยกันดีกว่า โอเคไหม”“โอเคก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยรับคำ มารดาสอนว่าห้ามเชื่อคนแปลกหน้า“กินขนมไหมจ๊ะ” มะปรางเอ่ยถามอย่างใจเย็
“หมูหวานของคุณลุง อุ๊ย! คุณพ่อบุญธรรมอร่อยจังเลยค่ะ”“เมื่อกี้พูดว่าไงนะ” รันนรินทร์หรี่ตามองบุตรสาวและสีหน้าเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ“คุณพ่อบุญธรรมค่ะ ลุงกันให้เรียกแบบนั้น” คนถูกเรียกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้“คุณแม่บอกว่าคอยดูพฤติกรรมก่อนไม่ใช่เหรอคะ” เธอทำเสียงเข้มดุ“คุณแม่ดุแล้วค่ะคุณพ่อบุญธรรมขา” เด็กน้อยหันไปฟ้อง จนรันนรินทร์ต้องค้อนสองพ่อลูก“อย่าดุลูกเลย ลูกอยากเรียกอะไรก็ให้เรียกเถอะ” คนเป็นพ่อให้ท้าย เธอค้อนให้อีกรอบ“พี่กันอย่าตามใจลูกมากสิคะ”“ไม่ได้ตามใจอะไรมากมายนะรัน แค่ให้เรียกว่า... พ่อเอง” ประโยคหลังเขาแอบกระซิบที่ริมหู“คุยอะไรกันคะ หนูพิมพ์ไม่ได้ยินเลย”“เรื่องของผู้ใหญ่จ้ะหนูพิมพ์” รันนรินทร์ปรามบุตรสาว อีกฝ่ายเลยทำหน้างอ “คุณพ่อบุญธรรมกับคุณแม่คุยกันว่าอนุญาตให้หนูพิมพ์เรียกว่าคุณพ่อแล้วครับ เรียกคุณพ่อเฉยๆ ก็พอไม่ต้องใส่บุญธรรมเข้าไปจะได้ไม่ยาว”“แน้...” เธอมองคนหน้ามึนแต่เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างแนบเนียนบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ แต่ลึกๆ เธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ความอ่อนหวานที่เกิดขึ้นในหัวใจทำให้เธอเผลอยิ้มเต็มใบหน้า“พี่อยากให้รันยิ้มแบบนี้บ่อยๆ ยิ้ม





![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

