Share

เผยธาตุแท้ 1.1

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-01 10:13:53

เผยธาตุแท้

กลับมายังปัจจุบัน หลินซูหนานเดินออกมาจากห้องด้วยความรีบร้อนจนลืมหยิบเสื้อคลุมกันหนาวออกมา นางยืนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น แต่ความคิดที่หนักหน่วงในใจนั้น ทำให้นางลืมความหนาวเย็นไปหมดสิ้น

ขณะกำลังมองดูท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหนา มือเรียวได้ลูบไปตามกำไลหยกอุ่นที่องค์รัชทายาทส่งมาให้ ทำให้นางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่สื่อผ่านกำไลนั้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความหนาวเย็นในใจนางจางหายไปได้เลย

หลินซูหนานครุ่นคิดอยู่นาน และรู้สึกถึงความลำบากใจที่ไม่สามารถหาวิธีปฏิเสธสมรสพระราชทานครั้งนี้ได้

เซียงลี่สาวใช้คนสนิทเดินเข้ามาพร้อมกับชุดคลุมกันหนาวในมือ นางเห็นคุณหนูของตนยืนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานานแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่ง ในใจนั้นทั้งทุกข์และกังวลใจไม่ต่างจากคุณหนูของตนเอง

“คุณหนูเจ้าคะ กลับเข้าไปในห้องเถอะเจ้าค่ะ อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ เดี๋ยวจะป่วยไข้เอานะเจ้าคะ”

เซียงลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับสวมเสื้อคลุมกันหนาวให้คุณหนู ต่อให้ความอบอุ่นจากเสื้อคลุมนี้จะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังดีกว่าการที่นางปล่อยให้อีกฝ่ายยืนตากลมหนาวทั้งอย่างนั้น

ทว่าหลินซูหนานกลับส่ายหน้าเบา ๆ เพราะนางยังไม่อยากกลับเข้าห้องไปในเวลานี้ หญิงสาวต้องการปล่อยให้ลมหนาวที่

พัดผ่านเข้ามานั้นช่วยพัดพาความทุกข์ของนางออกไปบ้าง ถึงแม้ภายในใจจะรู้ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถบรรเทาความหนักอึ้งในใจตนได้เลยก็ตาม

“เซียงลี่ ข้าไม่อยากกลับเข้าไปในห้อง ข้ารู้สึกว่าการยืนอยู่เช่นนี้อาจจะช่วยให้ข้าคิดอะไรออกได้บ้าง” หลินซูหนานกล่าวออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาแฝงไปด้วยความสิ้นหวังเล็กน้อย

เซียงลี่ถอนหายใจออกมา นางรู้ดีว่าคุณหนูของตนนั้นมีความคิดที่หนักแน่นและไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยนใจของนายสาว ยิ่งยามนี้คุณหนูมีความทุกข์ที่เกาะกุมเต็มหัวใจ และเป็นเรื่องที่ใหญ่หลวงมาก นางจึงได้เงียบเสียงลง แต่ยังคงยืนอยู่เคียงข้างไม่ไปไหน แม้ว่าจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ขออยู่ใกล้ ๆ เพื่อให้กำลังใจก็ยังดี

“เซียงลี่ เจ้าเข้าไปข้างในเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้” หลินซูหนานกล่าวออกมาเมื่อเห็นสาวใช้ยืนอยู่นิ่ง ๆ ไม่ไปไหน

“ถ้าคุณหนูต้องการอยู่ที่นี่ ข้าก็จะอยู่ข้าง ๆ คุณหนูโดยไม่ไปไหนเจ้าค่ะ” เซียงลี่กล่าวตอบอย่างนุ่มนวลก่อนที่นางจะยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างหลินซูหนาน พร้อมกับมองดูท้องฟ้าและต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยหิมะด้วยความหนาวเหน็บในใจ

ความเงียบงันครอบคลุมสวนหลังเรือนอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านและเสียงหิมะที่ตกลงมา หลินซูหนานมองดูท้องฟ้าและครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นางคิดถึงความจริงที่ว่าบิดาของนางไม่เคยสนับสนุนให้นางต้องเข้าไปพัวพันกับการเมืองในราชสำนัก แต่ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับ จึงทำให้นางไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

หลินเจิ้งหานเดินตามเข้ามาในสวนหลังเรือนด้วยความรู้สึกหนักใจ เมื่อเห็นบุตรสาวมีสีหน้าที่ดูเป็นกังวลก็อดสงสารขึ้นมาไม่ได้  ตอนที่ขันทีกำลังประกาศราชโองการอยู่นั้น เขาก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะว่าแทนที่บุตรสาวของตนจะดีใจที่ได้แต่งเข้าวังบูรพา แต่นางกลับทำสีหน้าเป็นกังวล ราวกับว่าไม่อยากแต่งเสียอย่างนั้น

เมื่อก้าวเข้ามาในสวนที่มีแต่ความเงียบปกคลุม เขาก็รีบตรงไปหาบุตรสาวทันที หลินเจิ้งหานมองดูบุตรสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ซึ่งยามนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวลใจและเศร้าหมอง เขาเดินเข้าไปหานาง ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่นุ่มนวล

“ซูหนาน ลูกได้ยินที่โหวกงกงประกาศราชโองการแล้วใช่หรือไม่”

หลินซูหนานหันกลับมามองบิดาของตน นางพยักหน้าเล็กน้อย พร้อมกับตอบกลับว่า “เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”

หลินเจิ้งหานมองดวงตาของบุตรสาว ทำให้เขารู้สึกถึงความลำบากใจของนาง เขาเข้าใจว่าหลินซูหนานต้องเผชิญกับความกดดันและความคาดหวังที่มากมาย แต่ก็ยังคงสงสัยว่าเหตุใดบุตรสาวของตนจึงไม่ดีใจที่ได้แต่งงานกับองค์รัชทายาท ซึ่งก่อนหน้านี้เหมือนว่าทั้งสองต่างเข้ากันได้ดี

“หนานเอ๋อร์ เหตุใดลูกถึงดูเป็นกังวลใจเช่นนี้เล่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับสกุลหลินของเรา และยังเป็นประโยชน์ต่อแคว้นอีกด้วย อีกอย่างพ่อก็เห็นว่าลูกกับองค์รัชทายาทไปมาหาสู่กันดีอยู่มิใช่หรือ” เขากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้กำลังใจบุตรสาวและให้นึกถึงประโยชน์ที่จะได้รับสำหรับสมรสพระราชทานครั้งนี้

เมื่อได้ยินสิ่งที่บิดากล่าวเช่นนั้น หลินซูหนานจึงหันกลับมามองบิดาอีกครั้ง นางรู้สึกถึงความอบอุ่นและความห่วงใยจากบิดา นางต้องการกล่าวความรู้สึกที่แท้จริงเป็นอย่างมาก แต่ก็กลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง

“ท่านพ่อ ข้าเข้าใจว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเกียรติและประโยชน์ต่อแคว้น แต่ข้า...ข้ายังไม่พร้อมเจ้าค่ะ” นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือจนบิดาสังเกตเห็นได้

พอได้ยินคำกล่าวของบุตรสาว หลินเจิ้งหานก็พยักหน้าเข้าใจ เขาพอจะมองออกว่าหลินซูหนานไม่น่าจะมีใจให้องค์

รัชทายาทเฉกเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว และเขาเองก็รู้จักอีกฝ่ายเป็นอย่างดี จนเคยคิดว่าตนเองคิดผิดหรือไม่ ที่สนับสนุนให้บุตรสาวหมั้นหมายตามคำสั่งของฝ่าบาท ทว่าเวลานี้ทุกอย่างคงไม่อาจถอยกลับได้อีกแล้ว

“หนานเอ๋อร์ ลูกไม่ต้องกังวลไปหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ฝ่าบาททรงกำหนดไว้แล้ว พ่อมั่นใจว่าหากเจ้าแต่งเข้าไป ย่อมจะไม่มีปัญหา และเจ้าจะอยู่ที่นั่นได้อย่างสุขสบายในฐานะชายาเอก” หลินเจิ้งหานกล่าวด้วยความมั่นใจ เขาเชื่อว่าฮ่องเต้

ได้วางรากฐานให้บุตรสาวของตนเรียบร้อยแล้ว การแต่งเข้าตำหนักบูรพาครั้งนี้ของหลินซูหนานย่อมไม่เกิดปัญหา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 2.2

    ตอนพิเศษ 2.2ฉู่ตงฟางนั่งลงข้างๆ ฉู่สือ โดยพิจารณาความคิดนี้อย่างละเอียด ก่อนจะกล่าวขึ้น “แล้วจะมีวิธีการไหนบ้างที่เจ้าจะใช้ในการคำนวณมูลค่าของสินค้าบนเรือ”“ข้าสามารถแบ่งประเภทสินค้าออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ขอรับ เช่นสินค้าแบบหยกหรืออัญมณี จะมีมูลค่าสูง ในขณะที่สินค้าธรรมดาอย่างอาหารหรือเครื่องใช้ จะมีมูลค่าต่ำกว่า ซึ่งเราจะต้องมีการกำหนดอัตราเทียบเคียงกันด้วย” ฉู่สืออธิบายต่ออย่างเชี่ยวชาญ“ฟังดูดีมีเหตุผลมาก” ฉู่ตงฟางพยักหน้าเห็นด้วยฉู่ตงฟางพิจารณาความคิดของลูกชายก่อนจะถามอย่างจริงจังอีกครั้ง “แล้วเจ้าคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ จะทำให้ลูกค้าพอใจหรือไม่”“ข้าเชื่อว่าหากพวกเราชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน พวกเขาจะเข้าใจและเห็นความสำคัญขอรับ เราต้องทำให้เจ้าของเรือรวมถึงลูกค้าอื่น ๆ รู้ว่าวิธีการนี้จะทำให้เขาได้กำไรมากขึ้น เพราะสินค้าบางอย่างที่มูลค่าไม่สูงมาก พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง” ฉู่สือกล่าวอย่างมั่นใจ“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นพ่อจะให้เจ้าไปอธิบายเรื่องนี้กับเจ้าของเรือและลูกค้าในวันพรุ่งนี้” ฉู่ตงฟางกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ“ขอรับท่านพ่อ ขอบคุณที่เชื่อมั่นใจตัวลูก” ฉู่สือตอบรับด้วยความตื่นเต้น

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 2.1

    ตอนพิเศษ 2.1สิบปีต่อมาฉู่ปิ่งเติบโตเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งและกล้าหาญที่สุดในเมืองท่าแห่งนี้ ปีนี้เขาอายุสิบสามแล้ว เป็นเด็กหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นและขยันขันแข็งในทุกสิ่งที่ทำ โดยเฉพาะในด้านการเรียนและการฝึกวรยุทธ ฉู่ปิ่งเข้าเรียนที่สถานศึกษาของเมืองท่า โดยมีอดีตราชบัณฑิตเจียงจวนหยางเป็นผู้สอน เขาสอนทั้งวิชาการและการต่อสู้ ทำให้ฉู่ปิ่งเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ จนได้รับการยอมรับจากอาจารย์และสหายร่วมชั้นในแต่ละปีเวลามีงานเทศกาลประจำเมือง ฉู่ปิ่งมักจะเข้าร่วมการประลอง เขาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของตนอย่างเต็มที่ ในปีนี้ก็เช่นกัน เขาผ่านรอบสุดท้ายโดยมีคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่และดุดันชื่อว่าเหอจิ้ง ซึ่งเป็นนักสู้รุ่นพี่ที่มีฝีมืออันดับต้น ๆ ในเมืองท่าท่ามกลางเสียงร้องของผู้คนในงานเทศกาล ฉู่ตงฟาง หลินซูหนาน และน้องสาวน้องชายของฉู่ปิ่ง นั่งอยู่ในที่นั่งที่ดีที่สุด พวกเขามองไปที่ฉู่ปิ่งด้วยความหวังและความภูมิใจในตัวเขา“ฉู่ปิ่ง ตั้งใจสู้ให้ดี” หลินซูหนานตะโกนให้กำลังใจบุตรชาย ขณะที่ฉู่ปิ่งยืนอยู่ในวงล้อมการประลอง“ใช่ แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราคือใคร” ฉู่ตงฟางเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยความตื่นเต้นฉู่ปิ่งม

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 1.2

    ตอนพิเศษ 1.2ก่อนที่หมอจะออกจากห้อง ก็แนะนำเกี่ยวกับยาบำรุงครรภ์ที่จำเป็น และหยิบยาออกมาสองเทียบส่งให้ฉู่ตงฟาง พร้อมกับแนะนำว่า “ให้ฮูหยินใช้ยานี้บำรุงร่างกาย ต้องต้มกินวันละสามเวลา หากหมดก็ให้ไปรับยาได้ที่โรงหมอของข้าได้”“ขอบคุณท่านหมอมาก” ฉู่ตงฟางกล่าวขอบคุณอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุข เขารับยาจากหมออย่างระมัดระวังเมื่อหมอกลับออกไปแล้ว ฉู่ตงฟางนั่งอยู่ข้างหลินซูหนานด้วยความรักและเอาใจใส่ นางยังคงนอนอยู่บนเตียงในสภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย ทว่าภายใต้สีหน้าที่ซีดขาวนั้น กลับมีความรู้สึกดีใจอยู่เต็มเปี่ยม“ซูหนาน ข้าตื่นเต้นและดีใจมากที่เราจะมีเจ้าก้อนแป้งกันแล้ว” เขากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาและอ่อนหวานหลินซูหนานยิ้มอย่างหวานละมุน “ข้าก็รู้สึกดีใจเหมือนกันครอบครัวของพวกเราจะสมบูรณ์แล้วนะเจ้าคะ” นางกล่าวอย่างมีความสุข“ต่อจากนี้ไป ข้าจะดูแลเจ้าตลอดเวลา เจ้าจะต้องพักผ่อนมากๆ ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องลำบาก ส่วนเรื่องขายของข้า จะสั่งให้คนมาช่วย” ฉู่ตงฟางก้มลงมองนางอย่างรักใคร่“เจ้าค่ะ” หลินซูหนานตอบอย่างไม่มีปัญหาเพราะนางก็อยากรักษาตนเองให้ดีที่สุดเพื่อเจ้าก่อนแป้ง“พักผ่อนเถอะ ข้าจะอยู่ก

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   ตอนพิเศษ 1.1

    ตอนพิเศษ 1.1หลังจากที่ฉู่ตงฟางและหลินซูหนานได้ล่องเรือเที่ยวไปตามเมืองต่าง ๆ จนพอใจแล้ว สุดท้ายทั้งคู่ก็ตัดสินใจปักหลักที่เมืองท่าแห่งหนึ่ง เมืองนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม พร้อมด้วยท่าเรือที่คึกคัก ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงามของแม่น้ำสายใหญ่ จึงทำให้ทั้งสองรู้สึกว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการสร้างชีวิตใหม่ฉู่ตงฟางและหลินซูหนานเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยการเปิดร้านค้าเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ ร้านค้าของพวกเขาได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม มีบรรยากาศอบอุ่นที่ดึงดูดลูกค้า ทั้งสองจัดทำสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่อาหาร ไปจนถึงสินค้าหัตถกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะสินค้าที่หลินซูหนานทำด้วยมือซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ร้านของทั้งสองมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว โดยตั้งร้านค้าชื่อซูหนานนอกจากการขายสินค้าแล้ว ฉู่ตงฟางยังให้บริการคุ้มภัยทางเรือแก่พ่อค้าและนักเดินทางที่ต้องการขนส่งสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ โดยตั้งชื่อสำนักคุ้มภัยซูหนานฉู่ตงฟางมีลูกน้องที่มีวรยุทธสูงส่งมากมายที่ลาออกจากการเป็นองครักษ์เพื่อมาติดตามเขา และเขาเองก็มีความสามารถในการจัดการที่ดีเยี่ยม ทำให้ลูกค้าต่างไว้ใจสำนักคุ้มภัยซูหนานของนายท่า

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.2

    บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.2การสนทนานี้จบลงด้วยความเข้าใจและความรักที่มีต่อกัน ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนและโบกมือให้กัน เป็นการกล่าวลาอย่างอบอุ่น ก่อนที่ฉู่ตงฟางจะเดินออกจากห้องทรงพระอักษร ไปสู่วิถีชีวิตใหม่ของเขา ขณะที่ฮ่องเต้ยืนอยู่ในห้องนั้น ด้วยรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องเผชิญในอนาคตหลังจากที่ฉู่ตงฟางและหลินซูหนานออกเดินทางไปท่องเที่ยว ทั้งสองก็ล่องเรือไปตามแม่น้ำที่สวยงาม โดยที่แรกที่ทั้งสองคนมุ่งไปเป็นเทือกเขาหมินซาน ที่นี่เป็นสถานที่ที่หลินซูหนานตั้งใจอยากมาเยี่ยมชมมานาน ด้วยความงดงามของธรรมชาติที่รายล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีและดอกไม้ที่บานสะพรั่งเมื่อทั้งคู่มาถึงเทือกเขาหมินซาน ทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ทำให้หลินซูหนานอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ ฉู่ตงฟางมองดูนางด้วยความรัก เขาจับมือของนางขึ้นมาจับแล้วกล่าวอย่างหยอกล้อว่า“ดูสิ สถานที่นี้สวยงามไม่แพ้เจ้าเลย”“ท่านพี่ ข้าชอบที่นี่มากจริงๆ” หลินซูหนานกล่าวด้วยเสียงสดใส ยามนี้นางไม่เรียกเขาตำแหน่งอ๋องอีกแล้ว“ข้าดีใจที่เห็นเจ้ามีความสุข” ฉู่ตงฟางกล่าวด้วยรอยยิ้มทั้งสองใช้เวลาหลายวันในการเดินชมธรรมชาติ โดยฉู่ตงฟางพานางไปเก็บดอกไม้ท

  • กลับมาครั้งนี้ข้าขอเปลี่ยนชะตาเพื่อทวงแค้น   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.1

    บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ 1.1 หนึ่งปีผ่านไปการเมืองในราชสำนักกลับมาสงบเงียบไร้ซึ่งเกลียวคลื่นใต้น้ำ ขุนนางทุกฝ่ายเริ่มเห็นพ้องต้องกัน และต่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินฮ่องเต้ต้าเฟยได้แต่งตั้งฮองเฮาคู่กาย ฮองเฮาผู้นี้เป็นญาติห่าง ๆ ของหลินซูหนาน ในช่วงเวลานี้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในวันที่อากาศสดใส ฮ่องเต้ต้าเฟยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชาวบ้านด้วยพระองค์เอง โดยมีราชครูหลินเจิ้งหานตามเสด็จไปด้วยในฐานะพระอาจารย์ของฮ่องเต้ พวกเขาเดินทางไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี ความงดงามของธรรมชาติทำให้ฮ่องเต้รู้สึกสดชื่น หลังจากที่ตรากตรำกับราชกิจอยู่ในวังมานานระหว่างที่พระองค์กำลังชมทัศนียภาพอยู่นั้น สายพระเนตรของพระองค์ก็ไปสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางทุ่งนานั้น ใบหน้าของนางสวยงามราวกับภาพวาด ผมยาวสลวยถูกลมพัดปลิวไสว ดวงตาส่องประกายมีชีวิตชีวา รอยยิ้มอ่อนหวานของนาง ดึงดูดใจพระองค์เป็นอย่างมากหญิงสาวผู้นี้กำลังช่วยชาวบ้านจัดการพืชผลที่เก็บได้ ในมือมีสมุดบัญชีอยู่หนึ่งเล่ม ซึ่งนางกำลังก้มหน้าก้มตาจดรายการพืชผลของช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status