LOGINเพราะชาติก่อนนางแย่งชิงคนรักของน้องสาวทำให้รู้ว่าที่จริงนางก็แค่ติดกับดักความรักโง่งม วันที่นางปวดใจจนตายจึงได้ย้อนกลับมาก่อนเลือกเจ้าบ่าวอีกครา หนนี้นางจะขอเป็นเพียงฮูหยินท่านโหวน้อยขาพิการผู้นั้นเอง
View More“ถ้าเช่นนั้นให้ชื่อ… เฟิงซืออิ๋งกับเฟิงซือหมิง เป็นอย่างไร”“โหรวเอ๋อร์ เจ้าชอบหรือไม่” เฟิงไป๋หลางหันไปถามความเห็น“เจ้าค่ะ ไพเราะยิ่งนัก ข้าชอบ”“เช่นนั้นโหรวเอ๋อร์ เจ้าพักผ่อนให้มาก เด็ก ๆ ก็ส่งให้แม่นมดูแลต่อ ข้าเองก็จะช่วยดูด้วย” เฟิงหมิงหว่านรีบเอ่ยฉือหวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าค่ะ”ตั้งแต่ฉือหวั่นโหรวให้กำเนิดบุตร ไม่ว่าจะสามปีก่อนหรือตอนนี้ชายหนุ่มก็ดูแลภรรยาของตนเป็นอย่างดี ทุกคนต่างเล่าลือว่าไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องนั้นรักพระชายามากเพียงใด แม้ในตอนแรกจะให้นางแต่งกับปลาหลีฮื้อก็ตามนักเล่านิทานหยิบเรื่องนี้ไปเล่าคราใด เป็นต้องเรียกเสียงขบขันจากผู้คนอยู่เสมอ และดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเรื่องของไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องกับพระชายาของเขามาก บางคนถึงกับนำความรักของพวกเขาไปเขียนบทละคร ละครที่ถูกใส่สีตีไข่เข้าไปก็ช่างขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าฉือหวั่นโหรวส่ายหน้าพลางดีดขาไปมา “ท่านพี่ ท่านดูสิเจ้าคะ คนพวกนี้ถึงกับเขียนว่าดีที่ข้าไม่ออกลูกเหมือนปลา ไม่เช่นนั้นคงมีลูกจนนับไม่ถ้วน”เฟิงไป๋หลางหัวเราะครืน เขาวางม้วนไม้ไผ่ลงจากนั้นเดินเข้ามาหย่อนกายนั่งลง พลางอุ้มเจ้าของร่างเล็กมานั่งบนตัก“ก็แค่บทละครไม่ใช
สามปีผันผ่าน ณ จวนไป๋เซี่ยนเฉินอ๋อง“พระชายาเบ่งเจ้าค่ะ”“อื้อ…เจ็บ…อื้อ…”เจ้าของร่างสูงเดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ คิ้วของเขาแทบจะขมวดเป็นปมหลายชั้น“เจ้าจะเดินให้ปวดหัวไปไย เมื่อก่อนก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ก็ต้องได้เหมือนกัน” เฟิงหมิงหว่านรีบปลอบบุตรชาย“ท่านแม่ แต่นางดูทรมานมากเลย ไม่รู้แล้ว ต่อไปนี้ข้าจะไม่ให้นางตั้งท้องอีกแล้ว”“ได้ ๆ แม่ไม่บังคับพวกเจ้าแล้ว เลิกโวยวายเสียที ไปหลานย่าไปหาพ่อของเจ้า” เฟิงหมิงหว่านถอนหายใจ จากนั้นหันไปเอ่ยกับหลานชายวัยสามขวบเด็กน้อยเดินเตาะแตะพลางคว้ามือบิดาเพื่อหวังปลอบโยน “ท่านพ่อ อย่าโมโหเลย”เฟิงไป๋หลางลดตามองอีกฝ่าย ครั้นเห็นดวงตากระจ่างใสไร้เดียงสาจ้องมาที่ตน ความกังวลก็มลายหายไปจนสิ้นสามปีก่อนพวกเขาให้กำเนิดบุตรชายนามว่าเฟิงซูเหมิง แม้อายุเพียงสามขวบทว่าเฟิงซูเหมิงกลับสามารถเขียนอักษรอ่านตำราได้รวดเร็วประหนึ่งอัจฉริยะวัยเยาว์ร่างสูงยอบกายลง จากนั้นอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้บนอ้อมแขน “เด็กดี พ่อไม่ได้โมโห พ่อก็แค่เป็นห่วงแม่ของเจ้าเท่านั้น”เฟิงซูเหมิงเหลียวมองไปยังหน้าประตูที่ปิดสนิท เสียงกรีดร้องของมารดายังดังลอดออกมาไม่หยุด “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอะไรหรือ
เฟิงไป๋หลางคุกเข่าลงทันควัน เขาโคกศีรษะ “ลูกอกตัญญูทำให้ท่านแม่ต้องห่วง…”“เจ้าตัวแสบ ทำอะไร พอเลย ๆ แม่ล้อเจ้าเล่น ไม่โกรธแล้ว” เฟิงหมิงหว่านถลาเข้ามาประคองบุตรชายให้ยืน นางยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น“หากเจ้าไม่กตัญญูใครจะเรียกว่ากตัญญูอีก ลูกของแม่เก่งที่สุด ในเมื่อเรื่องทั้งหมดจบแล้วเช่นนั้นก็…” เฟิงหมิงหว่านคว้ามือฉือหวั่นโหรว จากนั้นนำมาประสานกับมือของบุตรชายตน“เรื่องเดียวที่แม่ต้องการคือรีบมีหลานให้อุ้ม เช่นนี้แล้วทำเพื่อแม่ได้หรือไม่”ฉือหวั่นโหรวเขินหน้าแดงเฟิงไป๋หลางยิ้มตอบมารดา “เรื่องเท่านี้เอง ท่านแม่อยากอุ้มกี่คนก็ได้ทั้งนั้น”เฟิงหมิงหว่านดีใจดั่งลิงโลด “จริงหรือ ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็เชื่อฟังแม่แล้ว เช่นนั้นพวกเจ้ารีบไปเถิด เข้าห้องพักผ่อน”“หา…ท่านแม่แต่นี่ยัง…” ฉือหวั่นโหรวกระอักกระอ่วนทว่าเฟิงหมิงหว่านกลับรีบดันหลังให้พวกเขากลับไป “เร็วเข้า หลานข้ารอมาเกิดนานแล้ว ชักช้าจะไม่ทันการณ์ หากฮูหยิน ไม่สิ หากพระชายาไม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องออกจากห้อง”บ่าวรับใช้ในจวนต่างก้มหน้างุดลอบอมยิ้มกันอย่างมีความสุขเฟิงไป๋หลางจนปัญญา เขารีบจูงมือฉือหวั่นโหรวออกมา “ไปกันเถอะ”“ท่านพี่ นี่ท
เฟิงไป๋หลางใช้เวลารักษาตัวถึงหนึ่งสัปดาห์ เขาไม่ได้บอกความจริงกับมารดาของเขา ทว่าชายหนุ่มเล่าทุกอย่างให้ฉือหวั่นโหรวฟังนับตั้งแต่เขาถูกผลักตกร่องหิมะองค์ชายรองที่เป็นสหายร่วมเรียนของเขาก็ช่วยเฟ้นหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา กระทั่งขาทั้งสองหายดี ทว่าเรื่องนี้ยังต้องปิดเป็นความลับยาวนานเพราะเกี่ยวพันกับชีวิตและอนาคตของทั้งเขาและองค์ชายรองในภายภาคหน้าระหว่างนี้เฟิงไป๋หลางก็ทำงานให้องค์ชายรองลับ ๆ มาโดยตลอด ดังนั้นบ่อยครั้งจะมีบาดแผลกลับมาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอดทนมาจนบัดนี้เฟิงไป๋หลางก็หาตัวคนที่ทำร้ายตนเองเจอเสียที เพราะเขาเก่งทั้งบุ๋นและบู๊แต่ไม่เคยเลือกฝ่ายรัชทายาท ดังนั้นคนมีฝีมืออย่างเขาเมื่อรัชทายาทนำมาใช้งานไม่ได้ก็ต้องกำจัดคนที่ผลักเขาลงไปก็คือซ่งหลิน เพราะซ่งหลินบังเอิญอยู่กับรัชทายาทในตอนนั้น ซ่งหลินคนนี้ละโมบตั้งแต่วัยเด็ก ครั้นถูกผู้สูงศักดิ์เป่าหูเข้าหน่อยก็ยอมพลีกายถวายหัวนี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า วันร่วมโต๊ะอาหาร ณ จวนสกุลฉือสีหน้าของซ่งหลินร้อนรนจนปิดไม่มิดยามที่ได้เผชิญหน้ากับเฟิงไป๋หลาง เรื่องชั่วช้าแม้จะผ่านนานหลายปีอย่างไรก็มิอาจลบล้างออกได้ ฉือหวั่นโหรวตาแดงก่ำ “คนสารเลว
เฟิงไป๋หลางหลับตาแน่น จิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วเหมือนกัน“เสี่ยวซาน เจ้าไป…”พรวด…เฟิงไป๋หลางกลืนประโยคหลังลงคอ เขาลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ปลายนิ้วทั้งห้าเผลอเคาะลงบนที่พักแขนแผ่วเบา“จิ้งเอ๋อร์ จิ้งเอ๋อร์ลูกแม่ ฮื่อ…”โจวซานปรี่เข้าไปช่วยประคองร่างของเด็กชายและฉือหวั่นโหรวขึ้นมาจากน
ฉือจิ่งกรีดร้องดั่งคนเสียสติ นางดีดดิ้นไปมาทั้งยังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทว่าตรึกตรองอย่างไรนางก็ยังคิดไม่ตก หนำซ้ำทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้ายังเปื้อนเปรอะไปด้วยมูลม้าอันน่ารังเกียจ ฉือจิ่งรับไม่ได้ นางอาเจียนจนเหลือเพียงลมทุกคนที่มามุงล้วนหน้ายับยู่ไปตามกัน บ้างปิดปากปิดจมูกกันจ้า
ฟู่ลี่กลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอ “ก็ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นฮูหยินน้อยระวังตัวด้วย”ฉือหวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าก็เช่นกัน ไปเถอะ จำไว้ว่าต้องรอบคอบ”“เจ้าค่ะ”ฟู่ลี่ลอบติดตามฉือจิ่งไปอย่างเงียบเชียบ ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ซ่อนตัวอีก ทว่านางเลือกเดินเข้าไปด้านในอย่างโจ่งแจ้งครั้นฉือหว่านได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเอ่
เนื่องจากเมื่อครู่เขาแค่ไม่อยากทำตัวเป็นภาระของนางเท่านั้น แต่สีหน้าของฉือหวั่นโหรวกลับเย็นชาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่เขาควรจะไม่แยแสความรู้สึกของนาง ตรงกันข้ามจิตใจของเฟิงไป๋หลางยุ่งเหยิงเสียแล้ว “องครักษ์โจว ท่านเข้าไปช่วยพยุงเขาเถิด” ฉือหวั่นโหรวเอ่ยหน้านิ่ง “ขอรับ”ไม่นานโจวซานก็ปรี่เข้าไ





