เข้าสู่ระบบเพราะชาติก่อนนางแย่งชิงคนรักของน้องสาวทำให้รู้ว่าที่จริงนางก็แค่ติดกับดักความรักโง่งม วันที่นางปวดใจจนตายจึงได้ย้อนกลับมาก่อนเลือกเจ้าบ่าวอีกครา หนนี้นางจะขอเป็นเพียงฮูหยินท่านโหวน้อยขาพิการผู้นั้นเอง
ดูเพิ่มเติมฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดา
ทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือ
สตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลา
สงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหาก
ยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ
“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด
สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติด
สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเกือบทัดเทียมกัน หากไม่เพราะคู่หมั้นของฉือหวั่นโหรวขาพิการพวกเขาทั้งสองคงเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก
ฉือเทาจึงคิดว่าควรส่งฉือจิ่งไปแต่งงานที่จวนโหวแทนพี่สาว ต่อให้โหวน้อยขาพิการ แต่การที่ฉือจิ่งได้แต่งเข้าจวนโหวก็นับว่าเป็นวาสนาของลูกอนุผู้ต้อยต่ำแล้ว
หนำซ้ำฉือหวั่นโหรวยังชอบซ่งหลินอย่างมาก หากบุตรสาวของเขาชื่นชอบซ่งหลินจากใจจริง บิดาเช่นเขาย่อมไม่คิดขวาง ถึงอย่างไรสินเดิมที่เขาจะมอบให้นางก็มีมากจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือไม่
เหตุผลเพราะฉือหวั่นโหรวขาดแม่แต่เด็กฉือเทาจึงเลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้มาด้วยวิธีที่ผิด ขณะที่เขาเฝ้าถนอมฉือหวั่นโหรวดุจไข่มุกกลางฝ่ามือ ฉือเทากลับไม่รู้มาก่อนเลยว่าตนได้เคยผลักบุตรีอันเป็นที่รักลงนรกไปเองกับมือ
ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ตอบรับคำถามของบิดาในทันที หากเป็นเมื่อก่อนนางต้องรีบตกลงจนเนื้อเต้นแน่ ทว่าตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน!
ฉือหวั่นโหรวปรายตามองน้องสาวต่างมารดาที่นั่งขนาบข้าง ฉือจิ่งหวาดกลัวจนหัวหด นางรีบก้มหน้างุด เหงื่อเม็ดละเอียดผุดพราวจนเปียกไปทั้งหน้า
ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางยังจำภาพหลังจากที่ตนแต่งเข้าจวนสกุลซ่งเมื่อห้าปีก่อนได้ดี ส่วนฉือจิ่งแต่งเข้าไปยังจวนเฟิงโหว แม้ฟังแล้วดูมีอำนาจ ทว่านางก็แต่งให้กับโหวน้อยขาพิการเท่านั้น
ฉือจิ่งผู้นี้ภายนอกดูสดใสไร้เดียงสาทว่าลึกลงไปกลับเน่าฟอนเฟะ ทั้งที่นางออกเรือนมีสามีแล้ว กระนั้นยังลอบคบชู้สู่ชายไม่ละอายฟ้าดิน สามีของนางก็ช่างโง่เขลา ถูกสวมหมวกเขียวเข้าแล้วยังไม่รู้ตัว
ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะวาสนาของตนและสามีขาพิการของน้องสาวต่างมารดาอยู่ในใจ ภาพเหล่านั้นวนเวียนหลอกหลอนนางไม่เลิก
ร่างเปลือยเปล่าของสามีและน้องสาวตัวดีระเริงสวาทกันอย่างเมามันผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวหลับตาแน่นเพราะเกรงว่าตนจะเผลอสำรอกความอุบาทว์นั้นออกมา
รังเกียจ ช่างน่ารังเกียจนัก!
ซ่งหลินคนนั้นไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงามแสนดีอะไร เขาก็แค่ปีศาจในคราบเทพเซียน ที่เขายอมแต่งกับนางก็เพียงเพราะอำนาจและเงินทองของสกุลฉือ ขณะที่นางส่งเขาขึ้นสู่ที่สูงได้สำเร็จ เขาก็ผลักไสไล่ส่งนาง ไม่เพียงเท่านั้นยังคิดแผนสกปรกเพื่อโค่นล้มอำนาจบิดาของนาง ทำให้สกุลฉือตกต่ำย่ำแย่ เขากลายเป็นทรราชโฉดชั่ว มั่วโลกีย์กับเหล่าสตรีไม่เลือกหน้า
ในเมื่อฉือจิ่งคนนี้รักมั่นต่อทรราชหน้าหยกผู้นั้นนัก พี่สาวคนนี้ก็ควรสนับสนุน รสชาติของความขมขื่นนางได้ชิมมามาก ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจก็โดนมาเยอะ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส เช่นนั้นฉือหวั่นโหรวจะไม่ทำให้ผิดหวัง
“ท่านพ่อ ข้าจะแต่งกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางตามสัญญาหมั้นหมายเจ้าค่ะ”
ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างตกตะลึง ฉือจิ่งแหงนหน้าขึ้นแช่มช้า นัยน์ตาของนางแดงก่ำระริกไหว “พี่หญิงใหญ่ ทะ…ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”
“อายุก็ยังน้อย หูของเจ้าตึงแล้วหรือ คุณชายซ่งของเจ้าข้าไม่ต้องการ ข้าจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางเท่านั้น”
ฉือจิ่งกุลีกุจอเข้าหาฉือหวั่นโหรว “พี่หญิงใหญ่ ข้าทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ ข้าแต่งกับเขาแทนท่านได้ ท่านโหวน้อยขาพิการเช่นนั้นคงทำให้ท่านไร้ทายาท”
ฉือหวั่นโหรวเขี่ยมืออีกฝ่ายทิ้ง “ข้าไม่สน ทำไม เจ้าอยากแต่งงานกับคนพิการหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ากับคุณชายซ่งมีใจให้กันหรอกหรือ”
ฉือจิ่งสะดุ้ง หญิงสาวรีบก้มหน้างุด “พี่หญิงท่านพูดอะไร เรื่องแต่งงานย่อมต้องปฏิบัติตามผู้ใหญ่จัดสรร ข้าไม่ได้ชอบเขาเจ้าค่ะ”
ประโยคสุดท้ายเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะ ดูจากท่าทางตื่นตูมของฉือจิ่งแล้วเหมือนว่าเรื่องที่นางได้แต่งงานกับซ่งหลินในชาติก่อนมิใช่ความบังเอิญ ที่แท้คนสารเลวทั้งสองก็วางแผนปอกลอกนางเอาไว้แล้ว
“คุณหนูใหญ่ ท่านหัวเราะเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ทีแรกท่านเป็นคนประกาศกร้าวเองว่าจะแต่งกับคุณชายซ่งเท่านั้น ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา [1] ท่านก็พลิกลิ้นเสียแล้ว ทำเช่นนี้ท่านอยากให้เราสองแม่ลูกถูกนายท่านโบยหลังขาดใช่หรือไม่” อนุหว่านรีบออกตัว นางถลาเข้ามากอดปลอบบุตรสาว
อารมณ์ของคุณหนูใหญ่แปรปรวนไปมาเช่นนี้ หว่านถงเกรงว่าฉือหวั่นโหรวจะหาเรื่องมารังแกตนกับบุตรสาวอีก
ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางคร้านจะมองภาพแม่ลูกผู้อ่อนแอเต็มกลืน พยายามสร้างภาพให้นางดูแย่ในสายตาผู้อื่น
อย่าคิดว่านางโง่เขลาเบาปัญญา ที่มารดาของนางต้องสิ้นใจ มิใช่เพราะหว่านถงคนนี้หรือ อนุที่ขึ้นจากตำแหน่งบ่าวริอ่านใช้วิธีสกปรกเพื่อจับบิดาของนางมาทำสามี
ที่แท้ความน่ารังเกียจก็ถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดนี่เอง!
“พอแล้ว พวกเจ้ายังเห็นหัวข้าอยู่หรือไม่” เสียงทุ้มดังแทรก
หว่านถงรีบหมอบลงพื้น “นายท่าน ข้ามิกล้า เพียงแต่คุณหนูใหญ่อารมณ์ไม่คงที่ เกรงว่าพอถึงเวลาแต่งจริง ๆ จิ่งเอ๋อร์ของเราอาจจะได้รับความไม่เป็นธรรมเจ้าค่ะ”
ปัง!
“เจ้าจะบอกว่าข้าลำเอียงหรือ”
“ข้ามิกล้า จิ่งเอ๋อร์ก็บุตรสาวของท่านเช่นกัน นายท่านช่วยพิจารณาด้วยเจ้าค่ะ”
ฉือเทากัดฟันกรอด เขาสะบัดแขนเสื้อเพื่อไล่หว่านถงกลับไปที่นั่งของตน
ฉือหวั่นโหรวเบ้ปากมองตามร่างอรชรที่กลับเข้าไปด้วยความนอบน้อม เมื่อก่อนนางไม่มีมารดาสั่งสอนก็ได้รับการเลี้ยงดูจากอนุหว่านคนนี้
ทว่าการเลี้ยงดูของนางหาได้เป็นเฉกเช่นภาพที่คนอื่นเห็น ถึงตอนนั้นฉือหวั่นโหรวเด็กมากแต่นางก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
ครั้งหนึ่งหว่านถงทำอาหารมาให้นางประหนึ่งใส่ใจ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความอร่อยอีกฝ่ายจงใจให้นางกินของที่มีฤทธิ์เย็น หากไม่เพราะตอนนั้นบิดานางกลับมาจากวังหลวงพอดี ฉือหวั่นโหรวคงปวดท้องตายไปแล้ว
เมื่อก่อนนางโง่จนดูไม่ออกก็แล้วไปเถิด มาบัดนี้ฉือหวั่นโหรวคนโง่ได้ตายไปแล้ว ทุกอย่างที่นางได้รับจะสนองกลับให้อย่างสาสม
“โหรวเอ๋อร์ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถึงแม้สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับจวนเฟิงโหว แต่พ่อก็ไม่อยากบังคับจิตใจของเจ้า ท่านโหวน้อยขาพิการติดเตียงมาสิบกว่าปี เจ้าแน่ใจจริงหรือว่าจะแต่งกับเขา มิใช่พอถึงเวลาเจ้าก็อยากเปลี่ยนใจอีกเล่า” ฉือเทาหันมาถามบุตรสาวด้วยความอ่อนใจ
ฉือหวั่นโหรวลุกยืนเต็มความสูง หญิงสาวโผเข้าไปสวมกอดพลางอ้อนออดบิดา “ท่านพ่อ ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ สิ่งไหนควรไม่ควรข้าแยกแยะได้ เขาขาพิการสิดีจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาจู้จี้กับลูก ลูกจะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ”
“วันนี้จวนโหวไม่ได้ส่งภาพเหมือนมา สิบกว่าปีแล้วที่พวกเจ้าไม่ได้พบหน้ากัน เจ้ายังยืนยัน…”
“ลูกยืนยัน ลูกจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลาง เป็นตายร้ายดีลูกก็จะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ!”
ฉือหวั่นโหรวตัดบทอย่างหนักแน่น ถึงแม้ทั้งสองชาติจะไม่เคยพบหน้าค่าตาเขา หากแต่การที่บุรุษผู้หนึ่งถูกสตรีสวมเขา นั่นมิใช่เพราะเฟิงไป๋หลางผู้นี้เปรียบดั่งกวางน้อยหรอกหรือ
หากนางแต่งเข้าไปแล้วก็สามารถใช้ชีวิตอิสระตามใจ หนำซ้ำยังไม่ต้องมาทุกข์ทรมานเรื่องอนุเรื่องนางโลมให้ต้องปวดหัวด้วย แต่งให้สามีขาพิการดีกว่าต้องแต่งงานกับคนทรราช!
เชิงอรรถ
^"หนึ่งถ้วยชา" (一盏茶 - Yī zhǎn chá) ในวัฒนธรรมจีนโบราณ หมายถึง ช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที
“ถ้าเช่นนั้นให้ชื่อ… เฟิงซืออิ๋งกับเฟิงซือหมิง เป็นอย่างไร”“โหรวเอ๋อร์ เจ้าชอบหรือไม่” เฟิงไป๋หลางหันไปถามความเห็น“เจ้าค่ะ ไพเราะยิ่งนัก ข้าชอบ”“เช่นนั้นโหรวเอ๋อร์ เจ้าพักผ่อนให้มาก เด็ก ๆ ก็ส่งให้แม่นมดูแลต่อ ข้าเองก็จะช่วยดูด้วย” เฟิงหมิงหว่านรีบเอ่ยฉือหวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าค่ะ”ตั้งแต่ฉือหวั่นโหรวให้กำเนิดบุตร ไม่ว่าจะสามปีก่อนหรือตอนนี้ชายหนุ่มก็ดูแลภรรยาของตนเป็นอย่างดี ทุกคนต่างเล่าลือว่าไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องนั้นรักพระชายามากเพียงใด แม้ในตอนแรกจะให้นางแต่งกับปลาหลีฮื้อก็ตามนักเล่านิทานหยิบเรื่องนี้ไปเล่าคราใด เป็นต้องเรียกเสียงขบขันจากผู้คนอยู่เสมอ และดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเรื่องของไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องกับพระชายาของเขามาก บางคนถึงกับนำความรักของพวกเขาไปเขียนบทละคร ละครที่ถูกใส่สีตีไข่เข้าไปก็ช่างขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าฉือหวั่นโหรวส่ายหน้าพลางดีดขาไปมา “ท่านพี่ ท่านดูสิเจ้าคะ คนพวกนี้ถึงกับเขียนว่าดีที่ข้าไม่ออกลูกเหมือนปลา ไม่เช่นนั้นคงมีลูกจนนับไม่ถ้วน”เฟิงไป๋หลางหัวเราะครืน เขาวางม้วนไม้ไผ่ลงจากนั้นเดินเข้ามาหย่อนกายนั่งลง พลางอุ้มเจ้าของร่างเล็กมานั่งบนตัก“ก็แค่บทละครไม่ใช
สามปีผันผ่าน ณ จวนไป๋เซี่ยนเฉินอ๋อง“พระชายาเบ่งเจ้าค่ะ”“อื้อ…เจ็บ…อื้อ…”เจ้าของร่างสูงเดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ คิ้วของเขาแทบจะขมวดเป็นปมหลายชั้น“เจ้าจะเดินให้ปวดหัวไปไย เมื่อก่อนก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ก็ต้องได้เหมือนกัน” เฟิงหมิงหว่านรีบปลอบบุตรชาย“ท่านแม่ แต่นางดูทรมานมากเลย ไม่รู้แล้ว ต่อไปนี้ข้าจะไม่ให้นางตั้งท้องอีกแล้ว”“ได้ ๆ แม่ไม่บังคับพวกเจ้าแล้ว เลิกโวยวายเสียที ไปหลานย่าไปหาพ่อของเจ้า” เฟิงหมิงหว่านถอนหายใจ จากนั้นหันไปเอ่ยกับหลานชายวัยสามขวบเด็กน้อยเดินเตาะแตะพลางคว้ามือบิดาเพื่อหวังปลอบโยน “ท่านพ่อ อย่าโมโหเลย”เฟิงไป๋หลางลดตามองอีกฝ่าย ครั้นเห็นดวงตากระจ่างใสไร้เดียงสาจ้องมาที่ตน ความกังวลก็มลายหายไปจนสิ้นสามปีก่อนพวกเขาให้กำเนิดบุตรชายนามว่าเฟิงซูเหมิง แม้อายุเพียงสามขวบทว่าเฟิงซูเหมิงกลับสามารถเขียนอักษรอ่านตำราได้รวดเร็วประหนึ่งอัจฉริยะวัยเยาว์ร่างสูงยอบกายลง จากนั้นอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้บนอ้อมแขน “เด็กดี พ่อไม่ได้โมโห พ่อก็แค่เป็นห่วงแม่ของเจ้าเท่านั้น”เฟิงซูเหมิงเหลียวมองไปยังหน้าประตูที่ปิดสนิท เสียงกรีดร้องของมารดายังดังลอดออกมาไม่หยุด “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอะไรหรือ
เฟิงไป๋หลางคุกเข่าลงทันควัน เขาโคกศีรษะ “ลูกอกตัญญูทำให้ท่านแม่ต้องห่วง…”“เจ้าตัวแสบ ทำอะไร พอเลย ๆ แม่ล้อเจ้าเล่น ไม่โกรธแล้ว” เฟิงหมิงหว่านถลาเข้ามาประคองบุตรชายให้ยืน นางยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น“หากเจ้าไม่กตัญญูใครจะเรียกว่ากตัญญูอีก ลูกของแม่เก่งที่สุด ในเมื่อเรื่องทั้งหมดจบแล้วเช่นนั้นก็…” เฟิงหมิงหว่านคว้ามือฉือหวั่นโหรว จากนั้นนำมาประสานกับมือของบุตรชายตน“เรื่องเดียวที่แม่ต้องการคือรีบมีหลานให้อุ้ม เช่นนี้แล้วทำเพื่อแม่ได้หรือไม่”ฉือหวั่นโหรวเขินหน้าแดงเฟิงไป๋หลางยิ้มตอบมารดา “เรื่องเท่านี้เอง ท่านแม่อยากอุ้มกี่คนก็ได้ทั้งนั้น”เฟิงหมิงหว่านดีใจดั่งลิงโลด “จริงหรือ ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็เชื่อฟังแม่แล้ว เช่นนั้นพวกเจ้ารีบไปเถิด เข้าห้องพักผ่อน”“หา…ท่านแม่แต่นี่ยัง…” ฉือหวั่นโหรวกระอักกระอ่วนทว่าเฟิงหมิงหว่านกลับรีบดันหลังให้พวกเขากลับไป “เร็วเข้า หลานข้ารอมาเกิดนานแล้ว ชักช้าจะไม่ทันการณ์ หากฮูหยิน ไม่สิ หากพระชายาไม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องออกจากห้อง”บ่าวรับใช้ในจวนต่างก้มหน้างุดลอบอมยิ้มกันอย่างมีความสุขเฟิงไป๋หลางจนปัญญา เขารีบจูงมือฉือหวั่นโหรวออกมา “ไปกันเถอะ”“ท่านพี่ นี่ท
เฟิงไป๋หลางใช้เวลารักษาตัวถึงหนึ่งสัปดาห์ เขาไม่ได้บอกความจริงกับมารดาของเขา ทว่าชายหนุ่มเล่าทุกอย่างให้ฉือหวั่นโหรวฟังนับตั้งแต่เขาถูกผลักตกร่องหิมะองค์ชายรองที่เป็นสหายร่วมเรียนของเขาก็ช่วยเฟ้นหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา กระทั่งขาทั้งสองหายดี ทว่าเรื่องนี้ยังต้องปิดเป็นความลับยาวนานเพราะเกี่ยวพันกับชีวิตและอนาคตของทั้งเขาและองค์ชายรองในภายภาคหน้าระหว่างนี้เฟิงไป๋หลางก็ทำงานให้องค์ชายรองลับ ๆ มาโดยตลอด ดังนั้นบ่อยครั้งจะมีบาดแผลกลับมาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอดทนมาจนบัดนี้เฟิงไป๋หลางก็หาตัวคนที่ทำร้ายตนเองเจอเสียที เพราะเขาเก่งทั้งบุ๋นและบู๊แต่ไม่เคยเลือกฝ่ายรัชทายาท ดังนั้นคนมีฝีมืออย่างเขาเมื่อรัชทายาทนำมาใช้งานไม่ได้ก็ต้องกำจัดคนที่ผลักเขาลงไปก็คือซ่งหลิน เพราะซ่งหลินบังเอิญอยู่กับรัชทายาทในตอนนั้น ซ่งหลินคนนี้ละโมบตั้งแต่วัยเด็ก ครั้นถูกผู้สูงศักดิ์เป่าหูเข้าหน่อยก็ยอมพลีกายถวายหัวนี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า วันร่วมโต๊ะอาหาร ณ จวนสกุลฉือสีหน้าของซ่งหลินร้อนรนจนปิดไม่มิดยามที่ได้เผชิญหน้ากับเฟิงไป๋หลาง เรื่องชั่วช้าแม้จะผ่านนานหลายปีอย่างไรก็มิอาจลบล้างออกได้ ฉือหวั่นโหรวตาแดงก่ำ “คนสารเลว
เฟิงไป๋หลางหลับตาแน่น จิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วเหมือนกัน“เสี่ยวซาน เจ้าไป…”พรวด…เฟิงไป๋หลางกลืนประโยคหลังลงคอ เขาลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ปลายนิ้วทั้งห้าเผลอเคาะลงบนที่พักแขนแผ่วเบา“จิ้งเอ๋อร์ จิ้งเอ๋อร์ลูกแม่ ฮื่อ…”โจวซานปรี่เข้าไปช่วยประคองร่างของเด็กชายและฉือหวั่นโหรวขึ้นมาจากน
ฉือจิ่งกรีดร้องดั่งคนเสียสติ นางดีดดิ้นไปมาทั้งยังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทว่าตรึกตรองอย่างไรนางก็ยังคิดไม่ตก หนำซ้ำทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้ายังเปื้อนเปรอะไปด้วยมูลม้าอันน่ารังเกียจ ฉือจิ่งรับไม่ได้ นางอาเจียนจนเหลือเพียงลมทุกคนที่มามุงล้วนหน้ายับยู่ไปตามกัน บ้างปิดปากปิดจมูกกันจ้า
ฟู่ลี่กลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอ “ก็ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นฮูหยินน้อยระวังตัวด้วย”ฉือหวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าก็เช่นกัน ไปเถอะ จำไว้ว่าต้องรอบคอบ”“เจ้าค่ะ”ฟู่ลี่ลอบติดตามฉือจิ่งไปอย่างเงียบเชียบ ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ซ่อนตัวอีก ทว่านางเลือกเดินเข้าไปด้านในอย่างโจ่งแจ้งครั้นฉือหว่านได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเอ่
เนื่องจากเมื่อครู่เขาแค่ไม่อยากทำตัวเป็นภาระของนางเท่านั้น แต่สีหน้าของฉือหวั่นโหรวกลับเย็นชาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่เขาควรจะไม่แยแสความรู้สึกของนาง ตรงกันข้ามจิตใจของเฟิงไป๋หลางยุ่งเหยิงเสียแล้ว “องครักษ์โจว ท่านเข้าไปช่วยพยุงเขาเถิด” ฉือหวั่นโหรวเอ่ยหน้านิ่ง “ขอรับ”ไม่นานโจวซานก็ปรี่เข้าไ















![สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

