สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก

สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก

last update최신 업데이트 : 2026-03-12
언어: Thai
goodnovel16goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
35챕터
2.3K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

เพราะชาติก่อนนางแย่งชิงคนรักของน้องสาวทำให้รู้ว่าที่จริงนางก็แค่ติดกับดักความรักโง่งม วันที่นางปวดใจจนตายจึงได้ย้อนกลับมาก่อนเลือกเจ้าบ่าวอีกครา หนนี้นางจะขอเป็นเพียงฮูหยินท่านโหวน้อยขาพิการผู้นั้นเอง

더 보기

1화

บทที่ 1 ในวันที่ข้าต้องเลือก

ฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดา

ทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือ

สตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลา

สงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหาก

ยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ

“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด 

สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติด

สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเกือบทัดเทียมกัน หากไม่เพราะคู่หมั้นของฉือหวั่นโหรวขาพิการพวกเขาทั้งสองคงเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

ฉือเทาจึงคิดว่าควรส่งฉือจิ่งไปแต่งงานที่จวนโหวแทนพี่สาว ต่อให้โหวน้อยขาพิการ แต่การที่ฉือจิ่งได้แต่งเข้าจวนโหวก็นับว่าเป็นวาสนาของลูกอนุผู้ต้อยต่ำแล้ว

หนำซ้ำฉือหวั่นโหรวยังชอบซ่งหลินอย่างมาก หากบุตรสาวของเขาชื่นชอบซ่งหลินจากใจจริง บิดาเช่นเขาย่อมไม่คิดขวาง ถึงอย่างไรสินเดิมที่เขาจะมอบให้นางก็มีมากจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือไม่

เหตุผลเพราะฉือหวั่นโหรวขาดแม่แต่เด็กฉือเทาจึงเลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้มาด้วยวิธีที่ผิด ขณะที่เขาเฝ้าถนอมฉือหวั่นโหรวดุจไข่มุกกลางฝ่ามือ ฉือเทากลับไม่รู้มาก่อนเลยว่าตนได้เคยผลักบุตรีอันเป็นที่รักลงนรกไปเองกับมือ

ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ตอบรับคำถามของบิดาในทันที หากเป็นเมื่อก่อนนางต้องรีบตกลงจนเนื้อเต้นแน่ ทว่าตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน!

ฉือหวั่นโหรวปรายตามองน้องสาวต่างมารดาที่นั่งขนาบข้าง ฉือจิ่งหวาดกลัวจนหัวหด นางรีบก้มหน้างุด เหงื่อเม็ดละเอียดผุดพราวจนเปียกไปทั้งหน้า

ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางยังจำภาพหลังจากที่ตนแต่งเข้าจวนสกุลซ่งเมื่อห้าปีก่อนได้ดี ส่วนฉือจิ่งแต่งเข้าไปยังจวนเฟิงโหว แม้ฟังแล้วดูมีอำนาจ ทว่านางก็แต่งให้กับโหวน้อยขาพิการเท่านั้น

ฉือจิ่งผู้นี้ภายนอกดูสดใสไร้เดียงสาทว่าลึกลงไปกลับเน่าฟอนเฟะ ทั้งที่นางออกเรือนมีสามีแล้ว กระนั้นยังลอบคบชู้สู่ชายไม่ละอายฟ้าดิน สามีของนางก็ช่างโง่เขลา ถูกสวมหมวกเขียวเข้าแล้วยังไม่รู้ตัว 

ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะวาสนาของตนและสามีขาพิการของน้องสาวต่างมารดาอยู่ในใจ ภาพเหล่านั้นวนเวียนหลอกหลอนนางไม่เลิก

ร่างเปลือยเปล่าของสามีและน้องสาวตัวดีระเริงสวาทกันอย่างเมามันผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวหลับตาแน่นเพราะเกรงว่าตนจะเผลอสำรอกความอุบาทว์นั้นออกมา

รังเกียจ ช่างน่ารังเกียจนัก! 

ซ่งหลินคนนั้นไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงามแสนดีอะไร เขาก็แค่ปีศาจในคราบเทพเซียน ที่เขายอมแต่งกับนางก็เพียงเพราะอำนาจและเงินทองของสกุลฉือ ขณะที่นางส่งเขาขึ้นสู่ที่สูงได้สำเร็จ เขาก็ผลักไสไล่ส่งนาง ไม่เพียงเท่านั้นยังคิดแผนสกปรกเพื่อโค่นล้มอำนาจบิดาของนาง ทำให้สกุลฉือตกต่ำย่ำแย่ เขากลายเป็นทรราชโฉดชั่ว มั่วโลกีย์กับเหล่าสตรีไม่เลือกหน้า

ในเมื่อฉือจิ่งคนนี้รักมั่นต่อทรราชหน้าหยกผู้นั้นนัก พี่สาวคนนี้ก็ควรสนับสนุน รสชาติของความขมขื่นนางได้ชิมมามาก ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจก็โดนมาเยอะ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส เช่นนั้นฉือหวั่นโหรวจะไม่ทำให้ผิดหวัง

“ท่านพ่อ ข้าจะแต่งกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางตามสัญญาหมั้นหมายเจ้าค่ะ”

ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างตกตะลึง ฉือจิ่งแหงนหน้าขึ้นแช่มช้า นัยน์ตาของนางแดงก่ำระริกไหว “พี่หญิงใหญ่ ทะ…ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”

“อายุก็ยังน้อย หูของเจ้าตึงแล้วหรือ คุณชายซ่งของเจ้าข้าไม่ต้องการ ข้าจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางเท่านั้น”

ฉือจิ่งกุลีกุจอเข้าหาฉือหวั่นโหรว “พี่หญิงใหญ่ ข้าทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ ข้าแต่งกับเขาแทนท่านได้ ท่านโหวน้อยขาพิการเช่นนั้นคงทำให้ท่านไร้ทายาท”

ฉือหวั่นโหรวเขี่ยมืออีกฝ่ายทิ้ง “ข้าไม่สน ทำไม เจ้าอยากแต่งงานกับคนพิการหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ากับคุณชายซ่งมีใจให้กันหรอกหรือ”

ฉือจิ่งสะดุ้ง หญิงสาวรีบก้มหน้างุด “พี่หญิงท่านพูดอะไร เรื่องแต่งงานย่อมต้องปฏิบัติตามผู้ใหญ่จัดสรร ข้าไม่ได้ชอบเขาเจ้าค่ะ”

ประโยคสุดท้ายเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะ ดูจากท่าทางตื่นตูมของฉือจิ่งแล้วเหมือนว่าเรื่องที่นางได้แต่งงานกับซ่งหลินในชาติก่อนมิใช่ความบังเอิญ ที่แท้คนสารเลวทั้งสองก็วางแผนปอกลอกนางเอาไว้แล้ว

“คุณหนูใหญ่ ท่านหัวเราะเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ทีแรกท่านเป็นคนประกาศกร้าวเองว่าจะแต่งกับคุณชายซ่งเท่านั้น ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา [1] ท่านก็พลิกลิ้นเสียแล้ว ทำเช่นนี้ท่านอยากให้เราสองแม่ลูกถูกนายท่านโบยหลังขาดใช่หรือไม่” อนุหว่านรีบออกตัว นางถลาเข้ามากอดปลอบบุตรสาว

อารมณ์ของคุณหนูใหญ่แปรปรวนไปมาเช่นนี้ หว่านถงเกรงว่าฉือหวั่นโหรวจะหาเรื่องมารังแกตนกับบุตรสาวอีก

ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางคร้านจะมองภาพแม่ลูกผู้อ่อนแอเต็มกลืน พยายามสร้างภาพให้นางดูแย่ในสายตาผู้อื่น

อย่าคิดว่านางโง่เขลาเบาปัญญา ที่มารดาของนางต้องสิ้นใจ มิใช่เพราะหว่านถงคนนี้หรือ อนุที่ขึ้นจากตำแหน่งบ่าวริอ่านใช้วิธีสกปรกเพื่อจับบิดาของนางมาทำสามี

ที่แท้ความน่ารังเกียจก็ถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดนี่เอง!

“พอแล้ว พวกเจ้ายังเห็นหัวข้าอยู่หรือไม่” เสียงทุ้มดังแทรก

หว่านถงรีบหมอบลงพื้น “นายท่าน ข้ามิกล้า เพียงแต่คุณหนูใหญ่อารมณ์ไม่คงที่ เกรงว่าพอถึงเวลาแต่งจริง ๆ จิ่งเอ๋อร์ของเราอาจจะได้รับความไม่เป็นธรรมเจ้าค่ะ”

ปัง!

“เจ้าจะบอกว่าข้าลำเอียงหรือ”

“ข้ามิกล้า จิ่งเอ๋อร์ก็บุตรสาวของท่านเช่นกัน นายท่านช่วยพิจารณาด้วยเจ้าค่ะ”

ฉือเทากัดฟันกรอด เขาสะบัดแขนเสื้อเพื่อไล่หว่านถงกลับไปที่นั่งของตน

ฉือหวั่นโหรวเบ้ปากมองตามร่างอรชรที่กลับเข้าไปด้วยความนอบน้อม เมื่อก่อนนางไม่มีมารดาสั่งสอนก็ได้รับการเลี้ยงดูจากอนุหว่านคนนี้

ทว่าการเลี้ยงดูของนางหาได้เป็นเฉกเช่นภาพที่คนอื่นเห็น ถึงตอนนั้นฉือหวั่นโหรวเด็กมากแต่นางก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ครั้งหนึ่งหว่านถงทำอาหารมาให้นางประหนึ่งใส่ใจ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความอร่อยอีกฝ่ายจงใจให้นางกินของที่มีฤทธิ์เย็น หากไม่เพราะตอนนั้นบิดานางกลับมาจากวังหลวงพอดี ฉือหวั่นโหรวคงปวดท้องตายไปแล้ว

เมื่อก่อนนางโง่จนดูไม่ออกก็แล้วไปเถิด มาบัดนี้ฉือหวั่นโหรวคนโง่ได้ตายไปแล้ว ทุกอย่างที่นางได้รับจะสนองกลับให้อย่างสาสม

“โหรวเอ๋อร์ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถึงแม้สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับจวนเฟิงโหว แต่พ่อก็ไม่อยากบังคับจิตใจของเจ้า ท่านโหวน้อยขาพิการติดเตียงมาสิบกว่าปี เจ้าแน่ใจจริงหรือว่าจะแต่งกับเขา มิใช่พอถึงเวลาเจ้าก็อยากเปลี่ยนใจอีกเล่า” ฉือเทาหันมาถามบุตรสาวด้วยความอ่อนใจ

ฉือหวั่นโหรวลุกยืนเต็มความสูง หญิงสาวโผเข้าไปสวมกอดพลางอ้อนออดบิดา “ท่านพ่อ ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ สิ่งไหนควรไม่ควรข้าแยกแยะได้ เขาขาพิการสิดีจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาจู้จี้กับลูก ลูกจะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ”

“วันนี้จวนโหวไม่ได้ส่งภาพเหมือนมา สิบกว่าปีแล้วที่พวกเจ้าไม่ได้พบหน้ากัน เจ้ายังยืนยัน…”

“ลูกยืนยัน ลูกจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลาง เป็นตายร้ายดีลูกก็จะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ!”

ฉือหวั่นโหรวตัดบทอย่างหนักแน่น ถึงแม้ทั้งสองชาติจะไม่เคยพบหน้าค่าตาเขา หากแต่การที่บุรุษผู้หนึ่งถูกสตรีสวมเขา นั่นมิใช่เพราะเฟิงไป๋หลางผู้นี้เปรียบดั่งกวางน้อยหรอกหรือ

หากนางแต่งเข้าไปแล้วก็สามารถใช้ชีวิตอิสระตามใจ หนำซ้ำยังไม่ต้องมาทุกข์ทรมานเรื่องอนุเรื่องนางโลมให้ต้องปวดหัวด้วย แต่งให้สามีขาพิการดีกว่าต้องแต่งงานกับคนทรราช!

เชิงอรรถ

^"หนึ่งถ้วยชา" (盏茶 - Yī zhǎn chá) ในวัฒนธรรมจีนโบราณ หมายถึง ช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
35 챕터
บทที่ 2 ไม่แต่งวันนี้วันหน้าก็ต้องแต่ง
ขบวนเกี้ยวแปดคนหามกำลังมุ่งหน้าไปยังจวนโหว ดนตรีซึ่งบรรเลงอย่างสนุกสนานกับสินเดิมที่ตามหลังเกี้ยวเจ้าสาวเรียงยาวหลายสิบลี้ [1] ทำให้ผู้คนสองข้างถนนตาโต“หยุด…”เกี้ยวที่โคลงเคลงไม่เคลื่อนไหวต่อ เสียงใสลอดออกมาจากด้านใน “ถึงแล้วหรือ”“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ ทว่าประตูจวนโหวไม่เปิด”คิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน ฉือหวั่นโหรวลดพัดในมือลง นางชะโงกหน้าออกมามอง แม้แต่ผ้าแพรสีชาดหน้าประตูก็ไม่มีประดับเอาไว้“ไม่มีคนอยู่หรือ นี่มิใช่ว่าเป็นวันมงคลที่ตกลงกันไว้แล้วหรือ”“เอ่อ…ข้าเองก็ไม่ทราบ ด้านในเงียบมาก…”ฉือหวั่นโหรวยกมือปราม นางไม่อยากฟังเสียงแม่สื่อพล่ามอีก ร่างระหงสาวเท้าลงมาจากเกี้ยว“คุณหนู ท่านลงมาเช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเจ้าคะ”ฉือหวั่นโหรวปรายตามอง แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความหยิ่งผยองทำให้แม่สื่อต้องรีบหดคอกลับ ชื่อเสียงร้ายกาจเอาแต่ใจของฉือหวั่นโหรวยังคงเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน หากพลั้งเผลอทำให้นางโกรธเกรงว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ห้ามมารร้ายเช่นนางไม่อยู่“ในเมื่อประตูปิดอยู่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเปิด” ฉือหวั่นโหรวหันไปสั่งบ่าวรับใช้นายหนึ่ง“ขอรับ” บ่าวร่างกำยำมุ่งตรงเข้าไปยังหน้าประตูทา
더 보기
บทที่ 3 สามีในห้องหอ
เจ้าปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังไหว้ทวนน้ำในโหลแก้วไปมา ฉือหวั่นโหรวนั่งเท้าคางมองมันพลางใช้นิ้วหยอกล้อ“สามี นี่เจ้าเป็นสามีข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่” พูดไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้วันนี้แม้แต่เจ้าบ่าวตัวจริงก็ไม่ยอมออกมาพบนาง ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ที่ฉือหวั่นโหรวเคยสั่งสมไว้ไม่เลวทีเดียว ทำให้คนเกลียดได้เช่นนี้มิน่าอายุของนางถึงได้สั้นนัก อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ได้โอกาสกลับมาแก้ไขกระนั้นการเป็นสตรีร้ายกาจคงไม่อาจถูกใครเขารัก เช่นนั้นการได้แต่งงานกับเจ้าปลาที่ไม่อาจพูดได้ก็ไม่เลวเช่นเดียวกัน“ฮูหยินเจ้าคะ”“ใคร?” ฉือหวั่นโหรวละสายตาจากเจ้าปลาน้อย พลันเหลียวมองไปยังหน้าบานประตู“คือ บ่าว…บ่าวได้รับหน้าที่มาปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ”“เข้ามา”เสียงห้วนเล็กที่ตอบกลับมานั้นทำให้สาวใช้หน้าห้องสะดุ้งโหยง ฮูหยินที่กล้าแต่งกับปลาผู้นี้จะมีนิสัยแปลกพิสดารเพียงใดกัน แค่คิดก็รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งร่างฉือหวั่นโหรวกวาดตามองสตรีร่างบอบบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ“เงยหน้าขึ้น”หญิงสาวยังคงก้มหน้าไม่กล้าขยับ แม้แต่ลมหายใจยังไม่อาจพ่นแรง“เจ้าหูไม่ดีรึ ข้าบอกให้เงยหน้าขึ้น”สตรีร่
더 보기
บทที่ 4 คำอวยพรจากปลาหลีฮื้อ
“โหรวเอ๋อร์คารวะท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ” ร่างระหงยอบกายนอบน้อม“เด็กดีไม่ต้องมากพิธี” เฟิงหมิงหว่านเอ่ยพร้อมรอยยิ้มนางกวาดสายตามองฉือหวั่นโหรวด้วยความเอ็นดู ไม่นานคิ้วงดงามก็เคลื่อนเข้าชิดกัน “เจ้าตัวแสบหายไปที่ใด”แม่นมจี้รีบตอบ “ฮูหยิน ท่านโหวน้อยไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะ”“ไม่สบาย ไม่สบายตั้งแต่เมื่อใด เมื่อวานเป็นวันสำคัญของเขา ข้าและท่านโหวเร่งกลับมาแต่ก็ไม่ทัน ดูท่าทางเขารีบร้อนจนไม่รอพวกเรา มาบัดนี้แม้แต่ยกน้ำชาก็ปล่อยให้ภรรยาโผล่มาผู้เดียว หรือว่าเมื่อคืนหักโหมไม่ดูตัวเอง”แม่นมจี้ยิ้มเจื่อนฉือหวั่นโหรวหน้ากระตุก นี่ช่างเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึง ทั้งที่เขาไม่ต้อนรับนางจนต้องส่งปลาหลีฮื้อมาแต่งงานแทน ไฉนแท้จริงแล้วเป็นเขาที่เร่งงานแต่งให้เร็วขึ้น หรือที่แท้เฟิงไป๋หลางผู้นี้จงใจบีบนางให้อับอาย“ท่านแม่ ข้าเข้าใจว่าท่านพี่สุขภาพไม่ค่อยดีจึงไม่อยากรบกวนการพักผ่อนเจ้าค่ะ โหรวเอ๋อร์ตัดสินใจมาคนเดียวโดยพลการขอพวกท่านโปรดลงโทษ” ฉือหวั่นโหรวคุกเข่าลงทันควันเฟิงหมิงหว
더 보기
บทที่ 5 แรงบันดาลใจ 1
หลังจากยกน้ำชาในเช้าของวันนี้ฉือหวั่นโหรวก็ไม่พบหน้าสามีของตนอีก ดูเหมือนโหวน้อยคนนี้ชอบทำตัวประหนึ่งเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง หรือไม่เขาก็คงรังเกียจนางมากแม้กระทั่งใบหน้าก็ไม่อยากมองเขาไม่ยอมโผล่มาก็ช่างเถิด นางจะได้ครองที่นอนให้สบายใจแต่เพียงผู้เดียว ฉือหวั่นโหรวนอนตีขาพลิกร่างไปมา จากนั้นย้ายสายตาไปยังเจ้าเป่าเปาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางอ่างขนาดใหญ่“เป่าเปา เจ้าว่าข้าควรเรียกเจ้าว่าสามีหรือเขาเป็นสามีกันดีล่ะ”เจ้าปลาตัวน้อยไม่ได้ตอบนาง มันเอาแต่สะบัดหางด้วยความเพลิดเพลินร่างระหงหยัดกายลงจากที่นอน มือเรียวหยิบอาหารปลาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นค่อย ๆ โปรยลงไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“มีเจ้าอยู่ก็ดีเหมือนกันนะ ข้าจะได้ไม่เหงา บางทีอยู่กับเจ้าก็ดีกว่าตาโหวน้อยงี่เง่าหน้าน้ำแข็ง เขาทำราวกับข้าเคยไปนั่งอึอยู่บนหัวตัวเองอย่างนั้นแหละ ในเมื่อเขารังเกียจที่จะร่วมห้องกับข้า เช่นนั้นก็เชิญนอนข้างนอกให้หนาวตายไปซะ”ฮัด…ชิ้ว…“ท่านโหวน้อย เข้ายามซวี [1] แล้วนะขอรับ หากท่านยังนั่งตรงนี้เกรงว่าน้ำค้างลงหนักจะเป็นหวัดเข้าจริง ๆ”โจวซานบ่นกระปอดกระแปดส่วนมือก็รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมให้เจ้านาย
더 보기
บทที่ 5 แรงบันดาลใจ 2
ฉือหวั่นโหรวใจกระตุกวูบ นางพูดไปใครเขาจะเชื่อว่าตัวเองย้อนเวลากลับมา แต่เดิมฮูหยินของเขาต้องเป็นฉือจิ่งมิใช่นางดูเหมือนตอนนี้เขาเข้าใจนางผิดไปใหญ่แล้ว นางจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดีนะ ก่อนจะถูกสายตาพิฆาตจ้องจนพรุนไปยันกระดูก ฉือหวั่นโหรวก็หมุนร่างไปนั่งแหมะลงตรงเตียงนอนหางตาพลันเหลือบไปเห็นหนังสือปกแดงที่วางเอาไว้ นางหยิบมันขึ้นมาจากนั้นยิ้มกล่าว“อ้อ เมื่อครู่ข้าก็แค่ฝึกแต่งบทละครเท่านั้น บังเอิญได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเล่มนี้ หากท่านไม่เชื่อก็ลองดูได้” ฉือหวั่นโหรวยื่นหนังสือไปตรงหน้าของเขาเฟิงไป๋หลางลดตามองสิ่งของในมืออีกฝ่าย เขาเบือนหน้าหนี “เหลวไหล”“จะเหลวไหลได้อย่างไร ก็ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่ากำลังแต่งบทละคร ท่านดูสิ ดูเลย” ฉือหวั่นโหรวเห็นเขาเสียอาการจึงจงใจกลั่นแกล้งต่อนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาด้านในนั้นเป็นสิ่งใด แต่ดูเหมือนว่ามันสามารถทำให้ชายหนุ่มไม่เป็นตัวของตัวเองฉือหวั่นโหรวปรี่เข้าไปหาเขา จากนั้นก็พลิกเปิดหนังสือหนึ่งหน้า “ท่านดูสิเจ้าคะ หนังสือเล่มนี้น่าสนใจมากใช่หรือไม่ เหตุใดเอาแต่หลบมันเล่า ดูสิเจ้าคะท่านพี่”“ไร้ยางอาย ไสหัวไป”“เอ๊ะ ท่านเป็นประเภทผีเข้าผีออกห
더 보기
บทที่ 6 เล่ห์เหลี่ยมของสตรีร้ายกาจ 1
“มิใช่ว่าเราตกลงกันไว้แล้วหรือ ว่าเจ้าจะแต่งเข้าจวนโหว ส่วนข้าแต่งกับนาง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”“ท่านพี่ ข้าเองก็จนปัญญา นางเป็นคนหัวรั้นเอาแต่ใจ ข้าก็แค่ลูกอนุต่ำต้อยจะค้านนางได้อย่างไร”ซ่งหลินเดินวนไปมาพลางใช้ความคิด แต่เดิมเขาคิดว่าตนสามารถเอาชนะใจของฉือหวั่นโหรวได้แล้ว คาดไม่ถึงเพียงหนึ่งถ้วยชาที่นางเคยลั่นวาจาอย่างดื้อดึงจะแต่งกับเขากลับตาลปัตรจนวุ่นชั่วพริบตา“ท่านพี่ อย่าร้อนใจไปเลย ท่านพ่อของข้ามีตำแหน่งเป็นถึงหู่ปู้ [1] เชียวนะเจ้าคะ ต่อให้ข้ามีสินเดิมติดตัวมาไม่มาก แต่ข้าก็เป็นบุตรสาวอีกคนที่ท่านพ่อรักถนอม” ซ่งหลินถอนหายใจ เขาวางแผนเอาไว้มากมายหวังหลอกใช้ฉือหวั่นโหรวเป็นบันไดปีนขึ้นที่สูง นึกไม่ถึงว่ายามนี้ก็ไม่ต่างจากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง“เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไร”ฉือจิ่งยิ้มพราย หญิงสาวโน้มกระซิบ “อย่างนี้เจ้าค่ะ...”ครั้นได้ยินสิ่งที่ฉือจิ่งอธิบาย ซ่งหลินก็ราวกับมองเห็นแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์ “จริงหรือ เช่นนั้นเจ้ารู้ที่ซ่อนของสิ่งนั้นหรือ”“แน่นอนว่าข้ารู้”ซ่งหลินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาคว้าหญิงสาวเข้ามาสวมกอด ไม่นานก็พลิกร่างเล็กลงบนที่นอนเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นด้วยควา
더 보기
บทที่ 6 เล่ห์เหลี่ยมของสตรีร้ายกาจ 2
โจวซานกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ เมื่อเห็นใบหน้าที่เคยขาวเนียนของสตรีทั้งสองนางดำเป็นปื้น หนำซ้ำเสื้อผ้ายังเปื้อนไปด้วยเขม่าควันดำ“องครักษ์โจวมีธุระกับข้าหรือ”“ฮูหยินน้อย ท่านโหวน้อยบอกว่าต่อจากนี้ท่านอย่าแตะต้องของของจวนโหวอีกขอรับ”ฟู่ลี่ที่ปรนนิบัตินายหญิงคนใหม่ของตนมาแล้วสองวัน แต่ก็ผูกพันราวกับสองปี นางได้ยินเช่นนี้กลับรู้สึกขุ่นเคืองแทนอีกฝ่ายนัก“เหตุใดท่านโหวน้อยต้องกล่าวเช่นนี้เจ้าคะ ที่ฮูหยินน้อยทำไปทั้งหมดก็เพื่อเอาใจท่านโหวน้อยทั้งนั้น วันก่อนใช้น้ำอุ่นรดต้นไม้ก็เพราะฮูหยินน้อยไม่รู้ นางแค่ต้องการให้ต้นไม้ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย วันนี้ฮูหยินน้อยก็ตั้งใจเรียนรู้การทำอาหารเพื่อเอาใจท่านโหวน้อยเพราะเห็นว่าท่านกินไม่ค่อยได้”“อาลี่ ไม่เป็นไร” เสียงใสตัดบทพร้อมรอยยิ้มฉือหวั่นโหรวรู้ดีว่านางเป็นคนไม่เอาไหน ที่เติบโตมาได้เพราะมีบิดาถือหาง หากเฟิงไป๋หลางอยากตัดปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายเช่นนี้ก็คงไม่แปลก “เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านพี่แล้ว คงเพราะท่านพี่กลัวว่าข้าจะเหนื่อยเกินไป เช่นนั้นฝากองครักษ์โจวช่วยกลับไปบอกเขาด้วยว่า ข้าจะไม่แตะต้องของที่จวนโหวโดยพลการอีก”“จะทำเช่นน
더 보기
บทที่ 7 โหวน้อยใจพิการ
เฟิงหมิงหว่านเรียกหมอมาตรวจอาการของฉือหวั่นโหรวด้วยความร้อนใจ เพียงแค่สองวันที่นางเข้ามาเป็นสะใภ้จวนโหวก็เลือดตกยางออก หากบิดาของนางรู้เข้าจวนโหวที่น่ายำเกรงจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด บุตรชายของนางก็หัวรั้นเอาแต่ใจ บ่อยครั้งที่นางลอบส่งคนไปสังเกตเรือนแยกของเขา เฟิงหมิงหว่านจึงพบว่าตั้งแต่วันแต่งงานเฟิงไป๋หลางและฉือหวั่นโหรวยังไม่เคยร่วมหอกัน เฟิงหมิงหว่านอดประหวั่นเป็นมิได้ เพราะเกรงว่านอกจากขาที่ไม่อาจใช้งานของเขาอาจจะลามไปยันส่วนสืบพันธุ์ด้วย หากเป็นเช่นนี้จวนโหวจะไม่สิ้นทายาทจริงหรอกหรือ นางและสามีก็มีบุตรชายเพียงคนเดียวเสียด้วย เมื่อก่อนเขาไม่แตะต้องสตรียังพอเข้าใจได้ มาบัดนี้แต่งฮูหยินแล้วก็เอาแต่วิ่งแจ้นไปหมกตัวที่หอตำรา ดูเหมือนว่าเฟิงไป๋หลางคงอยากให้มารดาเช่นนางอกแตกตาย“ท่านหมอ โหรวเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง”“ฮูหยิน ท่านไม่ต้องกังวล ฮูหยินน้อยสำลักควันไม่มาก ข้าจะจัดยาให้ ดื่มสักสองวันตามเวลาก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว”เฟิงหมิงหว่านยกมือทาบอก “เช่นนี้ค่อยวางใจ”หมอวัยกลางคนขอตัวจากไปเขียนเทียบยา เฟิงหมิงหว่านจึงกลับมาสนใจฉื
더 보기
บทที่ 8 โจรชั่วใจหยาบช้า 1
ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างฟ้า วันก่อนยังมีลมเย็นอยู่บ้าง ทว่ากลางลิ่วเย่ [1] เช่นนี้ก็ทำให้ร้อนอยู่เหมือนกัน ฉือหวั่นโหรวทำความสะอาดร่างกายเรียบร้อยก็รีบไปดูเจ้าเป่าเปา ทั้งที่มันเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของเฟิงไป๋หลาง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมมาทวงมันกลับไปเสียที “ฮูหยินน้อย ข้าให้อาหารมันเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ฟู่ลี่เอ่ย “ได้ ขอบใจเจ้ามาก”“เช่นนั้นบ่าวจะไปตรวจบัญชีของฝากที่ท่านจะนำไปพรุ่งนี้ต่อ”“ไม่ต้องแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ บ้านเดิมของข้าไม่ขาดแคลนเงินทองของมีค่า ขนไปเยอะแยะลำบากเสียเปล่า”“ก็ได้เจ้าค่ะ คืนนี้อากาศร้อนกว่าปกติ ฮูหยินน้อยไม่อยากให้บ่าวช่วยปรนนิบัติหรือ”“ไม่เป็นไร เจ้าไปเปิดหน้าต่างบานนั้นให้ข้าก็พอ”“เจ้าค่ะ”ฟู่ลี่รับคำก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างทรงกลมข้างเตียงนอน ตอนที่พบหน้าฉือหวั่นโหรวคราแรกนางหวาดกลัวแทบตาย ที่ไหนได้คุณหนูตระกูลใหญ่เช่นนางกลับไม่ได้เรื่องมากเอาแต่ใจเฉกเช่นคำเล่าลือไร้แก่นสารนั่นเลยสักนิด ยามนี้จิตใจที่เคยหนักอึ้งของฟู่ลี่จึงเบาลงมาก ตรงกันข้ามนางอยากให้ฉือหวั่นโหรวเรียกใช้นางบ่อย ๆ เสียอีก “พรุ่งนี้ทานยาอีกถ้วยก็ไม่เป็นไรแล้ว ฮูหยินน้อยรีบเข้านอนนะเจ้
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status