LOGINเพราะชาติก่อนนางแย่งชิงคนรักของน้องสาวทำให้รู้ว่าที่จริงนางก็แค่ติดกับดักความรักโง่งม วันที่นางปวดใจจนตายจึงได้ย้อนกลับมาก่อนเลือกเจ้าบ่าวอีกครา หนนี้นางจะขอเป็นเพียงฮูหยินท่านโหวน้อยขาพิการผู้นั้นเอง
View Moreฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดา
ทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือ
สตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลา
สงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหาก
ยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ
“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด
สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติด
สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเกือบทัดเทียมกัน หากไม่เพราะคู่หมั้นของฉือหวั่นโหรวขาพิการพวกเขาทั้งสองคงเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก
ฉือเทาจึงคิดว่าควรส่งฉือจิ่งไปแต่งงานที่จวนโหวแทนพี่สาว ต่อให้โหวน้อยขาพิการ แต่การที่ฉือจิ่งได้แต่งเข้าจวนโหวก็นับว่าเป็นวาสนาของลูกอนุผู้ต้อยต่ำแล้ว
หนำซ้ำฉือหวั่นโหรวยังชอบซ่งหลินอย่างมาก หากบุตรสาวของเขาชื่นชอบซ่งหลินจากใจจริง บิดาเช่นเขาย่อมไม่คิดขวาง ถึงอย่างไรสินเดิมที่เขาจะมอบให้นางก็มีมากจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือไม่
เหตุผลเพราะฉือหวั่นโหรวขาดแม่แต่เด็กฉือเทาจึงเลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้มาด้วยวิธีที่ผิด ขณะที่เขาเฝ้าถนอมฉือหวั่นโหรวดุจไข่มุกกลางฝ่ามือ ฉือเทากลับไม่รู้มาก่อนเลยว่าตนได้เคยผลักบุตรีอันเป็นที่รักลงนรกไปเองกับมือ
ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ตอบรับคำถามของบิดาในทันที หากเป็นเมื่อก่อนนางต้องรีบตกลงจนเนื้อเต้นแน่ ทว่าตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน!
ฉือหวั่นโหรวปรายตามองน้องสาวต่างมารดาที่นั่งขนาบข้าง ฉือจิ่งหวาดกลัวจนหัวหด นางรีบก้มหน้างุด เหงื่อเม็ดละเอียดผุดพราวจนเปียกไปทั้งหน้า
ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางยังจำภาพหลังจากที่ตนแต่งเข้าจวนสกุลซ่งเมื่อห้าปีก่อนได้ดี ส่วนฉือจิ่งแต่งเข้าไปยังจวนเฟิงโหว แม้ฟังแล้วดูมีอำนาจ ทว่านางก็แต่งให้กับโหวน้อยขาพิการเท่านั้น
ฉือจิ่งผู้นี้ภายนอกดูสดใสไร้เดียงสาทว่าลึกลงไปกลับเน่าฟอนเฟะ ทั้งที่นางออกเรือนมีสามีแล้ว กระนั้นยังลอบคบชู้สู่ชายไม่ละอายฟ้าดิน สามีของนางก็ช่างโง่เขลา ถูกสวมหมวกเขียวเข้าแล้วยังไม่รู้ตัว
ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะวาสนาของตนและสามีขาพิการของน้องสาวต่างมารดาอยู่ในใจ ภาพเหล่านั้นวนเวียนหลอกหลอนนางไม่เลิก
ร่างเปลือยเปล่าของสามีและน้องสาวตัวดีระเริงสวาทกันอย่างเมามันผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวหลับตาแน่นเพราะเกรงว่าตนจะเผลอสำรอกความอุบาทว์นั้นออกมา
รังเกียจ ช่างน่ารังเกียจนัก!
ซ่งหลินคนนั้นไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงามแสนดีอะไร เขาก็แค่ปีศาจในคราบเทพเซียน ที่เขายอมแต่งกับนางก็เพียงเพราะอำนาจและเงินทองของสกุลฉือ ขณะที่นางส่งเขาขึ้นสู่ที่สูงได้สำเร็จ เขาก็ผลักไสไล่ส่งนาง ไม่เพียงเท่านั้นยังคิดแผนสกปรกเพื่อโค่นล้มอำนาจบิดาของนาง ทำให้สกุลฉือตกต่ำย่ำแย่ เขากลายเป็นทรราชโฉดชั่ว มั่วโลกีย์กับเหล่าสตรีไม่เลือกหน้า
ในเมื่อฉือจิ่งคนนี้รักมั่นต่อทรราชหน้าหยกผู้นั้นนัก พี่สาวคนนี้ก็ควรสนับสนุน รสชาติของความขมขื่นนางได้ชิมมามาก ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจก็โดนมาเยอะ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส เช่นนั้นฉือหวั่นโหรวจะไม่ทำให้ผิดหวัง
“ท่านพ่อ ข้าจะแต่งกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางตามสัญญาหมั้นหมายเจ้าค่ะ”
ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างตกตะลึง ฉือจิ่งแหงนหน้าขึ้นแช่มช้า นัยน์ตาของนางแดงก่ำระริกไหว “พี่หญิงใหญ่ ทะ…ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”
“อายุก็ยังน้อย หูของเจ้าตึงแล้วหรือ คุณชายซ่งของเจ้าข้าไม่ต้องการ ข้าจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางเท่านั้น”
ฉือจิ่งกุลีกุจอเข้าหาฉือหวั่นโหรว “พี่หญิงใหญ่ ข้าทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ ข้าแต่งกับเขาแทนท่านได้ ท่านโหวน้อยขาพิการเช่นนั้นคงทำให้ท่านไร้ทายาท”
ฉือหวั่นโหรวเขี่ยมืออีกฝ่ายทิ้ง “ข้าไม่สน ทำไม เจ้าอยากแต่งงานกับคนพิการหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ากับคุณชายซ่งมีใจให้กันหรอกหรือ”
ฉือจิ่งสะดุ้ง หญิงสาวรีบก้มหน้างุด “พี่หญิงท่านพูดอะไร เรื่องแต่งงานย่อมต้องปฏิบัติตามผู้ใหญ่จัดสรร ข้าไม่ได้ชอบเขาเจ้าค่ะ”
ประโยคสุดท้ายเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะ ดูจากท่าทางตื่นตูมของฉือจิ่งแล้วเหมือนว่าเรื่องที่นางได้แต่งงานกับซ่งหลินในชาติก่อนมิใช่ความบังเอิญ ที่แท้คนสารเลวทั้งสองก็วางแผนปอกลอกนางเอาไว้แล้ว
“คุณหนูใหญ่ ท่านหัวเราะเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ทีแรกท่านเป็นคนประกาศกร้าวเองว่าจะแต่งกับคุณชายซ่งเท่านั้น ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา [1] ท่านก็พลิกลิ้นเสียแล้ว ทำเช่นนี้ท่านอยากให้เราสองแม่ลูกถูกนายท่านโบยหลังขาดใช่หรือไม่” อนุหว่านรีบออกตัว นางถลาเข้ามากอดปลอบบุตรสาว
อารมณ์ของคุณหนูใหญ่แปรปรวนไปมาเช่นนี้ หว่านถงเกรงว่าฉือหวั่นโหรวจะหาเรื่องมารังแกตนกับบุตรสาวอีก
ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางคร้านจะมองภาพแม่ลูกผู้อ่อนแอเต็มกลืน พยายามสร้างภาพให้นางดูแย่ในสายตาผู้อื่น
อย่าคิดว่านางโง่เขลาเบาปัญญา ที่มารดาของนางต้องสิ้นใจ มิใช่เพราะหว่านถงคนนี้หรือ อนุที่ขึ้นจากตำแหน่งบ่าวริอ่านใช้วิธีสกปรกเพื่อจับบิดาของนางมาทำสามี
ที่แท้ความน่ารังเกียจก็ถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดนี่เอง!
“พอแล้ว พวกเจ้ายังเห็นหัวข้าอยู่หรือไม่” เสียงทุ้มดังแทรก
หว่านถงรีบหมอบลงพื้น “นายท่าน ข้ามิกล้า เพียงแต่คุณหนูใหญ่อารมณ์ไม่คงที่ เกรงว่าพอถึงเวลาแต่งจริง ๆ จิ่งเอ๋อร์ของเราอาจจะได้รับความไม่เป็นธรรมเจ้าค่ะ”
ปัง!
“เจ้าจะบอกว่าข้าลำเอียงหรือ”
“ข้ามิกล้า จิ่งเอ๋อร์ก็บุตรสาวของท่านเช่นกัน นายท่านช่วยพิจารณาด้วยเจ้าค่ะ”
ฉือเทากัดฟันกรอด เขาสะบัดแขนเสื้อเพื่อไล่หว่านถงกลับไปที่นั่งของตน
ฉือหวั่นโหรวเบ้ปากมองตามร่างอรชรที่กลับเข้าไปด้วยความนอบน้อม เมื่อก่อนนางไม่มีมารดาสั่งสอนก็ได้รับการเลี้ยงดูจากอนุหว่านคนนี้
ทว่าการเลี้ยงดูของนางหาได้เป็นเฉกเช่นภาพที่คนอื่นเห็น ถึงตอนนั้นฉือหวั่นโหรวเด็กมากแต่นางก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
ครั้งหนึ่งหว่านถงทำอาหารมาให้นางประหนึ่งใส่ใจ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความอร่อยอีกฝ่ายจงใจให้นางกินของที่มีฤทธิ์เย็น หากไม่เพราะตอนนั้นบิดานางกลับมาจากวังหลวงพอดี ฉือหวั่นโหรวคงปวดท้องตายไปแล้ว
เมื่อก่อนนางโง่จนดูไม่ออกก็แล้วไปเถิด มาบัดนี้ฉือหวั่นโหรวคนโง่ได้ตายไปแล้ว ทุกอย่างที่นางได้รับจะสนองกลับให้อย่างสาสม
“โหรวเอ๋อร์ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถึงแม้สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับจวนเฟิงโหว แต่พ่อก็ไม่อยากบังคับจิตใจของเจ้า ท่านโหวน้อยขาพิการติดเตียงมาสิบกว่าปี เจ้าแน่ใจจริงหรือว่าจะแต่งกับเขา มิใช่พอถึงเวลาเจ้าก็อยากเปลี่ยนใจอีกเล่า” ฉือเทาหันมาถามบุตรสาวด้วยความอ่อนใจ
ฉือหวั่นโหรวลุกยืนเต็มความสูง หญิงสาวโผเข้าไปสวมกอดพลางอ้อนออดบิดา “ท่านพ่อ ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ สิ่งไหนควรไม่ควรข้าแยกแยะได้ เขาขาพิการสิดีจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาจู้จี้กับลูก ลูกจะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ”
“วันนี้จวนโหวไม่ได้ส่งภาพเหมือนมา สิบกว่าปีแล้วที่พวกเจ้าไม่ได้พบหน้ากัน เจ้ายังยืนยัน…”
“ลูกยืนยัน ลูกจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลาง เป็นตายร้ายดีลูกก็จะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ!”
ฉือหวั่นโหรวตัดบทอย่างหนักแน่น ถึงแม้ทั้งสองชาติจะไม่เคยพบหน้าค่าตาเขา หากแต่การที่บุรุษผู้หนึ่งถูกสตรีสวมเขา นั่นมิใช่เพราะเฟิงไป๋หลางผู้นี้เปรียบดั่งกวางน้อยหรอกหรือ
หากนางแต่งเข้าไปแล้วก็สามารถใช้ชีวิตอิสระตามใจ หนำซ้ำยังไม่ต้องมาทุกข์ทรมานเรื่องอนุเรื่องนางโลมให้ต้องปวดหัวด้วย แต่งให้สามีขาพิการดีกว่าต้องแต่งงานกับคนทรราช!
เชิงอรรถ
^"หนึ่งถ้วยชา" (一盏茶 - Yī zhǎn chá) ในวัฒนธรรมจีนโบราณ หมายถึง ช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที
เจ้าปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังไหว้ทวนน้ำในโหลแก้วไปมา ฉือหวั่นโหรวนั่งเท้าคางมองมันพลางใช้นิ้วหยอกล้อ“สามี นี่เจ้าเป็นสามีข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่” พูดไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้วันนี้แม้แต่เจ้าบ่าวตัวจริงก็ไม่ยอมออกมาพบนาง ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ที่ฉือหวั่นโหรวเคยสั่งสมไว้ไม่เลวทีเดียว ทำให้คนเกลียดได้เช่นนี้มิน่าอายุของนางถึงได้สั้นนัก อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ได้โอกาสกลับมาแก้ไขกระนั้นการเป็นสตรีร้ายกาจคงไม่อาจถูกใครเขารัก เช่นนั้นการได้แต่งงานกับเจ้าปลาที่ไม่อาจพูดได้ก็ไม่เลวเช่นเดียวกัน“ฮูหยินเจ้าคะ”“ใคร?” ฉือหวั่นโหรวละสายตาจากเจ้าปลาน้อย พลันเหลียวมองไปยังหน้าบานประตู“คือ บ่าว…บ่าวได้รับหน้าที่มาปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ”“เข้ามา”เสียงห้วนเล็กที่ตอบกลับมานั้นทำให้สาวใช้หน้าห้องสะดุ้งโหยง ฮูหยินที่กล้าแต่งกับปลาผู้นี้จะมีนิสัยแปลกพิสดารเพียงใดกัน แค่คิดก็รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งร่างฉือหวั่นโหรวกวาดตามองสตรีร่างบอบบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ“เงยหน้าขึ้น”หญิงสาวยังคงก้มหน้าไม่กล้าขยับ แม้แต่ลมหายใจยังไม่อาจพ่นแรง“เจ้าหูไม่ดีรึ ข้าบอกให้เงยหน้าขึ้น”สตรีร่
ขบวนเกี้ยวแปดคนหามกำลังมุ่งหน้าไปยังจวนโหว ดนตรีซึ่งบรรเลงอย่างสนุกสนานกับสินเดิมที่ตามหลังเกี้ยวเจ้าสาวเรียงยาวหลายสิบลี้ [1] ทำให้ผู้คนสองข้างถนนตาโต“หยุด…”เกี้ยวที่โคลงเคลงไม่เคลื่อนไหวต่อ เสียงใสลอดออกมาจากด้านใน “ถึงแล้วหรือ”“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ ทว่าประตูจวนโหวไม่เปิด”คิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน ฉือหวั่นโหรวลดพัดในมือลง นางชะโงกหน้าออกมามอง แม้แต่ผ้าแพรสีชาดหน้าประตูก็ไม่มีประดับเอาไว้“ไม่มีคนอยู่หรือ นี่มิใช่ว่าเป็นวันมงคลที่ตกลงกันไว้แล้วหรือ”“เอ่อ…ข้าเองก็ไม่ทราบ ด้านในเงียบมาก…”ฉือหวั่นโหรวยกมือปราม นางไม่อยากฟังเสียงแม่สื่อพล่ามอีก ร่างระหงสาวเท้าลงมาจากเกี้ยว“คุณหนู ท่านลงมาเช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเจ้าคะ”ฉือหวั่นโหรวปรายตามอง แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความหยิ่งผยองทำให้แม่สื่อต้องรีบหดคอกลับ ชื่อเสียงร้ายกาจเอาแต่ใจของฉือหวั่นโหรวยังคงเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน หากพลั้งเผลอทำให้นางโกรธเกรงว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ห้ามมารร้ายเช่นนางไม่อยู่“ในเมื่อประตูปิดอยู่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเปิด” ฉือหวั่นโหรวหันไปสั่งบ่าวรับใช้นายหนึ่ง“ขอรับ” บ่าวร่างกำยำมุ่งตรงเข้าไปยังหน้าประตูทา
ฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดาทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือสตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลาสงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหากยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติดสกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเ

















