แชร์

บทที่2 เข้าวัง

ผู้เขียน: ไรท์มาย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-31 10:27:47

บทที่2 เข้าวัง

แสงแดดในฤดูหนาวในยามเช้าทาบทับลงบนจวนสกุลหลิน แต่บรรยากาศที่เรือนคุณหนูรองกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลินซูเซียนลุกขึ้นมาแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยสีขาว ดูบริสุทธิ์และแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ นางเลือกปิ่นปักผมเรียบง่ายแต่มีราคา พร้อมกำชับให้อาหนิงจัดเตรียมกระเช้าไม้แกะสลักที่บรรจุ "ชาหอมหมื่นลี้" และ "ยาตำรับพิเศษ" ที่นางปรุงขึ้นเองกับมือเพื่อนำไปเป็นของกำนัล

"คุณหนูจะไปเข้าเฝ้าอ๋องน้อยจริงๆ หรือเจ้าคะ นายท่านทราบเรื่องนี้ต้องไม่พอใจแน่" อาหนิงเอ่ยถามอย่างกังวล ขณะช่วยจัดระเบียบชายเสื้อให้เจ้านาย

"ท่านพ่อจะพอใจหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องใส่ใจอีกต่อไปอาหนิง ในเมื่ออ๋องน้อยเป็นผู้ช่วยชีวิตข้า การไปขอบคุณตามมารยาทถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด ใครจะกล้าตำหนิข้าได้" ซูเซียนเอ่ยพลางมองเงาตัวเองในกระจก มุมปากยกยิ้มบางอย่างเยือกเย็น

ที่หน้าประตูจวนรถม้าตระกูลหลินถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย แต่หลินเหวินและหวังลี่อินกลับออกมายืนดักรออยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ โดยมีหลินรั่วฉีที่แต่งกายงดงามยืนเชิดหน้าอยู่ข้างๆ

"ซูเซียน! เจ้าจะไปไหนแต่เช้า" หลินเหวินถามเสียงเข้ม

"ข้าจะไปวังอ๋องน้อยจ้านหรง เพื่อขอบคุณอ๋องน้อยที่ช่วยชีวิตข้าไว้เจ้าค่ะท่านพ่อ"

"ไม่ได้! เจ้าเพิ่งหายดี ควรพักผ่อนอยู่จวน ส่วนเรื่องขอบคุณอ๋องน้อย ข้าตกลงกับท่านแม่ของเจ้าแล้วว่าจะให้รั่วฉีไปแทน ในฐานะพี่สาวคนโต การให้รั่วฉีไปแสดงความขอบคุณย่อมดูเหมาะสมและเป็นเกียรติแก่ตระกูลมากกว่า" หลินเหวินเอ่ยประโยคที่เห็นแก่ตัวออกมาอย่างหน้าตาเฉย เพราะเขามุ่งหวังจะผลักดันให้หลินรั่วฉีได้ใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์

ซูเซียนไม่ได้โกรธขึ้งเหมือนแต่ก่อน นางกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เหมาะสมหรือเจ้าคะ? อ๋องน้อยกระโดดลงไปช่วย 'ข้า' ขึ้นจากน้ำ คนที่เขาเห็นหน้าและอุ้มขึ้นมาคือ 'ข้า' หากพี่ใหญ่ไปแทน มิเท่ากับเรากำลังตบหน้าอ๋องน้อยหรือเจ้าคะว่าตระกูลหลินไร้มารยาท แม้แต่คนเจ็บที่รอดตายยังหยิ่งทะโสไม่ยอมมาขอบคุณด้วยตัวเอง"

"เจ้า!" หลินเหวินเถียงไม่ออก

"ข้าขอตัวนะเจ้าคะ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์" ซูเซียนไม่รอคำอนุญาต นางเดินขึ้นรถม้าไปโดยไม่หันกลับมามองใบหน้าเขียวคล้ำของบิดาและสายตาอิจฉาของหลินรั่วฉี

เสียงล้อรถม้าของซูเซียนบดไปตามพื้นถนนจนค่อยๆ เลือนหายไปจากหน้าจวน ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและความอัปยศที่ตีขึ้นหน้าหลินเหวินจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ หวังลี่อินที่ยืนกอดอกมองตามด้วยสายตามาดร้ายรีบขยับเข้าไปใกล้บุตรสาวของตน พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมุมปากที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา

"ท่านแม่ ดูมันสิเจ้าคะ! มันกล้าจองหองพองขนถึงเพียงนี้เชียวหรือ" หลินรั่วฉีเอ่ยเสียงแหลมพลางกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ "นางทำไมถึงกล้าเดินเชิดหน้าชูคอเข้าไปในวังอ๋องเพียงลำพัง หากนางไปทำกิริยาต่ำต้อยจนตระกูลหลินต้องมัวหมองจะทำอย่างไรเจ้าคะ"

หวังลี่อินเหยียดยิ้มเย็นชา นางหันไปสบตากับบุตรสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "กังวลไปใยรั่วฉี ในเมื่อนังตัวดีมันอยากจะเสนอหน้า เราก็แค่ตามไป 'ขัดเกลา' กิริยาให้มันก็สิ้นเรื่อง"

สองแม่ลูกหันมาสบตากันอย่างรู้ความหมาย ก่อนที่หวังลี่อินจะหันไปสั่งการบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "พวกเจ้า! ไปจัดเตรียมรถม้าอีกคันให้เร็วที่สุด! แล้วไปนำชุดผ้าไหมสีกลีบบัวที่เพิ่งส่งมาจากห้องเสื้อชั้นเลิศมาให้คุณหนูใหญ่ผลัดเปลี่ยนเดี๋ยวนี้"

"ท่านแม่จะให้ข้าตามไปหรือเจ้าคะ?" รั่วฉีถามด้วยความตื่นเต้น แววตาเป็นประกายวาววับ

"ใช่! เจ้าต้องตามไปกู้หน้าให้ตระกูลหลิน" หวังลี่อินกล่าวพลางหันไปทางหลินเหวินที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ "ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งขัดใจไปเลยเจ้าค่ะ ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อชื่อเสียงของท่านทั้งนั้น หากซูเซียนไปทำตัวเสียมารยาทหรือพูดจาเลอะเลือนต่อหน้าอ๋องน้อย รั่วฉีจะได้อยู่ช่วยไกล่เกลี่ยและแสดงให้เห็นว่า บุตรสาวตระกูลหลินที่เพียบพร้อมรู้งานและมีความสามารถจริงๆ นั้นคือใคร"

หลินเหวินถอนหายใจยาว ใบหน้าเคร่งเครียดมิได้ลดลง "ลี่อิน เจ้าไม่รู้นิสัยของอ๋องน้อยจ้านหรงผู้นี้หรอกหรือ เขาเป็นคนเย็นชาและเกลียดชังคนประจบสอพลอเป็นที่สุด การที่เจ้าจะส่งรั่วฉีตามไปเสนอหน้าเช่นนี้ ข้าเกรงว่ามันจะยิ่งทำให้พระองค์ทรงกริ้วเสียมากกว่า"

"โธ่ ท่านพี่! ท่านกังวลเกินเหตุไปแล้ว" หวังลี่อินสะบัดหน้าอย่างไม่แยแส "รั่วฉีของข้าทั้งงดงามและฉลาดเฉลียว มีหรือที่บุรุษใดจะใจแข็งอยู่ได้ รั่วฉี เจ้าไปเตรียมกระเช้าผลไม้ชั้นเลิศและขนมมงคลแปดอย่าง จัดแต่งให้วิจิตรบรรจงที่สุด อย่าให้น้อยหน้าเด็ดขาด!"

ภายในเรือนของหลินรั่วฉี ยามนี้วุ่นวายราวกับพายุเข้า รั่วฉีถูกปรนนิบัติด้วยเครื่องประดับทองคำและหยกเนื้อดี นางส่องกระจกดูความงามของตนเองด้วยความมั่นใจ "ท่านแม่เจ้าคะ ยาตำรับพิเศษของซูเซียนน่ะหรือจะสู้เครื่องหอมที่ข้าเตรียมไป ข้าจะทำให้อ๋องน้อยลืมไปเสียสิ้นว่าเคยช่วยชีวิตนังคนชั้นต่ำนั่นไว้!"

"ดีมากรู้ออกรู้วางเช่นนี้แหละลูกแม่" หวังลี่อินช่วยปักปิ่นระย้าหงส์ทองลงบนมวยผมของลูกสาว "จำไว้... เมื่อไปถึงวังอ๋อง เจ้าต้องแสดงความเป็นพี่สาวผู้แสนดี แกล้งห่วงใยนังซูเซียนให้มากที่สุด แต่อย่าลืมทำให้อ๋องน้อยมองเห็นว่านังนั่นมันช่างบอบบางและไร้ประโยชน์เพียงใด"

เมื่อทุกอย่างพร้อมทั้งสองแม่ลูกก็ก้าวขึ้นรถม้าหรูหรา มุ่งหน้าสู่วังอ๋องด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง โดยมิทันสังเกตเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของหลินเหวินที่มองตามรถม้าคันที่สองไปพลางพึมพำ "ขออย่าให้เรื่องราวใหญ่โตไปมากกว่านี้เลย..."

ณ วังอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง

ความยิ่งใหญ่และหรูหราของวังอ๋องเซียวจ้านหรงนั้นสมฐานะเชื้อพระวงศ์ผู้กุมอำนาจ ซูเซียนก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างามจนทหารยามถึงกับชะงัก นางแจ้งความประสงค์ขอเข้าพบอ๋องน้อยเพื่อขอบคุณที่ช่วยชีวิต

ภายในห้องโถงรับรองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานชั้นเลิศ อ๋องน้อยเซียวจ้านหรง ประทับอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาดุจเทพบุตรเดินดินนั้นนิ่งสงบ ทว่าทันทีที่เห็นร่างบางของหลินซูเซียนก้าวเข้ามาในห้อง หัวใจที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งของเขากลับกระตุกวูบ

ภาพสตรีที่เขากระโดดลงไปช่วยในวันนั้นดูบอบบางดั่งกิ่งหลิว แต่ในวันนี้ นางกลับดูแข็งแกร่งและงดงามจนเขาไม่อาจละสายตาได้ ดวงตาคู่นั้นของนางมันไม่ได้มีแค่ความสำนึกบุญคุณ แต่มันมีความลึกลับและแรงกล้าบางอย่างที่ดึงดูดใจเขาตั้งแต่แรกพบ

"หม่อมฉันหลินซูเซียน ถวายพระพรเจ้าค่ะอ๋องน้อย" นางย่อกายลงอย่างนอบน้อม ท่วงท่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

"ลุกขึ้นเถอะคุณหนูหลิน เจ้าเพิ่งหายป่วย เหตุใดจึงลำบากเดินทางมาถึงที่นี่" น้ำเสียงของอ๋องน้อยที่คนทั้งเมืองต่างรู้ว่าห้าวหาญและเย็นชา บัดนี้กลับนุ่มนวลลงอย่างที่องครักษ์ข้างกายยังต้องแปลกใจ

"หากหม่อมฉันไม่มา ความรู้สึกติดค้างในใจคงไม่อาจเลือนหาย หม่อมฉันจึงนำชาหอมหมื่นลี้และยาบำรุงที่ปรุงเองมาถวาย หวังว่าอ๋องน้อยจะทรงพระกรุณารับไว้เจ้าค่ะ"

ซูเซียนส่งสัญญาณให้อาหนิงนำของเข้าไปวาง อ๋องน้อยมองกระเช้านั้นก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับนางตรงๆ "เจ้านำยามาให้ข้า หรือจะบอกว่าข้ากำลังป่วยอย่างนั้นหรือ?"

"หามิได้เจ้าค่ะ ยานี้ช่วยบำรุงธาตุและคลายความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำงานศึก หม่อมฉันเห็นว่าอ๋องน้อยทรงงานหนักเพื่อแผ่นดิน จึงอยากตอบแทนด้วยสิ่งที่หม่อมฉันถนัดที่สุด"

คำพูดที่เฉลียวฉลาดและการวางตัวที่ไว้ตัวแต่ไม่ห่างเหินของนาง ยิ่งสุมไฟในใจของเซียวจ้านหรงให้ลุกโชน เขาที่เคยผ่านผู้หญิงมามากมายแต่กลับไม่เคยรู้สึก 'หวงแหน' ใครเท่าสตรีตรงหน้าที่เขาไม่เคยลืมเลือน

"ข้าจะรับไว้และข้าจะถือว่ายาจอกนี้ คือพันธะสัญญาที่เจ้าติดค้างข้าไว้หนึ่งอย่าง" อ๋องน้อยยิ้มพรายที่มุมปาก แววตาที่มองนางนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายว่าแค่คนรู้จัก

ซูเซียนสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว นางรู้แล้วว่าหมากกระดานนี้นางเดินมาถูกทางแล้ว ร่มคันใหญ่ที่สุดในแผ่นดินกำลังจะตกอยู่ในมือนางและบรรยากาศในวังช่างเป็นอกเป็นใจจนอ๋องน้อยผู้สง่างามเอ่ยขึ้น

"คุณหนูหลิน ในเมื่อเจ้าตั้งใจมาถึงที่นี่เพื่อขอบคุณข้า การจะให้เจ้ากลับไปทั้งที่ท้องยังว่าง คงเป็นข้าเองที่ไร้น้ำใจและเสียมารยาทเกินไป" อ๋องน้อยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาคมกริบกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางอย่างไม่ยอมปล่อย "อยู่ร่วมโต๊ะอาหารกับข้าก่อนเถอะ ข้าสั่งให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารเลิศรสไว้แล้ว และข้ายังมีเรื่องอยากคุยกับเจ้าอีกมาก"

ซูเซียนชะงักไปเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันดูออดอ้อนทว่าทรงอำนาจในที "หม่อมฉันเกรงว่าจะรบกวนเวลาทรงงานของอ๋องน้อยเจ้าค่ะ"

"สำหรับเจ้าข้ามีเวลาให้เสมอ"

คำพูดนั้นชัดเจนเสียจนอาหนิงที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องก้มหน้าลงซ่อนยิ้ม ส่วนซูเซียนเองแม้จะเตรียมใจมาอย่างดี แต่เมื่อถูกรุกด้วยคำพูดตรงๆ เช่นนี้ พวงแก้มขาวนวลก็อดไม่ได้ที่จะซับสีระเรื่อขึ้นมา

 

ณ ศาลาริมน้ำกลางอุทยาน

โต๊ะอาหารหินอ่อนถูกจัดวางด้วยอาหารเลิศรสแปดอย่าง ทว่าอ๋องน้อยกลับไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาเอาแต่จับจ้องท่วงท่าการคีบอาหารที่สละสลวยของซูเซียนราวกับว่านางคือภาพวาดล้ำค่าที่มีชีวิต

"อาหารไม่ถูกปากเจ้าหรือซูเซียน? หรือว่าเจ้ายังกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น" อ๋องน้อยเรียกชื่อของนางโดยไร้ซึ่งยศศักดิ์กั้นกลาง

"หามิได้เจ้าค่ะ อาหารรสชาติดีมาก เพียงแต่หม่อมฉันยังแปลกใจที่อ๋องน้อยทรงจำชื่อของหม่อมฉันได้แม่นยำเช่นนี้"

"สิ่งที่ข้ารอคอยข้าไม่เคยหลงลืม" เซียวจ้านหรงวางตะเกียบลงแล้วขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้น "โดยเฉพาะสตรีที่กล้าหาญขนาดต่อสู้กับยมโลกเพื่อกลับมาเช่นเจ้า ข้าบอกเจ้าตามตรงนะซูเซียน ตั้งแต่วินาทีที่ข้าอุ้มเจ้าขึ้นจากน้ำ ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าหัวใจของข้า ตามหาเจ้าจนพบแล้ว"

ซูเซียนวางตะเกียบลงทันที นางเงยหน้าสบตาอ๋องน้อยผู้สง่างาม "อ๋องน้อยทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางเล็กๆ มิอาจเอื้อมถึงเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์เช่นพระองค์หรอกเจ้าค่ะ"

"สูงศักดิ์แล้วอย่างไร? ต่ำต้อยแล้วอย่างไร? ในสายตาข้า เจ้าคือสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าอยากจะปกป้อง" เขาเอื้อมมือหนามากุมมือบางของนางไว้บนโต๊ะอย่างถือวิสาสะ "เจ้าอาจจะมาที่นี่เพื่อหาที่พึ่งพิงและอาศัยอำนาจข้าไปจัดการเรื่องในจวน ข้ารู้และข้ายินดีให้เจ้าใช้ข้าเป็นร่มคันใหญ่ได้ตามใจชอบ แต่มีเงื่อนไขเดียว คือภายใต้ม่านกั้นของร่มคันนี้ จะต้องมีเพียงข้าและเจ้าเท่านั้นที่ยืนอยู่คู่กัน"

คำพูดที่ตรงไปตรงมาและสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักของอ๋องน้อย ทำให้นางที่ตั้งใจจะมาใช้เขาเป็นหมากถึงกับใจสั่นคลอน

บรรยากาศภายในศาลาริมน้ำที่เคยอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและสายตาที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดของอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง พลันต้องชะงักลงเมื่อองครักษ์หน้าประตูวังเร่งฝีเท้าเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าศาลาด้วยท่าทีเร่งร้อน

"เรียนท่านอ๋อง หน้าวังมีฮูหยินและบุตรสาวคนโตแห่งตระกูลหลิน เดินทางมาถึงหน้าประตูวัง แจ้งความประสงค์ว่าต้องการขอเข้าเฝ้าพระองค์พะยะค่ะ!"

ซูเซียนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของคำสารภาพรักอันหนักแน่นถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยพลางนึกในใจด้วยความระอา 'ข้าเดาไว้ไม่มีผิด สองแม่ลูกคู่นี้ช่างกัดไม่ปล่อยจริงๆ ตามมาเสนอหน้าถึงที่นี่เชียวหรือ'

จ้านหรงที่กำลังกุมมือบางของซูเซียนไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อถูกขัดจังหวะในช่วงเวลาสำคัญ ใบหน้าที่เคยนุ่มนวลก็กลับกลายเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งในทันตา ประกายโทสะพาดผ่านดวงตาคมกริบ เขาไม่ได้หันไปมองทหารยามแม้แต่น้อย แต่กลับกระชับมือซูเซียนให้แน่นขึ้นประหนึ่งจะประกาศว่าสตรีผู้นี้คือผู้เดียวที่เขาสนใจ

"ฮูหยินและคุณหนูใหญ่ตระกูลหลินงั้นรึ?" จ้านหรงแค่นยิ้มเย็นที่มุมปากน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างไม่ใยดี "ไปบอกพวกนางว่า ข้ากำลังต้อนรับ 'แขกคนสำคัญที่สุด' อยู่ และข้าห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของข้าเด็ดขาด หากพวกนางยังมีมารยาทและรู้จักที่ต่ำที่สูง ก็จงกลับจวนไปเสีย!"

"พะยะค่ะ!" ทหารยามรับคำสั่งด้วยความยำเกรง ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังหน้าประตูวังทันที

ที่หน้าประตูวังอันโอ่อ่า หวังลี่อินและหลินรั่วฉียืนเชิดหน้าชูคออยู่ข้างรถม้าหรูหรา รั่วฉีแสร้งทำเป็นจัดระเบียบอาภรณ์สีกลีบบัวให้เข้าที่ พลางโปรยยิ้มที่คิดว่าอ่อนหวานที่สุดให้ทหารยามที่เดินกลับมา

"เป็นอย่างไรบ้างพี่ชาย ท่านอ๋องทรงอนุญาตให้ข้ากับท่านแม่เข้าไปแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?" รั่วฉีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระรื่น มั่นใจเหลือเกินว่าความงามและเกียรติของนางจะทำให้ประตูวังเปิดออก

ทหารยามทำหน้าเรียบเฉยก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด "ท่านอ๋องมีรับสั่งว่า ยามนี้ทรงมี 'แขกคนสำคัญ' อยู่ภายใน และทรงสั่งห้ามมิให้ผู้ใดรบกวนเด็ดขาด ทรงแนะให้ฮูหยินและคุณหนูใหญ่กลับจวนไปเสียประเดี๋ยวนี้!"

คำว่า 'แขกคนสำคัญ' และ 'กลับจวนไปเสีย' ประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางแสกหน้าของสองแม่ลูก รอยยิ้มของหลินรั่วฉีค้างเติ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและอับอายจนหน้าแดงสลับเขียว

"แขกคนสำคัญรึ? แขกที่ว่านั่นก็คือนังซูเซียนน่ะสิ!" รั่วฉีตวาดออกมาอย่างลืมกิริยา "ทหาร! เจ้าบอกผิดคนหรือไม่ ข้าคือหลินรั่วฉี คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลินนะ!"

"คำสั่งท่านอ๋องถือเป็นเด็ดขาด เชิญฮูหยินและคุณหนูใหญ่กลับไปเถิด อย่าให้ข้าต้องใช้กำลังบังคับเลย" ทหารยามก้าวเข้ามาขวางอย่างดุดัน

หวังลี่อินที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นและอัปยศท่ามกลางสายตาของบ่าวรับใช้และองครักษ์ รีบคว้าแขนบุตรสาวไว้แน่น "พอได้แล้วรั่วฉี! ในเมื่อเขาไม่ต้อนรับ เราก็กลับ!"

สองแม่ลูกสะบัดหน้าก้าวขึ้นรถม้าไปด้วยความกราดเกรี้ยว ทันทีที่ลับตาคน หลินรั่วฉีก็กรีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความแค้นใจ "มันเป็นไปได้ยังไงท่านแม่! นังนั่นมันมีดีอะไร อ๋องน้อยถึงขั้นเรียกมันว่าแขกคนสำคัญแล้วไล่ข้าเยี่ยงสุนัขเช่นนี้!"

"หุบปาก!" หวังลี่อินกัดฟันกรอดดวงตาฉายรอยอาฆาต "ข้าจะจำความอัปยศครั้งนี้ไว้ นังซูเซียน เจ้ากล้าดีนักที่ทำให้ข้าและรั่วฉีต้องหน้าแตกยับเยินเช่นนี้ กลับจวนไปข้าจะจัดการเจ้าให้สาสม!"

เมื่อซูเซียนกลับถึงจวนสกุลหลินในยามบ่าย บรรยากาศก็พลันตึงเครียดขึ้นทันที หลินเหวินนั่งรออยู่ที่โถงกลางด้วยใบหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นนางก้าวเข้ามาพร้อมกับบ่าวรับใช้วังอ๋องที่เดินตามมาส่ง เขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมา

"ซูเซียน! เจ้าหายไปไหนมาทั้งวัน! รู้ไหมว่าข้าให้คนไปตามตัวเจ้าที่วังอ๋องกี่รอบ!" หลินเหวินทุบโต๊ะดังปัง "เจ้าเป็นผู้หญิงกล้าดียังไงไปคลุกคลีกับอ๋องน้อยจนเสียกิริยาเช่นนี้ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเรื่องอ๋องน้อยให้รั่วฉีเป็นคนจัดการ!"

"ท่านพ่อ ท่านเป็นห่วงกิริยาของข้า หรือท่านห่วงว่าพี่ใหญ่จะไม่ได้เสนอหน้าให้อ๋องน้อยเห็นกันแน่เจ้าคะ?" ซูเซียนเอ่ยเสียงเย็น ท่าทางของนางที่นิ่งสงบทำให้หลินเหวินยิ่งเดือดดาล

"เจ้าบังอาจนัก! เจ้าก็รู้ว่าอ๋องน้อยเป็นที่หมายปองขององค์หญิงและตระกูลใหญ่ รั่วฉีมีความเหมาะสมมากกว่าเจ้าทุกประการ ทั้งกิริยาและความอ่อนน้อม ส่วนเจ้า เจ้ามันแค่คนอวดดีที่รอดตายมาได้เพราะดวง"

"ถ้าอย่างนั้น ท่านพ่อคงต้องผิดหวังแล้วล่ะเจ้าค่ะ" ซูเซียนปรายตามองของกำนัลล้ำค่าที่อ๋องน้อยประทานมาให้ "เพราะวันนี้อ๋องน้อยบอกกับข้าด้วยพระองค์เองว่า 'สำหรับเจ้าข้ามีเวลาให้เจ้าเสมอ' และทรงประทานของพวกนี้มาให้ข้าเพียงคนเดียว หากพี่ใหญ่อยากได้ ก็คงต้องรอให้อ๋องน้อยลงไปช่วยนางขึ้นจากน้ำเหมือนที่ช่วยข้าก่อนละมั้งเจ้าคะ"

"นี่เจ้า!!!" หลินเหวินโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้านางด้วยความคั่งแค้นที่ลูกสาวที่เคยหัวอ่อนกลับมาตอกหน้าเขาได้อย่างเจ็บแสบ

ซูเซียนไม่ได้สนใจเสียงตวาดนั้น นางเดินเชิดหน้าผ่านบิดาไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ

“ข้ากลับจวนก่อนนะเจ้าค่ะท่านพ่อ อีกอย่างวันนี้อ๋องน้อยไล่สองคนนั่นกลับจวนท่านพ่อไม่รู้หรือเจ้าค่ะ”

ระหว่างเดินกลับห้องนางก็คิดในใจ “ท่านพ่อ ท่านอยากให้พี่ใหญ่แต่งงานเพื่ออำนาจนักใช่ไหม? ข้าจะทำให้ท่านเห็นเองว่า ตำแหน่งที่ท่านฝันไว้ให้ลูกรักของท่าน ข้าจะเหยียบย่ำมันด้วยเท้าของข้าเอง!”

 

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่47 จบ NC

    บทที่47 NCจบจ้านหรงใช้เข่าแกร่งดันเรียวขาขาวผ่องของนางให้อ้ากว้างออกก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นพาดบ่า แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ประหนึ่งจอมโจรผู้ช่ำชอง เขาใช้ปลายนิ้วหยาบถูวนรอบปากทางรักที่แดงก่ำและชุ่มฉ่ำของนาง บดคลึงยอดเกสรสีหวานจนซูเซียนครางระเส่า"อ๊าาา ท่านพี่ อย่าแกล้งหม่อมฉัน อื้อออ!" ซูเซียนบิดกายไปมาด้วยความซ่านสยิว"แกล้งรึ? พี่กำลังเอาใจเจ้าต่างหากยอดรัก" จ้านหรงยิ้มกริ่มก่อนจะกระแทกนิ้วแข็งแรงเข้าสู่ใจกลางความนุ่มหยุ่นรวดเดียวรัวๆ เสียง "พั่บ พั่บ พั่บ!" ของเรียวนิ้วกระทบเนินเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องบรรทม"อ๊าาา อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา ท่านพี่!" ซูเซียนจิกมือลงบนท่อนแขนแกร่งจนห่อเลือด "น้องชอบยิ่งนัก อ๊าาา แรงๆ เพคะ! น้องใกล้จะถึงแล้ว แรงอีกเพคะ!"จ้านหรงเร่งจังหวะรัวเร็วประดุจพายุฝนกระหน่ำ จนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็ง น้ำรักสีใสพุ่งทะลักออกมาอาบนิ้วหนาของเขาจนเปียกชุ่ม ซูเซียนถึงกับหอบหายใจรวยรินดวงตาปรือปรอยด้วยความสุขสมเขาคว้า "แก่นกายราชัน" ที่ยังแข็งขืนและขยายใหญ่จนเต็มกำลัง จ่อเข้าที่ปากทางสวรรค์แล้วกดแทรกกระแทกอัดเข้าไปรวดเดียวจนมิดลำ!"อ๊ากกกก! ซูเซียน เจ้าช่างแน

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่46 น้ำตานางสิงห์NC

    บทที่46 น้ำตานางสิงห์NCเมื่อความวุ่นวายบนโต๊ะอาหารผ่านพ้นไปหลายชั่วโมง ซูเซียนประคองร่างน้อยๆ ของลูกแฝดทั้งสองกลับเข้าสู่ห้องนอนนางบรรจงวางลูกๆ ลงบนเตียงหนานุ่มอย่างแผ่วเบา สองมือน้อยๆ ของอาเฉินและอาอวี้คว้าชายผ้าห่มไว้พลางหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียจากเหตุการณ์หนักหน่วงที่พบเจอมาทั้งวันซูเซียนนั่งอยู่ริมเตียง มือบางคอยตบก้นลูกๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อกล่อมให้เข้าสู่นิทรา ทว่าในความเงียบสงัดนั้นเอง หยาดน้ำตาที่นางสะกดกลั้นไว้ต่อหน้าผู้คนก็พรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะลงบนหลังมือของนางเองนางมิได้โกรธจ้านหรงเพียงเพราะเรื่องพระสนม แต่นางเจ็บปวดที่ตนเองปกป้องลูกมิได้ เจ็บใจที่เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าลูกสาวจนหัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย นางสะอื้นไห้จนตัวโยนแต่กลับมิมีเสียงเล็ดลอดออกมา เพราะเกรงจะทำให้ลูกๆ ตื่นขึ้นมาเห็นความอ่อนแอของมารดา"แม่ขอโทษนะลูก ที่ปล่อยให้พวกมันทำร้ายเจ้า" นางพึมพำแผ่วเบาพลางก้มลงจุมพิตหน้าผากเด็กทั้งสองด้วยความรักสุดหัวใจที่หลังบานประตูไม้แกะสลัก จ้านหรง มิได้เดินจากไปไหนไกล เขาแอบยืนหลบอยู่ในเงามืดและเฝ้ามองภาพนั้นผ่านช่องว่างเพียงเล็กน้อย ภาพซูเซีย

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่45 นางสิงห์

    บทที่45 นางสิงห์จังหวะที่ซูเซียนกำลังจะยกจอกชาขึ้นจิบอีกครา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหลิวเหม่ยอิงที่ถูกหยุมหัวจนหมดสภาพเกิดความคลั่งแค้นจนขาดสติ นางอาศัยจังหวะที่อาอวี้เผลอ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเงื้อมือตบเข้าที่ใบหน้าเนียนใสขององค์หญิงตัวน้อยอย่างแรงจนหน้าหัน"เพียะ!""ฮือออออ!" เสียงร้องไห้จ้าของอาอวี้ดังก้องท้องพระโรง ตามมาด้วยเสียงฝ่ามือที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของอาเฉินจนเด็กน้อยล้มคว่ำบรรยากาศที่เคยขบขันพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจขุมนรก ขุนนางทั้งหลายหน้าถอดสี จ้านหรงที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ดวงตาเบิกกว้าง ร่างของ ฮองเฮาซูเซียน กลับเคลื่อนไหวไวกว่า นางวางจอกชาลงกับโต๊ะจนแตกละเอียด ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงจากแท่นบรรไดมังกรด้วยท่วงท่าดุจนางสิงห์ล่าเหยื่อซูเซียนเดินตรงไปยังเสนาบดีกรมพิธีการ พ่อของหญิงสาวผู้บังอาจทำร้ายลูกของนาง ตาเฒ่าผู้นั้นยังมิทันได้อ้าปากขออภัย ฝ่าเท้าของซูเซียนก็ถีบเข้าที่กลางยอดอกอย่างแรงจนเขากระเด็นหงายหลังลงไปกองกับพื้น นางตามไปเหยียบอกซ้ำแล้วตบหน้าจนฟันหลุดกระเด็น"เจ้าสอนลูกให้เป็นเดนมนุษย์เช่นนี้รึ!" น้ำเสียงของซูเซียนต่ำลึกจนน่าขนลุกนางละจากร่างที่สะ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาด

    บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาดวันเวลาดำเนินไป2ปีบรรยากาศในท้องพระโรงยามเช้าช่างดูยิ่งใหญ่อลังการ แสงแดดสาดส่องกระทบบัลลังก์มังกรทองคำจนเป็นประกายวับวาว ฮ่องเต้จ้านหรง ประทับนั่งอย่างสง่างามในชุดมังกรเต็มยศเคียงข้าง ฮองเฮาซูเซียน ที่งดงามไร้ที่ติ ทว่าความน่าเกรงขามนั้นกลับถูกลดทอนลงด้วยเสียง "ตึกตัก ตึกตัก" ของฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ที่วิ่งไล่จับกันรอบเสามังกรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย"อาอวี้! อย่าดึงชายเสื้อคลุมเสด็จพ่อ!" ซูเซียนกระซิบดุเสียงเขียวพลางคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของอาอวี้ที่กำลังจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักจ้านหรง "อาเฉินด้วย! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะให้องครักษ์อุ้มเจ้ากลับตำหนักม่านเมฆา และอย่าหวังว่าจะได้ตามมาที่นี่อีก!"เด็กแฝดทั้งสองหยุดกึกทันที อาอวี้รีบมานั่งพับเพียบข้างพระบาท ส่วนอาเฉินก็นั่งตัวตรงเป๊ะทำตาปริบๆ เลียนแบบขุนนางฝ่ายบู๊ที่ยืนเรียงแถวอยู่เบื้องล่าง "เงียบแล้วเพคะ/พะยะค่ะ!" สองเสียงประสานกันจนซูเซียนถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าให้เหล่าขุนนางเริ่มรายงานราชการได้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมหาเสนาบดีเฒ่าคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาประสานมื

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่43NC

    บทที่43NCบรรยากาศความครึกครื้นในท้องพระโรงค่อยๆ จางลงเหลือเพียงแสงโคมสีทองอบอุ่น ฮ่องเต้ (เสด็จปู่) และ ฮองเฮา ทรงมองดูหลานแฝดที่หลับสนิทคาอกด้วยความเอ็นดู จึงทรงตัดสินพระทัยอุ้ม อาเฉิน และ อาอวี้ ไปนอนค้างที่ตำหนักส่วนพระองค์ด้วยกันเสียเลย เพื่อเปิดทางให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาส่วนตัว"ไปเถิดจ้านหรง... ซูเซียน... คืนนี้พ่อจะดูแลเจ้าตัวแสบเอง พวกเจ้าไปพักผ่อนกันให้เต็มที่เถิด" ฮ่องเต้ทรงขยิบพระเนตรให้ลูกชายอย่างรู้กันรั่วฉี และ อ๋องใหญ่หยวนหมิง ก็ทูลลากลับวังอ๋องไปดูแลลูกแฝดหญิงของตนเองเช่นกัน ขุนนางที่เมามายต่างทะยอยกลับจวนทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่แสนจะเย้ายวนจ้านหรงก็ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของ ซูเซียน เข้ามาแนบชิด กลิ่นหอมจางๆ จากกายสตรีผสมกับกลิ่นสุราฤทธิ์แรงทำให้สติของเขาเริ่มพร่าเลือนด้วยความต้องการ"ท่านพี่ท่านเมาแล้วนะเพคะ คนเยอะแยะ" ซูเซียนประท้วงเสียงแผ่ว แต่สองมือกลับคล้องคอเขาไว้แน่น"ใครสนกัน ยามนี้ข้าคือฮ่องเต้ ข้าจะทำอะไรก็ได้!" จ้านหรงกระซิบพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นจนนางต้องหดคอหนีด้วยความเสียวซ่าน เขามิรอช้ารีบอุ้มนางขึ้นรถม้าหลวงมุ่งหน้ากลับสู่ ตำหนักเมฆา ทัน

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่42 แต่งตั้ง

    บทที่42 แต่งตั้งหลายเดือนผ่านไป บรรยากาศในท้องพระโรงที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยขุนนางเฒ่าผู้น่าเกรงขาม บัดนี้กลับกลายเป็นลานวิ่งเล่นที่แสนชุลมุนวุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์เซียว!"จับตัวเจ้าตัวแสบไว้เร็ว! อาเฉิน! อาอวี้! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ลูก!"เสียงของ ซูเซียน ดังระงมไปทั่วโถงกว้าง นางในชุดชายาเต็มยศกำลังถกชายกระโปรงวิ่งไล่กวดลูกแฝดทั้งสองอย่างลืมภาพลักษณ์กุลสตรี ส่วน จ้านหรง อ๋องน้อยผู้เกรียงไกรยามนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อพราว เขาพยายามใช้ร่างว่องไวตะครุบตัวลูกๆ แต่เจ้าแฝดกลับเลื้อยหลบหลีกประดุจปลาไหลตัวน้อย"จับไม่ได้หรอกเพคะท่านแม่! ฮี่ๆๆ!" อาอวี้ หัวเราะร่าพลางวิ่งอ้อมหลังมหาเสนาบดีเฒ่าที่กำลังยืนตัวสั่นถือฎีกาค้างไว้ "อาเฉินจะไปหาเสด็จปู่แล้ว!" อาเฉิน ตะโกนสมทบพลางมุดรอดหว่างขาเหล่าขุนนางจนวงแตกกระเจิงขุนนางทั้งหลายต่างทำหน้าไม่ถูก บางคนโดนอาอวี้แอบเอาพู่กันวาดหนวดเพิ่มให้ บางคนก็โดนอาเฉินดึงชายเสื้อจนเซแซ่ดๆ แต่ไม่มีใครกล้ากริ้ว เพราะนี่คือหลานรักสุดดวงใจขององค์เหนือหัวในที่สุด สองแฝดตัวแสบก็วิ่งปรู๊ดขึ้นไปยังบันไดมังกร แล้วพากันมุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้ตักและหลังพนักพิ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่7 กระชากหน้ากากNC

    บทที่7 กระชากหน้ากากNCพริบตาที่ซูเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงท้องพระโรง กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ถึงกับลืมหายใจ นางไม่ได้เดินเข้ามาอย่างผู้ถูกกระทำ แต่เดินเข้ามาเยี่ยงนางหงส์ผู้กุมชัยชนะ โดยมีอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงประคองเคียงข้างมิต่างจากยอดดวงใจหลินเหวินและหวังลี่อินที่กำลังบี

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่6 ตำหนักม่านเมฆา

    บทที่6 ตำหนักม่านเมฆาตำหนักม่านเมฆาที่ตั้งอยู่ติดกับเขตพระราชฐานของวังอ๋อง บัดนี้ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดตาและประดับประดาด้วยเครื่องเรือนล้ำค่าเพื่อต้อนรับผู้อาศัยใหม่ หลินซูเซียนก้าวเท้าเข้ามาภายในตำหนักพร้อมกับอาหนิง สาวใช้คนสนิทที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่าของวังหลวงไม่หายทว่าความใส่ใจของฮอ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่5 เข้าวัง

    บทที่5 เข้าวังภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมหนานุ่มและอบอวลไปด้วยกลิ่นกฤษณาจางๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงล้อรถที่บดลงบนพื้นถนน หลินซูเซียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง นางลอบสังเกตใบหน้าคมเข้มที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยความอบอุ่นเมื่อจ้องมองมาที่นาง ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจจนนางไม่อา

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่4 ลงโทษ

    บทที่4 ลงโทษหวังลี่อินที่ยืนตะลึงอยู่นานเห็นบุตรสาวสุดที่รักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา ความเป็นคนดีจอมปลอมที่สวมไว้ก็หลุดลอกออกมาจนหมดสิ้น"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปจับตัวนางเด็กสารเลวคนนี้ไว้!" หวังลี่อินกรีดร้องสั่งบ่าวรับใช้ชายหญิงที่ยืนอออยู่หน้าห้อง "ลากตัวนางออกไปที่ลานกลางบ้าน ข้าจะให้คนโบย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status