แชร์

บทที่4 ลงโทษ

ผู้เขียน: ไรท์มาย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-01 18:33:05

บทที่4 ลงโทษ

หวังลี่อินที่ยืนตะลึงอยู่นานเห็นบุตรสาวสุดที่รักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา ความเป็นคนดีจอมปลอมที่สวมไว้ก็หลุดลอกออกมาจนหมดสิ้น

"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปจับตัวนางเด็กสารเลวคนนี้ไว้!" หวังลี่อินกรีดร้องสั่งบ่าวรับใช้ชายหญิงที่ยืนอออยู่หน้าห้อง "ลากตัวนางออกไปที่ลานกลางบ้าน ข้าจะให้คนโบยนางให้ตายตามแม่นางไปเสียวันนี้!"

บ่าวไพร่หลายคนกรูกันเข้ามาคว้าแขนซูเซียน อาหนิงที่เห็นเจ้านายตกอยู่ในอันตรายก็พุ่งตัวเข้าไปขวางสุดชีวิต นางยื้อยุดฉุดกระชากกับบ่าวเหล่านั้นอย่างไม่คิดชีวิต "ปล่อยคุณหนูของข้าเดี๋ยวนี้! ใครกล้าแตะต้องนาง ข้าจะสู้ตาย!"

"นังขี้ข้าปากดี!" หวังลี่อินเดินตรงปรี่เข้าไปตบหน้าอาหนิงอย่างแรงจนนางล้มลง ก่อนจะสั่งให้บ่าวอีกคนลากตัวอาหนิงออกไป ส่วนซูเซียนถูกบ่าวชายสองคนหิ้วปีกพยายามจะลากออกไปที่ลานกลางจวน

แรงฉุดกระชากนั้นทำให้ชุดของซูเซียนยับย่น แต่แววตาของนางกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ร่างของนางถูกลากมาถึงลานกว้างใจกลางจวน สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นไม้โบยอาญาที่วางเตรียมไว้สำหรับลงโทษบ่าวไพร่

ซูเซียนรวบรวมพละกำลังทั้งหมดสะบัดตัวจากการเกาะกุมของบ่าวชายที่กำลังเผลอ นางอาศัยความคล่องแคล่วว่องไวพุ่งตัวไปคว้าไม้โบยหนาหนักนั้นมาไว้ในมือ!

"เข้ามาสิ! ใครกล้าเข้ามาข้าจะฟาดให้ยับ!"

ซูเซียนตวาดก้องพร้อมกับเหวี่ยงไม้โบยใส่บ่าวที่พยายามจะเข้ามารุมล้อม เสียงไม้กระทบเนื้อและเสียงร้องโอยดังระงมไปทั่วลาน นางวิ่งเข้าใส่พวกบ่าวใจทรามที่เคยดูหมิ่นนางอย่างไม่เกรงกลัว

"ข้าคือ หลินซูเซียน! เป็นคุณหนูรองแห่งตระกูลหลิน!" นางตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านไปด้วยความแค้น "ถึงท่านแม่เย่ชิงหรูจะตายไปแล้ว แต่ศักดิ์ศรีของนางยังอยู่ที่นี่! มีหรือคนอย่างข้าจะยอมให้พวกเจ้าสุนัขรับใช้มารังแกได้อีก!"

ไม่พูดเปล่าซูเซียนวิ่งตรงเข้าหาหลินรั่วฉีที่ยืนตกตะลึงอยู่ นางฟาดไม้ลงที่กลางหลังพี่สาวต่างแม่จนรั่วฉี กรีดร้องล้มลงไปคลานกับพื้น จากนั้นนางก็หันไปหาหวังลี่อินที่กำลังอ้าปากจะด่า ฟาดไม้โบยลงที่แขนและขาของแม่เลี้ยงใจยักษ์อย่างต่อเนื่อง

"อ๊าย! หยุดนะ! ใครก็ได้ช่วยข้าที!" หวังลี่อินร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวด วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วลาน

ในขณะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด อ๋องน้อยเซียวจ้านหรง ในอาภรณ์สีดำสนิทประทับยืนอยู่อย่างเงียบเชียบพร้อมกับองครักษ์ส่วนตัว เขามาถึงที่นี่โดยไม่ให้ใครรู้เพื่อจะมาดูความเป็นอยู่ของสตรีที่เขาปักใจรัก

อ๋องน้อยจ้องมองภาพเบื้องล่างด้วยแววตาที่เป็นประกาย แทนที่จะโกรธเคืองที่เห็นสตรีทำตัวรุนแรง เขากลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงใจ ช่างเป็นกุหลาบที่มีหนามแหลมคมยิ่งนัก...

"ซูเซียน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงตวาดอันทรงพลังของหลินเหวินดังขึ้น เขาเดินออกมาจากเรือนใหญ่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอับอาย "เจ้าทำตัวเยี่ยงคนป่าเถื่อน เคยกตัญญูต่อแม่รองและพี่สาวของเจ้าบ้างหรือไม่! วางไม้ลงเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะลงโทษเจ้าฐานอกตัญญูอย่างหนัก!"

ซูเซียนหยุดชะงัก นางยืนหอบหายใจอยู่กลางลานจวน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับดูสง่างามอย่างประหลาด นางหันไปมองบิดาที่มีตาแสนมืดบอดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

"กตัญญูหรือเจ้าคะ?" นางแค่นหัวเราะพลางควงไม้โบยในมือ "ท่านพ่อมองดูคนพวกนี้สิเจ้าคะ พวกเขาพยายามจะฆ่าข้าเหมือนที่เคยทำกับท่านแม่! หากการปกป้องชีวิตตนเองคือความอกตัญญู เช่นนั้นข้าก็ขอยอมเป็นคนอกตัญญูที่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าเป็นคนกตัญญูแล้วกลายเป็นศพเฝ้าสระน้ำเหมือนท่านแม่!"

อ๋องน้อยที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เริ่มขยับตัว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเมื่อเห็นหลินเหวินง้างมือจะตบซูเซียน

พริบตาที่ฝ่ามือหนาของหลินเหวินง้างขึ้นหมายจะฟาดลงบนใบหน้าของบุตรสาวสาวที่เขาตราหน้าว่าอกตัญญู บรรยากาศรอบด้านพลันหนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่แฝงไปด้วยไอสังหารดังขึ้นที่หน้าประตูจวน พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดอาภรณ์สีดำขลับปักลายมังกรทะยานเมฆ

"หยุดมือของเจ้าเสียใต้เท้าหลิน!"

น้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกทำเอาหลินเหวินชะงักค้าง มือที่ง้างอยู่สั่นสะท้าน อ๋องน้อยเซียวจ้านหรงก้าวเข้ามาในลานจวนด้วยท่วงท่าที่สง่างามโดยมี 'อิ่งเฟิง' องครักษ์คนสนิทเดินตามหลังมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกริบดุจกระบี่

หลินเหวินที่เคยอวดดีเมื่อครู่ พลันหน้าถอดสีเปลี่ยนเป็นขาวซีดดุจกระดาษ เขาจำเงาร่างและน้ำเสียงนี้ได้ดีกว่าใคร ทุกคนร่วมลานจวนที่กำลังวุ่นวายต่างพากันนิ่งงันดั่งถูกสาป ก่อนที่หลินเหวินจะรีบทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้น ตามด้วยหวังลี่อินและหลินรั่วฉีที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

"คาราวะท่านอ๋องน้อย! กระหม่อมหลินเหวินไม่ ทราบจริงๆ ว่าพระองค์จะเสด็จมา จึงมิได้ออกไปต้อนรับขอทรงประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ!" หลินเหวินเอ่ยเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นภาษา

เซียวจ้านหรงไม่ได้ปรายตามองเจ้าบ้านแม้แต่น้อย เขากลับก้าวเท้าตรงไปยังสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงยืนถือไม้โบยอยู่กลางลาน อ๋องน้อยยื่นมือหนาไปประคองไหล่ที่สั่นเทาจากการเหนื่อยหอบของซูเซียนไว้อย่างทะนุถนอม สายตาที่เคยมองคนทั้งโลกอย่างเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและร้อนรน

"ซูเซียนเจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" เขากระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่คนทั้งจวนไม่เคยได้ยินมาก่อน

อาหนิงที่ถูกปล่อยตัวออกมา รีบโผเข้ามาหมอบกราบแทบเท้าอ๋องน้อย ร่ำไห้ฟ้องพฤติกรรมชั่วช้าของคนในบ้านทันที "อ๋องน้อยเจ้าคะ! ช่วยคุณหนูรองด้วยเจ้าค่ะ ฮูหยินรองกับคุณหนูใหญ่สั่งให้บ่าวลากคุณหนูรองมาโบย ทั้งที่นางยังไม่หายดีจากอาการตกน้ำ นายท่านก็ไม่ฟังคำอธิบายแม้แต่นิด แถมยังจะลงมือตบตีคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ!"

อิ่งเฟิงที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาขนาบข้าง แววตาที่จ้องมองหลินเหวินนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "ใต้เท้าหลิน ท่านกล้าดียังไงจะลงทัณฑ์สตรีที่อ๋องน้อยทรงมอบของประทานมาให้ถึงจวน หรือท่านเห็นว่าอำนาจของท่านอ๋องเป็นเพียงลมปาก?"

คำพูดของอิ่งเฟิงเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจหลินเหวิน เขาหมอบจนหน้าติดดิน "มิได้พะยะค่ะ! กระหม่อมกระหม่อมเพียงแต่อบรมสั่งสอนบุตรสาวตามธรรมเนียม"

"ธรรมเนียมของเจ้า คือการปล่อยให้ฮูหยินรองรุมรังแกแก้วตาดวงใจของข้าอย่างนั้นหรือ?" เซียวจ้านหรงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมาทำให้หวังลี่อินและหลินรั่วฉีถึงกับหายใจไม่ออก

อ๋องน้อยกระชับอ้อมแขนที่ประคองซูเซียนให้แน่นขึ้น ก่อนจะปรายตาคมกริบมองไปยังหวังลี่อิน" ใครก็ตามที่กล้าสะกิดผิวของนางแม้เพียงปลายเล็บข้าจะถือว่ามันผู้นั้นท้าทายอำนาจข้า อิ่งเฟิง! จดชื่อทุกคนที่รุมล้อมซูเซียนเมื่อครู่ไว้!"

ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบจะหยุดหายใจ หลินเหวินที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกพลันรวบรวมความกล้าหยั่งเชิงขึ้นมาด้วยความมืดบอดในใจ เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

"ทะ...ท่านอ๋องน้อย โปรดทรงสดับฟังกระหม่อมสักนิดพะยะค่ะ บุตรสาวของกระหม่อมผู้นี้ดื้อรั้นก้าวร้าวยิ่งนัก นางไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนในครอบครัว เอาแต่ใจตนเองจนเกินงาม ทั้งยังกล้าทำร้ายแม่รองและพี่สาวต่อหน้าต่อตาข้า ความอกตัญญูของนางนั้นมากล้นจนข้าเกรงว่า นางจะไม่มีความเหมาะสมกับพระองค์แม้แต่น้อยพะยะค่ะ!"

เมื่อคำกล่าวหาที่เต็มไปด้วยความลำเอียงหลุดออกมาจากปากบิดาแท้ๆ ซูเซียนที่อยู่ในอ้อมกอดของอ๋องน้อยเพียงแค่เหยียดยิ้มเย็นชา นางไม่ได้โต้ตอบ แต่ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ข้างกายกลับรุนแรงขึ้นจนคนรอบข้างสัมผัสได้

"หากข้าพอใจ เหมาะสมหรือไม่ข้าตรึกตรองเองได้ เจ้าจำเป็นต้องสอนข้าอย่างนั้นหรือ?"

สุรเสียงที่ราบเรียบทว่าทรงพลังปานฟ้าถล่มทำให้หลินเหวินสะดุ้งสุดตัว เขาหน้าถอดสีรีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นดินดัง ปึ้ก ด้วยความหวาดกลัวว่าหัวจะหลุดจากบ่า "มิได้พะยะค่ะ! กระหม่อมมิบังอาจสอนพระองค์!"

เซียวจ้านหรงปรายตามองเศษซากความล้มเหลวของความเป็นพ่อเบื้องหน้า ก่อนจะกระชับอ้อมกอดที่โอบไหล่ซูเซียนไว้ให้แน่นขึ้น ประกาศก้องด้วยวาจาสิทธิ์ที่ทำให้ทุกคนในจวนถึงกับหูอื้อตาลาย

"ในเมื่อเจ้าว่านางไม่คู่ควรกับข้า เช่นนั้นข้าก็จะทำให้นางคู่ควรเองนับจากวินาทีนี้! จดจำใส่หัวพวกเจ้าไว้ให้ดี หลินซูเซียนคือผู้หญิงของข้า และข้าจะรับตัวนางเข้าไปอยู่ในวังอ๋องตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!"

สิ้นคำประกาศนั้น เสียงค้านพลันดังระงมขึ้นทันทีโดยเฉพาะจากหวังลี่อินและหลินรั่วฉีที่ลืมตัวด้วยความริษยาจนหน้ามืดตามัว

"ไม่ได้นะเจ้าคะท่านอ๋อง!" หวังลี่อินโพล่งออกมาทั้งที่ยังบาดเจ็บ "นางยังไม่ได้ตบแต่งจะเข้าวังอ๋องไปดื้อๆ เช่นนี้ได้อย่างไร มันจะเสียชื่อเสียงตระกูลหลินนะเจ้าคะ!"

"จริงเจ้าค่ะ!" หลินรั่วฉีรีบเสริม น้ำตาแห่งความอิจฉานองหน้า "นางเป็นเพียงสตรีไร้มารยาท จะไปชูคอในวังหลวงได้อย่างไร พระองค์โปรดทรงไตร่ตรองใหม่ด้วยเถิดเจ้าค่ะ!"

อ่องน้อยเซียวจ้านหรงไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขาหันไปสบตาซูเซียน แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจเหล็กกล้าพลันอ่อนแสงลงจนดูอ่อนโยนอย่างประหลาด

"ไปกับข้า ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีสุนัขตัวไหนกล้าเห่าหอนใส่เจ้าอีก"

ซูเซียนมองบุรุษตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย แผนการของนางดำเนินมาถึงจุดที่เหนือความคาดหมาย แต่มันกลับดียิ่งกว่าที่คิดไว้เสียอีก

"หม่อมฉันสุดแต่พระทัยของอ๋องน้อยเจ้าค่ะ"

"อิ่งเฟิง! สั่งคนเตรียมรถม้า แล้วไปเก็บของใช้จำเป็นของคุณหนูรองมาให้หมด ส่วนใครที่กล้าส่งเสียงค้านแม้แต่คำเดียวให้ 'ตัดลิ้น' มันทิ้งเสียตรงนี้!"

คำสั่งที่เฉียบขาดของอ๋องน้อยทำให้หวังลี่อินและหลินรั่วฉีรีบตะครุบปากตัวเองไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ท่ามกลางสายตาของคนทั้งจวนที่มองดูหลินซูเซียนผู้สง่างามเดินเคียงคู่ไปกับท่านอ๋องน้อยผู้ยิ่งใหญ่ ทิ้งไว้เพียงความพินาศย่อยยับของอำนาจที่หวังลี่อินเคยครอบครอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่47 จบ NC

    บทที่47 NCจบจ้านหรงใช้เข่าแกร่งดันเรียวขาขาวผ่องของนางให้อ้ากว้างออกก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นพาดบ่า แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ประหนึ่งจอมโจรผู้ช่ำชอง เขาใช้ปลายนิ้วหยาบถูวนรอบปากทางรักที่แดงก่ำและชุ่มฉ่ำของนาง บดคลึงยอดเกสรสีหวานจนซูเซียนครางระเส่า"อ๊าาา ท่านพี่ อย่าแกล้งหม่อมฉัน อื้อออ!" ซูเซียนบิดกายไปมาด้วยความซ่านสยิว"แกล้งรึ? พี่กำลังเอาใจเจ้าต่างหากยอดรัก" จ้านหรงยิ้มกริ่มก่อนจะกระแทกนิ้วแข็งแรงเข้าสู่ใจกลางความนุ่มหยุ่นรวดเดียวรัวๆ เสียง "พั่บ พั่บ พั่บ!" ของเรียวนิ้วกระทบเนินเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องบรรทม"อ๊าาา อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา ท่านพี่!" ซูเซียนจิกมือลงบนท่อนแขนแกร่งจนห่อเลือด "น้องชอบยิ่งนัก อ๊าาา แรงๆ เพคะ! น้องใกล้จะถึงแล้ว แรงอีกเพคะ!"จ้านหรงเร่งจังหวะรัวเร็วประดุจพายุฝนกระหน่ำ จนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็ง น้ำรักสีใสพุ่งทะลักออกมาอาบนิ้วหนาของเขาจนเปียกชุ่ม ซูเซียนถึงกับหอบหายใจรวยรินดวงตาปรือปรอยด้วยความสุขสมเขาคว้า "แก่นกายราชัน" ที่ยังแข็งขืนและขยายใหญ่จนเต็มกำลัง จ่อเข้าที่ปากทางสวรรค์แล้วกดแทรกกระแทกอัดเข้าไปรวดเดียวจนมิดลำ!"อ๊ากกกก! ซูเซียน เจ้าช่างแน

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่46 น้ำตานางสิงห์NC

    บทที่46 น้ำตานางสิงห์NCเมื่อความวุ่นวายบนโต๊ะอาหารผ่านพ้นไปหลายชั่วโมง ซูเซียนประคองร่างน้อยๆ ของลูกแฝดทั้งสองกลับเข้าสู่ห้องนอนนางบรรจงวางลูกๆ ลงบนเตียงหนานุ่มอย่างแผ่วเบา สองมือน้อยๆ ของอาเฉินและอาอวี้คว้าชายผ้าห่มไว้พลางหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียจากเหตุการณ์หนักหน่วงที่พบเจอมาทั้งวันซูเซียนนั่งอยู่ริมเตียง มือบางคอยตบก้นลูกๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อกล่อมให้เข้าสู่นิทรา ทว่าในความเงียบสงัดนั้นเอง หยาดน้ำตาที่นางสะกดกลั้นไว้ต่อหน้าผู้คนก็พรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะลงบนหลังมือของนางเองนางมิได้โกรธจ้านหรงเพียงเพราะเรื่องพระสนม แต่นางเจ็บปวดที่ตนเองปกป้องลูกมิได้ เจ็บใจที่เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าลูกสาวจนหัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย นางสะอื้นไห้จนตัวโยนแต่กลับมิมีเสียงเล็ดลอดออกมา เพราะเกรงจะทำให้ลูกๆ ตื่นขึ้นมาเห็นความอ่อนแอของมารดา"แม่ขอโทษนะลูก ที่ปล่อยให้พวกมันทำร้ายเจ้า" นางพึมพำแผ่วเบาพลางก้มลงจุมพิตหน้าผากเด็กทั้งสองด้วยความรักสุดหัวใจที่หลังบานประตูไม้แกะสลัก จ้านหรง มิได้เดินจากไปไหนไกล เขาแอบยืนหลบอยู่ในเงามืดและเฝ้ามองภาพนั้นผ่านช่องว่างเพียงเล็กน้อย ภาพซูเซีย

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่45 นางสิงห์

    บทที่45 นางสิงห์จังหวะที่ซูเซียนกำลังจะยกจอกชาขึ้นจิบอีกครา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหลิวเหม่ยอิงที่ถูกหยุมหัวจนหมดสภาพเกิดความคลั่งแค้นจนขาดสติ นางอาศัยจังหวะที่อาอวี้เผลอ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเงื้อมือตบเข้าที่ใบหน้าเนียนใสขององค์หญิงตัวน้อยอย่างแรงจนหน้าหัน"เพียะ!""ฮือออออ!" เสียงร้องไห้จ้าของอาอวี้ดังก้องท้องพระโรง ตามมาด้วยเสียงฝ่ามือที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของอาเฉินจนเด็กน้อยล้มคว่ำบรรยากาศที่เคยขบขันพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจขุมนรก ขุนนางทั้งหลายหน้าถอดสี จ้านหรงที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ดวงตาเบิกกว้าง ร่างของ ฮองเฮาซูเซียน กลับเคลื่อนไหวไวกว่า นางวางจอกชาลงกับโต๊ะจนแตกละเอียด ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงจากแท่นบรรไดมังกรด้วยท่วงท่าดุจนางสิงห์ล่าเหยื่อซูเซียนเดินตรงไปยังเสนาบดีกรมพิธีการ พ่อของหญิงสาวผู้บังอาจทำร้ายลูกของนาง ตาเฒ่าผู้นั้นยังมิทันได้อ้าปากขออภัย ฝ่าเท้าของซูเซียนก็ถีบเข้าที่กลางยอดอกอย่างแรงจนเขากระเด็นหงายหลังลงไปกองกับพื้น นางตามไปเหยียบอกซ้ำแล้วตบหน้าจนฟันหลุดกระเด็น"เจ้าสอนลูกให้เป็นเดนมนุษย์เช่นนี้รึ!" น้ำเสียงของซูเซียนต่ำลึกจนน่าขนลุกนางละจากร่างที่สะ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาด

    บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาดวันเวลาดำเนินไป2ปีบรรยากาศในท้องพระโรงยามเช้าช่างดูยิ่งใหญ่อลังการ แสงแดดสาดส่องกระทบบัลลังก์มังกรทองคำจนเป็นประกายวับวาว ฮ่องเต้จ้านหรง ประทับนั่งอย่างสง่างามในชุดมังกรเต็มยศเคียงข้าง ฮองเฮาซูเซียน ที่งดงามไร้ที่ติ ทว่าความน่าเกรงขามนั้นกลับถูกลดทอนลงด้วยเสียง "ตึกตัก ตึกตัก" ของฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ที่วิ่งไล่จับกันรอบเสามังกรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย"อาอวี้! อย่าดึงชายเสื้อคลุมเสด็จพ่อ!" ซูเซียนกระซิบดุเสียงเขียวพลางคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของอาอวี้ที่กำลังจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักจ้านหรง "อาเฉินด้วย! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะให้องครักษ์อุ้มเจ้ากลับตำหนักม่านเมฆา และอย่าหวังว่าจะได้ตามมาที่นี่อีก!"เด็กแฝดทั้งสองหยุดกึกทันที อาอวี้รีบมานั่งพับเพียบข้างพระบาท ส่วนอาเฉินก็นั่งตัวตรงเป๊ะทำตาปริบๆ เลียนแบบขุนนางฝ่ายบู๊ที่ยืนเรียงแถวอยู่เบื้องล่าง "เงียบแล้วเพคะ/พะยะค่ะ!" สองเสียงประสานกันจนซูเซียนถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าให้เหล่าขุนนางเริ่มรายงานราชการได้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมหาเสนาบดีเฒ่าคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาประสานมื

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่43NC

    บทที่43NCบรรยากาศความครึกครื้นในท้องพระโรงค่อยๆ จางลงเหลือเพียงแสงโคมสีทองอบอุ่น ฮ่องเต้ (เสด็จปู่) และ ฮองเฮา ทรงมองดูหลานแฝดที่หลับสนิทคาอกด้วยความเอ็นดู จึงทรงตัดสินพระทัยอุ้ม อาเฉิน และ อาอวี้ ไปนอนค้างที่ตำหนักส่วนพระองค์ด้วยกันเสียเลย เพื่อเปิดทางให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาส่วนตัว"ไปเถิดจ้านหรง... ซูเซียน... คืนนี้พ่อจะดูแลเจ้าตัวแสบเอง พวกเจ้าไปพักผ่อนกันให้เต็มที่เถิด" ฮ่องเต้ทรงขยิบพระเนตรให้ลูกชายอย่างรู้กันรั่วฉี และ อ๋องใหญ่หยวนหมิง ก็ทูลลากลับวังอ๋องไปดูแลลูกแฝดหญิงของตนเองเช่นกัน ขุนนางที่เมามายต่างทะยอยกลับจวนทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่แสนจะเย้ายวนจ้านหรงก็ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของ ซูเซียน เข้ามาแนบชิด กลิ่นหอมจางๆ จากกายสตรีผสมกับกลิ่นสุราฤทธิ์แรงทำให้สติของเขาเริ่มพร่าเลือนด้วยความต้องการ"ท่านพี่ท่านเมาแล้วนะเพคะ คนเยอะแยะ" ซูเซียนประท้วงเสียงแผ่ว แต่สองมือกลับคล้องคอเขาไว้แน่น"ใครสนกัน ยามนี้ข้าคือฮ่องเต้ ข้าจะทำอะไรก็ได้!" จ้านหรงกระซิบพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นจนนางต้องหดคอหนีด้วยความเสียวซ่าน เขามิรอช้ารีบอุ้มนางขึ้นรถม้าหลวงมุ่งหน้ากลับสู่ ตำหนักเมฆา ทัน

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่42 แต่งตั้ง

    บทที่42 แต่งตั้งหลายเดือนผ่านไป บรรยากาศในท้องพระโรงที่เคยเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยขุนนางเฒ่าผู้น่าเกรงขาม บัดนี้กลับกลายเป็นลานวิ่งเล่นที่แสนชุลมุนวุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์เซียว!"จับตัวเจ้าตัวแสบไว้เร็ว! อาเฉิน! อาอวี้! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ลูก!"เสียงของ ซูเซียน ดังระงมไปทั่วโถงกว้าง นางในชุดชายาเต็มยศกำลังถกชายกระโปรงวิ่งไล่กวดลูกแฝดทั้งสองอย่างลืมภาพลักษณ์กุลสตรี ส่วน จ้านหรง อ๋องน้อยผู้เกรียงไกรยามนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อพราว เขาพยายามใช้ร่างว่องไวตะครุบตัวลูกๆ แต่เจ้าแฝดกลับเลื้อยหลบหลีกประดุจปลาไหลตัวน้อย"จับไม่ได้หรอกเพคะท่านแม่! ฮี่ๆๆ!" อาอวี้ หัวเราะร่าพลางวิ่งอ้อมหลังมหาเสนาบดีเฒ่าที่กำลังยืนตัวสั่นถือฎีกาค้างไว้ "อาเฉินจะไปหาเสด็จปู่แล้ว!" อาเฉิน ตะโกนสมทบพลางมุดรอดหว่างขาเหล่าขุนนางจนวงแตกกระเจิงขุนนางทั้งหลายต่างทำหน้าไม่ถูก บางคนโดนอาอวี้แอบเอาพู่กันวาดหนวดเพิ่มให้ บางคนก็โดนอาเฉินดึงชายเสื้อจนเซแซ่ดๆ แต่ไม่มีใครกล้ากริ้ว เพราะนี่คือหลานรักสุดดวงใจขององค์เหนือหัวในที่สุด สองแฝดตัวแสบก็วิ่งปรู๊ดขึ้นไปยังบันไดมังกร แล้วพากันมุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้ตักและหลังพนักพิ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่1 สระมรณา

    บทที่1 สระน้ำมรณาสายลมหนาวพัดโบกสะบัดทำให้อากาศรอบสระบัวภายในจวนสกุลหลินเย็นยะเยือกจนบาดผิว หลินซูเซียนยืนจ้องมองผิวน้ำที่นิ่งสงบ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเมื่อภาพความทรงจำในวันที่มารดาของนางสิ้นใจตรงนี้ผุดขึ้นมา"ซูเซียนเจ้ามายืนทำอะไรตรงนี้หรือ?" น้ำเสียงอ่อนหวานที่เคลือบด้วยพิษร้ายดังขึ้นจากด้านหลัง

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่7 กระชากหน้ากากNC

    บทที่7 กระชากหน้ากากNCพริบตาที่ซูเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงท้องพระโรง กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ถึงกับลืมหายใจ นางไม่ได้เดินเข้ามาอย่างผู้ถูกกระทำ แต่เดินเข้ามาเยี่ยงนางหงส์ผู้กุมชัยชนะ โดยมีอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงประคองเคียงข้างมิต่างจากยอดดวงใจหลินเหวินและหวังลี่อินที่กำลังบี

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่6 ตำหนักม่านเมฆา

    บทที่6 ตำหนักม่านเมฆาตำหนักม่านเมฆาที่ตั้งอยู่ติดกับเขตพระราชฐานของวังอ๋อง บัดนี้ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดตาและประดับประดาด้วยเครื่องเรือนล้ำค่าเพื่อต้อนรับผู้อาศัยใหม่ หลินซูเซียนก้าวเท้าเข้ามาภายในตำหนักพร้อมกับอาหนิง สาวใช้คนสนิทที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่าของวังหลวงไม่หายทว่าความใส่ใจของฮอ

  • กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+   บทที่5 เข้าวัง

    บทที่5 เข้าวังภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมหนานุ่มและอบอวลไปด้วยกลิ่นกฤษณาจางๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงล้อรถที่บดลงบนพื้นถนน หลินซูเซียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง นางลอบสังเกตใบหน้าคมเข้มที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยความอบอุ่นเมื่อจ้องมองมาที่นาง ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจจนนางไม่อา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status