تسجيل الدخول“หากสวรรค์ให้ข้าตาย ข้าจะขอเป็นวิญญาณอาฆาต...แต่ถ้าสวรรค์ให้ข้ารอด ทุกคนที่ทำกับข้าและท่านแม่จะต้องชดใช้ด้วยเลือด!” "จากสตรีอาภัพที่เกือบสิ้นใจใต้สายน้ำ สู่ฮองเฮาผู้กุมอำนาจเหนือมังกรเพียงผู้เดียว!" ชีวิตของ 'ซูเซียน' พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อมารดาผู้เป็นที่รักต้องจากไปจากการฆ่าหวังให้ตาย ผลักจนตกน้ำสิ้นใจทั้งๆ ที่เย่วชิงหรูว่ายน้ำเก่งราวมัจฉา นางที่ไร้ที่พึ่งถูกคนในตระกูลจองจำและทำร้ายกลั่นแกล้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่ามกลางความมืดมิดและสายน้ำที่เย็นเยือก มือแกร่งของบุรุษนิรันดร์นามว่า 'เซียวจ้านหรง' ได้ฉุดรั้งนางขึ้นมาจากขุมนรก เขาคือ “เจ้าโง่” อ๋องหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่ยื่นมือเข้ามาปกป้อง และสัญญาว่าจะไม่มีใครรังแกนางได้อีก! เพียงไม่นาน เขาก็ประกาศก้อง รับนางเข้าสู่กำแพงวังเพื่อเคียงข้างเขาในฐานะสตรีเพียงหนึ่งเดียว ทว่าเส้นทางในวังหลังมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
عرض المزيدบทที่47 NCจบจ้านหรงใช้เข่าแกร่งดันเรียวขาขาวผ่องของนางให้อ้ากว้างออกก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นพาดบ่า แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ประหนึ่งจอมโจรผู้ช่ำชอง เขาใช้ปลายนิ้วหยาบถูวนรอบปากทางรักที่แดงก่ำและชุ่มฉ่ำของนาง บดคลึงยอดเกสรสีหวานจนซูเซียนครางระเส่า"อ๊าาา ท่านพี่ อย่าแกล้งหม่อมฉัน อื้อออ!" ซูเซียนบิดกายไปมาด้วยความซ่านสยิว"แกล้งรึ? พี่กำลังเอาใจเจ้าต่างหากยอดรัก" จ้านหรงยิ้มกริ่มก่อนจะกระแทกนิ้วแข็งแรงเข้าสู่ใจกลางความนุ่มหยุ่นรวดเดียวรัวๆ เสียง "พั่บ พั่บ พั่บ!" ของเรียวนิ้วกระทบเนินเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องบรรทม"อ๊าาา อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา ท่านพี่!" ซูเซียนจิกมือลงบนท่อนแขนแกร่งจนห่อเลือด "น้องชอบยิ่งนัก อ๊าาา แรงๆ เพคะ! น้องใกล้จะถึงแล้ว แรงอีกเพคะ!"จ้านหรงเร่งจังหวะรัวเร็วประดุจพายุฝนกระหน่ำ จนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็ง น้ำรักสีใสพุ่งทะลักออกมาอาบนิ้วหนาของเขาจนเปียกชุ่ม ซูเซียนถึงกับหอบหายใจรวยรินดวงตาปรือปรอยด้วยความสุขสมเขาคว้า "แก่นกายราชัน" ที่ยังแข็งขืนและขยายใหญ่จนเต็มกำลัง จ่อเข้าที่ปากทางสวรรค์แล้วกดแทรกกระแทกอัดเข้าไปรวดเดียวจนมิดลำ!"อ๊ากกกก! ซูเซียน เจ้าช่างแน
บทที่46 น้ำตานางสิงห์NCเมื่อความวุ่นวายบนโต๊ะอาหารผ่านพ้นไปหลายชั่วโมง ซูเซียนประคองร่างน้อยๆ ของลูกแฝดทั้งสองกลับเข้าสู่ห้องนอนนางบรรจงวางลูกๆ ลงบนเตียงหนานุ่มอย่างแผ่วเบา สองมือน้อยๆ ของอาเฉินและอาอวี้คว้าชายผ้าห่มไว้พลางหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียจากเหตุการณ์หนักหน่วงที่พบเจอมาทั้งวันซูเซียนนั่งอยู่ริมเตียง มือบางคอยตบก้นลูกๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อกล่อมให้เข้าสู่นิทรา ทว่าในความเงียบสงัดนั้นเอง หยาดน้ำตาที่นางสะกดกลั้นไว้ต่อหน้าผู้คนก็พรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะลงบนหลังมือของนางเองนางมิได้โกรธจ้านหรงเพียงเพราะเรื่องพระสนม แต่นางเจ็บปวดที่ตนเองปกป้องลูกมิได้ เจ็บใจที่เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าลูกสาวจนหัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย นางสะอื้นไห้จนตัวโยนแต่กลับมิมีเสียงเล็ดลอดออกมา เพราะเกรงจะทำให้ลูกๆ ตื่นขึ้นมาเห็นความอ่อนแอของมารดา"แม่ขอโทษนะลูก ที่ปล่อยให้พวกมันทำร้ายเจ้า" นางพึมพำแผ่วเบาพลางก้มลงจุมพิตหน้าผากเด็กทั้งสองด้วยความรักสุดหัวใจที่หลังบานประตูไม้แกะสลัก จ้านหรง มิได้เดินจากไปไหนไกล เขาแอบยืนหลบอยู่ในเงามืดและเฝ้ามองภาพนั้นผ่านช่องว่างเพียงเล็กน้อย ภาพซูเซีย
บทที่45 นางสิงห์จังหวะที่ซูเซียนกำลังจะยกจอกชาขึ้นจิบอีกครา เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหลิวเหม่ยอิงที่ถูกหยุมหัวจนหมดสภาพเกิดความคลั่งแค้นจนขาดสติ นางอาศัยจังหวะที่อาอวี้เผลอ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเงื้อมือตบเข้าที่ใบหน้าเนียนใสขององค์หญิงตัวน้อยอย่างแรงจนหน้าหัน"เพียะ!""ฮือออออ!" เสียงร้องไห้จ้าของอาอวี้ดังก้องท้องพระโรง ตามมาด้วยเสียงฝ่ามือที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของอาเฉินจนเด็กน้อยล้มคว่ำบรรยากาศที่เคยขบขันพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจขุมนรก ขุนนางทั้งหลายหน้าถอดสี จ้านหรงที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ดวงตาเบิกกว้าง ร่างของ ฮองเฮาซูเซียน กลับเคลื่อนไหวไวกว่า นางวางจอกชาลงกับโต๊ะจนแตกละเอียด ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงจากแท่นบรรไดมังกรด้วยท่วงท่าดุจนางสิงห์ล่าเหยื่อซูเซียนเดินตรงไปยังเสนาบดีกรมพิธีการ พ่อของหญิงสาวผู้บังอาจทำร้ายลูกของนาง ตาเฒ่าผู้นั้นยังมิทันได้อ้าปากขออภัย ฝ่าเท้าของซูเซียนก็ถีบเข้าที่กลางยอดอกอย่างแรงจนเขากระเด็นหงายหลังลงไปกองกับพื้น นางตามไปเหยียบอกซ้ำแล้วตบหน้าจนฟันหลุดกระเด็น"เจ้าสอนลูกให้เป็นเดนมนุษย์เช่นนี้รึ!" น้ำเสียงของซูเซียนต่ำลึกจนน่าขนลุกนางละจากร่างที่สะ
บทที่44 ไม่ได้เด็ดขาดวันเวลาดำเนินไป2ปีบรรยากาศในท้องพระโรงยามเช้าช่างดูยิ่งใหญ่อลังการ แสงแดดสาดส่องกระทบบัลลังก์มังกรทองคำจนเป็นประกายวับวาว ฮ่องเต้จ้านหรง ประทับนั่งอย่างสง่างามในชุดมังกรเต็มยศเคียงข้าง ฮองเฮาซูเซียน ที่งดงามไร้ที่ติ ทว่าความน่าเกรงขามนั้นกลับถูกลดทอนลงด้วยเสียง "ตึกตัก ตึกตัก" ของฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ที่วิ่งไล่จับกันรอบเสามังกรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย"อาอวี้! อย่าดึงชายเสื้อคลุมเสด็จพ่อ!" ซูเซียนกระซิบดุเสียงเขียวพลางคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของอาอวี้ที่กำลังจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักจ้านหรง "อาเฉินด้วย! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะให้องครักษ์อุ้มเจ้ากลับตำหนักม่านเมฆา และอย่าหวังว่าจะได้ตามมาที่นี่อีก!"เด็กแฝดทั้งสองหยุดกึกทันที อาอวี้รีบมานั่งพับเพียบข้างพระบาท ส่วนอาเฉินก็นั่งตัวตรงเป๊ะทำตาปริบๆ เลียนแบบขุนนางฝ่ายบู๊ที่ยืนเรียงแถวอยู่เบื้องล่าง "เงียบแล้วเพคะ/พะยะค่ะ!" สองเสียงประสานกันจนซูเซียนถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าให้เหล่าขุนนางเริ่มรายงานราชการได้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมหาเสนาบดีเฒ่าคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาประสานมื
บทที่7 กระชากหน้ากากNCพริบตาที่ซูเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงท้องพระโรง กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ถึงกับลืมหายใจ นางไม่ได้เดินเข้ามาอย่างผู้ถูกกระทำ แต่เดินเข้ามาเยี่ยงนางหงส์ผู้กุมชัยชนะ โดยมีอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงประคองเคียงข้างมิต่างจากยอดดวงใจหลินเหวินและหวังลี่อินที่กำลังบี
บทที่6 ตำหนักม่านเมฆาตำหนักม่านเมฆาที่ตั้งอยู่ติดกับเขตพระราชฐานของวังอ๋อง บัดนี้ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดตาและประดับประดาด้วยเครื่องเรือนล้ำค่าเพื่อต้อนรับผู้อาศัยใหม่ หลินซูเซียนก้าวเท้าเข้ามาภายในตำหนักพร้อมกับอาหนิง สาวใช้คนสนิทที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่าของวังหลวงไม่หายทว่าความใส่ใจของฮอ
บทที่5 เข้าวังภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมหนานุ่มและอบอวลไปด้วยกลิ่นกฤษณาจางๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงล้อรถที่บดลงบนพื้นถนน หลินซูเซียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง นางลอบสังเกตใบหน้าคมเข้มที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยความอบอุ่นเมื่อจ้องมองมาที่นาง ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจจนนางไม่อา
บทที่4 ลงโทษหวังลี่อินที่ยืนตะลึงอยู่นานเห็นบุตรสาวสุดที่รักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา ความเป็นคนดีจอมปลอมที่สวมไว้ก็หลุดลอกออกมาจนหมดสิ้น"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปจับตัวนางเด็กสารเลวคนนี้ไว้!" หวังลี่อินกรีดร้องสั่งบ่าวรับใช้ชายหญิงที่ยืนอออยู่หน้าห้อง "ลากตัวนางออกไปที่ลานกลางบ้าน ข้าจะให้คนโบย











