กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+

กลับมาครานี้ ข้ามาแก้แค้น NC25+

last updateLast Updated : 2026-04-07
By:  ไรท์มายOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
47Chapters
2.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“หากสวรรค์ให้ข้าตาย ข้าจะขอเป็นวิญญาณอาฆาต...แต่ถ้าสวรรค์ให้ข้ารอด ทุกคนที่ทำกับข้าและท่านแม่จะต้องชดใช้ด้วยเลือด!” "จากสตรีอาภัพที่เกือบสิ้นใจใต้สายน้ำ สู่ฮองเฮาผู้กุมอำนาจเหนือมังกรเพียงผู้เดียว!" ชีวิตของ 'ซูเซียน' พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อมารดาผู้เป็นที่รักต้องจากไปจากการฆ่าหวังให้ตาย ผลักจนตกน้ำสิ้นใจทั้งๆ ที่เย่วชิงหรูว่ายน้ำเก่งราวมัจฉา นางที่ไร้ที่พึ่งถูกคนในตระกูลจองจำและทำร้ายกลั่นแกล้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่ามกลางความมืดมิดและสายน้ำที่เย็นเยือก มือแกร่งของบุรุษนิรันดร์นามว่า 'เซียวจ้านหรง' ได้ฉุดรั้งนางขึ้นมาจากขุมนรก เขาคือ “เจ้าโง่” อ๋องหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่ยื่นมือเข้ามาปกป้อง และสัญญาว่าจะไม่มีใครรังแกนางได้อีก! เพียงไม่นาน เขาก็ประกาศก้อง รับนางเข้าสู่กำแพงวังเพื่อเคียงข้างเขาในฐานะสตรีเพียงหนึ่งเดียว ทว่าเส้นทางในวังหลังมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ     

View More

Chapter 1

บทที่1 สระมรณา

บทที่1 สระน้ำมรณา

สายลมหนาวพัดโบกสะบัดทำให้อากาศรอบสระบัวภายในจวนสกุลหลินเย็นยะเยือกจนบาดผิว หลินซูเซียนยืนจ้องมองผิวน้ำที่นิ่งสงบ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเมื่อภาพความทรงจำในวันที่มารดาของนางสิ้นใจตรงนี้ผุดขึ้นมา

"ซูเซียนเจ้ามายืนทำอะไรตรงนี้หรือ?" น้ำเสียงอ่อนหวานที่เคลือบด้วยพิษร้ายดังขึ้นจากด้านหลัง หวังลี่อิน หรือหลินฮูหยินรองเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม

"ข้าแค่มาเยี่ยมท่านแม่ ท่านแม่ที่จากไปในสระน้ำแห่งนี้" ซูเซียนเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันไปมอง

"หึ...แม่ของเจ้าน่ะหรือ? นางมันวาสนาน้อย แบกรับตำแหน่งฮูหยินใหญ่ไม่ไหวก็เลยต้องจากไปเร็วเช่นนั้น" หวังลี่อินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แววตาเริ่มฉายความอำมหิต "และตอนนี้ เจ้าเองก็เริ่มจะขวางหูขวางตาข้าเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด"

"ท่านหมายความว่าอย่างไร?"

"หมายความว่าเจ้าควรจะลงไปอยู่เป็นเพื่อนนางอย่างไรเล่า!"

สิ้นคำพูดนั้น ฝ่ามือเรียวของแม่เลี้ยงใจยักษ์ก็ผลักเข้าที่แผ่นหลังของหลินซูเซียนอย่างแรง ร่างบางถลาตกลงสู่ผิวน้ำที่เย็นเฉียบทันที!

ตู้ม!

ความเย็นจัดกัดกินไปถึงกระดูก หลินซูเซียนพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาเหนือผิวน้ำแต่นางว่ายน้ำไม่เป็น ปอดเริ่มแสบร้อนจากการสำลักน้ำ ภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือใบหน้าสะใจของหวังลี่อินที่ยืนมองดูนางค่อยๆ จมลงไปจากบนฝั่ง

“ท่านพ่อ...ท่านอยู่ไหน...ทำไมท่านถึงมองไม่เห็นความชั่วร้ายของผู้หญิงคนนี้”

ขณะที่สติกำลังจะหลุดลอย ร่างของนางกำลังจมลึกลงสู่ก้นสระ ทว่าในวินาทีแห่งความตายนั้นเอง ดวงตาที่เคยตื่นตระหนกกลับเบิกกว้างและเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด

“หากสวรรค์ให้ข้าตาย ข้าจะขอเป็นวิญญาณอาฆาต...แต่ถ้าสวรรค์ให้ข้ารอด ทุกคนที่ทำกับข้าและท่านแม่จะต้องชดใช้ด้วยเลือด!”

ทันใดนั้นเองร่างหนึ่งก็พุ่งลงมาในน้ำอย่างรวดเร็ว!

"คุณหนู! คุณหนูรอง!" เสียงของ อาหนิง สาวใช้คนสนิทที่วิ่งตามมาเห็นเหตุการณ์ร้องเรียกสุดเสียง นางกระโดดลงไปช่วยเจ้านายอย่างไม่คิดชีวตแต่อาหนิงบอบบางเกินที่จะดึงร่างของซูเซียนที่กำลังจมขึ้นมาได้

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยเจ้าค่ะคุณหนูรองตกน้ำ ข้าดึงไม่ไหว ช่วยด้วยเจ้าค่ะ”

ไอเย็นจากสระน้ำมรณะยังคงเกาะกินใจ แม้ร่างกายจะถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มหนาเตอะในห้องนอนที่แสนเงียบเหงา หลินซูเซียนสลบไสลไม่ได้สติมานานถึงสามวันสามคืน ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของอาหนิงที่คอยเปลี่ยนผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เจ้านายอยู่ไม่ห่าง

จนกระทั่งในเช้าวันที่สี่ เปลือกตาบางที่ปิดสนิทก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อน ภาพเพดานห้องที่คุ้นเคยปรากฏสู่สายตาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาในทรวงอก

"คุณหนู! คุณหนูรองท่านฟื้นแล้ว!" อาหนิงโผเข้ามากอดขอบเตียง น้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ "บ่าวคิดว่าท่านจะทิ้งบ่าวไปเสียแล้ว"

"น้ำ...ขอกินน้ำหน่อย" เสียงของซูเซียนแหบพร่า นางพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบชัดเจนขึ้นทุกขณะ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาอย่างที่อาหนิงไม่เคยเห็นมาก่อน

"คุณหนูท่านโชคดีเหลือเกินเจ้าค่ะที่ท่านอ๋องน้อยมาเห็นเข้าพอดี" อาหนิงรีบกุลีกุจอไปรินน้ำมาให้

"ท่านอ๋อง? ใครกัน"

"ท่านอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงเจ้าค่ะ วันนั้นท่านมาหารือราชการกับนายท่านที่จวนพอดี เห็นอาหนิงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือท่านจึงพุ่งลงไปช่วยคุณหนูขึ้นมา...แต่ว่า" อาหนิงลดเสียงลง สีหน้าเต็มไปด้วยความอัดอั้น

"ฮูหยินรองบอกกับนายท่านว่าท่านก้าวพลาดตกลงไปเอง นายท่านเชื่อสนิทใจ ไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่องเลยสักนิดเจ้าค่ะ!"

ซูเซียนกำจอกน้ำในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก

"ก้าวพลาดอย่างนั้นหรือ? หวังลี่อิน...ช่างเป็นบทละครที่เจ้าถนัดนัก"

ในขณะนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากหน้าเรือนพัก

"ซูเซียนฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ! หลีกไป ข้าจะเข้าไปหาน้องสาวของข้า!" เสียงแหลมสูงของ หลินรั่วฉี ดังนำมาก่อนตัว ตามด้วยเสียงทอดถอนใจของ หลินเหวิน ผู้เป็นบิดา

ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรง หวังลี่อินเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าในมือ นางทำทีเป็นซับหัวตาด้วยท่าทางโศกเศร้าเสียเต็มประดา

"โถ่...ซูเซียนลูกรัก เจ้าฟื้นเสียที แม่ใจจะขาดอยู่แล้วตอนเห็นเจ้าตกลงไป ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าไปเดินใกล้สระน้ำนั่น ทำไมเจ้าถึงดื้อรั้นเช่นนี้" หวังลี่อินบีบน้ำตาพลางหันไปหาหลินเหวิน "ท่านพี่ดูสิเจ้าคะ ลูกคนนี้ทำข้าขวัญเสียไปหมด"

หลินเหวินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แทนที่จะเอ่ยคำปลอบโยนลูกสาวที่เพิ่งรอดตาย เขากลับขมวดคิ้วแล้วตำหนิเสียงแข็ง "ซูเซียน! เจ้าโตจนป่านนี้แล้ว เหตุใดถึงยังซุ่มซ่ามทำตัวเป็นภาระให้ฮูหยินต้องลำบากใจอีก ดีเท่าไหร่แล้วที่ท่านอ๋องน้อยช่วยเจ้าไว้ได้ มิเช่นนั้นตระกูลหลินคงต้องอับอายขายหน้าที่มีลูกสาวตกน้ำตายเพราะความประมาทของตัวเอง!"

ซูเซียนนิ่งเงียบ นางมองดูบิดาที่หลงเชื่อคำลวงของหญิงแพศยาอย่างหน้ามืดตามัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขาถูกทำลายสิ้นด้วยจริตมารยาของแม่เลี้ยง

"ท่านพ่อกล่าวถูกแล้วเจ้าค่ะ ข้ามันซุ่มซ่ามเอง" ซูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววตัดพ้อ แต่นางกลับจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหวังลี่อินอย่างไม่ลดละ

"แต่ท่านแม่เจ้าคะ สระน้ำนั้นลึกนัก ตอนที่ข้าอยู่ก้นสระ ข้าเห็นท่านแม่มายืนเรียกข้าด้วย ท่านแม่บอกว่า นางเหงาเหลือเกิน อยากให้คนที่ผลักนางลงไป ลงไปอยู่เป็นเพื่อนในเร็ววัน"

คำพูดของซูเซียนทำให้หวังลี่อินชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจอมปลอมเริ่มซีดเผือดลง

นางพยายามปั้นหน้ายิ้มข่มความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง แววตาของหลินซูเซียนที่จ้องเขม็งมานั้นดูราวกับไม่ใช่ดวงตาของเด็กสาวที่เคยอ่อนแอคนเดิม แต่มันลึกล้ำและดำมืดราวกับผิวน้ำในสระนั้นไม่มีผิด

"จะ~เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้าซูเซียน! สงสัยไข้จะขึ้นจนเพ้อไปกันใหญ่แล้ว" หวังลี่อินแหวเสียงหลงพลางขยับถอยหลังไปหาหลินเหวินที่ยืนขมวดคิ้วอยู่

"เพ้ออย่างนั้นหรือเจ้าคะ?" ซูเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน

"ท่านแม่ยังบอกอีกนะเจ้าคะว่า สระน้ำนั้นน้ำเย็นจัดจนแทบขาดใจ แต่อีกไม่นานนางจะมารับคนไปอยู่ด้วย จะได้หายเหงาเสียที"

"พอได้แล้ว!" หลินเหวินตวาดขึ้น เสียงของเขาดังลั่นห้องจนอาหนิงที่ยืนอยู่มุมห้องสะดุ้งตัวโยน

"เจ้าเพิ่งฟื้นก็เอาแต่พูดเรื่องอัปมงคล แม่ของเจ้าตายไปนานแล้ว จะมาพูดจาเพ้อเจ้อให้ฮูหยินขวัญเสียทำไม!"

ซูเซียนปรายตามองบิดาผู้ตามืดบอดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่ต้องการความรักหรือการปกป้องอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่มองเห็นเพียง 'หมาก' ตัวหนึ่งที่ไร้ราคา

"ท่านพ่อโกรธข้าหรือเจ้าคะ? ข้าก็แค่เล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง" นางหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ ท่วงท่าการขยับตัวนั้นสง่างามอย่างประหลาด นางไม่ได้ก้มหน้าบีบน้ำตาอย่างที่เคยทำ แต่กลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

"ในเมื่อท่านพ่อและท่านแม่รองไม่อยากฟังเรื่องนี้ ข้าก็จะไม่พูดถึงมันอีก จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม"

"เจ้า...เจ้าเปลี่ยนไปนะซูเซียน" หลินรั่วฉีที่ยืนเงียบมานานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแทรกขึ้นมา นางรู้สึกขัดหูขัดตากับท่าทางวางอำนาจของน้องสาวต่างแม่คนนี้นัก

"คนเราเมื่อเดินผ่านประตูยมโลกมาได้ครั้งหนึ่ง ย่อมต้องเปลี่ยนไปเป็นธรรมดาพี่หญิง" ซูเซียนหันไปมองพี่สาวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

"ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำร้ายข้าได้อีก และข้าจะทวงทุกอย่างที่เป็นของข้าและท่านแม่กลับคืนมา ใครที่เคยหยิบฉวยอะไรไปเตรียมตัวคืนมาพร้อมดอกเบี้ยได้เลยเจ้าค่ะ"

หวังลี่อินหน้าถอดสี มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าสั่นระริก

"ท่านพี่ดูนางสิเจ้าคะ พูดจาเป็นลางร้ายใส่พวกเราแบบนี้ ข้าว่านางคงถูกวิญญาณร้ายสิงร่างแน่ๆ!"

"ซูเซียน! เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ แล้วกตัญญูต่อแม่ของเจ้าให้มากกว่าเดิม มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้าย!"

หลินเหวินสะบัดแขนเสื้ออย่างฉุนเฉียว ก่อนจะจูงมือหวังลี่อินเดินออกไปจากเรือนราวกับจะหนีความผิดที่ถูกสะกิดใจ

เมื่อคนเหล่านั้นพ้นสายตาไป ซูเซียนก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แววตาเยือกเย็นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความแค้นที่สุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนที่มืดมิด

นับจากนี้... กรงเล็บของข้าจะไม่มีวันเก็บซ่อนอีกต่อไป

"อาหนิง" นางเรียกบ่าวรับใช้เสียงเรียบ

"เจ้าค่ะคุณหนู" อาหนิงรีบเข้ามาใกล้ มองเจ้านายด้วยความเลื่อมใสปนประหลาดใจ

"เตรียมชุดที่ดูดีที่สุดให้ข้า พรุ่งนี้ข้าจะไปที่วังอ๋อง ในเมื่อ อ๋องน้อย เป็นคนช่วยชีวิตข้าตามที่เจ้าบอก ข้าก็ควรไปแสดงความ 'กตัญญู' ต่อหน้าคนทั้งวังหลวง เพื่อประกาศให้รู้ว่าหลินซูเซียนคนใหม่กลับมาแล้ว และนางจะไม่ยอมก้มหัวให้สุนัขตัวไหนอีก!"

ซูเซียนมองออกไปนอกหน้าต่าง มุ่งตรงไปยังทิศทางของวังหลวงที่ตั้งตระหง่าน นางรู้ดีว่าทางเดียวที่จะจัดการนังงูพิษหวังลี่อินและยึดอำนาจในจวนคืนได้ คือนางต้องมี

'ร่มคันใหญ่' อย่างอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงมาคุ้มหัว!

 

 

 

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
47 Chapters
บทที่1 สระมรณา
บทที่1 สระน้ำมรณาสายลมหนาวพัดโบกสะบัดทำให้อากาศรอบสระบัวภายในจวนสกุลหลินเย็นยะเยือกจนบาดผิว หลินซูเซียนยืนจ้องมองผิวน้ำที่นิ่งสงบ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเมื่อภาพความทรงจำในวันที่มารดาของนางสิ้นใจตรงนี้ผุดขึ้นมา"ซูเซียนเจ้ามายืนทำอะไรตรงนี้หรือ?" น้ำเสียงอ่อนหวานที่เคลือบด้วยพิษร้ายดังขึ้นจากด้านหลัง หวังลี่อิน หรือหลินฮูหยินรองเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม"ข้าแค่มาเยี่ยมท่านแม่ ท่านแม่ที่จากไปในสระน้ำแห่งนี้" ซูเซียนเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันไปมอง"หึ...แม่ของเจ้าน่ะหรือ? นางมันวาสนาน้อย แบกรับตำแหน่งฮูหยินใหญ่ไม่ไหวก็เลยต้องจากไปเร็วเช่นนั้น" หวังลี่อินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แววตาเริ่มฉายความอำมหิต "และตอนนี้ เจ้าเองก็เริ่มจะขวางหูขวางตาข้าเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด""ท่านหมายความว่าอย่างไร?""หมายความว่าเจ้าควรจะลงไปอยู่เป็นเพื่อนนางอย่างไรเล่า!"สิ้นคำพูดนั้น ฝ่ามือเรียวของแม่เลี้ยงใจยักษ์ก็ผลักเข้าที่แผ่นหลังของหลินซูเซียนอย่างแรง ร่างบางถลาตกลงสู่ผิวน้ำที่เย็นเฉียบทันที!ตู้ม!ความเย็นจัดกัดกินไปถึงกระดูก หลินซูเซียนพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาเหนือผิวน้ำแต่นางว่ายน้ำไม่เป็น ปอดเริ่มแสบ
Read more
บทที่2 เข้าวัง
บทที่2 เข้าวังแสงแดดในฤดูหนาวในยามเช้าทาบทับลงบนจวนสกุลหลิน แต่บรรยากาศที่เรือนคุณหนูรองกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลินซูเซียนลุกขึ้นมาแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยสีขาว ดูบริสุทธิ์และแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ นางเลือกปิ่นปักผมเรียบง่ายแต่มีราคา พร้อมกำชับให้อาหนิงจัดเตรียมกระเช้าไม้แกะสลักที่บรรจุ "ชาหอมหมื่นลี้" และ "ยาตำรับพิเศษ" ที่นางปรุงขึ้นเองกับมือเพื่อนำไปเป็นของกำนัล"คุณหนูจะไปเข้าเฝ้าอ๋องน้อยจริงๆ หรือเจ้าคะ นายท่านทราบเรื่องนี้ต้องไม่พอใจแน่" อาหนิงเอ่ยถามอย่างกังวล ขณะช่วยจัดระเบียบชายเสื้อให้เจ้านาย"ท่านพ่อจะพอใจหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องใส่ใจอีกต่อไปอาหนิง ในเมื่ออ๋องน้อยเป็นผู้ช่วยชีวิตข้า การไปขอบคุณตามมารยาทถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด ใครจะกล้าตำหนิข้าได้" ซูเซียนเอ่ยพลางมองเงาตัวเองในกระจก มุมปากยกยิ้มบางอย่างเยือกเย็นที่หน้าประตูจวนรถม้าตระกูลหลินถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย แต่หลินเหวินและหวังลี่อินกลับออกมายืนดักรออยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ โดยมีหลินรั่วฉีที่แต่งกายงดงามยืนเชิดหน้าอยู่ข้างๆ"ซูเซียน! เจ้าจะไปไหนแต่เช้า" หลินเหวินถามเสียงเข้ม"ข้าจะไปวังอ๋
Read more
บทที่3 ตบมาตบกลับ
บทที่3 ตบมาตบกลับภายในห้องนอนที่เงียบสงัด มีเพียงแสงเทียนสลัวที่เต้นระบำอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง หลินซูเซียนนั่งปล่อยให้ความแค้นและแผนการตกตะกอนอยู่ภายในจิตใจ อาหนิงค่อยๆ บรรจงถอดปิ่นปักผมออกให้เจ้านายอย่างเบามือ ใบหน้าของสาวใช้คนสนิทเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เก็บไว้ไม่อยู่มาตลอดทาง“คุณหนูเจ้าคะ...” อาหนิงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่ปิดความดีใจไม่มิด “บ่าวว่าคราวนี้แผนการของคุณหนูสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วนะเจ้าคะ สายตาที่อ๋องน้อยมองคุณหนูตอนอยู่ที่วัง บ่าวมองจากระยะไกลยังรู้เลยว่าพระองค์สนใจคุณหนูเข้าอย่างจัง ไม่ใช่แค่สนใจธรรมดานะเจ้าคะ แต่ดูเหมือนจะ...คลั่งรักคุณหนูเสียด้วยซ้ำ แล้วอีกอย่างไล่สองคนนั่นอย่างกับสุนัข ฮาฮ่า”ซูเซียนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทั้งงดงามและน่าเกรงขาม“ข้าเหมือนเคยพบเขาแต่นึกไม่ออกและถ้าเขามีใจให้ข้ามันก็เร็วกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก” ซูเซียนเอ่ยเสียงเรียบ “อาหนิง เจ้าเห็นสายตาของอ๋องน้อยตอนที่กุมมือข้าไหม? บุรุษที่แข็งกร้าวมาตลอดชีวิตอย่างเขา เมื่อเจอสิ่งที่แปลกใหม่และท้าทาย ย่อมยากจะถอนตัว”“แล้วคุณหนูจะทำอย่างไรต่
Read more
บทที่4 ลงโทษ
บทที่4 ลงโทษหวังลี่อินที่ยืนตะลึงอยู่นานเห็นบุตรสาวสุดที่รักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา ความเป็นคนดีจอมปลอมที่สวมไว้ก็หลุดลอกออกมาจนหมดสิ้น"พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปจับตัวนางเด็กสารเลวคนนี้ไว้!" หวังลี่อินกรีดร้องสั่งบ่าวรับใช้ชายหญิงที่ยืนอออยู่หน้าห้อง "ลากตัวนางออกไปที่ลานกลางบ้าน ข้าจะให้คนโบยนางให้ตายตามแม่นางไปเสียวันนี้!"บ่าวไพร่หลายคนกรูกันเข้ามาคว้าแขนซูเซียน อาหนิงที่เห็นเจ้านายตกอยู่ในอันตรายก็พุ่งตัวเข้าไปขวางสุดชีวิต นางยื้อยุดฉุดกระชากกับบ่าวเหล่านั้นอย่างไม่คิดชีวิต "ปล่อยคุณหนูของข้าเดี๋ยวนี้! ใครกล้าแตะต้องนาง ข้าจะสู้ตาย!""นังขี้ข้าปากดี!" หวังลี่อินเดินตรงปรี่เข้าไปตบหน้าอาหนิงอย่างแรงจนนางล้มลง ก่อนจะสั่งให้บ่าวอีกคนลากตัวอาหนิงออกไป ส่วนซูเซียนถูกบ่าวชายสองคนหิ้วปีกพยายามจะลากออกไปที่ลานกลางจวนแรงฉุดกระชากนั้นทำให้ชุดของซูเซียนยับย่น แต่แววตาของนางกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ร่างของนางถูกลากมาถึงลานกว้างใจกลางจวน สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นไม้โบยอาญาที่วางเตรียมไว้สำหรับลงโทษบ่าวไพร่ซูเซียนรวบรวมพละกำลังทั้งหมดสะบัดตัวจากการเกาะกุมของบ่าวชายที
Read more
บทที่5 เข้าวัง
บทที่5 เข้าวังภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมหนานุ่มและอบอวลไปด้วยกลิ่นกฤษณาจางๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงล้อรถที่บดลงบนพื้นถนน หลินซูเซียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอ๋องน้อยเซียวจ้านหรง นางลอบสังเกตใบหน้าคมเข้มที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยความอบอุ่นเมื่อจ้องมองมาที่นาง ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจจนนางไม่อาจเก็บงำความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป"อ๋องน้อยเพคะ หม่อมฉันมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ" ซูเซียนเอ่ยทำลายความเงียบ "เหตุใดพระองค์จึงทรงเมตตาหม่อมฉันถึงเพียงนี้ ทั้งที่หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางที่มีแต่เรื่องอื้อฉาว และเราเองก็เพิ่งจะได้พบหน้ากันจริงๆ เพียงไม่กี่ครั้ง พระองค์ทรงเริ่มชอบหม่อมฉันตอนไหนหรือเพคะ?"เซียวจ้านหรงที่กำลังหลับตาพักผ่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาดูวูบไหวและเต็มไปด้วยความนัยบางอย่าง มุมปากหยักยกยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้นางถึงกับชะงัก"เจ้าลืมไปแล้วจริงๆ หรือซูเซียน เจ้าลืม 'เจ้าโง่' คนนี้ไปเสียแล้วหรือ?"คำว่า 'เจ้าโง่' เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขกล่องความทรงจำที่ถูกปิดตายมานานแสนนาน ซูเซียนขมวดคิ้วมุ่น นางพยายามนึกย้อนกลับไปในวัยเยาว์ ภาพในอดีตเริ่มพรั่งพรูเข้ามาใ
Read more
บทที่6 ตำหนักม่านเมฆา
บทที่6 ตำหนักม่านเมฆาตำหนักม่านเมฆาที่ตั้งอยู่ติดกับเขตพระราชฐานของวังอ๋อง บัดนี้ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดตาและประดับประดาด้วยเครื่องเรือนล้ำค่าเพื่อต้อนรับผู้อาศัยใหม่ หลินซูเซียนก้าวเท้าเข้ามาภายในตำหนักพร้อมกับอาหนิง สาวใช้คนสนิทที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่าของวังหลวงไม่หายทว่าความใส่ใจของฮองเฮายังไม่หมดเพียงเท่านั้น พระนางยังทรงมีรับสั่งประทานนางกำนัลฝีมือดีนามว่า'อวี้หราน' มาให้ดูแลซูเซียนเพิ่มเติม อวี้หรานเป็นสตรีที่ดูสุขุมนุ่มลึก มีกิริยามารยาทเรียบร้อย และที่สำคัญคือเป็นคนเก่าแก่ที่รู้ความเป็นไปในวังหลวงเป็นอย่างดี"หม่อมฉันอวี้หราน จะขอถวายการรับใช้คุณหนูรองให้ดีที่สุดตามพระประสงค์ของฮองเฮาเพคะ" นางกำนัลสาวคุกเข่าคำนับอย่างนอบน้อม"ลำบากเจ้าแล้วอวี้หราน" ซูเซียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจางๆ "ต่อจากนี้เราคงมีเรื่องให้ต้องช่วยกันอีกมาก"ในขณะที่ภายในตำหนักม่านเมฆากำลังเงียบสงบ แต่ภายนอกกลับราวกับพายุที่กำลังก่อตัว ข่าวเรื่องที่อ๋องน้อยจูงมือสตรีสามัญชนเข้าวังมาพำนักที่ตำหนักส่วนตัว ทั้งยังได้รับความรักความเอ็นดูจากฮองเฮามากเป็นพิเศษได้แพร่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหงดุจไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจ
Read more
บทที่7 กระชากหน้ากากNC
บทที่7 กระชากหน้ากากNCพริบตาที่ซูเซียนก้าวเท้าเข้าสู่โถงท้องพระโรง กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ถึงกับลืมหายใจ นางไม่ได้เดินเข้ามาอย่างผู้ถูกกระทำ แต่เดินเข้ามาเยี่ยงนางหงส์ผู้กุมชัยชนะ โดยมีอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงประคองเคียงข้างมิต่างจากยอดดวงใจหลินเหวินและหวังลี่อินที่กำลังบีบน้ำตาอยู่ พลันชะงักค้างไปเหมือนเห็นผี"ซูเซียน! เจ้ามาก็ดีแล้ว กลับบ้านกับพ่อเถิดลูก"หลินเหวินพยายามส่งเสียงสั่นเครือ "รู้หรือไม่ว่าแม่รองของเจ้าตรอมใจจนผอมซูบ เพราะห่วงว่าเจ้าจะทำกิริยาไม่งามในวังหลวง กลับไปให้พวกเราสั่งสอนเจ้าให้เข้ารูปเข้ารอยเถิดนะ"ซูเซียนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าบิดา นางไม่ได้คุกเข่า แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยแววตาที่เยือกเย็นปานน้ำแข็ง"สั่งสอนให้เข้ารูปเข้ารอยหรือสั่งสอนให้เป็นศพเหมือนท่านแม่ของข้ากันแน่?"สิ้นคำนั้นทั่วทั้งท้องพระโรงพลันเงียบสงัด ฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนงทันที ส่วนหวังลี่อินหน้าซีดเผือด ปากคอสั่นพยายามจะโต้แย้ง "ซะ...ซูเซียน เจ้าพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน! แม่รองรักเจ้าเหมือนลูกในไส้""รักเหมือนลูกในไส้หรือเจ้าคะ?" ซูเซียนแค่นหัวเราะพลางหันไปทางบัลลัง
Read more
บทที่8 กันและกันNC
บทที่8 กันและกันNCจ้านหรงละจากความหวานล้ำเบื้องล่างเพื่อขึ้นมาบดจูบริมฝีปากนางอีกครั้งอย่างหิวกระหาย เสียงจูบดังแว่วระคนกับเสียงลมหายใจที่หอบถี่ เขาใช้ฝ่ามือหนาถูไถวนไปทั่วเนินสวาท ก่อนจะรวบรวมความปรารถนาแล้วแทรกนิ้วเรียวยาวเข้าไปในกายนางรวดเดียวสองนิ้วจนเกิดเสียงกระทบเนื้อดัง ปึก ปึก! "อ๊าาา! เจ็บ...เจ็บมากเพคะท่านอ๋อง! อ๊ะ...อ๊าาา!" ซูเซียนกรีดร้องเสียงหลง ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความตกใจระคนความเสียวซ่านที่โถมเข้ามาอย่างไม่ตั้งตัวจ้านหรงไม่ยอมผ่อนปรน เขาใช้ฝ่ามือหนากดกระแทกย้ำลงไปที่จุดกึ่งกลางความเป็นหญิงอย่างต่อเนื่องและรุนแรงตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นิ้วแกร่งขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงจนร่างของนางโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ เลือดพรหมจรรย์สีแดงสดเริ่มซึมออกมาอาบปลายนิ้วและฝ่ามือของเขา เขากลับยิ่งกระแทกฝ่ามือใส่ความนุ่มนวลนั้นไม่ยั้ง"อดทนหน่อยซูเซียน อีกประเดี๋ยวเจ้าจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นเช่นไร" เสียงทุ้มพร่าคำรามบอกข้างใบหูขณะที่มือยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่งซูเซียนบิดเร้ากายไปมาด้วยความทรมานที่ปนเปไปกับความหฤหรรษ์ที่ไม่เคยพบเจอ นางแอ่นร่างขึ้นสูงจนแผ่นหลังไม่ติดพื้น มือเรียวขย
Read more
บทที่9 เผชิญหน้า
บทที่9 เผชิญหน้า“ข้าอิ่มแล้วท่านอ๋อง”“กินอีกหน่อยเถิดซูเซียน”“พอแล้วเพค่ะ ข้าจะไปแต่งตัวแล้ว”“งั้นก็ตามใจ”อวี้หรานและอาหนิงบรรจงแต่งกายให้ซูเซียนอย่างสุดฝีมือ นางสวมอาภรณ์สีแดงทับทิมตัดกับผ้าคาดเอวสีทองอร่ามซึ่งเป็นของล้ำค่าที่ฮองเฮาประทานมาให้ ขับเน้นผิวพรรณที่ผุดผ่องให้ดูสง่างามราวกับนางพญาหงส์ เมื่อก้าวเดินเคียงข้างอ๋องน้อยเซียวจ้านหรงออกมาจากตำหนักม่านเมฆา ภาพของทั้งคู่ช่างดูเหมาะสมกันจนเหล่านางกำนัลที่เดินผ่านถึงกับต้องก้มหน้าหลบรัศมีทว่าเมื่อเดินมาถึงอุทยานหลวง องครักษ์อิ่งเฟิงก็รีบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ทูลอ๋องน้อย มีราชการด่วนจากชายแดนใต้ส่งตรงถึงห้องทรงอักษรพะยะค่ะ ฮ่องเต้ทรงเรียกพบด่วนพะยะค่ะ"จ้านหรงขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ เขาหันไปมองซูเซียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "ซูเซียน ข้าต้องไปจัดการงานด่วนเสียก่อน เจ้าเดินเล่นในอุทยานรอข้าอยู่ที่นี่นะ อย่าไปไหนไกล ข้าจะรีบกลับมาหาเจ้า""หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะอ๋องน้อย เชิญพระองค์ไปจัดการงานหลวงเถิดเพคะ หม่อมฉันอยู่กับอาหนิงและอวี้หรานได้ ไม่ต้องทรงเป็นกังวลเพคะ" ซูเซียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใจของพยัคฆ์หนุ่มอ่
Read more
บทที่10 งานเลี้ยงNC
บทที่10 งานเลี้ยงNCวันเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ระหว่างซูเซียนและอ๋องน้อยจ้านหรงยิ่งทวีความหวานชื่นจนมดแทบขึ้นทั่ววังหลวง ทว่าพายุที่สงบลงเป็นเพียงการรอเวลาประทุครั้งใหม่ ในค่ำคืนที่มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เหล่าพระประยูรญาติ ณ ท้องพระโรงหลวง แสงโคมไฟประดับประดาสว่างไสว กลิ่นอายของสุราเลิศรสและเสียงดนตรีขับกล่อมดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศชื่นมื่น ทว่าภายใต้รอยยิ้มกลับมีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่รออยู่ซูเซียนในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายหงส์รำแพน นั่งสง่าผ่าเผยอยู่ข้างกายจ้านหรงบนที่ประทับชั้นสูง ฝั่งตรงข้ามคือ อ๋องเซียวหยวนหมิง และ พระชายาเฉินซูหรง ที่จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา ส่วนองค์หญิงทั้งสามนั่งถัดไปด้านล่าง พลางส่งสายตาอาฆาตมาเป็นระยะ"ดูสิเพคะ" เจียงลู่เอ๋อร์แสร้งกระซิบเสียงไม่เบานัก "คนบางคนวาสนาช่างดีแท้ สตรีสามัญชนกลับได้นั่งเคียงคู่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ไม่รู้ว่าใช้มนต์ดำบทไหนเป่าหูอ๋องน้อยจ้านหรงจนหลงลืมกิริยาที่ควรมี"พระชายาเฉินซูหรงแค่นยิ้ม แสร้งเอ่ยขึ้นกลางงานเลี้ยง "จ้านหรง ข้าได้ข่าวว่าสตรีข้างกายเจ้ากิริยาแข็งกร้าวนัก วันก่อนทำร้ายหลานสาวของข้าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เจ้าจะให้คนไม่มีหัว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status