Home / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 3: กลิ่นอายในรอยฝน

Share

ตอนที่ 3: กลิ่นอายในรอยฝน

Author: Chanan
last update publish date: 2026-08-14 14:36:56

      ค่ำคืนบนดอยสูงคืบคลานเข้ามาพร้อมกับอุณหภูมิที่ลดฮวบลงจนเหลือเพียงเลขตัวเดียว ความมืดมิดแผ่ซ่านเข้าปกคลุมทิวเขาสลับซับซ้อนของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหวีดหวิวอยู่นอกตัวเรือนไม้ สลับกับเสียงซู่ซ่าของสายฝนหลงฤดูที่จู่ ๆ ก็เทกระหน่ำลงมากลางดึก กลิ่นไอชื้นของดินที่ถูกหยาดน้ำฝนชะล้างและละอองฝนเย็นเยือกอบอวลไปทั่วบริเวณชั้นล่างของอาคารคัดแยกผลผลิต ซึ่งบัดนี้เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนดวงเก่าที่คอยให้ความสว่างรำไร

      แก้วตากำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวในห้องพักคนงานส่วนกลาง สองมือบางกุมแก้วน้ำขิงอุ่น ๆ ที่ป้าสมใจต้มทิ้งไว้ให้ก่อนกลับเรือนพักไว้แน่นเพื่ออาศัยไอร้อนบรรเทาความหนาว สภาพของเด็กหนุ่มในตอนนี้ดูน่าสงสารและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน เส้นผมสีน้ำตาลนุ่มเปียกชื้นแนบลู่ไปกับหน้าผากมน หยาดน้ำฝนยังคงเกาะพราวอยู่ตามปลายเส้นผมและขนตางอนยาว เนื่องจากเมื่อครู่เขาเพิ่งจะวิ่งฝ่าสายฝนและลมแรงออกไปช่วยลุงอินเก็บผ้าใบคลุมกองลังผลไม้พรีเมียมที่วางเรียงรายอยู่ตรงลานจอดรถ

      “ฮัดเช่ย!”

      เด็กหนุ่มจามออกมาจนตัวโยน ร่างกายบอบบางสะท้านเฮือก ผิวแก้มกลมที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อดั่งลูกพีชสุกบัดนี้เริ่มขึ้นสีแดงจัดผิดปกติเพราะพิษไข้ที่กำลังรุมเร้า ลำคอระหงผอมบางสั่นเทาอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตลายสกอตตัวเก่าเนื้อผ้าสาก ๆ ซึ่งไม่ได้หนาพอจะทานทนต่อลมหนาวและละอองฝนพร้อม ๆ กันได้เลย แขนเสื้อที่เปียกชื้นแนบเนื้อยิ่งสูบเอาความอบอุ่นไปจากร่างกายจนเขารู้สึกปวดร้าวและหนาวสั่นไปถึงกระดูก

      “บอกแล้วใช่ไหม... ว่าถ้าป่วยขึ้นมา ลุงอินจะไม่มีกะจิตกะใจทำงาน”

      เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังขึ้นจากทางประตูห้องพักคนงาน ทำเอาแก้วตาที่กำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นต้องสะดุ้งสุดตัว

      ดวงตาเรียวรีที่ฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์ไข้เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เด็กหนุ่มรีบวางแก้วน้ำขิงลงบนโต๊ะไม้เสียงดังแกรก แล้วพยายามจะหยัดกายยืนขึ้นเพื่อต้อนรับผู้เป็นเจ้าของไร่ตามมารยาท ทว่าอาการหน้ามืดวิงเวียนและโลกที่หมุนเคว้งคว้างอย่างรุนแรงกลับทำให้ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ร่างเล็กเซวูบจวนเจียนจะล้มพับลงไปกับพื้นดินแข็ง ๆ

      หมับ!

      ท่อนแขนแกร่งอันคุ้นเคยตวัดเข้ามารองรับร่างบอบบางที่ซวนเซไว้ได้ทันท่วงทีอีกครั้ง แผ่นอกกว้างหนาบึกบึนก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบางของแก้วตาแนบชิดติดกับความอบอุ่นอันยิ่งใหญ่ พ่อเลี้ยงภูผาในชุดเสื้อไหมพรมถักสีเข้มทับด้วยแจ็กเก็ตตัวหนาประคองร่างเล็กให้นั่งลงบนม้านั่งตัวยาวตามเดิม

      ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานแตะลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา ความเย็นจากปลายนิ้วของพ่อเลี้ยงตัดกับความร้อนรุ่มบนผิวเนื้อเนียนของแก้วตาอย่างชัดเจน คิ้วหนาของคนตัวโตขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่นเมื่อรับรู้ถึงกระแสความร้อนที่แผ่ออกมา

      “ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังจะอวดดีวิ่งฝ่าฝนออกไปอีก” ภูผาดุเสียงเข้ม นัยน์ตาคมดุคู่ประดับใบหน้าคมคายจ้องมองเด็กดื้อตรงหน้าด้วยความขัดใจระคนห่วงใยจนแทบปิดไม่มิด

      “แก้ว...แก้วกลัวว่าผ้าใบจะคลุมลูกพลับพรีเมียมไม่มิดครับ ถ้าพลับโดนฝนจะเน่าเสีย... แย่...แยกเกรดส่งออกไม่ได้” แก้วตาตอบเสียงแผ่วเครือแหบแห้ง ดวงตาฉ่ำน้ำมองช้อนคนตัวโตอย่างรู้สึกผิดและเว้าวอน

      ภูผาเห็นท่าทางราวนกต่อปีกหักของเด็กตรงหน้าแล้ว หัวใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยุบลงสายหนึ่ง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ขยับกายเข้าไปชิด นั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกันจนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงศูนย์ มือหนาเอื้อมไปรูดซิปถอดเสื้อแจ็กเก็ตบุขนเป็ดตัวหนาพิเศษและอุ่นจัดของตัวเองออก จากนั้นจึงนำมาคลุมลงบนไหล่บางของเด็กหนุ่มจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว

      ความอุ่นจัดจากเสื้อตัวใหญ่ที่ยังหลงเหลือกลิ่นอายสะอาดประจำตัวของพ่อเลี้ยง... กลิ่นยาสูบอ่อน ๆ กลิ่นความสุขุม และกลิ่นกายบุรุษเพศ อบอวลล้อมรอบตัวแก้วตาในทันที ราวกับถูกโอบกอดไว้ด้วยอ้อมอกที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

      “เสื้อ...เสื้อของพ่อเลี้ยง มันจะเปื้อนและเปียกนะครับ แก้วเป็นแค่...” แก้วตารีบปฏิเสธด้วยความตกใจ มือบางพยายามจะดึงเสื้อตัวหนาออกจากไหล่เพราะความเจียมตัวที่คอยย้ำเตือนในใจเสมอว่าเขาไม่คู่ควรกับของมีค่าและสิทธิพิเศษใด ๆ จากชายผู้สูงส่งคนนี้

      “อยู่นิ่ง ๆ แก้วตา” ภูผาสั่งเสียงเฉียบขาด น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นมีกระแสเผด็จการทว่าเต็มไปด้วยความอาทร ฝ่ามือหนากุมไหล่บางไว้แน่นไม่ยอมให้ถอด “ถ้าขยับหรือพูดคำว่าเจียมตัวอีกที ฉันจะอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเรือนใหญ่จริง ๆ ด้วย”

      คำขู่แกมบังคับอันแสนดุดันนั้นทำให้แก้วตาตัวแข็งทื่อราวกับต้องมนต์สะกด ใบหน้าหวานร้อนฉ่าแข่งกับพิษไข้จนแทบระเบิด เด็กหนุ่มยอมนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตา ยอมให้คนตัวโตจัดแจงกระชับคอเสื้อแจ็กเก็ตให้เข้าที่ ดึงเสื้อตัวโคร่งมาโอบล้อมร่างของเขาจนเกือบมิด เหลือเพียงใบหน้าหวานและดวงตาปรือปรอยที่มองตรงมาอย่างไร้ทางสู้

      ภูผามองท่าทางสิ้นฤทธิ์ของกระต่ายน้อยตรงหน้าแล้ว นัยน์ตาคมที่เคยดุดันกับคนงานนับร้อยก็ทอดแสงอ่อนลงจนละมุนตา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบถ้วยน้ำขิงที่เริ่มเย็นลงเล็กน้อยขึ้นมา ถือไว้ในมือตนเองเพื่อทดสอบอุณหภูมิ

      “อ้าปาก... ฉันจะป้อน”

      “หือ? ไม่เป็นไรครับพ่อเลี้ยง แก้วทานเองได้ครับ...” แก้วตาตาโต รีบปฏิเสธพัลวันด้วยความประหม่า การให้พ่อเลี้ยงผู้ทรงอิทธิพลมานั่งป้อนน้ำขิงให้ลูกคนงานอย่างเขา มันเป็นเรื่องที่เกินฝันและน่ากลัวเกินไปหากมีใครมาเห็นเข้า

      “มือเธอสั่นขนาดนั้น ทำน้ำขิงหกรดเสื้อฉันจะดุให้... กินซะอย่าดื้อ” ภูผาไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ชายหนุ่มใช้ช้อนคนน้ำขิงแผ่วเบา ก่อนจะตักขึ้นมาในปริมาณที่พอดี เป่าลมหายใจอุ่น ๆ เพื่อไล่ความร้อนระอุออกไปเล็กน้อย จากนั้นจึงส่งช้อนมาจ่อที่ริมฝีปากบางสีพีชที่บัดนี้แห้งผาก

      แก้วตากลืนน้ำลายอึกใหญ่ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงโครมครามขัดกับร่างกายที่อ่อนแอและอ่อนล้า เด็กหนุ่มค่อย ๆ อ้าปากรับน้ำขิงอุ่นรสเผ็ดร้อนและมีรสหวานปลายลิ้นเข้าปากแผ่วเบา โดยมีสายตาคมกริบของเจ้าของไร่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังป้อนอาหารให้สิ่งมีชีวิตที่เปราะบางที่สุด ทุกครั้งที่ริมฝีปากบางแตะช้อน ภูผาจะระบายรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น

      “เป็นยังไง... รสชาติใช้ได้ไหม” ภูผาถามเสียงทุ้มพร่าต่ำ หลังจากป้อนน้ำขิงจนหมดถ้วยและวางถ้วยเปล่าลง

      “ครับ... อุ่นมากเลยครับ รสชาติดีมากเลยครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาตอบเสียงแผ่ว พลางกระชับเสื้อแจ็กเก็ตของพ่อเลี้ยงเข้าหาตัวเพื่อหาความอบอุ่น กลิ่นกายของชายหนุ่มที่ฝังอยู่ในเนื้อผ้าทำให้ใจของเด็กหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง

      “อืม... ดีแล้ว” ภูผาเอ่ยพลางยื่นมือหนาไปลูบกลุ่มผมนุ่มที่เริ่มแห้งของแก้วตาอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนดั่งสายลมอุ่นในฤดูหนาวนั้นทำเอาแก้วตาเคลิ้มจนต้องหลับตาลงรับสัมผัส ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเบามือ

      “คืนนี้ก็นอนพักที่ห้องพักคนงานนี่แหละ เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาผ้าห่มมาเพิ่มให้ ห้ามออกไปตากลมตากฝนอีกเข้าใจไหม ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่หายดี ฉันจะสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้าใกล้แปลงผลไม้เด็ดขาด”

      “เข้าใจครับ... แก้วจะเชื่อฟังครับ ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ดวงตาเรียวรีทอประกายความซาบซึ้งจนล้นปรี่

      ภูผายืนขึ้นเต็มความสูง สายตาคมยังคงทอดมองเด็กหนุ่มที่จมอยู่ในเสื้อแจ็กเก็ตของเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นและเข้มข้นขึ้นทุกวัน ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับขึ้นเรือนใหญ่ ทว่าชะงักเท้าไว้เล็กน้อยก่อนจะเอี้ยวหน้ากลับมาทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้คนฟังใจสั่นสะท้านจนแทบหยุดหายใจ

      “รีบหายไว ๆ ล่ะ... ในไร่มีงานเอกสารและบัญชีส่งออกอีกเยอะ ฉันต้องการคนที่ไว้ใจได้ที่สุดมาช่วยดู... ไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายในห้องทำงานนอกจากเธอ”

      พูดจบ ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเดินฝ่าสายฝนที่เริ่มซาลงกลับขึ้นเรือนใหญ่ไป ทิ้งให้แก้วตานั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว สองมือเล็กกุมสาบเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาแน่น ซบหน้าลงกับคอเสื้อที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นกายของพ่อเลี้ยงภูผา ความหนาวเหน็บจากสายฝนและลมดอยภายนอก ไม่อาจแทรกซึมผ่านม่านความอบอุ่นที่พ่อเลี้ยงสร้างไว้ให้ได้เลย... และในค่ำคืนนี้ เด็กหนุ่มสู้ชีวิตคนนี้ก็ตระหนักได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า หัวใจดวงน้อยของเขาได้ตกเป็นทาสความอ่อนโยนของผู้ชายสายไมโครเวฟคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

      เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด เสียงฝนซาลงเหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงจากหลังคาสังกะสีกระทบพื้นดินชื้นแฉะเป็นจังหวะ แก้วตานอนตะแคงอยู่บนฟูกหลังเล็กในมุมหนึ่งของห้องพักคนงาน ร่างกายที่เคยร้อนรุ่มเริ่มระบายความร้อนออกไปบ้างแล้วหลังจากได้ยาและน้ำขิงอุ่น ๆ ของพ่อเลี้ยง แต่ความกระสับกระส่ายในใจกลับทำให้นอนไม่หลับ

      เขาลืมตาขึ้นในความมืด สายตาจ้องมองเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาของพ่อเลี้ยงภูผาที่ถูกวางพับไว้ข้างหมอนอย่างทะนุถนอม กลิ่นอายสะอาดดั่งป่าสนผสมกลิ่นละมุนเฉพาะตัวของคนตัวโตยังคงลอยเด่นชัดอยู่ชวนให้ใจสั่น แก้วตาเอื้อมมือไปลูบเนื้อผ้าหนานั้นแผ่วเบา

      “พ่อเลี้ยงจะรู้ไหมนะ... ว่าทำแบบนี้มันทำให้คนต้อยต่ำคิดไปไกล” เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงเบา แววตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น

      เขาแอบรักผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่วันที่แผ่นหลังกว้างนั้นยืนบังลมหนาวให้เขาในวัยเยาว์ วันที่ครอบครัวของเขาไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินเพราะแม่ป่วยหนัก ก็เป็นพ่อเลี้ยงภูผาคนนี้ที่ก้าวเข้ามา จัดการทุกอย่าง ส่งเสียและให้โอกาสชีวิตใหม่แก่เขา ราวกับเทพบุตรที่ลงมาจากฟากฟ้า ทว่าในความเป็นจริง พ่อเลี้ยงคือพญาอินทรีที่อยู่บนยอดภูเขาตระหง่าน ส่วนเขาเป็นเพียงยอดหญ้าต้นเล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่แทบเท้าเท่านั้น

      แก้วตาถอนหายใจยาว พลางกระชับผ้าห่มผืนหนาที่คนงานเพิ่งนำมาเพิ่มให้ตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงเข้าแนบอก กลิ่นความห่วงใยที่แผ่ซ่านอยู่รอบตัวคอยกล่อมเกลี้ยงให้ดวงตาเรียวรีค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราที่แสนอบอุ่นที่สุดในรอบปี โดยมีเสียงหยดฝนและลมหนาวภายนอกคอยทำหน้าที่เป็นเพลงกล่อมเด็กตลอดทั้งคืน

      เช้าวันต่อมา ม่านหมอกหนาสีขาวนวลค่อย ๆ ถูกแสงแดดอบอุ่นของวันใหม่ส่องทะลุลงมากระทบผืนดินและใบต้นพลับสีส้มสด ร่างกายของแก้วตาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ อาจเป็นเพราะความเอาใจใส่และเสื้อแจ็กเก็ตวิเศษของพ่อเลี้ยงภูผาที่ช่วยปกป้องเขาไว้ตลอดทั้งคืน เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น แม้จะยังมีอาการรุม ๆ อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ความมุ่งมั่นที่จะทำงานก็มีมากกว่า

      หลังจากจัดการตัวเองและนำเสื้อแจ็กเก็ตไปฝากคนงานในเรือนใหญ่เพื่อส่งคืนเจ้าของแล้ว แก้วตาก็รีบวิ่งเหยาะ ๆ กลับมาที่ลานคัดแยกผลผลิตท้ายแปลงตามเดิม ท่ามกลางสายตาโล่งอกของลุงอินและป้าสมใจ

      “อ้าว แก้วตา หายดีแล้วเหรอลูก? เมื่อคืนป้าสมใจบอกว่าหนูไข้ขึ้นสูงมาก พ่อเลี้ยงถึงกับลงมาดูด้วยตัวเองเลยนะนั่น” เสียงทักทายของลุงคำ คนงานเก่าแก่อีกคนดังขึ้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามา

      “หายดีแล้วครับลุงคำ แก้วแข็งแรงจะตายไป ดูสิครับ วันนี้แก้วพร้อมลุยงานเต็มที่เลย ไม่อยากเอาเปรียบคนอื่นครับ” แก้วตาส่งยิ้มกว้างจนตาหยีดั่งดวงจันทร์เสี้ยวพลางเบ่งกล้ามแขนลีบ ๆ ให้ดูเหมือนเช่นเคย ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะครึกครื้นให้แก่คนงานในบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี ทุกคนต่างรักและเอ็นดูในความสู้ชีวิตและไม่ย่อท้อของเด็กหนุ่มคนนี้

      “เออ ๆ หายดีก็ดีแล้ว แต่อย่าหักโหมนักล่ะ พ่อเลี้ยงท่านกำชับลุงอินไว้หนาหูเลยว่าห้ามปล่อยให้แก้วตาทำงานหนักเกินกำลัง ถ้าพ่อเลี้ยงมาเห็นเธอแอบมายกเข่งพลับอีก มีหวังพวกเราได้โดนดุกันทั้งลานแน่” ลุงคำหัวเราะร่วน พลางยื่นตะกร้าคัดเกรดใบเล็กให้แก้วตาแทนเข่งไม้ใบใหญ่

      “พ่อเลี้ยงดุ... แต่จริง ๆ ใจดีมากเลยนะครับลุง” แก้วตาอมยิ้มแก้มตุ่ย พลางนั่งลงบนตั่งไม้ตัวเตี้ย เริ่มลงมือคัดแยกผลพลับสดสีส้มพรีเมียมอย่างตั้งอกตั้งใจ กลิ่นหอมหวานจาง ๆ ของผลไม้และแดดอุ่นยามเช้าช่วยให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความละมุนใจ

      แต่ทว่า ในขณะที่คนงานทุกคนกำลังง่วนอยู่กับหน้าที่ของตน เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่ที่คุ้นตาก็ดังกระหึ่มใกล้เข้ามา รถของพ่อเลี้ยงภูผาแล่นมาจอดสนิทที่ท้ายแปลงพลับเหมือนเช่นทุกวัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์ชายชาตรีที่ทำงานหนัก

      ใบหน้าคมคายยังคงครัดเคร่งและดูนิ่งขรึมจนคนงานต่างพากันก้มหน้าทำงานด้วยความเกรงใจ ทว่าสิ่งแรกที่นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นทำหลังจากก้าวลงจากรถ... คือการตวัดสายตาตรงดิ่งมายังมุมที่แก้วตานั่งอยู่ทันที

      ทันทีที่สายตาสองคู่ประสานกัน แก้วตาก็สะดุ้งน้อย ๆ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่พ่อเลี้ยงนั่งป้อนน้ำขิงและลูบผมเขาอย่างอ่อนโยนแล่นเข้ามาในหัวจนทำตัวไม่ถูก เด็กหนุ่มรีบก้มหน้าหลบสายตา แสร้งทำเป็นสนใจลูกพลับในมือเป็นพิเศษ

      ภูผาก้าวเท้าฉับ ๆ ตรงเข้ามายังลานคัดแยก ท่วงท่าการเดินมั่นคงและทรงอำนาจ ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตั่งไม้ที่แก้วตานั่งอยู่ เงาร่างสูงใหญ่ทอดเงาลงมาบังแสงแดดจัดยามสายให้แก่คนตัวเล็กจนมิด

      “อาการเป็นอย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบนิ่ง ทว่ากระแสเสียงกลับนุ่มนวลลงกว่าตอนที่ใช้สั่งงานคนอื่นหลายส่วน

      “ดะ...ดีขึ้นมากแล้วครับพ่อเลี้ยง แก้วหายไข้แล้วครับ ไม่เชื่อพ่อเลี้ยงลอง...” แก้วตาเงยหน้าขึ้นตอบอ้อมแอ้ม แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ร่างสูงใหญ่ก็ย่อตัวลงมานั่งชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้นดินตรงหน้าเด็กหนุ่มทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนงานรอบข้างที่ไม่มีใครกล้าสบตา

      หมับ...

      ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผาเอื้อมมาแตะลงบนแก้มกลมและหน้าผากเนียนของแก้วตาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่แผ่วเบาทว่าหนักแน่นทำเอาแก้วตาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก นัยน์ตาคมดุจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีราวกำลังตรวจวัดไข้ด้วยตัวเอง

      “อืม... ตัวเลิกร้อนแล้ว แต่แก้มยังแดงอยู่” ภูผาพึมพำเสียงต่ำ ปลายนิ้วโป้งหยาบขยับไล้แผ่วเบาตรงพวงแก้มสีพีชที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะพิษไข้... แต่เพราะความขัดเขินจนใจจะขาดของคนตัวเล็ก

      “พะ...พ่อเลี้ยงครับ คนงานมองอยู่ครับ...” แก้วตากระซิบเสียงสั่น เบนสายตาหนีด้วยความอาย

      ภูผาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมละมือออกจากใบหน้าหวานอย่างอ้อยอิ่ง ชายหนุ่มหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นนิ่งขรึมตามเดิมเพื่อรักษามาดเจ้าของไร่

      “ในเมื่อหายดีแล้ว... ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จ แล้วขึ้นไปรายงานตัวที่เรือนใหญ่” ภูผาประกาศเสียงกร้าว ทรงอำนาจเด็ดขาด

      “หือ?... ไปทำอะไรเหรอครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาตาโตถามด้วยความฉงน

      “ไปทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน” ภูผาเว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่กำลังทำตาโตเท่าไข่ห่าน

      “มีงานเอกสารบัญชีส่งออกช่วงปลายปีที่ต้องการคนละเอียดรอบคอบมาช่วย และฉัน... ไว้ใจเธอที่สุด”

      คำสั่งแกมบังคับทว่าแฝงกระแสความอบอุ่นไว้อย่างมิดชิดนั้น ทำเอาหัวใจดวงน้อยของแก้วตาเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก สายตาที่พ่อเลี้ยงมองตรงลงมาในวินาทีนี้นั้น... มันช่างอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้น ราวกับแสงตะวันยามเช้าที่ส่องทะลุผ่านม่านหมอกหนา และละลายทุกความกลัวในใจของเด็กหนุ่มจนหมดสิ้น

      นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของแก้วตา ภายใต้สายลมหนาวและผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ของไร่ภูผาตะวันแห่งนี้ ความสัมพันธ์อันละมุนหัวใจกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ และมั่นคง ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของผลพลับสีทองที่กำลังรอวันเก็บเกี่ยว พร้อมกับหัวใจสองดวงที่กำลังจะขยับเข้าหากันในระยะที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status