Accueil / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 2: รสหวานในความฝาด

Partager

ตอนที่ 2: รสหวานในความฝาด

Auteur: Chanan
last update Date de publication: 2026-08-14 14:36:32

      แสงแดดจัดจ้าช่วงสายขับไล่ม่านหมอกหนาให้ลอยละลิ่วหายไปในกลีบเมฆ ทว่าลมหนาวยังคงพัดโชยมาเป็นระยะพอให้ผิวเนื้อเย็นเยือก สองสัปดาห์แล้วที่แก้วตากลายเป็นคนงานเต็มเวลาของไร่ภูผาตะวันอย่างสมบูรณ์ เด็กหนุ่มพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ได้มาวิ่งเล่นสนุก ๆ แต่ตั้งใจทำงานหนักไม่แพ้ผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหน้าที่ในส่วน โรงบ่มและตากแห้ง ซึ่งลุงอินจัดการมอบหมายให้เพราะเห็นว่าแดดไม่แรงเกินไปนัก

      “แก้วตาจ๋า รบกวนยกถาดพลับฝานชุดนี้ไปเรียงที่ชั้นตากด้านนอกทีสิลูก แดดกำลังสวยเลย” ป้าสมใจ คนงานหญิงวัยกลางคนร้องบอกพลางส่งยิ้มใจดีให้

      “ได้ครับป้าสม” แก้วตารับคำเสียงใส เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปยกถาดไม้ขนาดใหญ่ที่บรรจุเนื้อผลพลับสีส้มสดซึ่งถูกปอกเปลือกและฝานเป็นแผ่นบางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเพื่อเตรียมทำ พลับอบแห้ง สินค้าขึ้นชื่ออีกชิ้นของไร่

      น้ำหนักของถาดไม้บวกกับปริมาณผลไม้ทำให้ข้อมือขาวบางต้องเกร็งจนสั่นน้อย ๆ แผ่นหลังบางเหยียดตรง พยายามทรงตัวก้าวเดินอย่างระมัดระวัง แม้จะหนักจนหน้าดำหน้าแดงทว่าใบหน้าหวานยังคงประดับด้วยรอยยิ้มสู้ชีวิต แก้วตาค่อย ๆ พยุงถาดไม้ก้าวข้ามธรณีประตูโรงเรือนออกไปยังลานตากกว้างแจ้ง

      ทว่าในจังหวะนั้นเอง... ด้วยความที่สายตามัวแต่กังวลกับผลไม้ในถาด ทำให้เท้าเรียวที่สวมรองเท้าบูทไซส์ใหญ่เกินขนาดสะดุดเข้ากับขอนไม้หนุนล้อรถเข็นที่วางทิ้งไว้บนพื้น

      “หวออออ!”

      แก้วตาร้องลั่น ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อร่างกายเสียการทรงตัว พุ่งดิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับถาดพลับที่หลุดลอยจากมือ เด็กหนุ่มหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความเจ็บปวดจากการล้มคว่ำคะมำหงายบนพื้นดินแข็ง ๆ

      หมับ!

      แต่ความเจ็บปวดที่คาดคิดกลับมาไม่ถึง ร่างทั้งร่างของแก้วตาปะทะเข้ากับ แผงอกกว้าง หนาบึกบึนที่ก้าวเข้ามารองรับได้ทันท่วงที ท่อนแขนแกร่งดั่งปลอกเหล็กตวัดโอบรอบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลังของเด็กหนุ่มแนบชิดกับกายแกร่ง ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดข้างขมับ พร้อมกับกลิ่นอายสะอาดอันคุ้นเคย... กลิ่นยาสูบจาง ๆ ผสมกลิ่นไอแดดและหนังแท้

      “ซุ่มซ่าม...” เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังที่ดังขึ้นเหนือหัว ทำเอาแก้วตาที่ยังใจหายใจคว่ำต้องรีบเปิดตาขึ้น

      “พะ...พ่อเลี้ยง!” แก้วตาอุทานเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานที่อยู่ห่างจากใบหน้าคมคายของพ่อเลี้ยงภูผาไม่ถึงคืบ ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ ราวกับมีใครเอาไฟมาอัง นัยน์ตาคมดุบัดนี้กำลังฉายแววดุกึ่งตำหนิ ทว่าวงแขนหนากลับยังไม่ยอมปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ

      “ถ้าฉันเดินมาคว้าไว้ไม่ทัน หน้าเธอคงได้ลงไปไถกับพื้นดินไปแล้ว” ภูผาดุเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับกวาดสำรวจความเสียหายตามร่างกายของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีส่วนใดบาดเจ็บ ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากเอวบางอย่างอ้อยอิ่ง

      “แก้ว...แก้วขอโทษครับพ่อเลี้ยง แก้วไม่ทันระวังเอง” เด็กหนุ่มรีบก้มหน้าลงจนคางชิดอก มือไม้สั่นพั่บ ๆ ด้วยความประหม่าและเขินอาย หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าคนตัวโตจะได้ยิน

      ภูผาถอนหายใจแผ่วเบา ชายหนุ่มก้มลงมองพื้นรอบกาย... ถาดไม้หงายท้อง และผลพลับฝานนับสิบชิ้นร่วงหล่นกระจัดกระจายคลุกฝุ่นจนใช้การไม่ได้ แก้วตาเห็นดังนั้นก็หน้าเสีย ดวงตารื้นน้ำตาขึ้นมาทันทีด้วยความรู้สึกผิด

      “ฮึก... พลับเสียหมดเลย แก้วทำของเสียหาย แก้วยอมให้พ่อเลี้ยงหักเงินเดือนครับ” เสียงหวานสั่นเครือ หยาดน้ำใส ๆ คลอเบ้าดูน่าสงสารจนคนมองใจอ่อนยุบ

      “ใครบอกว่าจะหักเงิน” ภูผาพูดพลางก้มลงหยิบถาดไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะม้านั่งใกล้ ๆ ก่อนจะตวัดสายตามองเด็กหนุ่มที่ยืนตัวลีบ “แล้วนั่น... แขนเสื้อพับขึ้นไปทำไม ลมพัดแรงขนาดนี้ไม่หนาวหรือไง”

      ไม่พูดเปล่า มือหนาเอื้อมมาจับข้อมือบางของแก้วตาเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กร้านจากการทำงานแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนียนจนแก้วตาตัวแข็งทื่อ ภูผาบรรจงดึงแขนเสื้อเชิ้ตลายสกอตตัวโคร่งที่พับอยู่ตรงข้อศอกของแก้วตาลงมาติดกระดุมที่ข้อมือให้ทั้งสองข้างอย่างเบามือและทะนุถนอม ราวกับกำลังดูแลสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลก

      “ทีหลังอย่าพับแขนเสื้อ ผิวบาง ๆ แบบนี้โดนลมหนาวมาก ๆ เดี๋ยวก็แตกแห้งหมด” ภูผาสำทับพลางสบสายตากับดวงตาเรียวรีที่มองเขาตาปรึบ ๆ ราวกับกระต่ายน้อยหลงทาง

      “ขะ...ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ หัวใจพองโตจนแทบจะคับอก ความใจดีและอ่อนโยนที่พ่อเลี้ยงมอบให้เขาคนเดียวแบบนี้ มันกำลังทำให้เด็กเจียมตัวอย่างเขาเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองทีละน้อย

      “แล้วนี่ในโรงเรือนทำอะไรกันอยู่” เจ้าของไร่ถามพลางเบนสายตาเข้าไปด้านในเพื่อรักษาท่าที

      “กำลังปอกพลับเตรียมทำพลับตากแห้งครับ แต่...แต่มีพลับบางส่วนที่เป็นพลับฝาด ที่ยังไม่ได้บ่มครับ ติดมากับกองพรีเมียม แก้วเลยแยกออกมา” แก้วตารีบรายงานงานที่ตนถนัด

      ภูผาเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย

      “รู้ด้วยเหรอว่าลูกไหนฝาดไม่ฝาด”

      “รู้ครับ พลับฝาดผิวจะตึงและสีจะออกเหลืองนวลกว่านิดหน่อยครับ ถ้ากินตอนนี้จะขมขื่นลิ้นมาก ต้องเอาไปบ่มหรือตากแห้งก่อนถึงจะหวานฉ่ำ... เหมือนความพยายามครับ ต้องใช้เวลาบ่มเพาะถึงจะงดงาม” แก้วตาอธิบายเจื้อยแจ้ว แววตาประกายความรู้ที่เรียนมา จนลืมความกลัวไปชั่วขณะ

      ภูผามองรอยยิ้มละมุนตาและท่าทางฉลาดเฉลียวของเด็กตรงหน้าด้วยสายตาที่ทอดอ่อนลงอย่างปิดไม่มิด...

      “พูดจามีหลักการ... ไหน ขอลองชิมหน่อยซิว่ามันฝาดขนาดไหน”

      “เอ๋? อย่าชิมเลยครับพ่อเลี้ยง มันฝาดติดลิ้นจริง ๆ นะครับ” แก้วตารีบร้องห้าม ทว่าไม่ทันการณ์เมื่อมือหนาของภูผาเอื้อมไปหยิบผลพลับสดลูกหนึ่งที่วางอยู่ในตะกร้าคัดออก ชายหนุ่มใช้มีดพกประจำตัวปอกเปลือกออกอย่างชำนาญ ก่อนจะเฉือนเนื้อพลับชิ้นเล็ก ๆ ส่งเข้าปาก

      ทันทีที่เคี้ยว คิ้วหนาของพ่อเลี้ยงก็ขมวดม้วนเข้าหากันทันที ความฝาดดุดันแล่นพล่านไปทั่วโพรงปากจนชายหนุ่มต้องทำหน้าดุยิ่งกว่าเดิม

      “ฝาดจริง ๆ ด้วย...” ภูผาบ่นพึมพำเสียงเครียด

      แก้วตาหลุดหัวเราะคิกคักกับท่าทางของคนตัวโต รอยยิ้มหวานสดใสราวกับแสงตะวันเบิกฟ้าทำเอาภูผาชะงักไป “แก้วบอกแล้วไงครับว่ามันฝาด พ่อเลี้ยงไม่เชื่อแก้วเอง... อ๊ะ! รอเดี๋ยวครับ”

      เด็กหนุ่มนึกขึ้นได้รีบวิ่งดุ๊กดิ๊ก กลับเข้าไปในโรงเรือน ก่อนจะวิ่งกลับออกมาพร้อมกับจานเซรามิกใบเล็ก ในนั้นมีเนื้อพลับตากแห้งสีน้ำตาลทองประกายเกล็ดน้ำตาลธรรมชาติ ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนโชยมา

      “นี่ครับ... อันนี้เป็นพลับที่บ่มและตากแห้งตามสูตรที่แก้วช่วยป้าสมทำเมื่ออาทิตย์ก่อน หวานเจี๊ยบเลยครับ พ่อเลี้ยงทานอันนี้แก้ฝาดนะครับ” แก้วตายื่นจานส่งให้พลางส่งสายตาประกายวิบวับอย่างภาคภูมิใจ

      ภูผามองจานขนมสลับกับใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ชายหนุ่มไม่ได้ยื่นมือไปรับจาน แต่กลับขยับกายเข้าไปใกล้ร่างเล็กอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแก้วตาจนเด็กหนุ่มเริ่มทำตัวไม่ถูก

      “มือฉันไม่ว่าง... ป้อนหน่อยสิ” ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พร่าสั่นเล็กน้อยอย่างมีนัยสำคัญ

      “เอ๋?...” แก้วตาอ้าปากค้าง ใบหน้าหวานร้อนฉ่าจนแทบระเบิด มือบางที่ถือจานสั่นน้อย ๆ ด้วยความขัดเขิน ทว่าเมื่อเห็นสายตาดุแกมบังคับที่มองมา เด็กหนุ่มก็ไม่อาจขัดใจได้

      นิ้วเรียวขาวบางหยิบชิ้นพลับตากแห้งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แก้วตาค่อย ๆ ยื่นมือที่สั่นเทาไปตรงหน้าคนตัวสูง ภูผาก้มใบหน้าคมคายลงมาเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกงับชิ้นผลไม้จากปลายนิ้วบางแผ่วเบา ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะโดนปลายนิ้วเรียวของแก้วตาโดยตั้งใจกระทำ

      อึก... แก้วตากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความร้อนจากสัมผัสของพ่อเลี้ยงแล่นปราดเข้าสู่หัวใจจนเต้นระรัวราวกับกลองรบ เด็กหนุ่มรีบชักมือกลับมาแนบ อก ใบหน้านี่แดงก่ำไปจนถึงคอเสื้อ

      ภูผาเคี้ยวเนื้อพลับตากแห้งอย่างช้า ๆ รสชาติหวานฉ่ำละมุนลิ้นกระจายไปทั่วปาก ขับไล่ความฝาดขมขื่นก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น ทว่าสายตาของชายหนุ่มยังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อของคนตรงหน้าไม่วางตา

      “เป็นยังไงบ้างครับ... หวานไหมครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาถามเสียงแผ่วระทวย แทบไม่เหลือเสียงพูด

      ภูผายกยิ้มมุมปากเพียงบางเบา ยิ้มที่น้อยครั้งนักจะมีคนงานในไร่ได้เห็น ชายหนุ่มขยับเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูบางของเด็กหนุ่ม ทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้แก้วตาแทบจะลอยละลิ่วไปกับสายลมหนาว

      “อืม... หวานมาก หวานที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาเลย”

      พูดจบ พ่อเลี้ยงภูผาก็ตบไหล่บางแผ่วเบาหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายอุ่นและเสียงหัวใจของแก้วตาที่ยังคงเต้นโครมครามอยู่กลางลานตากพลับแห่งนั้น

      เด็กหนุ่มกุมมือตัวเองไว้แน่น ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความสุขล้นปรี่

      แม้จะรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงลูกคนงานที่ต้อยต่ำ แต่ในเวลานี้... ความหวานของลูกพลับและสายตาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผา กลับกำลังทำลายกำแพงความเจียมตัวในใจของแก้วตาลงทีละน้อย โดยที่เขาเองก็ไม่อาจต้านทานได้เลย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status