Beranda / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 4: ผู้ช่วยคนใหม่ในเรือนใหญ่

Share

ตอนที่ 4: ผู้ช่วยคนใหม่ในเรือนใหญ่

Penulis: Chanan
last update Tanggal publikasi: 2026-08-14 14:37:19

      แสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันใหม่สาดส่องกระทบยอดหลังคาแป้นเกล็ดของเรือนไม้สักทองหลังใหญ่ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของไร่ภูผาตะวัน รอบบริเวณตัวเรือนโอบล้อมด้วยสวนดอกไม้เมืองเหนือและทิวต้นพลับที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

      บรรยากาศยามเช้าเช่นนี้เงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องกระจิบกระแวบและเสียงใบไม้ไหวตามแรงลมหนาวที่พัดโชยมาเป็นระลอก หอบเอาความเย็นเยือกและกลิ่นหอมสะอาดของน้ำค้างบนยอดหญ้าเข้ามาทักทาย

      ที่บริเวณบันไดทางขึ้นเรือนใหญ่ ร่างเล็กของแก้วตายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ด้วยความประหม่า วันนี้เด็กหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่แม้จะยังดูโคร่งกว่าตัวไปนิด แต่ก็ถูกซักและรีดมาอย่างเรียบร้อย กางเกงผ้าเนื้อหนาสีเข้มขับให้เรียวขอดูโปร่ง ผิวแก้มกลมอมชมพูระเรื่อบัดนี้ถอดสีเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น มือบางทั้งสองข้างกุมเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีด

      “เอาเถอะลูก... ไม่ต้องตื่นเต้นไป หายใจเข้าลึก ๆ” ลุงอิน หัวหน้าคนงานผู้เป็นพ่อเดินมาตบไหล่ลูกชายเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ

      “พ่อเลี้ยงท่านเป็นคนขรึม พูดน้อย แต่ท่านใจดีและมีเหตุผลเสมอ ตั้งใจทำงานให้คุ้มค่าจ้างและสวัสดิการที่ท่านมอบให้นะแก้วตา”

      “ครับพ่อ แก้วจะตั้งใจทำสุดความสามารถเลยครับ จะไม่ทำให้พ่อและพ่อเลี้ยงต้องผิดหวัง” แก้วตาสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา เด็กหนุ่มส่งยิ้มหวานให้บิดาก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเรือนไม้ทีละขั้นด้วยความมุ่งมั่น

      เมื่อก้าวเข้ามาภายในตัวเรือนใหญ่ แก้วตาก็ต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความโอ่โถงของห้องโถงกลางที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักสลักลวดลายประณีต ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนไม่กล้าแม้แต่จะลงน้ำหนักเท้าแรง ๆ ป้าสมใจที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วรีบกวักมือเรียกเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

      “มาแล้วเหรอแก้วตา ตามป้ามาทางนี้เลยลูก พ่อเลี้ยงท่านนั่งรออยู่ที่ห้องทำงานตั้งนานแล้ว” ป้าสมใจกระซิบกระซาบพลางนำทางไปยังประตูปีกซ้ายของตัวเรือน

      ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

      ป้าสมใจเคาะประตูไม้บานหนาสามครั้งพอเป็นพิธี ก่อนจะผลักเปิดออกแผ่วเบา

      “พ่อเลี้ยงคะ แก้วตามาขอรายงานตัวแล้วค่ะ”

      “ให้เข้ามา... แล้วป้าไปทำอย่างอื่นเถอะ” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังเล็ดลอดออกมาทำเอาหัวใจดวงน้อยของแก้วตากระตุกวูบ เด็กหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานกว้างขวางอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว พลางก้มหัวให้อย่างนอบน้อมประตูห้องปิดลงข้างหลัง ทิ้งให้เขาอยู่กับผู้ทรงอิทธิพลแห่งไร่ภูผาตะวันตามลำพัง

      ภายในห้องทำงานอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วสดและกลิ่นหน้าหนังสือเก่า พ่อเลี้ยงภูผาในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ เบื้องหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยกองเอกสารสัญญาและแฟ้มบัญชีหนาเตอะ นัยน์ตาคมกริบสีนิลตวัดขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนตัวลีบอยู่ตรงหน้าประตู สายตาดุดันที่เคยใช้มองคนงานทั่วไปทอดแสงอ่อนลงจนดูละมุนตาอย่างที่แก้วตาไม่ทันสังเกตเห็น

      “มาแล้วเหรอ... นั่งลงสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ พลางทอดสายตาไปทางเก้าอี้ไม้บุนวมหนานุ่มที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม

      “ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างระมัดระวัง แผ่นหลังบางเหยียดตรง สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ

      ภูผามองท่าทางประหม่าราวกระต่ายน้อยตื่นตูมของคนตรงหน้าแล้วลอบยิ้มในใจ ชายหนุ่มปิดแฟ้มเอกสารในมือลงเสียงดังปึก ส่งผลให้แก้วตาสะดุ้งน้อย ๆ

      “ที่ฉันเรียกเธอขึ้นมาทำงานที่นี่ ไม่ใช่เพราะอยากจะใช้งานเธอหนักหนาอะไรหรอกนะแก้วตา” ภูผาเริ่มอธิบาย น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลชวนฟัง

      “แต่ช่วงปลายปีแบบนี้ ออเดอร์ผลผลิตทั้งพลับสด พลับตากแห้ง และใบชา มีเข้ามาเยอะมาก ระบบบัญชีและการคัดกรองเอกสารสัญญาซื้อขายของไร่เรายังเป็นระบบเก่าที่ลุงอินทำไว้ ซึ่งมันล่าช้าและมีช่องโหว่เยอะ เธอเรียนจบมาด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง คิดเลขเก่ง ละเอียดรอบคอบ ฉันเลยอยากให้เธอมาช่วยจัดระบบตรงนี้ใหม่”

      “แก้ว...แก้วจะพยายามเรียนรู้งานให้เร็วที่สุดครับพ่อเลี้ยง แต่แก้วยังไม่เคยทำบัญชีบริหารของไร่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ถ้ามีอะไรผิดพลาด พ่อเลี้ยงดุและตักเตือนแก้วได้เลยนะครับ” แก้วตาเงยหน้าขึ้นตอบ แววตาเรียวรีทอประกายความมุ่งมั่นทว่าแฝงความถ่อมตน

      “ถ้าผิด...ฉันดุแน่ ไม่ต้องห่วง” ภูผาแกล้งขู่เสียงเข้ม ทว่านัยน์ตากลับระยิบระยับด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มเลื่อนกองแฟ้มเอกสารสามสี่เล่มไปตรงหน้าเด็กหนุ่ม

      “เริ่มจากแยกประเภทบิลใบเสร็จของเดือนที่แล้วตามรายชื่อพ่อค้าคนกลางให้ฉันก่อน แยกตามเกรดผลผลิตและจังหวัดปลายทาง ทำใส่สมุดเล่มนี้... สงสัยตรงไหนให้ถามทันที ห้ามคิดไปเอง เข้าใจไหม”

      “เข้าใจครับพ่อเลี้ยง” แก้วตารับคำอย่างขันแข็ง เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารมาเปิดออกลงมือทำงานทันที

      เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ภายในห้องทำงานตกสู่อารมณ์ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า และเสียงปลายปากกาขีดเขียนลงบนสมุดบัญชีอย่างตั้งอกตั้งใจ แก้วตาจดจ่ออยู่กับตัวเลขตรงหน้าจนลืมความประหม่าไปสิ้น

      ใบหน้าหวานยามที่ใช้ความคิด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ริมฝีปากบางสีพีชเม้มเข้าหากันแน่น ท่าทางฉลาดเฉลียวและมุ่งมั่นนั้นตกอยู่ในสายตาของเจ้าของไร่ตลอดเวลา

      ภูผาแสร้งทำเป็นก้มหน้าอ่านสัญญาซื้อขายในมือ แต่ทุกครั้งที่แก้วตาเผลอ ชายหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นมองสำรวจใบหน้าหวานและผิวพรรณเนียนละเอียดอมชมพูของเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง... เด็กดื้อ... เวลาตั้งใจทำอะไรก็น่าเอ็นดูจนอยากจะรังแก ภูผาคิดในใจพลางยกยิ้มมุมปาก

      สายลมหนาวระลอกใหญ่พัดกรรโชกผ่านมาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ หอบเอาไอเย็นเยือกและสายลมแรงเข้ามาในห้องจนผ้าม่านปลิวไสว แก้วตาที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงดีจากพิษไข้เมื่อวันก่อนถึงกับสะดุ้ง สะท้านเฮือก ร่างเล็กสั่นเทาน้อย ๆ มือบางที่จับปากกาเริ่มซีดเผือดเพราะความเย็น

      พรึบ...

      ยังไม่ทันที่แก้วตาจะขยับตัว กายหนาสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาก็ก้าวเข้ามาประชิดทางด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ชายหนุ่มเอื้อมมือข้ามไหล่บางไปจัดการปิดหน้าต่างบานเลื่อนลงจนสนิทเพื่อบังลมหนาว ส่งผลให้แผ่นหลังของแก้วตาแนบชิดติดกับแผงอกกว้างหนาบึกบึนของคนตัวโตอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นอายสะอาดประจำตัวของพ่อเลี้ยง... กลิ่นไอแดดผสมยาสูบอ่อน ๆ อบอวลล้อมรอบตัวเด็กหนุ่มจนหัวใจเต้นรัวโครมคราม

      “บอกแล้วใช่ไหม... ว่าถ้าหนาวก็ให้บอก ผิวบาง ๆ แบบนี้โดนลมเย็นมาก ๆ เดี๋ยวก็ไข้กลับอีก” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหูบาง จนแก้วตารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอ

      “ขะ...ขอโทษครับพ่อเลี้ยง แก้วเห็นว่าพ่อเลี้ยงกำลังใช้สมาธิเลยไม่กล้ากวนครับ” แก้วตาตอบเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู

      ภูผาไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มหันไปหยิบเสื้อคลุมไหมพรมตัวหนานุ่มสีครีมที่วางพาดอยู่บนโซฟา นำมาคลุมลงบนไหล่บางของแก้วตาจากด้านหลังอย่างเบามือ ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างกุมไหล่เล็กไว้แน่น จัดแจงกระชับคอเสื้อคลุมให้เข้าที่ ท่วงท่าที่ทะนุถนอมและอ่อนโยนดั่งสายลมอุ่นในฤดูหนาวนั้น ทำเอาแก้วตาเคลิ้มจนแทบจะลืมวิธีหายใจ

      “ใส่ไว้... เสื้อตัวนี้ฉันซื้อมาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ ห้ามถอดจนกว่าจะเลิกงาน” ภูผาสั่งเสียงเรียบ ทว่าคำพูดนั้นกลับแฝงกระแสความเปย์และความเอาใจใส่ไว้อย่างท่วมท้น

      “ซื้อให้...แก้วเหรอครับ? มันจะดีเหรอครับพ่อเลี้ยง ของมีค่าแบบนี้แก้วเป็นแค่...” แก้วตาตาโต รีบหันหน้ากลับมาปฏิเสธพัลวันด้วยความเจียมตัว

      “ฉันบอกว่ายังไงแก้วตา... ห้ามพูดคำว่าเจียมตัวหรือต่ำต้อยให้ฉันได้ยินอีก” ภูผาดุเสียงเข้ม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีราวกำลังคาดโทษ ชายหนุ่มขยับใบหน้าคมคายลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน

      “สวัสดิการของผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน... มีให้มากกว่านี้อีกเยอะ ถ้าเธอตั้งใจทำงานและเชื่อฟังฉันเข้าใจไหมดื้อ”

      “ขะ...เข้าใจแล้วครับ แก้วจะไม่พูดแล้วครับ” แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ เสียงหวานสั่นระทวยแทบไม่เหลือเสียงพูด สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของพ่อเลี้ยงที่แกล้งบีบจมูกมนของเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู มันกำลังทำให้เด็กเจียมตัวคนนี้เริ่มใจแตกทีละน้อย

      “ดีมาก... ทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวตอนเที่ยงป้าสมใจจะยกอาหารขึ้นมาให้” ภูผาผละกายออกไป นั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตนตามเดิม พลางจุดยาสูบกลิ่นละมุนขึ้นมาอัดเข้าปอดเพื่อดับความฟุ้งซ่านในใจ

      แก้วตากุมเสื้อคลุมไหมพรมเนื้อนุ่มแน่น ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าและกลิ่นอายของพ่อเลี้ยงที่อบอวลอยู่รอบตัวช่วยปัดเป่าความหนาวเหน็บภายนอกออกไปจนหมดสิ้น เด็กหนุ่มก้มหน้าลงอมยิ้มแก้มตุ่ย หัวใจพองโตจนแทบจะล้นทะลักออกมานอกอก... บางที ร่มเงาของภูผาตะวันแห่งนี้ อาจจะเป็นเซฟโซนที่ปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดในชีวิตของเขาแล้วจริง ๆ

      ช่วงบ่ายของวัน งานเอกสารบัญชีดำเนินไปอย่างราบรื่น แก้วตาจัดแจงแยกประเภทบิลและสรุปยอดส่งออกได้อย่างถูกต้องแม่นยำจนภูผาถึงกับเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย ท่าทางฉลาดเฉลียวและรอยยิ้มหวานสดใสของเด็กหนุ่มช่วยทลายความเคร่งเครียดในห้องทำงานให้มลายหายไปสิ้น

      “พ่อเลี้ยงครับ... พลับตากแห้งชุดใหม่ที่ป้าสมใจและแก้วช่วยกันทำเมื่อวันก่อน เอาไปบ่มจนได้ที่แล้วครับ แก้วเลยทำขนมพายพลับอบน้ำผึ้ง มาให้พ่อเลี้ยงชิมเป็นคนแรกเลยครับ”

      แก้วตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสเจื้อยแจ้ว พลางลุกขึ้นเดินไปหยิบจานขนมหน้าตาน่าทานที่วางหลบอยู่ตรงมุมโต๊ะรับแขกมาวางตรงหน้าคนตัวโต

      แป้งพายสีเหลืองทองกรอบฟู ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และเนื้อผลพลับที่เคี่ยวจนฉ่ำหวานโชยมาแตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ ภูผามองจานขนมสลับกับใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและประกายตาแห่งความภาคภูมิใจ

      “น่าทานดี... ไหน ขอลองชิมหน่อยซิว่าจะหวานสู้ฝีมือวันก่อนได้ไหม” ภูผายกยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มใช้ส้อมตัดเนื้อพายชิ้นพอดีคำส่งเข้าปาก

      ทันทีที่เคี้ยว รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มในและความหวานฉ่ำละมุนลิ้นของเนื้อพลับอบน้ำผึ้งธรรมชาติก็กระจายไปทั่วโพรงปาก รสชาติกลมกล่อมไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป ขับเน้นกลิ่นอายผลไม้เมืองเหนือได้อย่างดีเยี่ยม คิ้วหนาของพ่อเลี้ยงเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

      “เป็นยังไงบ้างครับ... อร่อยไหมครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาถามเสียงแผ่ว พลางลุ้นจนตัวโก่ง

      “อร่อยมาก... รสชาติดีเกินคาด” ภูผาเอ่ยชมเสียงทุ้ม นัยน์ตาคมจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อของคนตรงหน้าไม่วางตา

“หวานฉ่ำละมุนลิ้น... เหมือนคนที่ทำไม่มีผิด”

      “เอ่อ?... พ่อเลี้ยงหมายถึงป้าสมใจเหรอครับ” แก้วตาถามด้วยความซื่อเดียงสา เอียงคอสงสัย

      ภูผาหลุดหัวเราะหึในลำคอ ท่าทางซื่อบื้อราวกระต่ายน้อยไม่ประสีประสาของแก้วตามันช่างน่าเอ็นดูและน่ารังแกในเวลาเดียวกัน

      ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็กช้า ๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว แก้วตาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกรังสีความกดดันอันแสนอบอุ่นเข้าคุกคาม ร่างเล็กพยายามจะก้าวถอยหลังทว่ากลับติดขอบโต๊ะทำงาน

      “ฉันไม่ได้หมายถึงป้าสมใจ...” ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มพร่าต่ำ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีของแก้วตาจนเด็กหนุ่มสั่นสะท้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาไปหยิบเศษแป้งพายชิ้นเล็ก ๆ ที่บังเอิญติดอยู่ตรงมุมริมฝีปากบางของแก้วตาออกอย่างเบามือ ปลายนิ้วโป้งหยาบขยับไล้แผ่วเบาบนผิวเนื้อนุ่มหยุ่นจนแก้วตาแทบหยุดหายใจ

      “ฉันหมายถึงเธอต่างหาก... แก้วตา ขนมของเธอหวานมาก และคนทำ... ก็หวานยิ่งกว่าขนมเสียอีก”

      คำพูดพร่าต่ำและสายตาที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกอัดแน่นเข้มข้นที่พ่อเลี้ยงส่งมาในวินาทีนี้นั้น... มันช่างทรงพลังดั่งแสงตะวันยามเช้าที่แผ่ซ่านเข้ามาละลายม่านหมอกและความกลัวในใจของแก้วตาจนหมดสิ้น ใบหน้าหวานร้อนฉ่าจนแทบระเบิด แก้มกลมที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อบัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงคอเสื้อ สองมือเล็กกำสาบเสื้อคลุมไหมพรมแน่น หัวใจเต้นรัวแรงโครมครามจนกลัวว่าคนตัวโตจะได้ยิน

      ภูผายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ชายหนุ่มตบไหล่บางแผ่วเบาหนึ่งทีเพื่อเรียกสติคนตัวเล็ก ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปจัดการเอกสารต่อทิ้งไว้เพียงกระแสความอบอุ่นละมุนหัวใจที่ยังคงอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานแห่งนั้น

      แก้วตายืนนิ่งค้าง มือบางจับตรงมุมปากที่พ่อเลี้ยงเพิ่งสัมผัสเมื่อครู่ ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงฝังลึกอยู่ในผิวเนื้อ แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของพ่อเลี้ยงภูผาอาจจะต้องเจอกับสายตาและความกดดันอีกมากมาย ทว่าเพียงแค่มีความอ่อนโยนของชายหนุ่มคนนี้คอยเป็นเกราะปกป้อง...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status