LOGINสองสาวเพื่อนรักไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่มุกดาบินไปเรียนต่อที่อังกฤษ ทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยจนถึงสองทุ่ม
“ยัยฟ้า! แกพาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย? ไหนบอกจะพามาหาอะไรสนุกๆ ทำไง” มุกดาอยากจะด่าเพื่อนตัวเองจริงๆ ที่บอกว่าจะพาเธอมาหาอะไรสนุกๆ ทำก่อนกลับ แต่สุดท้ายกลับพาเธอมาที่ผับ! ผับเนี่ยนะ! ถ้าคุณแม่รู้ เธอต้องโดนบ่นหูชาแน่ๆ
“ก็ที่นี่แหละแก สนุกสุดแล้ว ไปเต้นกัน!” ปลายฟ้าลากเพื่อนไปที่โต๊ะด้านหน้าเวทีทันที เธอรู้ว่าเพื่อนเธอไม่เคยมาที่แบบนี้ เพราะพ่อแม่หวงลูกสาวคนนี้จะตาย แต่เธอก็อยากให้เพื่อนได้มาเปิดหูเปิดตาบ้าง เผื่อจะเจอเนื้อคู่กับเขาบ้าง
โอ๊ย ... คิดแล้วก็เขินแทนยัยมุกดาจริงๆ หากยัยมุกเจอพ่อเทพบุตรในคืนนี้! ปลายฟ้ามองหน้าเพื่อนที หันซ้ายแลขวา จะให้นางมองอะไรได้ นอกจาก .... หนุ่มๆ
“แก หาโต๊ะอื่นไม่ได้หรือไง?” มุกดามองโต๊ะที่เพื่อนพามา มันอยู่หน้าสุด ติดกับขอบเวทีเลยก็ว่าได้ เธอรู้สึกอายขึ้นมาดื้อๆ จะไม่ให้อายได้ไงกัน นี่มันด้านหน้าเลยนะ เธอคอยมาที่แบบนี้เสียที่ไหนกัน!
“โห ... ยัยมุก! ยัยคนขี้อาย อายุขนาดนี้แล้วนะยะ … ตรงนี้ละดีที่สุด เต้นมันที่สุด ... ไม่เปลี่ยนยะ” ปลายฟ้าพูดจบ เธอก็เต้นตามจังหวะเพลงทันที
ถึงมุกดาจะไม่เต้นแต่ปลายฟ้าก็สามารถโยงไปมาได้อย่างมีความสุข เธอค่อนข้างชินกับการเต้นคนเดียว เพราะช่วงที่มุกดาไปเรียนเมืองนอก เธอมักจะมาเที่ยวที่แบบนี้เสมอ
“งอนฉันอีกแน่เลย… เฮ้อ!” มุกดาบ่นกับตัวเองเบาๆ เธอรู้ว่าปลายฟ้าต้องงอน แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็เธอไม่กล้าเต้นนี้นา เธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เป็นคนขี้อาย ทำไมเธอถึงไม่มั่นใจแบบปลายฟ้าบ้างนะ
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงได้
“เฝ้าโต๊ะไปก่อนนะจ๊ะที่รัก ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ปลายฟ้ากระซิบข้างหูของเพื่อน มุกดาพยักหน้ารับทราบ
เสียงดนตรีที่ดังจนทำให้มุกดาเริ่มกุมขมับ บวกกับแสงสลัวของผับยิ่งทำให้เธอต้องนั่งมองโต๊ะตัวเองเท่านั้น ไม่อย่างนั้นปวดหัวหนักเข้าไปใหญ่ “ยัยฟ้าชอบเข้าไปได้ไงกันนะ ที่แบบนี้!” เสียงบนกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม
“มาคนเดียวเหรอครับ?” เสียงผู้ชายดังขึ้นตรงหน้า ทำเอามุกดาสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ “มุกมากับเพื่อนค่ะ” ด้วยความที่เป็นคนซื่อๆ มุกดาจึงตอบไปตามตรง เธอคิดว่าคงไม่มีอะไรเสียหายหรอกมั้ง “แล้วเพื่อนของคุณมุกไปไหนล่ะครับ?”
“เพื่อนมุกออกไปเข้าห้องน้ำค่ะ มุกเลยรออยู่ที่โต๊ะ” มุกดาตอบไปอย่างไม่ใส่ใจนัก พยายามมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า จนกระทั่งมีแสงไฟหลากสีสาดส่องมาโดนใบหน้าของเขา ทำให้เธอเห็นเขาชัดขึ้น ใบหน้าที่ดูคุ้นเคย ... แต่จำไม่ได้
“พี่นึกว่ามาเที่ยวคนเดียวซะอีก … ไม่สนุกหรือไง ไม่เห็นเต้นเลย พีรดนย์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่มุกดามองไม่เห็น “มุกเต้นไม่เป็นค่ะ” มุกดาตอบตามความเป็นจริง “อือ ... เต้นไม่เป็น” ชายหนุ่มพยักหน้าเหมือนรับรู้
คุยกันขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่รู้ชื่อเขาเลย มุกดาจึงเอ่ยถามออกไปอย่างไม่ลังเล “คุณชื่ออะไรคะ?”
“พี่ชื่อพีรดนย์ หรือจะเรียกพี่พีก็ได้ครับ” คำตอบของชายหนุ่มทำให้มุกดาตาโตขึ้นมาทันที คุ้นหน้าก็คุ้น แล้วนี่ยังจะชื่อนี้อีก ... พีรดนย์ ... พี่พี!
มุกดาที่ต้องการจะถามอะไรบางอย่าง แต่คำถามนั้นอาจจะทำให้เธอหน้าแตกหากเขาจำเธอไม่ได้ เช่น เราคอยเจอกันมาก่อนใช่ไหม? ... ก็จะดูเหมือนคำถามเฉยๆ มุกดายิ่งไม่กล้าถาม แล้วกลืนคำถามนั้นลงคอกลับไป
“เพื่อนน้องมุกคงใกล้กลับมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ” พีรดนย์ กล่าวลาเสร็จก็เดินหายไปในฝูงชน
เมื่อชายหนุ่มจากไป มุกดายังคงมองตามแผ่นหลังของเขา ... ใช่พี่พีจริงๆ ด้วย ใบหน้าที่คุ้นเคยผุดขึ้นมาภายในหัวของเธอ ถึงแม้เขาจะดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ... แต่ก็ยังคงมีเค้าโครงใบหน้าเมื่อสิบปีที่แล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันที เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง ... จะไม่ให้เธอตื่นเต้น ใจเต้นแรงได้ไง เพราะเขาคือ ... คนในความทรงจำของเธอนั้นเอง
แต่เขาจะจำเธอได้ไหม? จากที่ดูแล้วเขาคงจำไม่ได้ เธอไม่ได้โทษเขาหรอก เพราะเรื่องมันผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว
เขาซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ กอดเธอไว้แน่นจนมุกดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ จากร่างของเขา “พี่ขอโทษนะมุก...” น้ำเสียงของพีรดนย์สั่นเครือ แฝงไปด้วยความเจ็บปวด “พี่พีเป็นอะไร ทำไมต้องขอโทษมุกด้วย” คำถามที่เธอไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เพราะจู่ๆ เขาก็ขอโทษเธอ หลังจากที่พวกแต่งงานกันมาจะ 3 เดือนแล้ว ก่อนหน้านั้นเขาก็ขอโทษเธอไปแล้ว และยังสัญญาว่าจะดีกับเธอและลูก และจะไม่ทำร้ายเธออีก แต่นี่อะไร จู่ๆ เขาก็ขอโทษเธอ มันเรื่องอะไรกัน “พี่ขอโทษที่ผ่านมาพี่มันโง่เอง พี่ไม่ตรวจสอบเรื่องราวทุกอย่างให้ดีก่อน เอาความโกรธแค้นมาลงที่มุก จนทำให้เรื่องราวของเราสองคนต้องเริ่มต้นไม่ดีแบบนั้น ทั้งทำร้ายมุกให้เจ็บช้ำทั้งกายและใจ เพราะความเข้าใจผิดบ้าๆ ระหว่างมุกกับไอ้วี คิดว่ามุกเป็นคนทำให้แพรวต้องฆ่าตัวตาย...” มุกดานิ่งอึ้งไป เมื่อจู่ๆ สามีก็เปิดโหมดอ่อนแอและเอ่ยคำขอโทษยาวเหยียด ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และเธอก็เลือกที่จะให้อภัยเขาไปแล้ว สองมือเรียวยกขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างเพื่อปลอบประโลม สายตาของเธอมีแต่ความห่วงใยที่มีต่อชายคนนี้ ความโกรธเคืองไม่เหลืออยู่เลยสักนิด เธอดันตัวอ
“ยังมีอีกเรื่องครับพี่พี...” เตชิตเอ่ยเสียงเครียด ความลังเลเกิดขึ้นไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ เพราะเขามองเห็นแววตาอาฆาตของเจ้านาย เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ “ว่ามา” พีรดนย์ปรับอารมณ์ให้กลับมานิ่งได้อีกครั้ง รอฟังสิ่งที่ลูกน้องของเขาจะพูดออกมาอีกครั้ง “คุณวี พอรู้ว่าพี่กับคุณโรสมีอะไรกันลับหลังเขา ก็แค้นจัดเช่นกัน จึงใช้แพรวมาแก้แค้นพี่ครับ” พีรดนย์ยิ่งฟังยิ่งกำหมัดแน่น แทบจะคุมสติไม่อยู่ ก่อนจะถามเรื่องของมุกดาออกไป “แล้วมุกเข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไง?” เรื่องนี้เข้าก็พอจะทราบอยู่บ้างว่ารวีมันตามจีบมุกดา แต่เขาก็ยังไม่ได้สืบอย่างแน่ชัด ทึกทักไปเองว่ามุกดาเป็นผู้หญิงแพศยาแย่งผู้ชายของน้องสาวเขาไป ทั้งๆ ที่เธอก็คอยบอกเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาประกาศจะแก้แค้นเธอ แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง ดังนั้นเพื่อให้เรื่องทั้งหมดกระจ่างเขาจึงสั่งให้เตชิตสืบเรื่องนี้ด้วย “คุณมุกไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงครับ ... ตามที่ผมตามสืบมา คุณมุกเรียนที่เมืองไทยเพียงแค่เทอมเดียว แต่ช่วงที่เรียนตอนปีหนึ่งเทอมแรก คุณวีตามจีบคุณมุกจริงครับ แต่ก็ได้แค่ตามจีบ เพราะคุณมุกไม่เล่นด้วย จากนั้นยังไม่ถึงเท
หลังแต่งงานประมาณ 3 เดือน บรรยากาศในคฤหาสน์อัครวราเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเงียบสงบ โดยเฉพาะเมื่อมุกดาท้องแก่ใกล้คลอด หน้าท้องนูนเด่นชัดจนทำให้พีรดนย์ต้องคอยประคบประหงมดูแลเธอแทบไม่ห่างกายด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม แต่ช่วงนี้งานที่ไนต์คลับค่อนข้างรัดตัว เขากับมุกดาจึงย้ายมาพักที่คอนโดเป็นการชั่วคราว ทั้งเรื่องงานของเขาที่ต้องกลับดึกๆ ดื่นๆ และไหนจะต้องพามุกดาไปตรวจครรภ์ทุกสัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในท้อง ทว่าในมุมมืดของห้องทำงานชั้นสองของไนต์คลับ พีรดนย์ในชุดลำลองสบายๆ กำลังนั่งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และเอกสารปึกใหญ่ด้วยแววตาเคร่งขรึม ลึกๆ ในใจของเขายังคงติดใจและคาใจไม่หาย ... ทำไมเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งเรื่องของแพรววา รวี รสรินทร์ และมุกดา ... ความระแวงในสัญชาตญาณทำให้เขาตัดสินใจสั่งให้เตชิตสืบค้นเรื่องราวทั้งหมดใหม่อย่างละเอียด ขณะที่พีรดนย์เคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อหนาเป็นจังหวะช้าๆ ครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ... ก่อนที่เตชิตจะก้าวเข้ามาด้านใน ใ
เตชิตโน้มหน้าลงประกบริมฝีปากของเธอ รสจูบที่แสนนุ่มนวลและอ่อนหวาน พร้อมมือที่ขยับสะโพกของเธอให้กระชับร่างของเขาให้เข้ากับร่างเธอ จนกายเนื้อของเขาสามารถเข้าไปภายในช่องสวาทของเธอได้เต็มลำ เสียงดัง แค๊ก! … เตชิตได้ยินเต็มสองหู มันดังไม่แรงมากแต่ก็รับรู้ได้ว่าเยื่อพรหมจรรย์ของเธอถูกเขาทำขาดเสียแล้ว “อะ! … อือ ...” เสียงครางปลายฟ้าดึงขึ้นเบาๆ “เจ็บไหม?” คำถามที่แสดงถึงความห่วยใยส่งไปที่เธอ “นิดหน่อย” ปลายฟ้าตอบรับ เตชิตหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วครู่ กระชับร่างบางให้เขามาแนบชิดเขามากยิ่งขึ้น ร่างทั้งสองเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน เขาประทับจูบเธอทันที เมื่อรับรู้ได้ถึงการผ่อนคลายและแรงตอดรัดที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความต้องการ เตชิตจึงค่อยๆ ขยับสะโพกสอบเดินหน้าขับเคลื่อนตัวตนเข้าสู่ความลึกล้ำของเธออย่างช้าๆ และอ่อนโยนที่สุด ท่ามกลางเสียงครางแผ่วหวาน ก่อนที่เตชิตจะเริ่มบทรักที่เร่าร้อน และร้อนแรงมากยิ่งขึ้น แรงอารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะกระชั้นถี่ สะโพกสอบขยับตอกย้ำเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบเนื้อผ
ปลายฟ้าเห็นสายตาของชายที่กำลังมองเธอเปลือยเปล่ายิ่งเขินอาย พยายามหลบสายตาเขา แต่ยังไม่ทันได้หลบ ร่างเธอก็บิดเกร็งอย่างแรง เสียงครางดึงขึ้นเพื่อลดทอนความเสียวที่คนตรงหน้ากำลังดันนิ้วเข้าภายในร่างของเธอ ส่วนเตชิต ยังคงมองร่างเล็กที่ดิ้นรนไปมาใต้ร่างของเขา เขายิ้มมุมมาก เริ่มใช้นิ้วสัมผัสภายในตัวเธอ เรียวขาสวยเบียดชิดเข้าหากันด้วยความวาบหวามทว่ากลับถูกท่อนแขน ของเตชิตแยกออกจากกันเปิดเผยให้เห็นส่วนนั้นของเธออย่างเต็มตา ถึงแสงไฟในห้องจะสลัว แต่ก็มองเห็นผิวเนื้ออวบอิ่มอมชมพูของเธอเต็มตา “ข้างในเธอตอดรัดนิ้วของฉันแน่นขนาดนี้เลยนะ ต้องการฉันใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขยี้อารมณ์กวนประสาทตามนิสัยของเขา แต่น้ำเสียงนั้นกลับพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ไม่แพ้กัน “อื้อ... ไอ้คนบ้า ไม่ต้องพูดเลยนะ” ปลายฟ้าครางประท้วงเสียงสั่น มือเรียวทั้งสองข้างจิกเข้ากับหมอนหนุนเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ยามที่นิ้วเรียวยาวของเขาเริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะก่อนจะเริ่มเร่งเร้าโจมตีจุดอ่อนไหวภายในร่างของเธออย่างช่ำชอง สะโพกมนลอยขึ้นตามสัญชาตญาณการตอบรับ เสียงครางของปลายฟ้ายังดังต่อเน
เตชิตชะงักไปครู่หนึ่งกับคำประกาศกร้าวเหนือความคาดหมาย “ข้ามขั้นงั้นหรือ!” เตชิตทวนคำของปลายฟ้า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้อะไรกลับ ปลายฟ้าก็เป็นฝ่ายจู่โจมเขาทันที เธอประทับจูบเขาที่ต้นคอ คบกัดมันเบาๆ พร้อมกับที่ปลายลิ้นเริ่มลิ้มรสผิวกายของชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงเช่นกัน แต่ชิตเบิกตากว้างด้วยความถูกใจและแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน โหยหาลึกซึ้ง เขาหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ รวบเอวบางเข้ามากระชับแนบชิดจนเนื้อตัวเสียดสี ก่อนจะโน้มตัวลงมาประกบจูบไปที่ริมฝีปากที่กำลังยั่วยวนเขาอย่างโหยหา ทั้งคู่แลกจูบอันดูดดื่มเพื่อเติมเต็มความต้องการของกันและกัน ก่อนที่เตชิตคลายจะจูบออก ซึ่งเขาก็ใช่อยากจะปล่อยสัมผัสรสหวานนี้ไปเลย แต่หากไม่ปล่อยคนตัวเล็กที่ถูกเขาแย่งชิงอากาศหายใจอาจขาดใจตายตรงหน้าเขาก็เป็นได้ เขาก้มมองร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเธอจริงใจ “ใจกล้าไม่เบาเลยนะเรา ... ข้ามขั้นงั้นหรือ ... ” คำพูดที่มาพร้อมสายตากวนๆ ที่เล่นเอาปลายฟ้าใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “ข้ามไปเป็น สามีภรรยา เลยใช่ไหม? ... ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เตรียมตัวรับผิดชอบฉันยาวๆ แบบไม่ต้องนอนได้เลย!”







