Share

บทที่ 5 ไฟซ่อนเถ้า

Penulis: moonlight -mini
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-15 20:13:10

บทที่ 5 ไฟซ่อนเถ้า

ข่าวคราวการกลับมาของอดีตฮองเฮาผู้เป็นมารดาแท้ ๆ ของฮ่องเต้ ลามไปทั่วทั้งราชสำนัก วันนี้ ขุนนางสายกลางและสายเก่าจำนวนหนึ่งเริ่มเคลื่อนไหว

และหนึ่งในนั้นก็คือ หลี่ต้าหยง ขุนนางอาวุโสแห่งกรมพิธีการ ผู้ขึ้นชื่อว่า เคร่งคุณธรรมแต่แท้จริงคือมือขวาผู้ภักดีของอดีตฮ่องเต้

“ฝ่าบาท…”

หลี่ต้าหยงก้าวออกมากลางท้องพระโรง

“ข้าน้อยตระหนักดีว่าเรื่องนี้กระทบใจยิ่งนัก แต่…ในฐานะผู้อาวุโส ข้าน้อยไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป”

ฮ่องเต้ปรายตาอย่างนิ่งเฉย ท่าทางไม่แสดงอารมณ์

“ว่ามา”

“เจิ้งซูเฟย…แม้เคยมีข้อครหาในอดีต แต่ก็หาได้มีมูลความผิดอันชัดแจ้ง และที่สำคัญนางคือผู้ให้กำเนิดฝ่าบาท หากราชสำนักปล่อยให้มารดาของจักรพรรดิถูกทอดทิ้งเยี่ยงนี้…เกรงว่าอาจเสียหายต่อธรรมเนียมและหลักคุณธรรมของแผ่นดิน”

เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นในหมู่ขุนนาง

ขุนนางบางคนพยักหน้า บางคนยังนิ่ง แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้านโจ่งแจ้ง

“…นี่มิใช่เรื่องว่าคู่ควรหรือเหมาะสมหรือไม่ หากแต่คือเรื่องของหลักการ”

หลี่ต้าหยงจงใจกล่าวเสียงหนักแน่น ฮ่องเต้นิ่งงัน มือประสานไว้บนตัก ดวงเนตรเยียบเย็นคล้ายครุ่นคิดหนัก ก่อนจะกล่าวเสียงช้า

“เรื่องนี้…ข้าจะใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนท่านทั้งหลายควรเข้าใจดีว่าผู้ใดเติบโตในวังนี้ย่อมยากจะลืมอดีตที่ฝังลึก”

เขาหยุดเสี้ยวหนึ่งของแววตาดูเหมือนเจ็บปวด

“แต่หากขุนนางทั้งหลายเห็นพ้องกันว่า เพื่อความเป็นธรรมและหลักการ ควรคืนศักดิ์ศรีให้นาง…ข้าก็…จักจำใจยอม”

ไท่หวงไท่โฮว่ยืนพิงหน้าต่าง

ฟังข่าวรายงานจากขันทีสนิท พลางยกพัดขึ้นกลบใบหน้าครึ่งหนึ่ง

“หลี่ต้าหยง…” นางพึมพำเสียงเย็น “เป็นคนของใครกันแน่”

ขันทีเงยหน้ากระซิบ “ขอทรงอภัย…เขาเคยเป็นคนของอดีตฮ่องเต้มาก่อนสมัยที่ยังไม่มีพระราชอำนาจเต็ม”

ดวงเนตรของไท่หวงไท่โฮว่วูบไหว

“เช่นนั้นทุกอย่าง อาจไม่ได้เกิดเพราะแรงกดดันจากขุนนาง…แต่เพราะแผนของใครบางคนต่างหาก”

ในวังหลวง…ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่า บังเอิญ

รุ่งเช้าในทุก ๆ วัน วังต้องห้ามเงียบสงบแต่เช้าวันนี้กลับมีเสียงวิ่งเร่งรีบของขันที และเงาขุนนางที่มาเร็วกว่าทุกวัน

ข่าวนักฆ่าที่พยายามลอบปลงพระชนม์เจิ้งซูเฟยที่พักส่วนหน้าของวัง แพร่ไปในชั่วคืน…และลุกลามราวเปลวเพลิงบนกองฟางแห้ง

ในท้องพระโรง

ฮ่องเต้นั่งประทับบนบัลลังก์ ท่ามกลางขุนนางที่ทยอยคุกเข่า

หลายคนแสดงความตกใจ หลายคนกล่าวว่า

“ไม่สมควรมีเรื่องอัปรีย์เช่นนี้ในระหว่างที่นางเพิ่งปรากฏตัว” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

“หม่อมฉันขอฝ่าบาทโปรดพิจารณา ไต่สวนหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง” เป็นเสียงของ จิ่นกั๋วกง ผู้ซึ่งเคยเป็นคนของไท่หวงไท่โฮว่ในอดีต

ฮ่องเต้ปรายตามอง ก่อนพยักหน้า

“ดี…เช่นนั้นจงเปิดการไต่สวนในชั้นต้น”

ภายในตำหนักไท่ฮวา

“โกรธ”

“เจิ้งซูเฟยถูกลอบฆ่า” บังเอิญเกินไปหรือไม่ ไท่หวงไท่โฮว่ทำหน้าตกตะลึง ราวกับไม่รู้เรื่อง

“เช่นนั้น…เป็นเรื่องที่เลวร้ายยิ่ง!”

“คนของเจิ้งซูเฟยยังไม่กลับเข้าวัง ก็มีผู้คิดล้างชีวิตแล้วหรือ หากปล่อยไว้ ย่อมกระทบเกียรติราชวงศ์!”

ขันทีสนิทก้มหน้า

“กระหม่อมให้คนส่งตัว ‘สตรีที่พัวพัน’ เมื่อคืนไปแล้ว นางเป็นเพียงอดีตนางข้าหลวงที่เคยรับใช้เจิ้งซูเฟยสมัยก่อน…แต่มิรู้ใครนำกลับมาใหม่ และไม่รู้ว่าเหตุใดเป็นนางที่ได้ไปดูแลเจิ้งซูเฟยอีกครั้ง”

“เช่นนั้น…” ไท่หวงไท่โฮว่กระซิบเย็น “ก็จงให้เรื่องจบที่นาง”

นางข้าหลวงคนนั้นไม่ได้พูดอะไรเลยแม้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดหาใช่ความผิดของตนนางเพียงยิ้มขื่นเมื่อถูกประหาร  ราวกับรู้อยู่แก่ใจว่า เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในวังหลังนี้ ช่างเถอะก้าวเข้ามาก็คือตายจากโลกภายนอกไปแล้ว

“นางตายแล้วหรือ”

ซูเฟยถามเบา ๆ ขณะยืนมองทิวสนบนเขา ฮ่องเต้พยักหน้า

“ถูกปิดปาก…แต่ไม่ใช่คำตอบที่ข้าอยากได้จากเจ้า” นางตื่นมาพบว่านางกำนัลที่ทางวังให้มาดูแลยื่นน้ำแกงยามเช้าให้ แต่กลายเป็นว่าขันทีของฮ่องเต้บุกเข้ามาแล้วตรวจน้ำแกงถ้วยนั้น พบว่ามันมียาพิษ

“เจ้าอยากรู้ว่า…ใครกล้าสั่งการใช่หรือไม่”

ฮ่องเต้ไม่ตอบเพียงเดินเข้าไปใกล้มารดาของตนอีกก้าวหนึ่ง

“หากผู้เป็นมารดาของกษัตริย์ยังตกอยู่ในอันตราย ข้าจะปกครองผู้ใดได้ หากแม้แต่แม่เพียงผู้เดียวข้ายังปกป้องไม่ได้ แล้วจะให้ประชาราษฎร์เชื่อว่าข้าปกป้องพวกเขาได้อย่างไร”

พระสุรเสียงหนักแน่นแต่สงบ สายพระเนตรเย็นเยียบราวกับบอกให้ทุกคนจำถ้อยคำนี้ไว้

“เจ้ามีหลักการมากกว่าที่ข้าคิด” รอยยิ้มบางของซูเฟยไม่รู้ว่าเยาะหรือชื่นชม “ไท่โฮว่าคงสอนเจ้ามาดีกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก

ฮ่องเต้ไม่สนพระวาจาเชิงหยอกนั้น เพียงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทุกคำเหมือนตรึงคนฟังไว้

“หากจะอยู่ในวังหลัง อย่างน้อยท่านควรมีตำแหน่ง ไม่เช่นนั้น หากเกิดเหตุซ้ำรอยเช่นเมื่อเช้าแม้แต่จะได้ลมหายใจครบวันยังยากและหากท่านตายตั้งแต่ย่างก้าวแรกกลับมา… สายตาประชาชนจะมองข้าเช่นไร”

“เอาตามเจ้าว่า” ซูเฟยเพียงส่งยิ้มอ่อน แต่แววตานั้นยากจะอ่าน ว่าพึงพอใจหรือกำลังรอจังหวะลงหมากต่อไป

ในวันเดียวกันนั้นเอง มีรับสั่งให้เจิ้งซูเฟยย้ายเข้าตำหนักหลวงเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของฮองเฮาองค์ก่อนแต่ไม่มีประกาศแต่งตั้งใดตามมา เหมือนหมากที่ถูกวางลงกลางกระดาน… รอให้คู่ต่อสู้เป็นฝ่ายขยับก่อน

ตำหนักเย็นใจ

ลมเย็นจากสวนหลวงพัดลอดกำแพงหินเข้าสู่ระเบียง เสียงกิ่งหลิวเสียดสีกันดังแผ่ว ราวกับซุบซิบข่าวลือของคนทั้งวัง

ขบวนขันทีและนางกำนัลยาวเหยียดเคลื่อนเข้าสู่ตำหนักหลวงเก่า แต่กลับไม่มีเสียงต้อนรับ มีเพียงความเงียบอึดอัดที่กดทับอยู่ในอากาศ

ทุกก้าวที่เจิ้งซูเฟยเดินผ่าน ล้วนมีสายตาแฝงความอยากรู้อยากเห็น หรือไม่ก็หวาดระแวง เหมือนเฝ้ารอให้เกิดอะไรสักอย่าง

ตำหนักแห่งนี้แม้จะถูกขัดถูจนเงาวับ แต่กลิ่นไม้เก่ายังซึมอยู่ในอากาศ ราวกับเก็บงำเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

มันคือสถานที่ที่ฮองเฮาองค์ก่อนเคยครอง… ก่อนจะถูกปลดและส่งไปยังเขาเทียนจี่

ซูเฟยหยุดยืนกลางโถงใหญ่ ลูบปลายนิ้วบนเสาแกะสลักมังกรทอง รอยยิ้มบางผุดขึ้น แต่ไม่ถึงดวงตา

ข้างนอก เสียงฝีเท้าของขันทีเวรลาดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเกินไปเหมือนตั้งใจให้รู้ว่ามีคนเฝ้าทุกฝีก้าว

นางรู้ดี… ตำหนักนี้ไม่ได้ถูกมอบให้เป็นเกียรติ แต่เป็นกรงทองที่สวยที่สุด

และในกรงนี้ ทุกคนในวังหลังกำลังจ้องจับผิด รอเพียงจังหวะที่นางก้าวพลาดเพื่อตะครุบทันที

เสียงซุบซิบเริ่มดังไปทั่วหรือว่าฮ่องเต้…กำลังเตรียมคืนศักดิ์ให้นาง แต่ไท่หวงไท่โฮว่ยังคงนิ่ง ไม่มีถ้อยคำใด นั่นคือสิ่งที่ทำให้ราชสำนักเริ่มรู้สึก…ว่าเงียบเกินไป

เจิ้งซูเฟยก้าวเข้าวังอีกครั้ง…ในฐานะผู้ที่เกือบถูกลอบสังหารและฮ่องเต้กำลังใช้เรื่องนี้ ทดสอบความซื่อสัตย์ของคนในวัง ใช้นางเป็นเบี้ยคอยดูว่าผู้ใดที่อยู่ฝั่งเขาบ้าง

หากนางตายทั้ง ๆ ที่อยู่ในการดูแลของเขา ย่อมทำให้บัลลังก์สั่นคลอน การที่บุตรชายละเลยมารดาผู้ให้กำเนิดจนถึงแก่ชีวิตย่อมถูกตราหน้าไปจนวันตาย ขุนนางที่อยู่อีกฝั่งจะยกมันขึ้นมาพูดอีกไม่รู้จบ

ส่วนไท่หวงไท่โฮว่…ก็เพียงจิบชา พริ้มยิ้ม และคิดอยู่ในใจ

“หากเจ้าเล่นหมาก…ก็จงอย่าลืมว่าเจ้าเรียนเกมนี้จากใคร”

หากเจ้าจะครองบัลลังก์ได้นานก็จงเรียนรู้…ว่าความอ่อนแอในสายตาผู้อื่นอาจเป็นดาบที่คมกว่ายุทธภัณฑ์ทั้งปวง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาว

    บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาวในห้วงเวลาที่ความมืดค่อย ๆ เลือนหายหลายคนเกิดคำถามว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาหลายต่อหลายวันเหตุใดจึงจบลงง่าย ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างกลับจบแล้วสามารถคุมตัวของอดีตไท่หวงไท่โฮว่ได้แต่นั่นไม่ได้แปลกอะไรเลย ฮ่องเต้ไม่ได้เพิ่งวางหมากไว้ตามจุดต่าง ๆ พระองค์จัดการเรื่องนี้พร้อมกับบิดาและมารดามานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาลงมือจริงจัง แม้ยามที่ยังไม่แน่ใจก็ไม่ได้ปล่อยให้เหล่าขุนนาง มิว่าจะฝั่งไหนหลุดรอดพ้นสายตา ไม่ใช่ติดตามเพื่อบังคับ แต่เพื่อจับตาว่าคนเหล่านั้นที่เป็นหูเป็นตาของเขาไม่ได้ทำผิดอันใด และเมื่อวางหมากเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่กินทีเดียว พลิกกลับทั้งกระดาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณข้อมูลสุดท้ายที่ทำให้ปิดจบทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน พระนางไม่น่าเร่งร้อนรีบเตรียมกองกำลังเลย เพราะการทำเช่นนั้น มันร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดข้อหาเกี่ยวพันการสิ้นพระชนของอดีตฮ่องเต้ แม้จะมีหลักฐาน แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อ แต่เพียงแต่ส่องสุ่มกำลังเท่านั้น ทุกคนเบนเข็มไปที่นาง และต่างชี้ว่าพระนางกระทำผิดอย่างชัดเจน คนที่ระวังตัวมาหลายสิบปี กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องง่าย ๆ แต่นั่นก็

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรม

    บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรมเสียงกระซิบคุยกันเบา ๆ คลายความเงียบลง ฮ่องเต้ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหนักแน่น ทรงยืนอยู่เบื้องหน้าขุนนางและไท่หวงไท่โฮว่สายพระเนตรฉายแววความเด็ดขาดและความโศกเศร้าจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพระองค์จะตรัสอะไร แต่เมื่อพระองค์เกริ่มเริ่มทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ไท่หวงไท่โฮว่บ่ายเบี่ยงมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกหนีได้อีกแล้ว ฮ่องเต้ถือราชโองการที่ตนเองออกไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยงพระสุรเสียงหนักแน่น“บัดนี้ความจริงปรากฏชัดผู้ที่เคยยืนอยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของราชวงศ์ผู้ที่ขับไล่เจิ้งซูเฟยออกจากวังและผู้ที่วางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน… ก็คือไท่หวงไท่โฮว่แห่งราชวงศ์นี้”คำสรุปนี้มิใช่ไม่เคยกล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการนี้ถูกกล่าต่อหน้า ไท่หวงไท่โฮ่ว และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะเหล่าขุนนางที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฮ่องเต้ ถูกจัดการเสียจนสิ้นระหว่างที่ไท่หวงไท่โฮ่วกำลังคิดจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ และเจิ้นซูเฟยในพระราชวัง ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราชโองการ การแสร้งยอมของฮ่องเต้ทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วไม่ได้มีเวลาจะไปใส่ใจกับนอกพระราชวัง แต่กลับต้องเสียแรงเสียเวลากับทางนี้จนลืมท

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 49 แผนลับในเงามืด

    บทที่ 49 แผนลับในเงามืดฮ่องเต้และเจิ้งซูเฟยนั่งล้อมรอบโต๊ะเล็ก ๆ บนโต๊ะนั่นมี แผนผังราชสำนักและรายงานข่าวกรองวางอยู่เบื้องหน้าแสงเทียนส่องประกายบนพระพักตร์ของทั้งสองพวกขุนนางวงนอกพวกเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัดแล้ว และก็โดนจับไปด้วยสาเหตุต่าง ๆ กันหลายคนแล้ว แต่ขุนนางใกล้ชิดและเหล่าอำนาจเก่าทั้งหลาย ไม่ใช่คนประเภทจัดการได้ง่าย ๆ คนเหล่านี้แม้มีความผิด แต่ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไท่หวงไท่โฮ่วทำคือแสร้างทำเป็นไม่รู้หรือไม่ยอมรับ แผนการใหม่จึงต้องบุกไปถึงแหล่ง แม้ว่านั่นจะอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่ยอมรับความผิดก็จับให้ได้คาหนังคาเขา เพราะหากไม่ตัดแข่งขาของไท่หวงไท่โฮว่ก็ไมมีวันที่จะพานางลงมาจากอำนาจที่นางถืออยู่ได้ เพราะบุญคุณต่างตอบแทน สิ่งที่นางทำให้เหล่าขุนนางพวกนั้น มีค่ามิใช่น้อย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยการภักดี และคอยช่วยเหลือดูแลนาง แต่เมื่อโค่นองครักษ์ ลำพัง สตรีในราชวังที่ไร้พิษสงก็คงจัดการได้ไม่ยากฮ่องเต้วางพระหัตถ์บนแผนผัง“เราต้องเปิดโปงกลุ่มขุนนางที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังไท่หวงไท่โฮว่ให้ได้ไม่เช่นนั้น แผ่นดินจะถูกบ่อนทำลายจากภายใน”เจิ้งซูเฟยจ้องมองอ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรง

    บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรงเสียงซุบซิบในท้องพระโรงเงียบลง เมื่อการปะทะเมื่อครู่สิ้นสุดทุกสายตาจับจ้องไปที่เจิ้งซูเฟยและไท่หวงไท่โฮว่ ที่เดินจากไปบรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง กับคนทั้งสอง ไม่ว่าจะจากฝั่งไหน ก็ล้วนอยากให้คนของตนชนะคนจากอีกฝ่าย เจิ้งซูเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหลมและดังพอให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยิน“หากความจริงถูกปิดบัง จะมีใครเหลือที่ยืนอยู่ในแผ่นดินนี้อีกเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกกลบฝังด้วยเงื้อมมือของอำนาจ!” เจิ้งซูเฟยพูดแม้จะรู้ว่าคำนั้นคงไม่อาจจะถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปแล้ว เพราะก่อนหน้าพระนางก็นิ่งเฉย แต่คำพูดเหล่านั้นมันกลับติดอยู่ในใจของเหล่าขุนนาง ไท่หวงไท่โฮว่ที่เดินยังไม่พ้นโถงกลับได้ยินทุกคน พระนาง หันกลับมาตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงด้วยแรงอาฆาต“เจ้าคิดว่าการกลับมาของเจ้า จะทำให้ราชวงศ์สงบสุขได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงการบ่อนทำลายความมั่นคงที่เราสร้างมาเป็นเวลานาน ความยุติธรรม และความจริงที่เจ้าเรียกหา ทำเพื่อชาวประชาจริงหรือ หรือเพียงแค่อยากแสดงบทคนดีเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ล้างมลทินที่เจ้าเป็นคนก่อเอง ”“ข้าเป็นคนก่อหรื

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์

    บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์ การพบเจอกับไท่หวงไท่โฮ่ว ทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่า งแต่มันไม่ใช่การอ่อนข้อหรือยอมแพ้ เขาแค่ไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองผิดอะไร แสงเทียนสาดส่องเงาอันนุ่มนวลบนพระพักตร์ ที่หมองเพราะความรู้สึกที่สับสน เสียงฝีเท้าของเจิ้งซูเฟยดังขึ้นอย่างเบา ๆ อีกฝ่ายขยับมายืนใกล้กับชายที่ครุ่นคิด ก่อนเจิ้งซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหมาย“ฝ่าบาท… แผนการทุกอย่างแม้จะซับซ้อนเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความจริงในใจของเราได้ หากพระองค์ยังไม่พร้อม ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งซูเฟย… ความจริงบางอย่างอาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไว้ได้โดยง่าย แต่เมื่ออยู่ตรงนี้ข้าต้องรับเอาไว้ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”เจิ้งซูเฟยก้าวเข้ามาใกล้“ข้าเข้าใจ… แต่ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะไม่มีวันก้าวผ่านเงามืดนั้นได้เลย”“ข้าไม่ได้อยากรอ เพียงอยากให้เวลาขยับเร็วขึ้นอีกนิด เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าเองก็อยากเห็นผลของมันพอ ๆ กับที่อยากจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อใด” ไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่กับขุนนางคนสนิ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืด

    บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืดไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์พระพักตร์เรียบเฉยแต่สา พระเนตรแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ พระนางทรงส่งสัญญาณให้ขันทีและขุนนางที่ไว้ใจเข้าพบแม้รู้ว่านางกำลังถูกต้อนจนจนมุมแล้ว แต่คนเช่นนางไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และนางจะไม่แพ้ ตรามใดที่ยังหายใจ นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดสิ่งที่นางคาดและคิดเอาไว้แล้ว ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และในแววตาก็แอบ ตัดพ้อ“แม้ฮ่องเต้จะไม่อยู่ฝ่ายพวกเรา แต่หมากการะดานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เจิ้งซูเฟยคิดว่าตนจะชนะ แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บัลลังก์ยังคงเป็นของข้าและผู้ที่ข้าเลือก” นางไม่เคยแต่งงานเพื่อความรัก และก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อความรัก ทุกสิ่งอย่างที่นางทำถูกกำหนดความคำที่นางบัญญัติขึ้นเพื่อความพอใจของนางเอง ทุกอย่างจะต้องเหมาะสมในสายตานาง และตอนนี้ฝ่าบาทที่เชื่อฟังแต่สตรีผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์เลยแม้แต่น้อยขันทีคนสนิทรับคำสั่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความระแวดระวังเจิ้งซูเฟยนั่งกับขุนนางใกล้ชิดพวกเขากำลังวางแผนรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไท่หวงไท่โฮว่เจิ้งซูเฟยมองไปยังเอกสารในมือ“ข้าจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status