Partager

บทที่ 6 น้ำตาแม่

last update Date de publication: 2025-11-20 11:54:22

บทที่ 6 น้ำตาแม่

ไท่หวงไท่โฮว่นั่งนิ่งงัน ท่ามกลางแสงตะวันเช้าสีอ่อนที่ลอดผ่านบานหน้าต่าง ซึ่งเปิดออกเพียงเล็กน้อยเพื่อรับลมอ่อน ๆ กลิ่นดอกเหมยแผ่วปลายลม แต่กลับไม่อาจกลบกลิ่นความตึงเครียดที่ลอยคลุ้งอยู่ในตำหนักได้

เสียงฝีเท้าขันทีค่อย ๆ ก้าวเข้ามา ก่อนจะหมอบลงกับพื้น หยุดอยู่ในระยะที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา

ลมเช้านั้นพัดพาเอาข่าวลือเข้ามาในวังหลังเร็วยิ่งกว่าใบบัญชาใด ๆ

“ไท่หวงไท่โฮว่เกรงกลัวอดีตซูเฟย จึงลอบปลงพระชนม์…”

“เจิ้งซูเฟยเกือบสิ้นใจ แต่ฮ่องเต้มาถึงทันเวลา…”

“หรือแท้จริง ฮ่องเต้เล็งเห็นว่ามารดาผู้ให้กำเนิดควรมีที่ในราชสำนัก…” แผนการของใครบางคนที่นางนึกสงสัย เป็นแผนการของหลานรักของตนนี่เอง

ไท่หวงไท่โฮว่เพียงหลับพระเนตร แย้มพระโอษฐ์น้อย ๆ คล้ายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นบางเบา แต่กลับทำให้ขันทีรู้สึกเหมือนมีคมมีดบางเฉือนผ่านต้นคอ

“พวกเขาคิดว่าข้าเป็นใครกัน… แม่เลี้ยงที่ทำเพื่อบัลลังก์มาตลอดงั้นหรือ” พระสุรเสียงเย็นเรียบแต่แฝงรอยเย้ยหยัน

ขันทีคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าไม่กล้าส่งเสียงตอบ เพียงก้มศีรษะต่ำจนหน้าผากเกือบติดพื้น เพราะในวังนี้ไม่มีผู้ใดกล้าคิดว่านางคือ มารดาผู้ให้กำเนิด ของฮ่องเต้ หากเป็นเช่นนั้นจริง คงไม่มีวันทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนอย่างไร้ความปรานีเช่นนี้

นับตั้งแต่โอรสลืมตาดูโลก นางได้ขีดเส้นทางชีวิตเขาด้วยมือของตนเอง บัญชาการบ้านเมืองจากหลังม่านตั้งแต่รัชศกก่อน เพราะฮ่องเต้พระองค์นั้นขึ้นครองราชย์ในวัยเพียงห้าพรรษา ตลอดหลายสิบปี นางไม่เคยปล่อยมือจากบังเหียนแห่งอำนาจ แม้เมื่อถึงเวลาต้องยกตำแหน่งให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ตาม

แต่ทันทีที่โอรสแต่งตั้งฮองเฮา และเริ่มโอนอำนาจกลับไปยังตำหนักหน้า วังหลังซึ่งเคยอยู่ในกำมือของนางก็เริ่มสั่นคลอน วุ่นวายมาตั้งแต่วันนั้น…

นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายพระเนตรนิ่งเหมือนสายน้ำ แต่แฝงประกายบางอย่างที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตานานเกินหนึ่งลมหายใจ

“เตรียมตำหนัก อย่าให้มีแม้แต่รอยฝุ่น ข้าจะเชิญคนของข้ามา”

ขันทีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “เชิญ…เพื่อตรัสสั่งการหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ใช่สั่งการ…ไม่ใช่กล่าวโทษให้พวกเขาสำนึกและจำว่า…ใครคือนาย” รอยยิ้มของนางอ่อนโยนราวมารดาที่กำลังเอ็นดูบุตร

“ให้ทุกคนรู้…ว่าจะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ต่อให้เจิ้งซูเฟยกลับมา”

เมื่อขุนนางที่ใกล้ชิดถูกเชิญเข้ามาในตำหนัก บรรยากาศที่ครอบงำก็เป็นทั้งความเกรงขามและความอึดอัด ไท่หวงไท่โฮว่นั่งบนบัลลังก์รอง พระพักตร์สงบ แต่ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับเหมือนคมดาบที่ตัดทางเลือกของคนฟัง

“แม้นางจะเป็นมารดาโดยสายเลือด…แต่ข้าคือผู้เลี้ยงดูเขามาด้วยมือของข้าเอง” เสียงนางไม่ดังมาก แต่ชัดเจนพอให้ทุกคนในห้องได้ยิน

“ข้าไม่เคยคิดแย่งบัลลังก์ ไม่เคยอาฆาตนางที่หมายจะสังหารโอรสของข้า เรื่องในอดีตข้าวางทิ้งไปหมดแล้ว…ข้าเพียงหวั่นใจว่า สิ่งที่ดีแล้ว จะกลับกลายเป็นไฟเผาราชสำนัก”

ถ้อยคำนั้นถูกกล่าวพร้อมเสียงสะอื้นแผ่วเบา มือเรียวยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา เสียงหยดน้ำตาตกกระทบเนื้อผ้าดังแผ่ว แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของผู้ฟังมากกว่าสิ่งใด

จิ่นกั๋วกงก้มศีรษะกลับออกไปพร้อมความลังเล อ๋องตงหลี่ที่ปกติช่างวาจากลับเงียบไปทั้งวัน แม้แต่แม่ทัพใหญ่ก็เอ่ยกับบุตรชายอย่างครุ่นคิด

“หากพระมารดาที่แท้จริงกลับมา แต่ทำให้แผ่นดินไม่สงบ…เจ้าจะเลือกสิ่งใด”

ฝั่งเจิ้งซูเฟย แม้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่ข่าวลือในวังเดินเร็วกว่าลมเหนือ หญิงรับใช้คนหนึ่งเอ่ยกระซิบระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง

“ไท่หวงไท่โฮว่ถึงกับทรุดป่วยนอนไม่ลุก…ตรัสเพียงว่าคิดถึงฝ่าบาท ไม่ต้องการสิ่งใดอีก”

เจิ้งซูเฟยเพียงยิ้มเยียบ ริมฝีปากโค้งขึ้นเล็กน้อย

“เมื่อศัตรูไม่ยกดาบ…ก็ยิ่งยากรับมือกว่าเดิม”

สตรีคนสนิทของนางขมวดคิ้ว “ท่านจะรับมือเช่นไรเพคะ”

“บนกระดานหมาก…นางเดินหมากเป็นน้ำตา” ซูเฟยเอ่ยพลางหยิบหมากตัวหนึ่งขึ้นหมุนระหว่างปลายนิ้ว “แต่บนแผ่นดินจริง…เลือดยังไหลไม่หยุด” นางวางหมากลงช้า ๆ แววตาสงบนิ่งแต่ลึกลงไปกลับเป็นประกายแข็งกร้าว

“หากการสะดุดครั้งนี้หมายถึงความพินาศของไท่หวงไท่โฮว่…ข้าจะยอมสะดุดเสียเอง”

หญิงคนสนิทลังเล “แต่วังหลังนี้มิใช่ที่ของคนพ่ายแพ้ หากท่านก้าวพลาด”

“ข้ารู้” ซูเฟยขัดขึ้นอย่างหนักแน่น “แต่ในหมากรุก…บางครั้งการยอมเสียตัวหมากหนึ่ง อาจเป็นหนทางสู่ชัยชนะ”

นางเหยียดยิ้มอีกครั้ง “อย่าลืม…ข้าไม่เคยเล่นเพื่อรักษาเพียงตัวหมาก ข้าเล่น…เพื่อชนะทั้งกระดาน แม้แต่ชีวิตข้า ข้ายังเคยเดิมพันกับมันไปแล้วหนหนึ่ง”

เสียงลมภายนอกพัดแรงขึ้น บานหน้าต่างสั่นน้อย ๆ ราวกับเตือนว่า ในวังหลังนี้ พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว และครั้งนี้…ไม่มีใครรู้แน่ว่าใครจะเป็นฝ่ายล้มก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาว

    บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาวในห้วงเวลาที่ความมืดค่อย ๆ เลือนหายหลายคนเกิดคำถามว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาหลายต่อหลายวันเหตุใดจึงจบลงง่าย ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างกลับจบแล้วสามารถคุมตัวของอดีตไท่หวงไท่โฮว่ได้แต่นั่นไม่ได้แปลกอะไรเลย ฮ่องเต้ไม่ได้เพิ่งวางหมากไว้ตามจุดต่าง ๆ พระองค์จัดการเรื่องนี้พร้อมกับบิดาและมารดามานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาลงมือจริงจัง แม้ยามที่ยังไม่แน่ใจก็ไม่ได้ปล่อยให้เหล่าขุนนาง มิว่าจะฝั่งไหนหลุดรอดพ้นสายตา ไม่ใช่ติดตามเพื่อบังคับ แต่เพื่อจับตาว่าคนเหล่านั้นที่เป็นหูเป็นตาของเขาไม่ได้ทำผิดอันใด และเมื่อวางหมากเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่กินทีเดียว พลิกกลับทั้งกระดาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณข้อมูลสุดท้ายที่ทำให้ปิดจบทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน พระนางไม่น่าเร่งร้อนรีบเตรียมกองกำลังเลย เพราะการทำเช่นนั้น มันร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดข้อหาเกี่ยวพันการสิ้นพระชนของอดีตฮ่องเต้ แม้จะมีหลักฐาน แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อ แต่เพียงแต่ส่องสุ่มกำลังเท่านั้น ทุกคนเบนเข็มไปที่นาง และต่างชี้ว่าพระนางกระทำผิดอย่างชัดเจน คนที่ระวังตัวมาหลายสิบปี กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องง่าย ๆ แต่นั่นก็

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรม

    บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรมเสียงกระซิบคุยกันเบา ๆ คลายความเงียบลง ฮ่องเต้ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหนักแน่น ทรงยืนอยู่เบื้องหน้าขุนนางและไท่หวงไท่โฮว่สายพระเนตรฉายแววความเด็ดขาดและความโศกเศร้าจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพระองค์จะตรัสอะไร แต่เมื่อพระองค์เกริ่มเริ่มทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ไท่หวงไท่โฮว่บ่ายเบี่ยงมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกหนีได้อีกแล้ว ฮ่องเต้ถือราชโองการที่ตนเองออกไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยงพระสุรเสียงหนักแน่น“บัดนี้ความจริงปรากฏชัดผู้ที่เคยยืนอยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของราชวงศ์ผู้ที่ขับไล่เจิ้งซูเฟยออกจากวังและผู้ที่วางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน… ก็คือไท่หวงไท่โฮว่แห่งราชวงศ์นี้”คำสรุปนี้มิใช่ไม่เคยกล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการนี้ถูกกล่าต่อหน้า ไท่หวงไท่โฮ่ว และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะเหล่าขุนนางที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฮ่องเต้ ถูกจัดการเสียจนสิ้นระหว่างที่ไท่หวงไท่โฮ่วกำลังคิดจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ และเจิ้นซูเฟยในพระราชวัง ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราชโองการ การแสร้งยอมของฮ่องเต้ทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วไม่ได้มีเวลาจะไปใส่ใจกับนอกพระราชวัง แต่กลับต้องเสียแรงเสียเวลากับทางนี้จนลืมท

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 49 แผนลับในเงามืด

    บทที่ 49 แผนลับในเงามืดฮ่องเต้และเจิ้งซูเฟยนั่งล้อมรอบโต๊ะเล็ก ๆ บนโต๊ะนั่นมี แผนผังราชสำนักและรายงานข่าวกรองวางอยู่เบื้องหน้าแสงเทียนส่องประกายบนพระพักตร์ของทั้งสองพวกขุนนางวงนอกพวกเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัดแล้ว และก็โดนจับไปด้วยสาเหตุต่าง ๆ กันหลายคนแล้ว แต่ขุนนางใกล้ชิดและเหล่าอำนาจเก่าทั้งหลาย ไม่ใช่คนประเภทจัดการได้ง่าย ๆ คนเหล่านี้แม้มีความผิด แต่ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไท่หวงไท่โฮ่วทำคือแสร้างทำเป็นไม่รู้หรือไม่ยอมรับ แผนการใหม่จึงต้องบุกไปถึงแหล่ง แม้ว่านั่นจะอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่ยอมรับความผิดก็จับให้ได้คาหนังคาเขา เพราะหากไม่ตัดแข่งขาของไท่หวงไท่โฮว่ก็ไมมีวันที่จะพานางลงมาจากอำนาจที่นางถืออยู่ได้ เพราะบุญคุณต่างตอบแทน สิ่งที่นางทำให้เหล่าขุนนางพวกนั้น มีค่ามิใช่น้อย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยการภักดี และคอยช่วยเหลือดูแลนาง แต่เมื่อโค่นองครักษ์ ลำพัง สตรีในราชวังที่ไร้พิษสงก็คงจัดการได้ไม่ยากฮ่องเต้วางพระหัตถ์บนแผนผัง“เราต้องเปิดโปงกลุ่มขุนนางที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังไท่หวงไท่โฮว่ให้ได้ไม่เช่นนั้น แผ่นดินจะถูกบ่อนทำลายจากภายใน”เจิ้งซูเฟยจ้องมองอ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรง

    บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรงเสียงซุบซิบในท้องพระโรงเงียบลง เมื่อการปะทะเมื่อครู่สิ้นสุดทุกสายตาจับจ้องไปที่เจิ้งซูเฟยและไท่หวงไท่โฮว่ ที่เดินจากไปบรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง กับคนทั้งสอง ไม่ว่าจะจากฝั่งไหน ก็ล้วนอยากให้คนของตนชนะคนจากอีกฝ่าย เจิ้งซูเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหลมและดังพอให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยิน“หากความจริงถูกปิดบัง จะมีใครเหลือที่ยืนอยู่ในแผ่นดินนี้อีกเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกกลบฝังด้วยเงื้อมมือของอำนาจ!” เจิ้งซูเฟยพูดแม้จะรู้ว่าคำนั้นคงไม่อาจจะถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปแล้ว เพราะก่อนหน้าพระนางก็นิ่งเฉย แต่คำพูดเหล่านั้นมันกลับติดอยู่ในใจของเหล่าขุนนาง ไท่หวงไท่โฮว่ที่เดินยังไม่พ้นโถงกลับได้ยินทุกคน พระนาง หันกลับมาตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงด้วยแรงอาฆาต“เจ้าคิดว่าการกลับมาของเจ้า จะทำให้ราชวงศ์สงบสุขได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงการบ่อนทำลายความมั่นคงที่เราสร้างมาเป็นเวลานาน ความยุติธรรม และความจริงที่เจ้าเรียกหา ทำเพื่อชาวประชาจริงหรือ หรือเพียงแค่อยากแสดงบทคนดีเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ล้างมลทินที่เจ้าเป็นคนก่อเอง ”“ข้าเป็นคนก่อหรื

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์

    บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์ การพบเจอกับไท่หวงไท่โฮ่ว ทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่า งแต่มันไม่ใช่การอ่อนข้อหรือยอมแพ้ เขาแค่ไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองผิดอะไร แสงเทียนสาดส่องเงาอันนุ่มนวลบนพระพักตร์ ที่หมองเพราะความรู้สึกที่สับสน เสียงฝีเท้าของเจิ้งซูเฟยดังขึ้นอย่างเบา ๆ อีกฝ่ายขยับมายืนใกล้กับชายที่ครุ่นคิด ก่อนเจิ้งซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหมาย“ฝ่าบาท… แผนการทุกอย่างแม้จะซับซ้อนเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความจริงในใจของเราได้ หากพระองค์ยังไม่พร้อม ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งซูเฟย… ความจริงบางอย่างอาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไว้ได้โดยง่าย แต่เมื่ออยู่ตรงนี้ข้าต้องรับเอาไว้ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”เจิ้งซูเฟยก้าวเข้ามาใกล้“ข้าเข้าใจ… แต่ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะไม่มีวันก้าวผ่านเงามืดนั้นได้เลย”“ข้าไม่ได้อยากรอ เพียงอยากให้เวลาขยับเร็วขึ้นอีกนิด เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าเองก็อยากเห็นผลของมันพอ ๆ กับที่อยากจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อใด” ไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่กับขุนนางคนสนิ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืด

    บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืดไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์พระพักตร์เรียบเฉยแต่สา พระเนตรแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ พระนางทรงส่งสัญญาณให้ขันทีและขุนนางที่ไว้ใจเข้าพบแม้รู้ว่านางกำลังถูกต้อนจนจนมุมแล้ว แต่คนเช่นนางไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และนางจะไม่แพ้ ตรามใดที่ยังหายใจ นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดสิ่งที่นางคาดและคิดเอาไว้แล้ว ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และในแววตาก็แอบ ตัดพ้อ“แม้ฮ่องเต้จะไม่อยู่ฝ่ายพวกเรา แต่หมากการะดานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เจิ้งซูเฟยคิดว่าตนจะชนะ แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บัลลังก์ยังคงเป็นของข้าและผู้ที่ข้าเลือก” นางไม่เคยแต่งงานเพื่อความรัก และก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อความรัก ทุกสิ่งอย่างที่นางทำถูกกำหนดความคำที่นางบัญญัติขึ้นเพื่อความพอใจของนางเอง ทุกอย่างจะต้องเหมาะสมในสายตานาง และตอนนี้ฝ่าบาทที่เชื่อฟังแต่สตรีผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์เลยแม้แต่น้อยขันทีคนสนิทรับคำสั่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความระแวดระวังเจิ้งซูเฟยนั่งกับขุนนางใกล้ชิดพวกเขากำลังวางแผนรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไท่หวงไท่โฮว่เจิ้งซูเฟยมองไปยังเอกสารในมือ“ข้าจ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 19 เบี้ยกลับด้าน

    บทที่ 19 เบี้ยกลับด้านบางครั้ง สิ่งที่ฆ่าศัตรูได้…ไม่ใช่ดาบหรือยาพิษ หากแต่คือความเชื่อผิด ๆ ที่เราปล่อยให้มันงอกงามในใจของอีกฝ่ายหลังความผิดพลาดครั้งก่อน เสี่ยวหลิงระมัดระวังตัวมากขึ้น คิดว่าตนซ่อนพิษในน้ำชาได้แนบเนียนแล้ว ทว่าเจิ้งซูเฟยกลับมิได้ลงโทษหรือต่อว่า กลับมอบความไว้วางใจให้มากกว่าเดิมเ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 2 มารดา

    บทที่ 2 มารดาห้องทรงพระอักษรเงียบสงัด ราวกับแม้เสียงลมหายใจก็เป็นสิ่งต้องห้ามชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำทองนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ประจำราชสำนัก ดวงเนตรเรียบนิ่งของเขาแน่วนิ่งมองประตูไม้จันทน์บานใหญ่เบื้องหน้า“เปิด”เสียงรับสั่งเพียงหนึ่งคำ ประตูบานนั้นจึงเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยร่างของสตรีในชุดผ้าหยาบผู้ห

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 1 อดีตนักโทษการเมือง

    บทที่ 1 อดีตนักโทษการเมืองกลิ่นหอมของบุปผาดอกไม้ฤดูร้อนทั่ววังหลัง ขันทีเดินเรียงรายอยู่สองฝั่ง เสียงฝีเท้าคนก้าวย่ำบนทางหินหยกเขียวเป็นจังหวะเรียบเสมอ“ทูลไท่หวงไท่โฮว่… นางผู้นั้นมาถึงหน้าประตูวังหลังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยโค้งตัวต่ำ เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างไม่อาจกลั้นได้พระเนตรคู่งามของสตรีวัย

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทนำ

    บทนำสายฝนโปรยปรายในยามพลบค่ำ… บางเบา ราวกับเสียงกระซิบของผู้ตายสายลมเย็นย่ำผิวแก้มจนแดงเรื่อ ร่างของสตรีในชุดคลุมผ้าหยาบสีหม่นยืนนิ่งใต้ต้นหลิวโบราณ เบื้องหน้าเป็นประตูวังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของนางวังหลังอันโอ่อ่าตระการตา ที่ยามนี้กลับเงียบงันเยียบเย็นดุจสุสาน“สิบห้าปี…”เสียงของนางแผ่ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status