LOGINเมื่อลู่เซวียนเฉ่าต้องเลือกระหว่างเข้าวัง กับแต่งเป็นฮูหยินน้อยอวี้ นางจึงเลิกอย่างหลังเพื่อรอวันหย่าจะได้ใช้ชีวิตของตนเอง แต่กลับตกหลุมพรางรักให้ชายร้อยเล่ห์เช่นอวี้เหวินจิ้ง
View More“อ๊าย...ท่านพี่!!!”เสียงกรีดร้องยามรุ่งสางจากเรือนของฮูหยินน้อยและนายน้อยอวี้ดังขึ้น พร้อมกับเสียงขว้างปาข้าวของดังโครมคราม เหล่าบ่าวไพร่ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับสองสามีภรรยา ไม่รู้ว่าวันนี้มีเรื่องผิดใจอันใดกัน เมื่อวานยังรักใคร่หวานฉ่ำ“เฉ่าเอ้อร์ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ”“ท่านพี่ทำข้าเช่นนี้แล้วข้าจะออกไ
ตกกลางคืนลู่เซวียนเฉ่ากำลังนั่งปักผ้าแก้เหงาอยู่ลำพังได้ยินเสียงอึกกระทึกด้านหน้าเรือนจึงให้จางถิงถิงบ่าวอีกคนออกไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนายน้อยนางจึงหุบปากแล้วเชิญนายหญิงออกมาชมเองจะดีกว่า “นายหญิงเจ้าคะ...หน้าเรือนเจ้าคะ” จางถิงถิงวิ่งตื่นตูมไปเรียกเจ้านายของตนเอ
ตะวันลับเหลี่ยมเมฆาท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนกับแสงตะวันสีทองที่กำลังลับฟ้าลงไป ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัดทนสู้เพื่อมีชีวิตต่อนอนร้องไห้ทั้งน้ำตา ลู่เซวียนเฉ่าอยู่กับความหวังที่จะพบมารดาสักครั้ง แต่เมื่อพบเพียงกระดูกที่ไร้วิญญาณของมารดา มันก็ยากจะทำใจยอมรับ ‘ท่านแม่’ นางคิดถึงใบหน้าที
“ไท่จื่อ!!” อวี้เหวินจิ้งไม่คิดว่ากระทั่งสหายก็มาด้วย เกินที่เขาคาดไปมาก ทุกคนในจวนคุกเข่าประสานมือไม่กล้าขัดคำสั่งฟ้า “ใต้เท้าลู่ กระทำการละเลยไม่ดูแลบุตรสาวปล่อยให้ยากลำบาก ไม่พอยังหูเบาเชื่อฟังคำอนุชั่วช้า ลงโทษให้ปลดจากตำแหน่งราชครู คืนสู่คนธรรมดาสามัญไม่อาจรับราชการได้อีกเผยห
ความโกลาหนในเรือนหลังจวนสกุลู่อันซอมซ่อที่ไม่มีใครสน แต่มีดวงตาคู่หนึ่งที่แฝงตัวอยู่บนต้นไม้มองการกระทำของผู้นายด้วยรอยยิ้มเบิกกว้าง “โถ...ติดใจขาหมูหรือคนตุ๋นกันแน่ คิก คิก!!!” เขาหัวเราะอยู่ชั่วครู่ ก็เร่งนำข่าวดีนี้ไปเรียนนายท่านกับฮูหยิน อวี้ ปรากฏว่าเขากลับได้รางวัลมากมาย “พ่อ
“ไปสืบมา สตรีผู้นั้นอยู่ที่ใดข้าอยากรู้นักว่า เหตุใดท่านแม่กล้าวางแผนได้ลึกลับซับซ้อน” เขาสั่ง “ขอรับนายน้อย” เมิ่งจื่อประสานมือรับคำสั่งแล้วออกไปทันทีอวี้เหวินจิ้งรู้ทันทีว่า คนที่ปล่อยข่าวออกไปจากจวน หากไม่ได้รับคำสั่งจากผู้กุมอำนาจอย่างมารดาของเขา ล้วนไม่มีใครกล้าปริปากเรื่องไม่จริง เท่
ลู่เซวียนเฉ่า อมยิ้มให้กับบุรุษหลงตัวเองหลังจากได้ของที่ต้องการแล้ว นางจึงเดินไปรับถุงตำลึงที่ร้านส่งผ้าปักขายไว้ เพราะเถ้าแก่ร้านไม่อยู่ นางจึงฝากคนดูแลร้านส่งของให้ เดี๋ยวหลังจากซื้อของเสร็จคิดว่าค่อยมาเอา จนผ่านไปร้านบะจ่างทำให้นึกถึงบ๊ะจ่างฝีมือมารดา จำได้ครั้งยังเด็ก เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเ
อวี้เหวินจิ้งรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูก เขาจะปล่อยให้สตรีผู้นั้นถูกแย่งไปได้เช่นไรกัน และขณะที่กำลังขบคิดอยู่นั้นจดหมายที่เขาให้คนไปส่งก็ตอบกลับมา โดยที่เมิ่งจื่อถือมาด้วยตัวเอง “จดหมายของกุ้ยฮวาใช่หรือไม่ เอามารีบเอา” อวี้เหวินจิ้งแค่เห็นจดหมายก็ยื้อแย่งจากคนของตนไปอ่านเพียงลำพังในห้อง





