Mag-log inริมฝีปากหยักลึกค่อยๆ ถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่งและเชื่องช้า ราวกับคนที่มีความอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ดังก้องแข่งกันในความเงียบสงัดของห้องนอนที่มืดสลัว หน้าผากกว้างของทียังคงแนบชิดติดกับหน้าผากมนของนลิน ลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นออกมารินรดปลายจมูกของกันและกัน สื่อให้เห็นถึงความปรารถนาที่กำลังปะทุเดือดอยู่ในร่างกายของคนทั้งสอง
นัยน์ตาคมกริบของชายหนุ่มวูบไหวอย่างรุนแรง ความต้องการทางเพศที่ถูกจุดติดขึ้นกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบจะมอดไหม้ เขามองสบเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังฉ่ำปรือและแดงเรื่อของหญิงสาวใต้ร่าง มองกลีบปากบวมเจ่อที่เพิ่งผ่านการบดจูบเมื่อครู่ ความเย้ายวนที่อยู่ห่างเพียงแค่คืบทำเอาเขากัดกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ทว่าท่ามกลางไฟราคะที่กำลังโหมกระหน่ำ ความรักและความทะนุถนอมที่มีต่อเธอกลับร้องเตือนดึงสติของเขาเอาไว้ ทีสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนของลูกผู้ชายเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เขาค่อยๆ ขยับใบหน้าถอยห่างออกมาทีละนิด แม้ว่าร่างกายทุกส่วนจะประท้วงเรียกร้องให้เขากลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวก็ตาม “ลิน... พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ฝ่ามือหนาที่เคยกอบกุมใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นยันฟูกเตียงเอาไว้เพื่อพยุงตัวออกห่าง “พี่... พี่ทนไม่ไหวแล้วลิน ถ้าเราจูบกันต่อ พี่จะหยุดตัวเองไม่ได้แล้วจริงๆ” นลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกวูบโหวงเข้าจู่โจมเมื่อไออุ่นจากร่างกายของเขาผละออกไป หญิงสาวปรือตามองผู้ชายตรงหน้า เห็นหยาดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามขมับและเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณลำคอแกร่ง บ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังทรมานกับการใช้ความอดทนมากแค่ไหน “ทำไมคะ...” เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบา “พี่ทีรังเกียจลินเหรอ” “พี่จะรังเกียจลินได้ยังไง พี่ต้องการลิน... ต้องการจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” ทีสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีนิลจ้องมองเธอด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด “แต่ลินกำลังเมา พี่ไม่อยากเอาเปรียบลินตอนที่ลินไม่เป็นตัวของตัวเอง พี่ไม่อยากให้พรุ่งนี้เช้าลินตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเสียใจ หรือคิดว่าเรื่องคืนนี้มันเป็นแค่ความผิดพลาด... พี่รับไม่ได้หรอกนะ ถ้าลินจะเกลียดพี่เพราะเรื่องนี้” เหตุผลของเขาทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของนลินกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจ ผู้ชายคนนี้... แม้ในวินาทีที่ความต้องการทางร่างกายพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขาก็ยังคงนึกถึงความรู้สึกและศักดิ์ศรีของเธอเป็นอันดับแรก เขาให้เกียรติเธอมากเหลือเกิน หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้า นลินค่อยๆ หยัดตัวลุกขึ้นนั่ง สองมือเล็กเอื้อมไปจับที่สาบเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม ออกแรงดึงเบาๆ ให้เขาขยับเข้ามาใกล้ นัยน์ตากลมโตที่เคยเลื่อนลอยจากฤทธิ์เหล้า บัดนี้กลับสุกใสและเด็ดเดี่ยวอย่างคนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ “พี่ทีฟังลินนะ...” นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาของเธอไม่มีความลังเลเจือปนอยู่อีกต่อไป “ลินไม่ได้เมา อาจจะมึนๆ ไปบ้าง แต่มันไม่ได้ทำให้ลินขาดสติ ลินรู้ตัวดีทุกอย่าง รู้ว่าตัวเองกำลังพูดอะไร กำลังทำอะไร และรู้ว่ากำลังอยู่กับใคร” “ลิน...” “ลินมีสติดีค่ะ และลินจะจดจำทุกอย่างในคืนนี้ได้เป็นอย่างดี จำได้ว่าความรู้สึกของลินมันชัดเจนแค่ไหน” หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นไปทาบลงบนแก้มสากของชายหนุ่ม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากหยักลึกของเขา “ลินอยากให้เป็นพี่ที ให้ความอ้างว้างของลินจบลงที่พี่ ได้โปรด...” สิ้นคำว่า ‘ได้โปรด’ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม เส้นด้ายแห่งความอดทนเส้นสุดท้ายของทีก็ขาดสะบั้นลงอย่างไม่อาจซ่อมแซมได้อีกต่อไป ความมีเหตุผลทั้งหมดถูกโยนทิ้งไปในวินาทีนั้น ชายหนุ่มโฉบใบหน้าลงมาประกบจูบเรียวปากบางอย่างรวดเร็วและดุดัน ไม่มีความอ่อนโยนหรืออ้อยอิ่งเหมือนในคราแรกอีกต่อไป มีเพียงความเร่าร้อน หิวกระหาย และความปรารถนาที่แผดเผา ริมฝีปากหนาบดเบียด ขยี้เคล้นกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปควานหาความหอมหวานในโพรงปาก กวาดต้อนเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็กที่พยายามตอบโต้เขาอย่างเงอะงะ รสชาติของความรักผสมผสานกับความมัวเมาจนนลินหัวหมุน สองแขนเล็กตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่น รั้งให้เขาทาบทับลงมาจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสกับฟูกเตียงอีกครั้ง สองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัวเนียอยู่บนเตียงกว้าง มือหนาของทีลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวอย่างหลงใหล ความร้อนจากฝ่ามือสากทะลุผ่านเนื้อผ้าของชุดเดรสเข้าสู่ผิวเนื้อนวลจนนลินสะดุ้งเฮือก ชายหนุ่มจัดการปลดเปลื้องปราการที่ขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองออกอย่างรวดเร็วแต่ทว่ายังคงความทะนุถนอม ชุดเดรสตัวสวยถูกรั้งผ่านศีรษะและโยนทิ้งไปที่พื้นห้อง ตามด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ของเขาที่หลุดร่วงตามไปติดๆ อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่ แต่ก็ไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในได้ นลินบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มผละจากเรียวปาก พรมจูบซุกไซ้ลงมาตามลาดไหล่เนียนและซอกคอขาวผ่อง เขาดูดกลืนและขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยรักสีจาง “อ๊ะ... พี่ที...” เสียงหวานครางกระเส่าหลุดลอดออกมาเมื่อเขาเคลื่อนใบหน้าลงมาครอบครองยอดปทุมถันที่กำลังชูชันท้าทายสายตา ลิ้นร้อนตวัดรัวสลับกับการดูดดึงอย่างหยอกเย้า ทำเอานลินต้องแอ่นอกรับด้วยความรัญจวนใจ มือเล็กขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของชายหนุ่มแน่น ระบายความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วทุกเส้นประสาท เขาปรนเปรอเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เต็มไปด้วยความรักและการเชิดชูราวกับเธอคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต ฝ่ามือร้อนลูบไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะแทรกผ่านเข้าไปในจุดที่อ่อนไหวที่สุดของหญิงสาว นลินสะดุ้งเฮือก สองขาเรียวหนีบเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ แต่ชายหนุ่มก็ลูบปลอบประโลมที่หน้าขาเนียนเบาๆ เพื่อให้เธอผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวเริ่มขยับเข้าออกเพื่อเบิกทางและสร้างความคุ้นชิน จังหวะจากเนิบนาบแปรเปลี่ยนเป็นรัวเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ นลินหอบหายใจแฮก ดวงตาพร่ามัว ร่างกายบิดเร่าไปมาตามจังหวะที่เขาชักนำ คลื่นความสุขลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นสายรุ้งหลากสี หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ ร่างกายกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาอาบชโลมนิ้วของเขา ทียกยิ้มอย่างพึงใจที่สามารถพัดพาเธอไปแตะขอบสวรรค์ได้สำเร็จ เขายืดตัวขึ้น ขยับเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรียวขางาม นัยน์ตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำปรือของหญิงสาวใต้ร่าง ก่อนจะค่อยๆ ประคองตัวตนที่ปวดร้าวและพร้อมเต็มที่ของเขา จ่อจดอยู่ที่ช่องทางรักที่คับแคบ “ลิน... มองหน้าพี่นะครับ” ทีเอ่ยกระซิบเสียงพร่า พิงหน้าผากเข้ากับหน้าผากของเธอ “ลินกำลังจะเป็นของพี่แล้วนะ... เป็นของพี่ทีคนเดียว” “ค่ะ ลินยอมเป็นของพี่ทีคนเดียว...” สิ้นคำอนุญาตที่แสนหวาน ทีก็ค่อยๆ กดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปในกายสาวอย่างเชื่องช้า ความคับแน่นและไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาต้องสูดปากด้วยความเสียวซ่าน นลินนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดที่แทรกซึมเข้ามาจากการถูกรุกล้ำเป็นครั้งแรก น้ำตาหยดใสไหลกลิ้งลงมาจากหางตา เมื่อเห็นเธอน้ำตาซึม ทีก็หยุดการเคลื่อนไหวทันที เขาก้มลงจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาให้อย่างอ่อนโยน พรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ “เจ็บมากไหมคนดี พี่ขอโทษนะ พี่จะทำเบาๆ” เขาปลอบประโลมด้วยความสงสาร “ลินทนได้ค่ะ พี่ทีเข้ามาเถอะนะคะ ลินอยากเป็นของพี่แล้ว” นลินตอบกลับพร้อมกับส่ายหน้า สองมือเล็กเอื้อมไปลูบแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาเป็นการกระตุ้น เมื่อหญิงสาวพร้อม ทีก็ค่อยๆ ดันตัวตนเข้าไปจนสุดทาง ความรู้สึกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบทำให้คนทั้งคู่ครางกระหึ่มออกมาพร้อมกัน ชายหนุ่มแช่นิ่งไว้ชั่วครู่เพื่อให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกถอนเข้าออกด้วยจังหวะที่เนิบนาบและเชื่องช้าที่สุด ความเจ็บปวดในคราแรกเริ่มเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเสียวซ่านและวาบหวามที่ยากจะบรรยาย จังหวะรักค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอน ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจและเสียงครางหวานหูที่ดังก้องแข่งกัน “อ๊า... พี่ที... ลิน... อื้ออ” นลินครางเสียงหลง เล็บจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่เขาส่งมา ทุกจังหวะการสอดประสานเต็มไปด้วยความหนักแน่นและลึกซึ้ง ราวกับเขากำลังฝากฝังความรักทั้งหมดที่มีให้ซึมลึกเข้าไปในทุกอณูของเธอ ทีโน้มตัวลงมากอดรัดร่างบอบบางเอาไว้แน่น ริมฝีปากบดจูบแลกเปลี่ยนลมหายใจกับเธออย่างดูดดื่ม สะโพกสอบเร่งจังหวะกระแทกเข้าออกรัวเร็วและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง เหงื่อกาฬแตกพลั่กอาบไปทั่วร่างกายของคนทั้งสองที่แนบชิดกันจนไม่มีช่องว่าง “ลิน... พี่รักลินนะ... รักลินที่สุดเลย...” ทีกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหู “ลินก็... รักพี่ทีค่ะ... อ๊าา!” นลินหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อคลื่นความสุขลูกใหญ่ปะทะเข้าใส่ ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของชายหนุ่มแน่นจนเขาต้องครางคำรามในลำคอ ทีเร่งจังหวะสอดใส่เข้าออกอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะรีบดึงออกและปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความรักอุ่นวาบลงบนหน้าท้องของหญิงสาว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบหน้ากับลาดไหล่เนียน หอบหายใจแฮก กอดรัดร่างของหญิงสาวที่เพิ่งผ่านพ้นพายุสวาทเอาไว้แน่นเนิ่นนาน นลินลูบแผ่นหลังของเขาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อเบาๆ รอยยิ้มแห่งความสุขและอิ่มเอมใจประดับอยู่บนริมฝีปาก เมื่อลมหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติ ทีค่อยๆ เอื้อมไปหยิบทิชชูบนหัวเตียง ทำความสะอาดให้เธอทุกที่ที่เปรอะเปื้อน ก่อนจะพลิกตัวลงไปนอนตะแคงเคียงข้าง ดึงร่างบอบบางของนลินเข้ามากอดแนบอก ผ้าห่มผืนหนาถูกตวัดขึ้นมาคลุมร่างของคนทั้งสองเพื่อมอบความอบอุ่น เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนของเธออย่างแสนรัก “ลินเป็นของพี่แล้วนะ” เขากระซิบเสียงนุ่ม “พี่จะไม่มีวันปล่อยลินไปเด็ดขาด ต่อให้ลินจะไล่พี่ พี่ก็จะหน้าด้านอยู่ตรงนี้แหละ” นลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงของเขา “ลินไม่ไล่หรอกค่ะ ลินจะขังพี่ทีไว้ด้วยซ้ำ” ท่ามกลางความมืดและอ้อมกอดที่รัดรึง นลินหลับตาลงด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ค่ำคืนนี้เธอได้สูญเสียความโดดเดี่ยวที่เกาะกินหัวใจมาหลายปี และได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่มาเติมเต็มจนล้นปรี่ความเงียบสงัดทิ้งตัวลงปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอันโอ่อ่าของรองประธานกรรมการบริหาร ราวกับว่าแม้แต่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศก็ยังถูกสูบกลืนหายไปจนหมดสิ้น อากาศภายในห้องที่เคยเย็นฉ่ำ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกอึดอัดและหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกเตชินนั่งนิ่งงันอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองหญิงสาวด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยและสั่นไหวอย่างรุนแรง สายตาของเขาถูกตรึงเอาไว้กับกระดาษ A4 สีขาวแผ่นบางที่วางเด่นหลาอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตรงหน้า‘ใบคำร้องขอย้ายแผนก’ตัวอักษรสีดำที่ถูกพิมพ์อย่างเป็นทางการเหล่านั้น เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปกลางใจของผู้ชายที่เพิ่งจะทุ่มเทดูแลเธออย่างสุดกำลังตลอดหลายวันที่ผ่านมา เตชินกวาดสายตาอ่านเหตุผลที่เธอระบุไว้ในจดหมายอย่างรวดเร็ว...‘เพื่อความเหมาะสม... เพื่อพัฒนาศักยภาพตามสายงานเดิม...’ข้อความพวกนี้มันก็แค่ข้ออ้างทางธุรกิจที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาบังหน้าเท่านั้น เขารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไรนลินกำลังจะหนีเขาไปอีกแ
ตลอดระยะเวลาสามวันที่นลินต้องนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลจากอาการหน้ามืดหมดสติ เตชินใช้อำนาจของรองประธานกรรมการบริหารสั่งลางานให้เธออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และไม่เพียงแค่นั้น ตัวเขาเองก็ยังยกเลิกตารางงานที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเพื่อมาคอยเฝ้าไข้ ดูแลเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำเธออย่างใกล้ชิดไม่ยอมห่าง ความอ่อนโยนและทะนุถนอมที่เขาแสดงออกอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้กำแพงความเย็นชาที่นลินเพียรสร้างขึ้นมาเริ่มมีรอยร้าว ทว่าความสับสนในหัวใจก็ยังคงตีรวนอยู่ลึกๆจนกระทั่งเช้าวันจันทร์... วันที่นลินยืนยันเสียงแข็งว่าร่างกายของเธอหายเป็นปกติและพร้อมกลับไปทำงานแล้วหญิงสาวก้าวเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ของตึกอิมพีเรียล คอร์ปอเรชันด้วยชุดสูทกางเกงสีครีมเรียบหรู ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวกลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเดินไปสมทบกับกลุ่มพนักงานที่กำลังยืนรอลิฟต์โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนทันทีที่เธอแทรกตัวเข้าไปยืนรวมกลุ่ม บรรยากาศรอบข้างที่เคยมีเสียงพูดคุยจอแจตามประสาเช้าวันจันทร์กลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต
บรรยากาศบนชั้น 35 ของอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน ตลอดหลายวันที่ผ่านมาดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ หลังจากค่ำคืนพายุฝนที่เต็มไปด้วยการสาดอารมณ์และน้ำตา นลินก็สร้างกำแพงน้ำแข็งที่หนาและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง หญิงสาวเปลี่ยนโหมดการทำงานเป็น ‘หุ่นยนต์’ อย่างเต็มรูปแบบ เธอสื่อสารกับเตชินเฉพาะเรื่องงานที่จำเป็นเท่านั้น ถามคำตอบคำ ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งอารมณ์ และหลีกเลี่ยงการสบตาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส“บอสคะ นี่รายงานสรุปยอดขายของสาขาภูเก็ตค่ะ ดิฉันตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว หากไม่มีอะไรแก้ไข ดิฉันขอตัวไปเคลียร์ดาต้าของไตรมาสหน้าต่อนะคะ”น้ำเสียงราบเรียบและท่าทีที่ห่างเหินของนลิน ทำเอาเตชินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานได้แต่ลอบถอนหายใจยาว ชายหนุ่มรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดูเพียงผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้ามองพื้นราวกับว่าลายพรมบนห้องนั้นน่าสนใจนักหนา“นลิน วันนี้คุณดูซีดๆ นะ พักผ่อนบ้างหรือเปล่า” เตชินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นใต้ตาที่หมองคล้ำและริมฝีปากที่แห้งผากของเธอ
ปัง!บานประตูห้องชุดขนาดกะทัดรัดถูกปิดลงพร้อมกับระบบล็อกอัตโนมัติที่ทำงานทันที นลินทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ร่างบอบบางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ในความมืดมิดของห้องที่คุ้นเคย ทว่าวันนี้มันกลับดูอ้างว้างและเหน็บหนาวกว่าทุกวัน เสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ดังกึกก้องสอดประสานกับเสียงหัวใจที่แตกสลายของเธอหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถตลอดทางเดินตั้งแต่ล็อบบี้จนถึงหน้าห้อง บัดนี้พังทลายลงมาอย่างไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป นลินทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนพื้นพรมหน้าประตู ปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนา เสียงสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสนิท“ทำไม... ทำไมพี่ต้องกลับมาทำร้ายลินอีก...” หญิงสาวพร่ำถามตัวเองผ่านม่านน้ำตาสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความรวดร้าว และน้ำเสียงที่พยายามอธิบายเรื่องราวบ้าๆ พวกนั้น มันกำลังตีรวนอยู่ในสมองของเธอจนแทบจะระเบิด นลินยกมือขึ้นกุมขมับ ส่ายหน้าไปมาราวกับคนเสียสติ เธอไม่อยากรับรู้ ไ
ความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยุโรปคันหรูหนักอึ้งราวกับมีก้อนตะกั่วถ่วงอยู่ มีเพียงเสียงที่ปัดน้ำฝนทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก นลินนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ปล่อยให้น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบโดยไม่คิดจะเช็ดมันออก ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นเท่ากับความเหน็บหนาวที่เกาะกินอยู่ก้นบึ้งของหัวใจการสะบัดมือของเขาออกเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเป็นผู้ชนะเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับไปสะกิดแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ให้เปิดอ้าออกอีกครั้ง ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ สัมผัสที่คุ้นเคย มันกำลังทำร้ายเธออย่างเลือดเย็นที่สุด เพราะมันตอกย้ำให้เธอรู้ว่า เธอไม่เคยลืมเขาได้เลย และเธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกครั้งเตชินขับรถต่อไปด้วยความเร็วที่ช้าลงกว่าเดิมมาก มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นัยน์ตาคมกริบที่เคยมั่นใจและทรงอำนาจ บัดนี้เต็มไปด้วยความรวดร้าวและสับสน เขาลอบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่สะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างเป็นระยะ เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มใสแล้วหัวใจของเขาก็เหมือนถูกบีบขยี้ เข
ข่าวลือมักจะเดินทางเร็วกว่าความจริงเสมอ... และในออฟฟิศขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนับพันชีวิต ข่าวคราวการปะทะกันกลางห้องประชุมบอร์ดบริหารเมื่อช่วงเช้าก็ถูกกระพือไปไกลจนกู่ไม่กลับหลังจากที่นลินหอบหลักฐานชิ้นสำคัญตอกหน้า ‘เอมอร’ จนอีกฝ่ายต้องถูกพักงานและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน สายตาของเพื่อนร่วมงานที่เคยมองเธอด้วยความเฉยเมยก็เปลี่ยนไป บางคนมองด้วยความชื่นชมและเกรงใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะมองด้วยสายตาจับผิดและซุบซิบนินทาว่าเธอคือ ‘เด็กเส้น’ ที่มีรองประธานบริษัทคอยหนุนหลังและออกตัวปกป้องอย่างออกหน้าออกตาเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาและคำถามเหล่านั้น นลินจึงเลือกที่จะขลุกตัวอยู่แต่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเองบนชั้น 35 หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเคลียร์ข้อมูลสถิติของโปรเจกต์อื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง เธอปฏิเสธคำชวนไปทานมื้อเที่ยงของพรีม โดยอ้างว่างานล้นมือ และเลือกที่จะนั่งกินแซนด์วิชเย็นๆ อยู่ที่โต๊ะแทนเวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มเศษ กรณ์เลิกงานและขอตัวกลับไปตั้งแต่หกโมงเย็น ทิ้งให้พื้นที่หน้าห้องผู้บริหารเหลือเพียงความเงียบสงัด นลินปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื







