LOGINบรรยากาศภายในห้องชุดขนาดกะทัดรัดมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดไฟริมถนนที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้อง ทีใช้เท้าดันบานประตูให้ปิดลงพร้อมกับระบบล็อกที่ทำงานอัตโนมัติ สองแขนแกร่งยังคงโอบประคองร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกของนลินเอาไว้แน่น หญิงสาวทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาที่เขา ศีรษะทุยซบอยู่กับลาดไหล่กว้าง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่เจือกลิ่นค็อกเทลรสหวานยังคงรินรดอยู่ที่ซอกคอของชายหนุ่ม ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาทำงานหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ทีพยายามกวาดสายตามองฝ่าความมืดเพื่อหาตำแหน่งสวิตช์ไฟ ทว่ามือเล็กของคนเมากลับขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน หรือกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไว้กลางทาง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนหนักใจ เขาตัดสินใจกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น แล้วพยุงร่างของเธอเดินฝ่าความสลัวตรงเข้าไปยังห้องนอนที่เปิดประตูแง้มทิ้งไว้แทนที่จะเสียเวลาเปิดไฟข้างนอก
เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปรากฏอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางความมืดมิด ทีค่อยๆ ประคองร่างของนลินให้ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่สัมผัสกับความนุ่มของฟูกสปริง หญิงสาวก็เอนตัวโงนเงนเตรียมจะล้มตัวลงนอนทั้งที่ยังแต่งตัวเต็มยศและสวมรองเท้าอยู่
“เดี๋ยวครับลิน นั่งก่อนนะ ถอดรองเท้าก่อนครับจะได้นอนสบายๆ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยปรามอย่างอ่อนโยน เขารั้งลาดไหล่บางเอาไว้ไม่ให้เธอล้มตัวลงไป
ชายหนุ่มย่อตัวลงคุกเข่าบนพื้นพรมตรงหน้าหญิงสาว แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟริมถนนที่ส่องลอดเข้ามาทำให้เขาพอมองเห็นใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มได้อย่างชัดเจน ทีเอื้อมมือไปจับที่ข้อเท้าเล็ก ค่อยๆ ปลดสายรัดรองเท้าส้นสูงของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสจากปลายนิ้วสากที่ลากผ่านข้อเท้าขาวเนียนทำให้คนเมาสะดุ้งน้อยๆ เปล่งเสียงครางอืออาในลำคอ แต่ก็ยอมปล่อยให้เขาจัดการถอดรองเท้าออกให้แต่โดยดี
เมื่อรองเท้าทั้งสองข้างถูกถอดออกและนำไปวางไว้ข้างเตียงอย่างเป็นระเบียบ ทีก็ขยับตัวลุกขึ้นยืน เขาก้มลงมองผู้หญิงที่กำลังนั่งหลับตาโอนเอนไปมาด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอม ความรู้สึกสงสารปะปนกับความโกรธเคืองเจ้านายของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในอก แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือความต้องการที่จะปกป้องดูแลผู้หญิงคนนี้ ไม่ให้เธอต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกภายนอกเพียงลำพังอีกต่อไป
“นอนนะครับคนเก่ง วันนี้ลินเหนื่อยมามากพอแล้ว พักผ่อนนะ”
ทีเอ่ยกระซิบเสียงนุ่ม ฝ่ามือหนาประคองเข้าที่ลาดไหล่บางทั้งสองข้าง ค่อยๆ ออกแรงรั้งให้ร่างของเธอเอนหลังลงไปสัมผัสกับความนุ่มของหมอนใบโต นลินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหาท่าทางที่สบายที่สุด ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปดึงผ้าห่มผืนหนาที่พับอยู่ปลายเตียงขึ้นมาคลุมทับร่างของเธอจนถึงระดับอก เพื่อป้องกันความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เขาเพิ่งเอื้อมมือไปกดเปิดเมื่อครู่นี้
จังหวะที่ทีโน้มตัวลงไปเพื่อจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่และคลุมมิดชิด ใบหน้าคมคายของเขาก็ลอยอยู่เหนือใบหน้าหวานเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่รินรดกันและกันในความเงียบสงัดของห้องนอน ชายหนุ่มชะงักงัน ราวกับถูกมนต์สะกดให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาทอดสายตามองแพขนตางอนยาวที่ทาบทับอยู่บนพวงแก้มใสซึ่งบัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ริมฝีปากบางที่เผยอขึ้นเล็กน้อยช่างดูเย้ายวนจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เขาอยากจะประทับริมฝีปากลงไปเพื่อซึมซับความหอมหวานนั้น อยากจะกอดรัดร่างบอบบางนี้ไว้แนบกาย ทว่าสติสัมปชัญญะที่คอยย้ำเตือนว่าเธอไม่ได้สติและกำลังเมามาย ทำให้เขาต้องข่มกลั้นความปรารถนาทั้งหมดเอาไว้ ทีหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงสติตัวเองกลับมา และเตรียมจะผละตัวลุกขึ้นยืนเพื่อเดินออกไปจากห้องนี้ก่อนที่ความยับยั้งชั่งใจของเขาจะขาดลง
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะขยับตัวถอยห่าง เปลือกตาบางของคนที่เขาคิดว่าหลับสนิทไปแล้วกลับค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น
ดวงตากลมโตที่เคยสุกใส บัดนี้ฉ่ำปรือและชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้ง นัยน์ตาสีนิลของหญิงสาวสะท้อนแสงไฟสลัวในห้อง สบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของชายหนุ่มที่ลอยอยู่เหนือใบหน้าของเธอพอดิบพอดี
ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากปากของคนทั้งคู่ มีเพียงความเงียบที่โรยตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่กลับเป็นความเงียบที่ดังกึกก้องไปด้วยความรู้สึก เสียงหัวใจสองดวงเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกันดังก้องอยู่ในความเงียบนั้น แรงดึงดูดที่มองไม่เห็นราวกับแม่เหล็กต่างขั้วกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง ตรึงสายตาของพวกเขาให้ผสานกันแน่นจนไม่สามารถละสายตาไปมองสิ่งอื่นได้
เวลาเดินช้าลงราวกับมีใครไปกดปุ่มสโลว์โมชัน นลินจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงแค่ปลายจมูกกั้น ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่หมุนวนอยู่ในกระแสเลือดอาจทำให้ร่างกายของเธอไร้เรี่ยวแรง แต่มันกลับทำให้ความรู้สึกลึกๆ ในใจที่เคยถูกปิดบังไว้ด้วยความขลาดกลัวและความหวาดระแวง ปรากฏชัดเจนขึ้นมาอย่างไร้ข้อกังขา
เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร และรู้ใจตัวเองดีที่สุดว่าผู้ชายตรงหน้านี้มีความหมายต่อเธอมากแค่ไหน
“พี่ที...”
เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบที่ล่องลอยอยู่ในสายลม มือเล็กที่โผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมา ค่อยๆ ยกขึ้นแตะลงบนสันกรามคมของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า สัมผัสสากจากไรหนวดอ่อนๆ ที่ปลายนิ้วทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น
“ครับลิน พี่ยังอยู่ตรงนี้” ทีตอบรับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สัมผัสจากมือเล็กของเธอเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปไหน กลัวว่าหากขยับเพียงนิดเดียว ช่วงเวลาแสนวิเศษนี้จะมลายหายไปเหมือนภาพลวงตา
“วันนี้ลินรู้สึกแย่มากเลยค่ะ...” นลินเอื้อนเอ่ยความรู้สึกในใจออกมาอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาฉ่ำปรือยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงตาของเขา ไม่หลบหลีก “ลินคิดว่าโลกนี้มันช่างโหดร้ายและใจดำกับลินเหลือเกิน ลินเหนื่อยจนไม่อยากจะสู้กับอะไรอีกแล้ว...”
ชายหนุ่มรับฟังอย่างตั้งใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เห็นเธอต้องเผชิญกับความทุกข์ใจ ฝ่ามือหนาค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือเล็กที่กำลังจับแก้มเขาเอาไว้หลวมๆ
“แต่พอ... พอพี่ทีมาหาลิน...” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่งดงามและสว่างไสวที่สุดเท่าที่ทีเคยเห็น “พอมีพี่ทีอยู่ข้างๆ โลกที่มันเคยมืดมิดของลิน มันก็กลับมาสว่างอีกครั้ง ทุกอย่างที่มันหนักอึ้ง มันดูเบาลงไปหมดเลย”
“ลิน...”
“ลินรู้สึกดี... รู้สึกดีมากๆ ที่มีพี่ทีอยู่ในชีวิต” นลินสารภาพความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างหมดเปลือก ไม่มีกำแพงความกลัวหรือความลังเลใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป “ลินรู้สึกปลอดภัยเวลาที่ได้คุยกับพี่ รู้สึกอบอุ่นเวลาที่พี่มองมา ลินรู้สึกดีกับพี่ทีนะคะ... รู้สึกดีมากๆ เลย”
คำสารภาพที่แสนบริสุทธิ์และจริงใจของหญิงสาว ทำเอาหัวใจของคนฟังพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก ทีเลื่อนฝ่ามือหนาขึ้นมากอบกุมมือเล็กของเธอ ก่อนจะจรดริมฝีปากจุมพิตลงบนฝ่ามือนุ่มอย่างแสนรักและทะนุถนอม
“ลินรู้ไหม... ว่าพี่รอฟังคำนี้มานานแค่ไหน” ทีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยจากความตื้นตันใจ นัยน์ตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สื่อสารทุกความรู้สึกที่มีอยู่ล้นอกให้เธอได้รับรู้ “ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราคุยกัน ลินก็กลายเป็นความสบายใจเดียวของพี่ ท่ามกลางความวุ่นวายและความเครียดทั้งหมดในชีวิต พี่เฝ้ารอเวลาที่จะได้คุยกับลินทุกคืน และตั้งแต่ที่พี่ได้เจอลิน ได้เห็นรอยยิ้มของลิน... พี่ก็รู้ตัวเลยว่า พี่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้หายไปจากชีวิตพี่อีกแล้ว”
ชายหนุ่มขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด จนปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว
“พี่ก็รู้สึกดีกับลินครับ รู้สึกดีมากๆ... พี่รักลินนะ”
สิ้นคำสารภาพรักที่แสนหนักแน่นและลึกซึ้ง กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็สลายหายไปจนหมดสิ้น นลินหลับตาลง ปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความสุขให้ไหลรินลงมาทางหางตา เผยอริมฝีปากขึ้นรับสัมผัสที่เฝ้ารอคอย
ทีไม่รอช้าอีกต่อไป เขาประคองใบหน้าหวานด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดเบียดริมฝีปากของเขาลงบนเรียวปากบางของเธออย่างนุ่มนวลและแผ่วเบา
มันไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงหรือเต็มไปด้วยความหิวกระหายทางอารมณ์ แต่มันคือจูบที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก ความโหยหา และความรู้สึกดีๆ ที่ถูกถักทอและสะสมมาตลอดหลายเดือน ริมฝีปากหยักลึกค่อยๆ ขยับเม้มกลีบปากนุ่มอย่างเชื่องช้า ซึมซับความหอมหวานและส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้หญิงสาวได้รับรู้
นลินตอบรับจุมพิตนั้นด้วยความเต็มใจ สองแขนเล็กสอดขึ้นคล้องลำคอแกร่ง รั้งให้เขาลงมาแนบชิดยิ่งขึ้น รสชาติของความรักที่ผสมผสานกับกลิ่นค็อกเทลบางเบา ทำให้หัวใจของทั้งสองดวงเต้นประสานกันเป็นจังหวะที่งดงามที่สุด การไต่ระดับความรู้สึกดำเนินไปอย่างอ้อยอิ่ง ไม่เร่งรีบ แต่กลับสลักลึกลงไปในทุกอณูความทรงจำ ในค่ำคืนที่ความรู้สึกของคนสองคนได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“แง้! ไม่เอา! ทัชจะเอาไดโนเสาร์! ทัชไม่กินข้าว!”เสียงร้องไห้จ้าสลับกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งตึงตังไปทั่วเพนต์เฮาส์สุดหรู ดังก้องกังวานต้อนรับเช้าวันใหม่ที่แสนจะวุ่นวาย ‘น้องทีทัช’ เด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบเศษที่กำลังอยู่ในวัยกำลังซนและพลังงานล้นเหลือ กำลังวิ่งหนีผู้เป็นพ่อพร้อมกับกอดตุ๊กตาไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ตัวโปรดไว้แน่น ไม่ยอมมานั่งที่โต๊ะอาหารเช้าแต่โดยดี“ทีทัชครับ มาหาปะป๊าเร็วลูก กินข้าวไข่ตุ๋นก่อนเดี๋ยวปะป๊าพาไปเล่นประกอบหุ่นยนต์นะ”ภาพของรองประธานกรรมการบริหารหนุ่มสุดเนี้ยบแห่งอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน บัดนี้อยู่ในสภาพที่ทำเอาพนักงานบริษัทมาเห็นคงต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตชินในชุดกางเกงสแล็กสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอออกสามเม็ดเพื่อระบายความร้อน มือข้างหนึ่งถือชามข้าวเด็กลายเป็ดน้อย ส่วนอีกมือถือผ้ากันเปื้อน วิ่งไล่ต้อนลูกชายตัวแสบไปรอบโซฟาตัวใหญ่ด้วยสภาพเหงื่อตกในขณะที่สมรภูมิระหว่างพ่อกับลูกกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ร่างของว่าที่คุณแม่ลูกสองก็กำลังนั่งหน้ามุ่ย น้ำตาคล
เสียงเกลียวคลื่นสีเทอร์ควอยซ์กระทบเสาไม้ของวิลล่าหรูส่วนตัวกลางทะเลมัลดีฟส์ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอขับกล่อมบรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ให้แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก สายลมเอื่อยพัดผ่านบานประตูหน้าต่างที่เปิดกว้าง หอบเอากลิ่นอายความสดชื่นของมหาสมุทรอินเดียเข้ามาภายในห้องพัก ทว่าบนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม ร่างบอบบางของ ‘นลิน’ กลับกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปด้วยความเคร่งเครียดที่ขัดกับบรรยากาศการฮันนีมูนอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวถอนหายใจยาวพรืด ขณะเลื่อนเมาส์ปิดหน้าต่างแดชบอร์ดสรุปยอดขายบนเว็บนิยาย หลังจากนั่งวิเคราะห์กลยุทธ์การตั้งราคาอีบุ๊กและเช็กยอดดาวน์โหลดของผลงานเรื่องที่ผ่านมาจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว นลินก็เปิดไฟล์เอกสารหน้าเปล่าขึ้นมาเพื่อเตรียมโครงเรื่องสำหรับนิยายเรื่องใหม่... ทว่าเคอร์เซอร์ที่กะพริบวิบวับอยู่บนหน้าจอกลับว่างเปล่าพอๆ กับจินตนาการในหัวของเธอตอนนี้นิยายเรื่องใหม่ของนามปากกา ‘ลานิน’ เธอตั้งใจจะเขียนแนวออฟฟิศโรมานซ์ที่มีความแซ่บและเผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม โดยวางพล็อตให้เป็นความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างท่านประธานจอมโหดผู้เย็นชา กับเลขาฯ สาวส
สายลมโชยอ่อนพัดพาความเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวของคฤหาสน์อัครโภคิน บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ที่แสงแดดทอประกายสีทองอ่อนๆ อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ งานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ตามความต้องการของเจ้าสาว ไม่ได้เชิญแขกเหรื่อระดับวีไอพีหรือนักธุรกิจนับพันคนเหมือนงานแต่งงานทั่วไปของมหาเศรษฐี แต่มีเพียงครอบครัว ญาติสนิท และเพื่อนฝูงที่รักใคร่คุ้นเคยกันจริงๆ เท่านั้นที่มาร่วมเป็นพยานในวันสำคัญนี้ภายในห้องพักรับรองที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องแต่งตัว เจ้าสาวคนสวยกำลังยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ นลินในวัยย่างสามสิบปี ดูงดงามหมดจดในชุดแต่งงานผ้าไหมออร์แกนซ่าสีขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์เปิดไหล่เผยไหปลาร้าสวยงาม กระโปรงทรงเอไลน์ทิ้งตัวพริ้วไหวดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความหวานละมุน ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ประดับด้วยเทียร่าดอกไม้คริสตัลเล็กๆ ที่ส่องประกายล้อแสงไฟ“สวยมากเลยยัยลิน สวยจนฉันอยากจะร้องไห้เลยเนี่ย” พรีม เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางใช้กระดาษท
นับตั้งแต่วันที่ความลับเรื่องลูกน้อยในครรภ์ถูกเปิดเผยกลางงานแจกลายเซ็น ชีวิตของนลินก็แทบจะถูกยกระดับขึ้นเป็น ‘ไข่ในหิน’ ระดับพรีเมียมที่ได้รับการทะนุถนอมดูแลอย่างสูงสุดจากว่าที่คุณพ่อป้ายแดงเตชินแทบจะย้ายฐานบัญชาการจากชั้น 35 ของอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน มาตั้งอยู่ที่ห้องรับแขกบ้านของนลิน ชายหนุ่มหอบแฟ้มเอกสารมานั่งเซ็นไปพลาง คอยปอกผลไม้และชงนมอุ่นๆ ให้ว่าที่คุณแม่ไปพลาง อาการคลั่งรักที่ว่าหนักหนาสาหัสแล้วในอดีต บัดนี้กลับทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าเมื่อเขากำลังจะได้เป็นพ่อคนเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม อายุครรภ์ของนลินก้าวเข้าสู่เดือนที่หก หน้าท้องของหญิงสาวนูนป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนไม่สามารถปกปิดด้วยเสื้อผ้าโอเวอร์ไซซ์ได้อีกต่อไป ร่างกายที่อวบอิ่มขึ้นตามสรีระของคุณแม่ตั้งครรภ์ ทำให้เตชินยิ่งหวงแหนและแทบจะไม่ยอมให้เธอขยับตัวทำอะไรที่หนักเกินไปเลยแม้แต่น้อยเย็นวันศุกร์อันแสนเงียบสงบ จู่ๆ พรีม เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งฝ่ายบุคคลคนเก่งของบริษัท ก็บุกมาหาเธอถึงที่บ้านพร้อมกับชุดเดรสคลุมท้องเปิดไหล่สีขาวมุกที่ตัดเย็บอย่างประณีต“ลุกขึ้นมาแต
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาห้าเดือนเต็มที่นลินก้าวออกมาจากอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน เพื่อทุ่มเทให้กับเส้นทางนักเขียนอย่างเต็มตัว เป็นห้าเดือนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งความสำเร็จในหน้าที่การงาน และ... ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่กำลังก่อกำเนิดชีวิตใหม่ณ ลานกิจกรรมอีเวนต์ฮอลล์ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานคร บรรยากาศเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนและนักอ่านนับร้อยชีวิตที่มารอต่อคิวกันตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด ป้ายแบ็กดรอปขนาดใหญ่เบื้องหลังเวที ปรากฏภาพปกนิยายสีสันสวยงามพร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนว่า ‘งานเปิดตัวหนังสือและแจกลายเซ็น เล่ห์รักท่านประธานร้าย โดย นามปากกา ลานิน’ผลงานเรื่องใหม่ของเธอเรื่องนี้ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการนิยายรักโรแมนติก ยอดพรีออเดอร์ถล่มทลายจนสำนักพิมพ์ต้องสั่งตีพิมพ์ซ้ำตั้งแต่สัปดาห์แรก แฟนคลับมากมายต่างตกหลุมรักคาแรกเตอร์ ‘ท่านประธานเตชินท์’ ที่ทั้งเผด็จการแต่ก็คลั่งรักนางเอกแบบสุดหัวใจ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า พระเอกในนิยายเรื่องนี้ มีตัวตนอยู่จริงและกำลังนั่
คฤหาสน์อัครโภคินอันโอ่อ่าและเงียบสงบในยามสาย บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นส่วนตัวของคุณท่านแห่งตระกูล ผู้ซึ่งเป็นบิดาของเตชิน อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเงียบสงบ หลังจากผ่านวิกฤตสุขภาพและอาการโคม่ามาได้ ร่างกายของคุณท่านก็ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นตามลำดับจนสามารถกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วบนโซฟาบุหลุยส์ข้างเตียงผู้ป่วย คุณหญิงดาริกากำลังนั่งปอกผลไม้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดและกังวลใจ ข่าวการประกาศกร้าวของเตชินกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้หล่อนรู้สึกเสียหน้าและโกรธเคือง แต่ในขณะเดียวกัน ผลงานการบริหารที่ก้าวกระโดดของลูกชายก็ทำให้หล่อนไม่อาจหาข้ออ้างใดมาคัดค้านความสามารถของเขาได้อีก“คุณดาริกา ทำไมพักนี้หน้าตาดูหมองๆ ไปล่ะ มีเรื่องอะไรให้คิดหนักงั้นหรือ” เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของสามีเอ่ยทักขึ้น คุณท่านที่นั่งพิงหมอนใบโตอยู่บนเตียง ลอบสังเกตภรรยามาหลายวันแล้วคุณหญิงดาริกาชะงักมีดปอกผลไม้ ถอนหายใจยาว “ก็เรื่องตาเตชินนั่นแหละค่ะคุณ ดื้อรั้นไม่ยอมฟังใคร ประกาศหักหน้าฉันกลางที่ประชุมเพื่อปกป้องผู้หญิงไม่มีห







