Mag-log inเขาเรียนอยู่ชั้นมอฯหก
ชั่วโมงแรกของแต่ละวันทุกห้องจะต้องเป็นชั่วโมงโฮมรูมแปลว่าตอนนี้เขาจะต้องอยู่ห้องประจำของครูที่ประจำชั้น
นักเรียนชั้นมอฯหกจะอยู่กันที่ตึกรูปตัวแอล พวกห้องเอจะอยู่ชั้นสาม ตัวอักษรเอคือสายการเรียน ส่วนตัวเลขด้านหลังตัวอักษรนั้นจะแบ่งนักเรียนตามผลการเรียนในแต่ละปี
ฉันเริ่มจากห้องท้ายสุดคือห้องเอห้า ในขณะที่มองหาเขาคนนั้นฉันเองก็ถูกสายตาของนักเรียนคนอื่นจ้องมองมาราวกับเป็นตัวประหลาดเช่นเดิม บางคนก็มองกันแบบไม่ชอบใจ บางสายตาก็มองแบบเย้ยหยัน
เพิ่งรู้ว่าโรงเรียนนี้มันไม่ได้น่าเรียนอย่างที่ใครหลายคนคิดอยากจะมาเรียนเลย ค่าเทอมก็แพงติดอันดับต้นๆ สังคมในโรงเรียนก็ไม่น่าอยู่อย่างที่ใครพูดไว้ หรือมันเสียเพราะใครบางคนฉันเองก็ไม่รู้
"ว่าไงเด็กใหม่" พี่เชนที่ยืนคุยกับเพื่อนอีกคนอยู่ตรงระเบียงเดินออกมาขวางทางฉันที่กำลังจะไปตามหาตัวพี่เธีย ถ้าเขาอยู่ตรงนี้แสดงว่าหมอนั่นก็คงอยู่แถวนี้แหละเพราะเขาเป็นเพื่อนกันนี่
"หนูมาหาพี่เธีย เขาอยู่ไหนคะ" ฉันเอ่ยปากถามผู้ชายหน้าตาดีตรงหน้าที่ฉันมองว่าเขาดูเป็นมิตรและนิสัยดีมากกว่าเพื่อนเขาหลายเท่า จนแอบสงสัยว่าพวกเขาคบกันไปได้ยังไง
"หืม มาหามันถึงนี่เลย มีไรเหรอ" พี่เชนทำสีหน้าแปลกใจไม่น้อยแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นยิ้มขำๆ
"หนูมีเรื่องต้องคุยกับเขาหน่อย" ขณะพูดฉันก็ใช้สายตากวาดมองไปบริเวณนั้นแต่ก็ไม่เห็นคนที่อยากจะคุยด้วย กลับเจอแต่สายตาแปลกๆจากพวกรุ่นพี่แทนโดยเฉพาะกับพวกผู้หญิงที่ยืนคุยกันเป็นกลุ่ม
"มันอยู่ห้องไอทีชั้นห้า" ขณะพูดพี่เชนก็ยังยิ้มเช่นเดิม ถึงแม้มันจะดูเจ้าเล่ห์แต่ฉันก็รู้สึกว่ารอยยิ้มของเขามันน่ามองจริงๆ นั่นเพราะเขาหน้าตาดีล่ะมั้ง
พอได้คำตอบที่ต้องการฉันก็รีบไปห้องที่ว่านั้นทันที ถ้าจำไม่ผิดห้องนั้นฉันเคยไปส่งยัยดรีมครั้งหนึ่ง ตอนที่มันโดนครูเรียกไปช่วยหอบเอกสาร
"ยัยพราว!" ตอนที่หันหลังกลับมาเพื่อจะขึ้นไปชั้นบนก็เจอเข้ากับยัยเพื่อนสองคนที่คงวิ่งตามฉันมา เหนื่อยแทนพวกมันนะที่ดันมาคบกับเด็กใหม่อย่างฉันที่เหมือนจะสร้างแต่เหตุการณ์น่าเป็นห่วง
"ตามมาทำไมกัน"
"ยังจะมีหน้ามาถามอีก นี่แกคิดจะทำอะไรหา!" ดรีมทำตวาดใส่เหมือนอยากให้ฉันยอมฟัง แต่ฉันดูออกตั้งแต่วันแรกที่เจอกันว่ายัยนี่ใจดีกว่าใคร
"ไปคุยเรื่องบี๋"
"หยุดเลยนะ เชื่อฉันเถอะ อย่าไปยุ่งกับคนอย่างพี่เธียเลย" ฉันไม่ได้หยุดอย่างที่เพื่อนต้องการแถมยังรีบเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นโดยมียัยดรีมกับธัญญ่าเดินตามมาบ่นติดๆ
"ฉันไม่ได้อยากยุ่ง แต่เขาไม่ควรทำให้ใครต้องเป็นแบบนี้"
ฉันไม่ฟังคำเตือนของเพื่อนรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เปิดแอรเย็นเฉียบ ภายในห้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์เรียงรายกันเต็มไปหมด ต้องใช้สายตากวาดมองหาคนที่อยากคุยอยู่นานจึงเห็นว่ามีคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่หน้าจอสว่างจ้า จนเห็นใครบางคนนั่งอยู่ตรงนั้น เขาแทบจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่ามีใครเข้ามา สายตาเอาแต่จดจ้องอยู่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าจริงจัง
"..."
จนกระทั่งฉันมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างเขาถึงหันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เมื่อวานพี่ทำอะไรบี๋" ไม่ต้องรอให้เขาถามฉันก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาทันที พี่เธียยังคงนิ่งสายตาของเขามองฉันแบบที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เราสบตากันสู้กันอย่างไม่ยอมแพ้จนเป็นเขาที่เบือนหน้าหนีแล้วหันไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยท่าทีรำคาญฉันเต็มทน "คิดว่าตัวเองใหญ่แล้วจะรังแกใครก็ได้หรือไง"
"ใครกันแน่ที่ทำ"
คิดอยู่แล้วว่าเขาต้องผลักความผิดทั้งหมดมาให้ฉัน
"สาบานได้ไหมว่าจำหน้าหนูไม่ได้ พี่แค่อยากแกล้งเลยทำเป็นจำไม่ได้แล้วลากคนอื่นมารังแกแทน"
"หึ..." เขาหัวเราะในลำคอแบบกวนๆโดยที่ไม่ได้มองมาที่ฉัน ยัยเพื่อนสองคนยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆแถมยังทำหน้าสยดสยองเต็มทน ไม่รู้ว่าทำไมต้องกลัวหมอนี่นักหนา "ยัยนั่นย้ายโรงเรียนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ"
"เพราะพี่ทำให้เขาอับอายไง!"
"..."
"ทำตัวมีปัญหาแบบนี้ทำไมกัน เที่ยวแต่รังแกคนอื่น นิสัยไม่ดี!" ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรเขาก็ทำเป็นนิ่งและไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว
นิ่งเสียจนฉันรู้สึกแปลกๆ
"พ่อแม่ไม่รักหรือยังไงกัน!"
ปึก!
สมองของฉันประมวลผลคิดคำด่าอยู่ไม่กี่วินาทีก็ต้องหยุดลงดื้อๆเมื่อผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าผุดลุกขึ้นมาด้วยความรวดเร็วก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งของเขากระชากคอเสื้อของฉันเข้าไปหาตัวเองจนตัวฉันลอยไปตามแรงของเขา
"ปล่อยนะ!"
"ยัยพราว!" ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเรียกชื่อด้านหลังด้วยความเป็นห่วง แต่ตอนนี้ฉันโดนหิ้วอย่างกับลูกหมา
"เธอต้องการอะไร" เขาถามเสียงเรียบแต่ฉันเห็นแววตาคู่นั่นแฝงไปด้วยความดุดัน ถึงเขาจะไม่ได้พูดเสียงดังหรือตะคอกแต่ฉันกลับรู้สึกเสียวหลังวาบเพราะสายตาของเขาดูเลือดเย็นเหลือเกิน รู้ตัวอีกทีฉันก็พูดไม่ออกหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ "ใครสั่งเธอมาปั่นหัวฉันเล่น"
"..."คำพูดที่คิดจะปฏิเสธกลายเป็นน้ำลายเหนียวก้อนหนึ่งที่กลืนลงไปอย่างยากลำบาก มือของฉันที่จับตรงข้อมือของเขาอยู่ ยิ่งออกเท่าไหร่ยิ่งรู้สึกอ่อนแรงลงกว่าเดิมเพราะสู้แรงอีกคนไม่ไหว
"พี่เธียเพื่อนหนูมันไม่ตั้งใจหรอก ไอ้พราวขอโทษพี่เขาดิ" ยัยเพื่อนสองคนโบกไม้โบกมืออยู่ด้านหลังเหมือนกลัวฉันจะโดนผู้ชายตรงหน้าฆ่าตายอย่างนั้นแหละ
"ขอโทษ! ปล่อยได้ยัง" เอาจริงๆมันมีทั้งกลัวทั้งโมโหปะปนกันไปหมด พยายามจะพูดดีแล้วแต่รู้สึกไม่อยากยอมคนแบบนี้เลย
"..." เพราะฉันไปสะกิดโดนจุดหนึ่งจุดใดของเขาที่ไม่ควรแตะต้องล่ะมั้งแต่ไม่เห็นต้องรุนแรงขนาดนี้เลย
"อยากยุ่งกับฉันนักเหรอ" พูดจบเขาก็ค่อยๆคลายมือออกจากคอเสื้อ ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งโกรธจัดเมื่อกี้นี้เปลี่ยนเป็นแสยะยิ้ม "ก็หนีตายให้ทันแล้วกัน"
ในวันแต่งงานของเราพี่เธียเปิดบ้านรับแขกแต่เช้า เขาแทบจะนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำล่ะมั้งเพราะฉันเห็นเขาเข้านอนตอนเที่ยงคืนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่งขนาดว่าเราไม่ได้เตรียมอะไรมาก จ้างแม่บ้านมาช่วยจัดโต๊ะและทำกับข้าวเลี้ยงแขกที่มีแต่สามสิบกว่าคน พี่เธียก็ยังคงตื่นเต้นกว่าฉันอีก“ไม่คิดเลยนะว่าจะได้เห็นแกอยู่กับพี่เธียวันนี้อีก” เสียงของดรีมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไปทางพี่เธีย ตอนนี้เขากำลังอุ้มน้องพอร์ชไปให้คุณพ่อของเขาอยู่และมีพ่อของฉันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้”ฉันมองภาพรอบๆ ตัว ที่มีผู้คนหลายสิบคนแต่ล้วนเป็นคนที่เรารักและสนิทสนม ทั้งญาติทั้งเพื่อน และที่สำคัญมีพี่เธียอยู่ในนั้นมันทำให้คิดถึงวันที่พวกเราเจอกันครั้งแรกและตอนที่เรายังเป็นเด็กมัธยม ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหนฉันก็ยังคงมองเห็นเขาชัดเจนที่สุด ราวกับว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผู้ชายที่ชื่อว่า…เธีย“แกล่ะ ไม่พาเขามาด้วยเหรอ” ฉันถามเพื่อนสนิทเพราะไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอคนรักของมัน ก่อนจะหันไปมองใครอีกคนที่ดรีมเคยชอบมากๆ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้“เขายุ่งๆ แต่เห็นบอกว่าจะมา” ดรีมตอบแล้วยิ้มให้ฉันบ้าง ก่อนจะห
Episode 64 —The end —เราสองคนคุยกับผู้ใหญ่แล้วว่าจะจัดงานแต่งหลังจากที่พี่เธียเรียนจบ อย่างน้อยก็เพื่อนเชิญญาติและเพื่อนสนิทมาเป็นพยานรักให้กับเราทั้งคู่ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็อีกหลายเดือนฉันคุยกับพี่เธียว่าเราจะไม่จัดงานใหญ่โต เน้นแค่พบปะและพูดคุยกัน เลี้ยงอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแบบโต๊ะยาว ฉันชอบความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเลยขอพี่เธียจัดงานที่เพนเฮ้าส์ของเรานี่แหละ เพราะที่นี่ก็หรูยิ่งกว่าอะไรแล้วและมันเป็นครั้งแรกที่พี่เธียจะเปิดบ้านให้คนอื่นที่ไม่ใช่ฉันกับพ่อของเขาเข้ามาเที่ยวด้วย“พี่เธียชอบแบบนี้ไหม” ฉันชี้รูปชุดตัวอย่างของคุณเจ้าบ่าวให้เขาดู เพราะเราจะต้องใช้ในวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเราตั้งใจจะสวมชุดแต่งงานที่พะรุงพะรังแค่วันที่ถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น ส่วนวันจัดเลี้ยงจะแต่งตัวเรียบ ๆ สบาย ๆ สนุกกับทุกคนน่าจะดีกว่า ไม่ต้องมายุ่งกับการแต่งตัว ไม่ต้องเหนื่อยตื่นเช้า เลิกงานแล้วหมดแรง“พราวว่าดีไหม” เขามองรูปแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน บนตักของเขามีเจ้าอ้วนกลมนั่งอยู่แถมยังพยายามจะคว้าทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความรวดเร็วจนคนเป็นพ่อต้องระวังชุดนี้เป็นสูทสีกรมแบบผูกเนคไทสีแดงแดงเลือ
Episode 63 ฉันโชคดีที่มีเธอ“จะกลับด้วยกันเลยไหม ฉันผ่านทางนั้นพอดี” เจมส์เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้ของมันแล้วถามขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มองฉันตอนนี้เรากำลังออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวันและทุกๆวันพุธเจมส์จะต้องไปถ่ายแบบ ซึ่งเป็นทางผ่านไปบ้านพี่เฟรมพอดีที่ต้องใช้คำว่าบ้านของพี่เฟรมเพราะตอนนี้ฉันพาพอร์ชย้ายไปอยู่กับพี่เธีย แต่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเราตกลงกันแล้วว่าพี่เธียต้องไปคุยกับพ่อของฉันก่อนวันถัดไปเขาจึงพาฉันไปหาพ่อที่ต่างจังหวัด ทีแรกที่ท่านเห็นพวกเราก็ไม่ชอบใจนักแต่ไม่รู้ว่าพี่เธียทำยังไงท่านถึงตกลงให้ฉันกับพี่เธียกลับมาคบกันได้ แต่ท่านกำชับไว้ว่า พี่เธียต้องไม่ทำให้ฉันกับลูกต้องเดือดร้อนอีก“แกกลับก่อนเลยนะ” ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังเพราะกลัวว่าคนฟังจะตกใจ ยิ่งเป็นเจมส์คงได้ช็อคแน่ ๆ เพราะมันเกรง กลัวพี่เธียอย่างกับคนเห็นผี“อ่าว แกยังไม่กลับเหรอ เห็นทุกทีรีบกลับไปหาลูก” เจมส์เอ่ยถามและเป็นจังหวะที่ใครบางคนกำลังเดินมาพอดี แถมเขายังอุ้มพอร์ชมาด้วยโดยไม่อายสายตาสาวๆที่มองเขาตาไม่กระพริบ “ฉันพลาดอะไรไปเนี่ย”“หลายอย่าง” ฉันตอบสั้นๆแล้วขมวดคิ้วมองพี่เธียทีจ้องเราสอง
Episode 62 โหยหามานาน NC++“กลับมาคบเป็นอะไร” พี่เธียเอ่ยถามแล้วเลิกคิดขึ้น ดวงตาคมเข้มมองสบตากับฉันแทบไม่กระพริบ“เป็น…” นั่นสิเป็นอะไรกันดีนะ เป็นแฟนเหรอ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน“ง้อก่อนสิแล้วจะยอมคืนดีด้วย” เขาแกล้งทำเป็นนิ่ง ทั้งที่คำนั้นกำลังสื่อความหมายที่ชวนฉันไปไม่ถูกหลายปีก่อนเขาก็เคยใช้คำนี้ คำว่าให้ง้อคือการที่ฉันต้องเสียเปรียบเขาอยู่ท่าเดียว“ก็ง้ออยู่นี่ไง”“ง้อแบบที่เคยทำ” พี่เธียบอกเสียงเรียบแล้วจ้องฉันไม่วางตา จะแกล้งทำเป็นลืมดีไหมนะ แบบนั้นเขาจะยิ่งโกรธหรือเปล่า“พอร์ชน่าจะหิวนมแล้วนะ” ลูกคือข้ออ้างที่น่าจะทำให้ฉันรอดแต่ดูเหมือนจะริบหรี่เหลือเกินเมื่อพี่เธียตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ“เตรียมไปให้แล้ว” เตรียมการมาหมดทุกอย่างเลยสินะพี่เธีย มันน่าง้อเสียที่ไหน น่าตีต่างหาก“พี่เธียวางแผนแกล้งพราวชัดๆ ไม่ง้อแล้ว!” ฉันแกล้งทำเป็นหงุดหงิดแล้วจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่พี่เธียหรือจะยอม “ฮือ~ พี่เธียปล่อยพราวไปเถอะ”“จะง้อเองดีๆหรือให้พี่ง้อเรา หืม”แบบไหนมันก็เหมือนกัน ยังไงฉันก็เสียเปรียบฉันกัดริมฝีปากใช้ความคิดแต่ก็ไม่มีวิธี จึงจำใจ ‘ง้อ’ ด้วยวิธีที่เราเคยทำเหมือน
Episode 61 หายไปไหนมา...ฉันแกล้งมองผ่านความเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วเดินไปอีกทางที่ไม่ใช่ห้องนอนของพี่เธีย เดินสำรวจและเรียกชื่อพอร์ชอยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีตัวตนของลูกอยู่ที่นี่รู้สึกว่าจะได้กลิ่นแปลกๆคล้ายจะมีกับดักของพี่เธียอยู่ตรงไหนสักแห่ง แต่ที่แน่ ๆ ฉันติดกับดักนั้นไปแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่ เพราะเขาไม่ได้พาพอร์ชมาเพนเฮ้าส์แต่น่าจะพาไปที่อื่น ส่วนตัวเองวางแผนให้ฉันมาหา!"เล่นอะไรพี่เธีย บอกมาว่าเอาลูกไปไว้ไหน กับใคร" ฉันพูดด้วยโทนเสียงไม่ปกติเพื่อให้เขารู้ว่าฉันไม่ตลกด้วยเลย"ก็บอกแล้วว่าถ้าอยากรู้ให้มาคุยกันก่อน เสียเวลาไปกี่นาทีแทนที่จะรู้ตั้งนาน" เขาไหวไหล่แล้วเดินหนีเข้าไปในห้องเอายังไงดีนะ จะตามเข้าไปดีไหมหรือไปหาวิธีอื่นพี่เธียหายเงียบเข้าไปในห้องอยู่นานจนฉันทนไม่ไหวต้องเปิดประตูบานนั้นเข้าไป ก็เจอเข้ากับเจ้าของห้องนั่งพิงหัวเตียงสบายใจอยู่ ต่างจากฉันที่ร้อนอกร้อนใจกลัวเขาจะเอาพอร์ชไปฝากไว้กับผู้หญิงคนไหนที่เขาบอกว่าคุยด้วย"มีอะไรก็พูดมาเลย แล้วก็รีบบอกว่าเอาลูกไปไว้กับใคร พราวไม่อยากหงุดหงิดไปมากกว่านี้" ว่าแล้วฉันก็กอดอกยืนมองเขาอย่างหาเรื่อง ขณะที่พี่เธียนั้นทำเห
Episode 60 เจ้าแผนการวันนี้ฉันมีเรียนถึงบ่ายสอง เลยกลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน และจะเป็นแบบนี้ทุกๆวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ส่วนวันอื่นปกติจะเลิกสี่โมงเย็น หลังจากไม่มีเรียนฉันก็จะกลับบ้านทันทีไม่มีเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนอย่างคนอื่นเคยมีบางครั้งช่วงแรก ๆ ที่มีลูก ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย คิดว่าตัวเองผิดที่ทำอะไรไม่คิดแล้วมีลูกก่อนวัยที่ควรจะมี เพราะขณะที่เพื่อนได้เรียนต่อ ได้เที่ยว ได้ทำกิจกรรม แต่ฉันต้องมาหยุดเรียนเลี้ยงลูก ต้องอดหลับอดนอนจนรู้สึกเครียดแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ดีขึ้น เราอยู่กับความเป็นจริงได้แต่อยู่ที่เดิมไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจกลับมาเรียน เข้าคณะที่ตัวเองฝันอยากเรียน ได้ทำงานที่อยากทำมีลูกชายที่น่ารักอย่างตอนนี้ด้วย ถึงแม้มันยังไม่เคยอยู่ในความตั้งใจของฉัน แต่มันก็เป็นความสุขที่สุดในตอนนี้"รถใครเหรอป้าจันทร์" ฉันถามป้าที่กำลังเดินออกมาจากประตูบ้าน เมื่อเห็นรถคันหนึ่งที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่ชิดรั้วบ้าน ท่าทางจะเป็นคนมีฐานะน่าดู เพราะรถสปอร์ตแบบนี้ไม่ได้มีใครขับมาให้เห็นบ่อยบนท้องถนน"ลองเข้าไปดูเองสิลูก" ป้าจันทร์ทำท่าอึดอัดก่อนจะตอบออกมาแบบนั้น "เดี๋ยวป
Episode 07 หาเรื่องสุดท้ายฉันก็ได้เสื้ออีกตัวกลับมาให้พี่เฟรม เพราะเสื้อของเขาจริงๆมันคือตัวนี้ต่างหากส่วนอีกตัวก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเขาจัดการกับมันยังไง เห็นบอกว่าจะเอาไปคืนเองแล้วเขารู้เหรอว่าเสื้อตัวนั้นเป็นของใครเขาจะรู้จักกับพี่เธีย?ใช่แน่! ทำไมฉันถึงได้โง่อย่างนี้นะ ดูก็รู้ว่าพี่เฟรมไม่พอใจ
Episode 06 คนละคนผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากเกิดเรื่อง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องไอทีนอกจากยัยเพื่อนสองคนนั้น ซึ่งพวกมันเองก็ไม่ได้ปริปากพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจนผิดปกติไม่สิ คนที่เงียบคือเขาแต่ชีวิตฉันก็ไม่เคยเงียบเหงาอีกเลยเพราะในแต่ละวันต้องมาคอยลุ้นว่
Episode 04 ข้อห้าม"พี่เฟรม~ พราวเอาเสื้อมาคืนแล้วนะ วางไว้ตรงโซฟาที่เดิม" ฉันบอกพี่ชายด้วยความสบายใจ เหตุผลก็เพราะฉันได้เสื้อมาคืนพี่เฟรมนี่แหละ ไม่ต้องมานั่งคิดมากว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้คืน เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ"เออ" พี่เฟรมตอบห้วน ๆ โดยที่ไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ ฉันชินแล้วกับคำพูดคำจาลูกผู้พี่ของ
Episode 03 พราวรดา"หยุดนะ!"ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันกล้าบ้าบิ่นเสนอหน้าออกไปกลางวงล้อม แถมยังเอาตัวเองไปยืนเป็นกำบังให้ยัยบี๋จนน้ำในถังที่ถูกรุ่นน้องมอฯต้นสาดใส่จนเปียกไปทั้งร่างไม่ต่างจากหมอนั่นเมื่อวานนี้เลยซ่า!~ฉันหลับตาลงโดยทันทีตามสัญชาตญาณเมื่อน้ำกระทบกับใบหน้า เสียงผู้คนรอบข้างทั้งตกใจทั้ง







