LOGIN"ไอ้เชี่ยเธีย..." พี่เชนที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวหันไปต่อว่าเพื่อนที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง แต่ทุกคนดูออกว่าเขานั่นแหละที่เป็นคนผลักเพื่อนมาโดนฝ่ามือของยัยรุ่นพี่นั่น โชคดีที่เขาตัวสูงราวร้อยแปดสิบเซนเลยโดนฟาดไปแค่หน้าอกเท่านั้น "ขอโทษทีสาวๆ ทำอะไรกันอยู่เหรอ รบกวนหรือ"
ทั้งฉันและยัยนั่นไม่มีใครตอบ สีหน้าของหล่อนไม่ค่อยจะดีนักเหมือนทำอะไรไม่ถูก
"..." พี่เธียยังคงเงียบปรายตามองฉันแวบหนึ่งแล้วจึงเลื่อนสายตาไปหาเพื่อนร่วมรุ่นที่ยืนหน้าตาตื่นกันทั้งแก๊ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไรเขาจึงเอ่ยปากพูดแล้วยิ้มออกมา "เด็กใหม่คงน่าแกล้งดีใช่ไหม"
"ยัยนี่ชอบหาเรื่องนะเธีย เมื่อกี้เรา..."ฉันรอฟังอยู่ว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไรเพราะฉันมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนผิดแน่ แต่หล่อนก็ยังจะพยายามสร้างเรื่องให้ฉันผิด
"ไม่ได้อยากรู้" ยัยรุ่นพี่ถูกตัดบทไปดื้อๆ ด้วยประโยคที่ไม่รักษาน้ำใจของอีกฝ่ายจึงต้องหุบปากลงทันที "แต่ที่เธอต้องรู้..."
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบทุกคนรอฟังอย่างตั้งใจรวมไปถึงฉันด้วย
"ยัยนี่ของเล่นของฉัน" พี่เธียพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้คนที่ถูกกล่าวถึงซึ่งก็คือตัวฉัน ว่าแต่...เมื่อกี้นี้พูดว่าไงนะ
ของเล่น?
"ฉันไม่ชอบให้ใครมาแย่งเล่น"
ไม่ใช่แต่ตัวฉันที่ตกใจแต่ทุกคนรวมไปถึงผู้ชายที่ดูเงียบๆอย่างพี่คีตะก็มีท่าทีไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง พี่เชนเองก็ไม่ต่างกันเขาทำเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบแล้วยกมือขึ้นมาเสยผมตัวเองแทน ส่วนยัยรุ่นพี่พวกนั้นไม่ต้องพูดถึงยืนเงียบกันหมดไม่มีใครกล้าต่อความยาวอีกเลย
อันที่จริงฉันอยากจะออกปากเถียงตรงนี้เลยว่าฉันไม่ใช่ของเล่นอะไรของใครแต่คิดดูแล้วยืนเงียบให้ยัยพวกรุ่นพี่นั้นหน้าเสียไปนั่นแหละดีแล้ว เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
สุดท้ายฉันก็ต้องมาร้านน้ำปั่นข้างโรงเรียนตามความตั้งใจของดรีม น่าแปลกที่พวกมันไม่มีใครพูดเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อีกเลย เงียบกันเสียจนฉันเริ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติ
พอพี่เธียพูดออกไปแบบนั้นยัยรุ่นพี่ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ บวกกับเป็นเวลาเลิกเรียนพอดีถึงได้แยกย้ายกันไป รวมถึงฉันด้วยที่รีบหนีออกมาจากตรงนั้นเพราะคำพูดบ้าๆนั่นแหละ มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีหรอกแต่รู้สึกเหมือนว่าหายนะกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
ร้านประจำที่ยัยเพื่อนจอมคลั่งอย่างดรีมพามาเกือบทุกวันหลังเลิกโรงเรียนตลอดสองเดือนที่ฉันย้ายมาเรียนที่นี่ จนป้าเจ้าของร้านจำพวกเราได้ทุกคนโดยเฉพาะว่าที่ลูกสะใภ้อย่างยัยดรีมที่ชอบประจบประแจงแม่ของรุ่นพี่เขาเหลือเกิน
ป้าแกเป็นคนใจดีมาก ชอบยิ้มและทักทายพวกเราตลอด ต่างจากลูกชายที่ฉันมองว่าเขาดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แทบไม่เห็นเขายิ้มให้ใครเลยสักครั้ง ซึ่งนั่นยัยดรีมบอกว่าคือเสน่ห์ของพี่คีตะ เจ้าหล่อนแปลพฤติกรรมนั้นว่าคือความเย็นชา
แบบในนิยายหรือซีรีย์เกาหลีที่พระเอกชอบทำกับนางเอก ซึ่งในชีวิตจริงมันดูแตกต่างกันลิบลับ ฉันมองว่านั่นคือความหยิ่งแถมดูไม่เป็นมิตรเสียมากกว่าบอกตามตรงคนเดียวในกลุ่มที่ดูปกติคือพี่เชนถึงแม้ดูภายนอกเขาจะเหมือนกับผู้ชายเจ้าชู้และกะล่อนสักหน่อย
“วันนี้เอาอะไรดีจ้ะคนสวย” ทันทีที่แม่ของรุ่นพี่ละสายตาจากเครื่องปั่นพลังม้านั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมาเห็นพวกเราท่านก็รีบทักทายพร้อมกับรอยยิ้ม
คำนี้เรามักจะได้ยินประจำ แต่น่าเสียดายที่ป้าทักทุกคนว่า ‘คนสวย’ แม้กระทั่งเพื่อนชายหัวใจหญิงก็ถูกชมแบบนี้เหมือนกัน
“วันนี้หนูเอาอะโวคาโดปั่นนมสดค่ะ”
“ของดรีมเอาแตงโมปั่นค่ะ”
“หนูเอาแอปเปิลปั่นนมเหมือนเดิมค่ะ”
เมนูประจำที่เราสามคนมักจะไม่เปลี่ยนถูกกล่าวขึ้นราวกับซ้อมกันมา อันที่จริงไม่บอกป้าของรุ่นพี่ก็คงจะจำได้ดีเพราะในหนึ่งอาทิตย์พวกเราต้องแวะมาร้านนี้แล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน นั่นก็เพราะยัยดรีมคนคลั่งรักคนเดียว ฉันคิดว่าต่อจากนี้ไปไม่เกินสิบปีถ้ายังมาแบบนี้พวกเราคงได้เป็นเบาหวานกันหมด
บางทีก็อยากให้เพื่อนได้ลงเอยกับรุ่นพี่สักที
“อ้าว หนูพิมพ์แม่ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้วนึกว่าเจอร้านใหม่เลยหนีแม่ไปซะอีก”
ความคิดของฉันที่กำลังผุดขึ้นมาในสมองนั้นพังลงเมื่อเสียงทักทายของป้าเจ้าของร้านดังขึ้นมาพร้อมกับร่างอรชรของรุ่นพี่อีกสี่คนที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน
‘แก๊งนางฟ้า’
คำที่ถูกใช้เรียกกลุ่มรุ่นพี่สี่คนนี้ซึ่งเรียนโรงเรียนเดียวกันกับพวกเราและอยู่ห้องเอหนึ่งของชั้นมัธยมปลายชั้นปีที่หกห้องเดียวกับกับพวกพี่เธีย ฉันจำได้ว่าหนึ่งในกลุ่มนี้คือคนที่ทักเขาวันนั้น วันที่ฉันถูกเขาลากไปคุย แล้วผู้หญิงรุ่นพี่คนนั้นก็ถูกเมินใส่
คงไม่ใช่แค่เธอหรอกที่ถูกเมิน รู้สึกว่าทุกคนจะโดนแบบนี้เหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นดูไม่สนใจใครเลยสักคนหรืออาจจะมีแฟนอยู่แล้วแต่ไม่เปิดตัว
เรื่อง‘แก๊งนางฟ้า’ฉันก็เพิ่งรู้มาเมื่อตอนกลางวันจากยัยเพื่อนสองคนนี้เหมือนกันเพราะเราดันมีปัญหากับพวกนี้เข้าแถมรู้สึกว่าตอนนี้กำลังจะตั้งตัวเป็นศัตรูกันแล้วด้วย
พิมพ์ใจ ฟ้า มะนาวและกิ่งกานต์ สมาชิกในกลุ่มที่ล้วนเป็นตัวท็อปของโรงเรียนเกือบทุกๆด้าน ทั้งการเรียน กิจกรรมรวมไปถึงหน้าตา มองภายนอกคือดูดี เรียนเก่งและเพียบพร้อมจนทุกคนลงความเห็นว่านี่คือพวกนางฟ้าที่มารวมตัวกันบนโลกมนุษย์
โคตรเว่อร์!
แถมทั้งสี่คนยังเป็นสมาชิกชมรมเชียร์รีดเดอร์ของโรงเรียนอีกด้วย ชมรมที่ผู้หญิงหลายๆคนอยากเข้าแต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะผ่านการทดสอบไปได้ ไม่ต้องอธิบายอะไรมากก็พอจะรู้ว่าพวกรุ่นพี่จะเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆในโรงเรียนขนาดไหน
“พอดีใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกเราเลยยุ่งๆน่ะค่ะ ต้องติวหนังสือหนัก” พี่พิมพ์ใจตอบพร้อมรอยยิ้มมีแวบหนึ่งที่ฉันแอบเห็นสายตาของเธอมองมาทางเราด้วยแต่มันแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นจึงดูไม่ออกว่าต้องการจะสื่อแบบไหน
ถึงแม้ว่าเราจะอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะมีเรื่องให้ต้องคุยกัน ยิ่งกับพวกเธอเหล่านี้ยิ่งดูเหมือนยาก และพวกเราสามคนก็ไม่ใช่ประเภทที่ทำความรู้จักกับใครไปทั่ว เรียกว่าไม่ค่อยยุ่งกับใครมากกว่า ใช้ชีวิตของพวกเราไปวันๆกับความสนุกสนาน อีกเหตุผลที่สำคัญคือ ‘พี่พิมพ์ใจ’ คือเสี้ยนหนามตำหัวใจของยัยดรีม เพราะมีข่าวมาแว่วๆว่าพี่คีตะกับพี่พิมพ์ใจแอบคุยกันอยู่
ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้เปิดเผยแต่เล่นเอายัยดรีมใจแป้วไปหลายอาทิตย์กว่าจะกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง สู้กับการเข้าทางแม่ของรุ่นพี่แทน แต่ดูเหมือนตอนนี้คู่แข่งของยัยดรีมเองก็ใช้วิธีเดียวกันแถมยังคะแนนนำไปเกินครึ่งอีกต่างหาก
ระยะเวลาเกือบสามเดือนที่ฉันย้ายมาอยู่โรงเรียนนี้มันวุ่นวายและมีเรื่องราวมากมายไปหมด
“ถึงว่าล่ะ แม่ไม่เห็นหน้าหลายวัน คีตะก็กลับดึกทุกวันเหมือนกัน” แม่ของรุ่นพี่พูดพร้อมๆกับหยิบจับนั่นนี่ทำเมนูที่พวกเราเพิ่งสั่งไปด้วย
คำพูดของเจ้าของร้านทำให้ยัยดรีมหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย พอมองสายตาของเพื่อนก็เห็นว่ากำลังจ้องตากับรุ่นพี่ที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าร้าน
รอยยิ้มแบบนางเอก…
ฉันพอจะได้ยินมาว่าพี่พิมพ์ใจกับพี่คีตะแอบคุยกันอยู่ซึ่งก็เหมือนกับที่ยัยดรีมรู้ แต่ก็ไม่เคยเห็นเปิดตัวหรือมีอะไรยืนยันได้ว่าจริง
ความสัมพันธ์ของพวกเรากับแก๊งนางฟ้าพวกนี้เลยดูฝืดๆสักหน่อย ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเรื่องของฉันหรือเรื่องของยัยดรีมกันแน่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกว่าจงเกลียดจงชังกันแต่สำหรับพวกเราดูออกว่าพวกนี้ไม่ได้คิดดีกับพวกเรานักหรอก
ไม่ได้คิดไปเองแต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
เพราะเมื่อตอนสายๆของวันนี้ที่เราสามคนเข้าโรงเรียนช้าเพราะยัยดรีมติดปัญหากับการกดเงินสดก่อนจะมาโรงเรียน เลยต้องรอติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร เลยถูกทำโทษอย่างที่เห็นทั้งที่บอกเหตุผลไปแล้วแต่ครูฝ่ายปกครองก็ไม่ยอมเชื่อ
มันจะไม่เจ็บใจเลยถ้าเมื่อเช้านี้พวกแก๊งนางฟ้าที่อยู่ธนาคารกับพวกเราไม่ถูกทำโทษเพราะโพรไฟล์ดีกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าพวกนี้เกลียดพวกเรานักคือตอนที่ครูปกครองถามว่าเราพูดเรื่องจริงไหม
แต่พวกนั้นบอกว่าไม่เห็นเราสามคนแล้วยังทำมึนไม่รับรู้
‘ในเมื่อพวกพี่เห็นพวกเราทำไมถึงตอบว่าไม่เห็นวะ’
‘ก็พวกพี่ไม่เห็นจริงๆ’
‘เราก็นั่งรออยู่ในธนาคารด้วยกัน จะไม่เห็นได้ไง’ ยัยดรีมคงหมดความอดทนจนไม่อยากจะนับถือว่าเป็นรุ่นพี่
‘อย่าพาลสิคะน้อง’
‘เหอะ แก๊งนางฟ้าหรือนางมารกันแน่’ ธัญญ่าพูดขึ้นแบบลอย ๆ แต่คำพูดนั้นเล่นเอาพวกรุ่นพี่มอบด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างมาก ฉันก็เห็นด้วยกับธัญญ่านะ
‘ไปกันเถอะเพื่อนๆ อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้ดีกว่า’
‘พวกฉันมันยังไงวะ!’ ดรีมทำท่าจะพุ่งตัวเข้าไปหาพี่กิ่งกานต์ซึ่งเป็นคนพูดประโยคนั้นออกมา ถึงแม้คำพูดนั้นจะไม่ได้สื่อความหมายชัดเจนแต่สายตาและน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็ไม่ได้แปลความคำนั้นว่าเป็นเรื่องดี
‘ไม่ต้องอธิบายก็น่าจะรู้ตัวนะ ว่าพวกเธอมันไม่ได้เรื่อง แถมบางคนก็หน้าด้านจังโดนคนทั้งโรงเรียนเกลียดก็ยังอยู่ต่อได้’ ประโยคหลังนั่นไม่ต้องขยายความให้มากก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังหมายถึงฉัน
'หน้าด้านแล้วไง ฉันจ่ายค่าเทอมเองไม่ได้ขอใคร ไปกันเถอะดรีม ธัญญ่า อย่าไปคุยกับพวกติดปีกปลอมๆให้ตัวเองเลย'
วินาทีนั้นจึงแน่ใจแล้วว่าแก๊งเรากับแก๊งนั้นกำลังตั้งตัวเป็นศัตรูกันอย่างชัดเจน
ในวันแต่งงานของเราพี่เธียเปิดบ้านรับแขกแต่เช้า เขาแทบจะนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำล่ะมั้งเพราะฉันเห็นเขาเข้านอนตอนเที่ยงคืนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่งขนาดว่าเราไม่ได้เตรียมอะไรมาก จ้างแม่บ้านมาช่วยจัดโต๊ะและทำกับข้าวเลี้ยงแขกที่มีแต่สามสิบกว่าคน พี่เธียก็ยังคงตื่นเต้นกว่าฉันอีก“ไม่คิดเลยนะว่าจะได้เห็นแกอยู่กับพี่เธียวันนี้อีก” เสียงของดรีมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไปทางพี่เธีย ตอนนี้เขากำลังอุ้มน้องพอร์ชไปให้คุณพ่อของเขาอยู่และมีพ่อของฉันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้”ฉันมองภาพรอบๆ ตัว ที่มีผู้คนหลายสิบคนแต่ล้วนเป็นคนที่เรารักและสนิทสนม ทั้งญาติทั้งเพื่อน และที่สำคัญมีพี่เธียอยู่ในนั้นมันทำให้คิดถึงวันที่พวกเราเจอกันครั้งแรกและตอนที่เรายังเป็นเด็กมัธยม ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหนฉันก็ยังคงมองเห็นเขาชัดเจนที่สุด ราวกับว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผู้ชายที่ชื่อว่า…เธีย“แกล่ะ ไม่พาเขามาด้วยเหรอ” ฉันถามเพื่อนสนิทเพราะไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอคนรักของมัน ก่อนจะหันไปมองใครอีกคนที่ดรีมเคยชอบมากๆ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้“เขายุ่งๆ แต่เห็นบอกว่าจะมา” ดรีมตอบแล้วยิ้มให้ฉันบ้าง ก่อนจะห
Episode 64 —The end —เราสองคนคุยกับผู้ใหญ่แล้วว่าจะจัดงานแต่งหลังจากที่พี่เธียเรียนจบ อย่างน้อยก็เพื่อนเชิญญาติและเพื่อนสนิทมาเป็นพยานรักให้กับเราทั้งคู่ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็อีกหลายเดือนฉันคุยกับพี่เธียว่าเราจะไม่จัดงานใหญ่โต เน้นแค่พบปะและพูดคุยกัน เลี้ยงอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแบบโต๊ะยาว ฉันชอบความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเลยขอพี่เธียจัดงานที่เพนเฮ้าส์ของเรานี่แหละ เพราะที่นี่ก็หรูยิ่งกว่าอะไรแล้วและมันเป็นครั้งแรกที่พี่เธียจะเปิดบ้านให้คนอื่นที่ไม่ใช่ฉันกับพ่อของเขาเข้ามาเที่ยวด้วย“พี่เธียชอบแบบนี้ไหม” ฉันชี้รูปชุดตัวอย่างของคุณเจ้าบ่าวให้เขาดู เพราะเราจะต้องใช้ในวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเราตั้งใจจะสวมชุดแต่งงานที่พะรุงพะรังแค่วันที่ถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น ส่วนวันจัดเลี้ยงจะแต่งตัวเรียบ ๆ สบาย ๆ สนุกกับทุกคนน่าจะดีกว่า ไม่ต้องมายุ่งกับการแต่งตัว ไม่ต้องเหนื่อยตื่นเช้า เลิกงานแล้วหมดแรง“พราวว่าดีไหม” เขามองรูปแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน บนตักของเขามีเจ้าอ้วนกลมนั่งอยู่แถมยังพยายามจะคว้าทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความรวดเร็วจนคนเป็นพ่อต้องระวังชุดนี้เป็นสูทสีกรมแบบผูกเนคไทสีแดงแดงเลือ
Episode 63 ฉันโชคดีที่มีเธอ“จะกลับด้วยกันเลยไหม ฉันผ่านทางนั้นพอดี” เจมส์เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้ของมันแล้วถามขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มองฉันตอนนี้เรากำลังออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวันและทุกๆวันพุธเจมส์จะต้องไปถ่ายแบบ ซึ่งเป็นทางผ่านไปบ้านพี่เฟรมพอดีที่ต้องใช้คำว่าบ้านของพี่เฟรมเพราะตอนนี้ฉันพาพอร์ชย้ายไปอยู่กับพี่เธีย แต่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเราตกลงกันแล้วว่าพี่เธียต้องไปคุยกับพ่อของฉันก่อนวันถัดไปเขาจึงพาฉันไปหาพ่อที่ต่างจังหวัด ทีแรกที่ท่านเห็นพวกเราก็ไม่ชอบใจนักแต่ไม่รู้ว่าพี่เธียทำยังไงท่านถึงตกลงให้ฉันกับพี่เธียกลับมาคบกันได้ แต่ท่านกำชับไว้ว่า พี่เธียต้องไม่ทำให้ฉันกับลูกต้องเดือดร้อนอีก“แกกลับก่อนเลยนะ” ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังเพราะกลัวว่าคนฟังจะตกใจ ยิ่งเป็นเจมส์คงได้ช็อคแน่ ๆ เพราะมันเกรง กลัวพี่เธียอย่างกับคนเห็นผี“อ่าว แกยังไม่กลับเหรอ เห็นทุกทีรีบกลับไปหาลูก” เจมส์เอ่ยถามและเป็นจังหวะที่ใครบางคนกำลังเดินมาพอดี แถมเขายังอุ้มพอร์ชมาด้วยโดยไม่อายสายตาสาวๆที่มองเขาตาไม่กระพริบ “ฉันพลาดอะไรไปเนี่ย”“หลายอย่าง” ฉันตอบสั้นๆแล้วขมวดคิ้วมองพี่เธียทีจ้องเราสอง
Episode 62 โหยหามานาน NC++“กลับมาคบเป็นอะไร” พี่เธียเอ่ยถามแล้วเลิกคิดขึ้น ดวงตาคมเข้มมองสบตากับฉันแทบไม่กระพริบ“เป็น…” นั่นสิเป็นอะไรกันดีนะ เป็นแฟนเหรอ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน“ง้อก่อนสิแล้วจะยอมคืนดีด้วย” เขาแกล้งทำเป็นนิ่ง ทั้งที่คำนั้นกำลังสื่อความหมายที่ชวนฉันไปไม่ถูกหลายปีก่อนเขาก็เคยใช้คำนี้ คำว่าให้ง้อคือการที่ฉันต้องเสียเปรียบเขาอยู่ท่าเดียว“ก็ง้ออยู่นี่ไง”“ง้อแบบที่เคยทำ” พี่เธียบอกเสียงเรียบแล้วจ้องฉันไม่วางตา จะแกล้งทำเป็นลืมดีไหมนะ แบบนั้นเขาจะยิ่งโกรธหรือเปล่า“พอร์ชน่าจะหิวนมแล้วนะ” ลูกคือข้ออ้างที่น่าจะทำให้ฉันรอดแต่ดูเหมือนจะริบหรี่เหลือเกินเมื่อพี่เธียตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ“เตรียมไปให้แล้ว” เตรียมการมาหมดทุกอย่างเลยสินะพี่เธีย มันน่าง้อเสียที่ไหน น่าตีต่างหาก“พี่เธียวางแผนแกล้งพราวชัดๆ ไม่ง้อแล้ว!” ฉันแกล้งทำเป็นหงุดหงิดแล้วจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่พี่เธียหรือจะยอม “ฮือ~ พี่เธียปล่อยพราวไปเถอะ”“จะง้อเองดีๆหรือให้พี่ง้อเรา หืม”แบบไหนมันก็เหมือนกัน ยังไงฉันก็เสียเปรียบฉันกัดริมฝีปากใช้ความคิดแต่ก็ไม่มีวิธี จึงจำใจ ‘ง้อ’ ด้วยวิธีที่เราเคยทำเหมือน
Episode 61 หายไปไหนมา...ฉันแกล้งมองผ่านความเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วเดินไปอีกทางที่ไม่ใช่ห้องนอนของพี่เธีย เดินสำรวจและเรียกชื่อพอร์ชอยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีตัวตนของลูกอยู่ที่นี่รู้สึกว่าจะได้กลิ่นแปลกๆคล้ายจะมีกับดักของพี่เธียอยู่ตรงไหนสักแห่ง แต่ที่แน่ ๆ ฉันติดกับดักนั้นไปแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่ เพราะเขาไม่ได้พาพอร์ชมาเพนเฮ้าส์แต่น่าจะพาไปที่อื่น ส่วนตัวเองวางแผนให้ฉันมาหา!"เล่นอะไรพี่เธีย บอกมาว่าเอาลูกไปไว้ไหน กับใคร" ฉันพูดด้วยโทนเสียงไม่ปกติเพื่อให้เขารู้ว่าฉันไม่ตลกด้วยเลย"ก็บอกแล้วว่าถ้าอยากรู้ให้มาคุยกันก่อน เสียเวลาไปกี่นาทีแทนที่จะรู้ตั้งนาน" เขาไหวไหล่แล้วเดินหนีเข้าไปในห้องเอายังไงดีนะ จะตามเข้าไปดีไหมหรือไปหาวิธีอื่นพี่เธียหายเงียบเข้าไปในห้องอยู่นานจนฉันทนไม่ไหวต้องเปิดประตูบานนั้นเข้าไป ก็เจอเข้ากับเจ้าของห้องนั่งพิงหัวเตียงสบายใจอยู่ ต่างจากฉันที่ร้อนอกร้อนใจกลัวเขาจะเอาพอร์ชไปฝากไว้กับผู้หญิงคนไหนที่เขาบอกว่าคุยด้วย"มีอะไรก็พูดมาเลย แล้วก็รีบบอกว่าเอาลูกไปไว้กับใคร พราวไม่อยากหงุดหงิดไปมากกว่านี้" ว่าแล้วฉันก็กอดอกยืนมองเขาอย่างหาเรื่อง ขณะที่พี่เธียนั้นทำเห
Episode 60 เจ้าแผนการวันนี้ฉันมีเรียนถึงบ่ายสอง เลยกลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน และจะเป็นแบบนี้ทุกๆวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ส่วนวันอื่นปกติจะเลิกสี่โมงเย็น หลังจากไม่มีเรียนฉันก็จะกลับบ้านทันทีไม่มีเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนอย่างคนอื่นเคยมีบางครั้งช่วงแรก ๆ ที่มีลูก ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย คิดว่าตัวเองผิดที่ทำอะไรไม่คิดแล้วมีลูกก่อนวัยที่ควรจะมี เพราะขณะที่เพื่อนได้เรียนต่อ ได้เที่ยว ได้ทำกิจกรรม แต่ฉันต้องมาหยุดเรียนเลี้ยงลูก ต้องอดหลับอดนอนจนรู้สึกเครียดแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ดีขึ้น เราอยู่กับความเป็นจริงได้แต่อยู่ที่เดิมไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจกลับมาเรียน เข้าคณะที่ตัวเองฝันอยากเรียน ได้ทำงานที่อยากทำมีลูกชายที่น่ารักอย่างตอนนี้ด้วย ถึงแม้มันยังไม่เคยอยู่ในความตั้งใจของฉัน แต่มันก็เป็นความสุขที่สุดในตอนนี้"รถใครเหรอป้าจันทร์" ฉันถามป้าที่กำลังเดินออกมาจากประตูบ้าน เมื่อเห็นรถคันหนึ่งที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่ชิดรั้วบ้าน ท่าทางจะเป็นคนมีฐานะน่าดู เพราะรถสปอร์ตแบบนี้ไม่ได้มีใครขับมาให้เห็นบ่อยบนท้องถนน"ลองเข้าไปดูเองสิลูก" ป้าจันทร์ทำท่าอึดอัดก่อนจะตอบออกมาแบบนั้น "เดี๋ยวป
Episode 07 หาเรื่องสุดท้ายฉันก็ได้เสื้ออีกตัวกลับมาให้พี่เฟรม เพราะเสื้อของเขาจริงๆมันคือตัวนี้ต่างหากส่วนอีกตัวก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเขาจัดการกับมันยังไง เห็นบอกว่าจะเอาไปคืนเองแล้วเขารู้เหรอว่าเสื้อตัวนั้นเป็นของใครเขาจะรู้จักกับพี่เธีย?ใช่แน่! ทำไมฉันถึงได้โง่อย่างนี้นะ ดูก็รู้ว่าพี่เฟรมไม่พอใจ
Episode 06 คนละคนผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากเกิดเรื่อง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องไอทีนอกจากยัยเพื่อนสองคนนั้น ซึ่งพวกมันเองก็ไม่ได้ปริปากพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจนผิดปกติไม่สิ คนที่เงียบคือเขาแต่ชีวิตฉันก็ไม่เคยเงียบเหงาอีกเลยเพราะในแต่ละวันต้องมาคอยลุ้นว่
Episode 05 หนีให้ทันไม่ต้องรอให้ยัยดรีมพูดจบฉันก็ออกมาจากห้องเพื่อไปตามหาไอ้พี่เธียทันที ยัยนั่นหลุดปากมาว่าห้องเอเพราะฉะนั้นคงหาไม่ยากนักหรอก ถึงโรงเรียนนี้จะมีนักเรียนหลายพันคนแต่การแบ่งห้องเรียนเป็นตัวอักษรทำให้จำได้ง่ายเขาเรียนอยู่ชั้นมอฯหกชั่วโมงแรกของแต่ละวันทุกห้องจะต้องเป็นชั่วโมงโฮมรูมแ
Episode 04 ข้อห้าม"พี่เฟรม~ พราวเอาเสื้อมาคืนแล้วนะ วางไว้ตรงโซฟาที่เดิม" ฉันบอกพี่ชายด้วยความสบายใจ เหตุผลก็เพราะฉันได้เสื้อมาคืนพี่เฟรมนี่แหละ ไม่ต้องมานั่งคิดมากว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้คืน เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ"เออ" พี่เฟรมตอบห้วน ๆ โดยที่ไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ ฉันชินแล้วกับคำพูดคำจาลูกผู้พี่ของ







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)