Masuk“โอ๊ย !” มุกร้องออกมาด้วยความเจ็บแสบ ยามที่ แพท นรียา ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิท เป็นคนที่เธอไว้ใจที่สุดและเป็นที่พึ่งในเวลานี้ ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนแผลแตกที่มุมปาก คราบน้ำตากับรอยฝ่ามือที่ปรากฏเด่นชัด บ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงความบอบช้ำที่ได้รับ
“เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงอยู่ในสภาพหนีตายมาแบบนี้ ความจริงมุกต้องอยู่ที่เกาหลีไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมา หรือว่าถูกยัยสามคนแม่ลูกแกล้งอะไรอีก ต้องใช่แน่ ๆ พวกเขาแกล้งอะไรมุก” แพทรับรู้เรื่องราวชีวิตของมุกมาตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน เป็นเธอที่คอยรับฟังปัญหาของเพื่อน และหลายครั้งที่ต้องปะทะคารมกับสองพี่น้อง โดยเฉพาะมุกระวีที่เคยมีเรื่องถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน และแน่นอนว่าบทสรุปมุกต้องเป็นคนรับการลงทัณฑ์จากผู้เป็นพ่อและแม่ของตัวเอง หลังจากวันนั้น เธอจึงต้องควบคุมอารมณ์ด้วยไม่อยากให้มุกต้องถูกตีอีก
“ปรินทร์จะปล้ำมุก”
“ไอ้สารเลว กับไอ้ปรินทร์นี่ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาด่ามันให้สมกับความเลวของมันจริง ๆ แล้วมันทำอะไรมุกบ้าง”
“ยังไม่ทันได้ทำอะไร มุกเอาตุ๊กตาปั้นตีมันจนสลบ แล้วก็หนีมาหาแพทนี่แหละ”
“ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ จริง ๆ แพทก็ไม่น่าถาม ถึงบอกไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว แล้วรอยที่แก้มนี่ล่ะใครทำ พ่อหรือแม่ หรือทั้งสองคน”
“ทั้งสองคน”
“เขาตีมุกทำไม”
“มุกท้อง”
“ล้อเล่นน่า” แพทไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เธอกับมุกเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เธอมั่นใจว่ารู้จักเพื่อนคนนี้ดี
“มุกท้องจริง ๆ”
“กับใคร”
“เขาจะเป็นใครก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ เพราะมุกกับเขาจะไม่มีวันเจอกันอีก มุกไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อยใคร และที่สำคัญมุกไม่อยากพรากพ่อมาจากลูกของเขา”
“เขามีเมียมีลูกแล้ว ?” ยิ่งฟัง แพทก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อ อึ้งแล้วอึ้งอีก
“ใช่ ลูกสาวของเขากำลังอยู่ในวัยน่ารัก มุกไม่อยากรู้สึกผิดมากไปกว่านี้ มุกไม่มีวันจะบอกหรือเรียกร้องให้เขามารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น” ยิ่งนึกถึงใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กหญิงตัวน้อย และแม่ของเด็กน้อยในวันนั้น มุกก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนนั้น ไม่รู้ว่าเธอจะทำให้ครอบครัวของเขาแตกแยกกันหรือเปล่า ได้แต่ภาวนาให้เขาปรับความเข้าใจกันได้
“มันเกิดอะไรขึ้นกับมุก มุกที่แพทรู้จักไม่ใช่คนที่จะนอนกับใครง่าย ๆ แล้วนี่ยัง…”
“มุกทำตัวเอง ถ้ามุกไม่ดื่มจนเมา เรื่องทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้”
“มุกเมา แล้วเขาล่ะเมาด้วยหรือเปล่า”
“เราดื่มด้วยกันทั้งคู่”
“แล้วทำไมถึงยอมไปดื่มกับเขา รู้จักกันมาก่อนหน้านี้เหรอ” แพทรู้สึกว่าตัวเองเหมือนร้อยเวรที่กำลังสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“มุกกับเขาเจอกันครั้งแรกที่แดนซ์คลับย่านกังนัม เขาเข้ามาทักมุก เราคุยกันถูกคอมากเลย”
“มุกชอบเขาเหรอ”
“หลังจากที่ได้คุยกัน มุกยอมรับว่ามุกชอบเขา เขารับฟัง เขาสามารถพูดให้มุกรู้สึกสบายใจ และยอมเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน” มุกยังคงจดจำชายหนุ่มร่างสูงที่มีใบหน้าอันหล่อเหลา ปรากฏรอยยิ้มละมุนให้เห็นอยู่บ่อยครั้งได้เป็นอย่างดี
“บทจะชอบใครก็ชอบขึ้นมาง่าย ๆ เลยเพื่อนฉัน ทีเมื่อก่อนมีหนุ่ม ๆ มาขายขนมจีบตั้งเยอะแยะกลับไม่ชอบใคร” มุกถือว่าเป็นสาวฮอตคนหนึ่งตั้งแต่เรียนมัธยม แต่ก็ไม่เคยมีวี่แววว่าจะชอบใคร หรือเปิดใจคบหากับใคร แต่กับผู้ชายคนนี้กลับยอมนั่งดื่มนั่งคุยกับเขา มิหนำซ้ำยังไปจบกันที่เตียงอีก
“แล้วคืนนี้แพทไม่ไปทำงานเหรอ” แพททำงานเป็นพีอาร์ที่ TXRBO CLUB ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีสามจนกระทั่งเรียนจบ ด้วยรายได้ที่ทำให้สามารถเลี้ยงตัวเองและมีเงินส่งไปจุนเจือครอบครัวได้ เธอจึงไม่คิดจะหางานอื่นทำ ถึงใครจะว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยสนใจ
“เพื่อนกำลังมีปัญหา จะให้ทิ้งไปได้ไงเล่า”
“มุกอยู่ได้ แพทไปทำงานเถอะ”
“ไม่ล่ะ อยากอยู่เป็นเพื่อนมุก ถึงช่วยอะไรไม่ได้มากก็เถอะ”
“ใครบอก แพทช่วยมุกได้มากเลยละ แพทให้ที่หลบภัย แพทเป็นที่ปรึกษา แพทเป็นกำลังใจให้มุก”
“เมื่อก่อนมุกก็ช่วยแพท ถ้าวันนั้นมุกไม่ให้แพทยืมค่าเทอม แพทก็คงไม่ได้เรียนต่อ แล้วมุกจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้” ถึงแม้มุกจะอยู่ในฐานะลูกเมียน้อย แต่ข้อดีของชนาธิปก็คือส่งเสียเลี้ยงดูเธอกับแม่ แม้เงินจำนวนนั้นจะเทียบไม่ได้เลยกับที่สามคนแม่ลูกได้รับ แต่ก็ทำให้เธอกับแม่ไม่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่แม่ของเธอยอมทนรับสภาพเมียน้อย
“ถึงมุกจะไม่ได้เรียนต่อโทแล้ว แต่มุกก็ยังมีปริญญาตรี ยังไงมุกก็ต้องเอาตัวรอดได้” มุกมองของที่เธอคว้าติดตัวออกมาด้วย ของที่จะทำให้เธอเอาชีวิตรอดได้ เอกสารสำคัญ เงินที่เธอเก็บออมไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ และโทรศัพท์มือถือ
“ถ้ามุกตัวคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหางานทำ แต่มุกกำลังท้อง มันยากมากนะที่จะมีที่ไหนรับคนท้องเข้าทำงาน แล้วนี่ท้องกี่เดือนแล้ว” แพท พูดถูกทุกอย่าง ไม่มีที่ไหนรับคนท้องเข้าทำงาน แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องหาทางออกให้กับชีวิตให้ได้ จะไม่ยอมกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก
“สองเดือน”
“แพทว่าก่อนอื่นมุกไปฝากท้องก่อนดีกว่า เรื่องงานค่อยว่ากัน ระหว่างนี้ก็อยู่กับแพทที่นี่ไม่ต้องไปหาที่อยู่ที่ไหนหรอก แพทจะช่วยมุกเลี้ยงหลานเอง น้าแพทจะช่วยแม่มุกเลี้ยงหนูเองนะ” แพทยื่นมือไปสัมผัสหน้าท้องของมุก
“แพท” มุกมองเพื่อนรักด้วยความซาบซึ้งใจ
“ไม่ต้องมาทำซึ้งเลย เราเพื่อนกันนะ อะไรที่ช่วยมุกได้ เพื่อนคนนี้ก็พร้อมช่วย”
“ขอบคุณนะ มุกรักแพทที่สุดเลย” มุกสวมกอดแพทอย่างขอบคุณ
“แพทก็รักมุก เราจะเป็นเพื่อนรักกันแบบนี้ตลอดไปนะ เอาแบบนี้ไหม ช่วงที่มุกท้อง มุกก็หาของมาไลฟ์สดขายไปก่อน คลอดแล้วค่อยหางานทำ กลางวันแพทจะดูหลานเอง ส่วนกลางคืนมุกก็ดูลูก”
“ก็ดีนะ ยุคนี้ใคร ๆ ก็เล่นโซเชียล สั่งของออนไลน์กันทั้งนั้น แพทว่ามุกขายพวกครีมหรืออาหารเสริมดีไหม”
“แพทก็ว่าดีนะ เอาเป็นครีมที่ปลอดสาร คนท้องสามารถใช้ได้ อย่างอาหารเสริมก็ต้องเป็นที่คนท้องกินได้ด้วย พวกเครื่องสำอางแพทก็ว่าน่าสนนะ มุกแต่งหน้าเก่งอยู่แล้ว”
“โอเคตามนี้ ก่อนอื่นก็ต้องหาข้อมูลก่อน”
“มุกหาข้อมูล ส่วนแพทจะทำหน้าที่พีอาร์ ทำเพจกับโฆษณาให้เอง”
เมื่อคิดได้ดังนั้นสองสาวก็ไม่รีรอ แบ่งหน้าที่กันตามความถนัด เริ่มจากหาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามที่คนท้องสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญต้องใช้แล้วเห็นผล โดยมุกจะต้องทดลองผลิตภัณฑ์เหล่านั้นด้วยตนเอง ก่อนจะนำมาขาย โดยมีแพทคอยช่วยเหลือ และสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อในครรภ์ของเธอมีสองชีวิตน้อย ๆ ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปกับเธอ
พิธีมงคลสมรสระหว่าง วรา เฌอสลัล กับ มุก มุกไหม เจ้าบ่าวอยู่ในชุดผสมผสานระหว่างไทยและสากลไว้อย่างลงตัว โดยใช้ผ้าไหมสี่เส้นสีขาวสั่งทอใหม่พิเศษจากลำพูนเพื่อตัดเย็บเสื้อสูทสากล ส่วนตัวเสื้อเชิ้ตด้านในแต่งลายเย็บเกร็ดและดีไซน์คอปกเป็นแบบทรงราชปะแตน ในส่วนโจงกระเบนใช้ผ้าลำพูนสีเงิน ส่งให้เจ้าบ่าวสง่างาม แต่ก็มีความเรียบโก้และดูหรูหรา ส่วนเจ้าสาวอยู่ในชุดไทยศิวาลัยสี White Diamond สะดุดตาด้วยดีเทลงานปักทั้งชุด ตัวเสื้อเป็นแบบแขนยาวคอจีนที่ใช้ลายเส้นคริสตัลและลูกปัดมาเพิ่มมิติ ห่มทับด้วยสไบคริสตัลปักลายเกล็ดหิมะทรงหน้าเรียว ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้ายกไหมลำพูนลายสร้อยคล้องดาวที่ทอแบบดิ้นยกดิ้นเงินเพื่อให้ผ้าเงางามเป็นพิเศษ และยังมีชายพก หน้านาง ตีนซิ่น ที่ปักเป็นลวดลายเกล็ดหิมะด้วยคริสตัลและเพชรนับร้อยเม็ด เป็นชุดไทยที่เปล่งประกายที่สุดเลยก็ว่าได้พิธีเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ญาติพี่น้องของตระกูลต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงแขกผู้ใหญ่ที่นับถือ และเพื่อน ๆ คู่บ่าวสาวประกอบพิธีสงฆ์และใส่บาตรเพื่อความเป็นสิริมลคลในชีวิตคู่ แทนการขอเขย“ป๊า ๆ ป๊าครับ ป๊า ! ป๊า !! ป๊า !!!” เสียงของเมฆกับหมอ
“หมูฟ้า หมูฝน ทำไร” เมฆวิ่งมาหาน้องสาวที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามตัวสั้นกับกางเกงเลกกิ้งเข้ารูปเน้นทรวดทรงกับพุงป่อง ๆ ทั้งที่รู้ว่าน้องกำลังกาย แต่ก็ยังถามออกไป“ว่าน้อนหยอ นี่แหนะ” ฟ้าโยนดัมเบลใส่พี่ชาย แต่เมฆรับไว้ได้ทัน ส่วนฝนโยนลูกบอลโยคะใส่ แต่ด้วยขนาดลูกบอลที่ใหญ่แทบจะเท่าตัวเอง ทำให้ลูกบอลลอยไปได้ไม่ไกล“คุณหนู โยนแบบนี้ไม่ได้นะคะ” หวายกับเนยใจหายใจคว่ำ ดีที่ว่าเมฆรับไว้ได้ และน้ำหนักดัมเบลไม่ได้มาก เพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ถ้าพลาดพลั้งก็ทำให้บาดเจ็บได้“เอาจริงเลยเหรอ เฮียแค่แกล้งเล่นเองนะ”“ฉมหน้า ฉัยไม่ดี ว่าน้อน” เจ้าแฝดน้องสมน้ำหน้าเมฆ นิสัยไม่ดี ชอบว่าน้อง“เมฆก็ชอบบู้บี้ฟ้ากับฝน ฟ้ากับฝนแค่ตัวตุ้ยนุ้ยมากไปหน่อย” หมอกต่อว่าเมฆ แต่ไม่ได้ทำให้น้องสาวทั้งสองรู้สึกดีขึ้นเลย“ฉัยไม่ดี เหมืองกัง เหมืองแหละ แกล้งน้อนได้ไง นี่น้อนฉุดฉวย โอ๋เยยนะ” ฟ้ากับฝนชี้หน้าพี่ชายที่ชอบแกล้งน้องเรียงคน บังคับขู่เข็ญให้ปลอบเอาใจตัวเองเหมือนเคย“โอ๋ ๆ หนูฟ้า หนูฝน” เมฆกับหมอกเข้าสวมกอดปลอบโยนน้องสาวที่แสนงอน“เยียกงี้แหละ ฉัยดี เยียกงี้หยอดนะ นี่หนูฟ้า ไม่ใช่ ๆ หมูฟ้า นี่หนูฝง ไม่ใช่ ๆ หมูฝง เป็งพี่ น
“น้องฟาเดียจ๋า แฟนจ๋ามาแล้ว” ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง เมฆก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมส่งเสียงเรียกฟาเดีย“น้อน หาน้อน” ฟ้ากับฝนก็วิ่งตามพี่ชายเข้าไปติด ๆ หมอกกับช่อแก้วก็เดินตามไป“เข้ามากันก่อน” ปุ้ยเชื้อเชิญหวาย เนย ปรก และดิม“ซื้ออาหารมาด้วย ปุ้ยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหาร” ดิมยกถุงอาหารขึ้นสูงให้ปุ้ยดู“คนเลือกเมนูรู้เลยว่าต้องเป็นคุณเมฆกับคุณหมอก” ปุ้ยรู้ได้ในทันทีว่าใครเลือกเมนูส้มตำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าแฝดพี่เมฆนอนหงายอยู่บนเบาะรองคลานที่มีคอกกั้นบุนวมกันกระแทก ฟาเดียนั่งคร่อมใช้ค้อนเป่าลมตี ยิ่งตีเสียงกระดิ่งก็ดังกรุ๊งกริ๊งประสานเสียงหัวเราะชอบใจ“นี่ ๆ ให้น้อน ยียาฟ ตุ๊ดตา ดูนะ” เจ้าแฝดน้องซื้อตุ๊กตายีราฟมาให้ ทั้งสองคนสาธิตให้ดู พอกดสวิตช์ก็มีเสียงเพลงพร้อมกับตุ๊กตายีราฟโยกหัวอย่างเมามัน ฟ้ากับฝนก็โยกหัวตาม พอเห็นพี่ทำ ฟาเดียก็ทำตามบ้าง เมฆกับหมอกก็โยกหัวเมามันไปกับน้อง ๆ ด้วย ช่อแก้วก็เอาแต่หัวเราะ เช่นเดียวกับพวกผู้ใหญ่ที่หัวเราะขบขันความน่ารักน่าเอ็นดู“เบาค่ะ เดี๋ยวคอจะเคล็ดกันเสียก่อน มากินส้มตำกันดีกว่าค่ะ” ความเมามันทำให้ปุ้ยกลัวว่าเด็ก ๆ จะคอเคล็ดกันไปเสียก่อน“ช่อแก้ว
ฟ้ากับฝนมาเล่นกับเจ้าแมวสองตัวของเอิงเอยกับอัญชัน คือเจ้าส้มส้มกับเจ้าคิตตี้ แต่ทั้งคู่ก็ต้องไปเรียนพิเศษตามความสนใจของแต่ละคน ทั้งดนตรี ศิลปะ อย่างตอนนี้อัญชันกำลังให้ความสนใจกับการเต้น อรัญชอบการต่อสู้ เรียนศิลปะการป้องกันตัวอย่างเทควันโด ไออุ่นกับโอบเอื้อสนใจด้านเทคโนโลยีจึงเรียนการเขียนโปรแกรรมอย่างเขียน Coding ส่วนเอิงเอยก็ชอบวาดรูป และดูเหมือนว่าจะชอบการออกแบบเหมือนแม่“แง~~~ตี้ตี ตีหนู” ฟ้าถูกเจ้าแมวสีขาวคิตตี้ตบหน้ารัว ๆ ร้องไห้จ้า ฟ้องว่าถูกคิตตี้ตี“คุณหนูฟ้า เจ็บมากไหมคะ” หวายสำรวจหาร่องรอยบาดแผล หันไปมองคุณหนูฝนแปรงขนให้เจ้าแมวส้มส้มแป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลย“คิตตี้แกล้งน้องฟ้าทำไม” อัญชันดุเจ้าแมวเกเรของตน คิตตี้ส่งเสียงร้องราวกับกำลังโต้เถียงว่ามันไม่ได้แกล้ง“คุณหนูฟ้าได้แผลไหมหวาย” เนยถามด้วยความเป็นห่วงระคนร้อนใจ หากคุณหนูได้รับบาดเจ็บก็เพราะความประมาทเลินเล่อของตนทั้งสอง“ไม่มีแผล คิตตี้น่าจะไม่ได้ลงเล็บ”“เจ็บไหม เป่าปู้ ๆ” ฝนถามพี่สาวฝาแฝดว่าเจ็บมากไหม แล้วเป่าลมใส่หน้าฟ้าขับไล่ความเจ็บปวด“เจ็บหน่อย หายแย้ว” ฟ้าบอกว่าเจ็บนิิดหน่อย และหายแล้ว ยกมือปาดเช็ดน้ำตา หวายใ
“คุณพ่อ” ระวีวิ่งเข้ามาสวมกอดชนาธิป ลุคอุ้มลูกชายอยู่ก็เข้ามาทักทายทุกคน“แม่เขาไปสบายแล้วนะลูก” ชนาธิปปลอบประโลม ระวีพยักหน้าเข้าใจ และทำใจต่อการจากลานี้ได้แล้ว“การสูญเสียเป็นความจริงของชีวิต ไม่มีอะไรที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป น้าเสียใจกับระวีด้วยนะ คุณโสมได้หมดเวรหมดกรรมจากโลกใบนี้แล้ว”“ขอบคุณน้ามนมากนะคะ ขอบคุณพี่มุกกับพี่วราด้วยที่พาคุณพ่อมา”“ยังมีอีกคนที่ระวีคงอยากให้มามากที่สุด” ระวีมีสีหน้าแปลกใจสิ่งที่มุกพูด แต่ภายในความรู้สึกลึก ๆ แล้ว สิ่งเดียวที่เธอต้องการก็คืออยากให้พี่ชายได้มาร่ำลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย แม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เธอกำลังจะได้เห็นต่อจากนี้ ทำให้รู้ว่าเธอคิดผิด“พี่ปรินทร์” ระวีไม่รีรอที่จะโผกอดชายร่างสูงที่ก้าวเท้าลงมาจากรถ น้ำตาของความดีใจรินไหล“ระวีน้องพี่” ปรินทร์โอบกอดน้องสาวแนบแน่นด้วยความคิดถึง น้ำตารินไหลไม่ต่างกัน ไม่มีใครขัดจังหวะ ปล่อยให้สองพี่น้องได้โอบกอดให้สมกับความคิดถึงที่ไม่ได้พบหน้ากันนานนับปี“อยู่ในนั้นพี่ปรินทร์ลำบากมากเลยใช่ไหม” ร่างกายที่ซูบผอมของปรินทร์ทำให้ระวีอดใจหายไม่ได้ สงสารคนเป็นพี่จับใจ จากคนที่หล่อเหลา ดูแลตัว
“มาทำไม” ปรินทร์มองผู้มาขอเยี่ยมด้วยความแปลกใจผ่านลูกกรงเหล็ก“ณหทัยตายแล้ว” วราสังเกตเห็นแววตาที่วูบไหวของปรินทร์ แต่ก็เพียงครู่เท่านั้น“แค่นี้ใช่ไหม” ร่างสูงในชุดนักโทษลุกยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉย“มึงอยากไปลาเขาเป็นครั้งสุดท้ายไหม”“มาทำดีกับกูทำไม”“มนุษยธรรม มึงรู้จักไหม”“หึ” ปรินทร์แสยะยิ้ม เดินผ่านผู้คุมไป“มึงไม่อยากเห็นหน้าหลานบ้างหรือไง ราม ลูกชายของระวี ตอนนี้ก็จะแปดเดือนแล้ว ชีวิตมึงยังมีระวีเป็นน้องสาวอยู่ มึงคงยังไม่ลืม” ปรินทร์ชะงักนิ่ง ตั้งแต่คดีความถูกตัดสินโดยไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ระวีมาขอเยี่ยมทุกเดือน แต่เป็นเขาเองที่ไม่เคยออกมาพบ มีเพียงจดหมายที่ระวีฝากไว้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะเปิดอ่านรูปของระวีกับทารกน้อยในวันแรกที่ออกมาสู่โลกกว้างด้วยรอยยิ้มของความสุขพร้อมผู้ชายผมทองที่จำได้ดีว่าเป็นบอดีการ์ดของวรา รูปของทารกเพศชายที่นอนคว่ำแล้วชันคอยิ้มแฉ่งคู่กับแม่ และรูปของเด็กชายตัวน้อยที่นั่งได้ตามพัฒนาการ ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสไร้เดียงสาสมวัย และมาพร้อมกับรอยยิ้มของน้องสาวอีกเช่นเคย ซึ่งกลายเป็นน้องสาวต่างพ่อในวันที่ความจริงปรากฏว่าตนทั้งสองไม่ใช่ลูกของชนาธิปจดหมายกว่าสิบฉบับกั







