Se connecter“อึก…อุ๊บ” ขณะประชุมแต่งตั้งผู้บริหาร วรา เฌอสลัล ผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ของ Captivating W Enticing Co.,Ltd. ที่รับวางแผนการตลาด ผลิต และออกแบบผลิตภัณฑ์เกี่ยวความสวยความงาม ทั้งสกินแคร์ น้ำหอม ครีมทาผิว เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ก็เกิดอาการพะอืดพะอมอยากจะอาเจียน
“เป็นอะไรวรา” เดล จันทรัช ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้มากับมือเอ่ยถามลูกชาย คณะกรรมการบริหารในที่ประชุมต่างหันมอง
“จู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้ครับ”
“ไปพักก่อนไหม” หน้าที่ซีดเซียวของบุตรชายทำให้เดลอดเป็นห่วงไม่ได้
“ปะป๊าต่อเลยครับ ผมไหว” การประชุมดำเนินต่อไป แม้วราจะมีอาการพะอืดพะอมเป็นระยะ แต่เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม เขาก็พาตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำอยู่นานสองนาน ก่อนจะออกมาด้วยสภาพโรยแรง
“วราเป็นอะไรลูก” เอวารีบเข้าไปช่วยพยุงลูกชาย ด้วยกลัวว่าจะเดินเซล้มไปเสียก่อน
“เห็นคลื่นไส้ตั้งแต่ประชุมละ” เดลเป็นคนตอบแทนลูกชาย
“ตื่นเต้นหรือไงคะท่านประธาน” นาราน้องสาวฝาแฝดของวราที่ติดตามคนเป็นแม่มาด้วยเอ่ยว่าอย่างไม่จริงจัง มือก็หยิบผลสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
“กินอะไร เอามากินมั่ง” วรานึกเปรี้ยวปาก ยิ่งเห็นสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่ ๆ สีแดง ๆ เนื้อฉ่ำ ๆ ก็นึกอยาก คว้ากล่องสตรอว์เบอร์รีมาจากนารา
“วรา เอาคืนมาเลยนะ” ในบรรดาของกิน นาราหวงสตรอว์เบอร์รียิ่งกว่าสิ่งใด เวลาที่เธอกินอยู่ใครก็ห้ามแย่ง
“อย่าขี้งกไปหน่อยเลยน่า”
“วราก็รู้ว่าเวลานารากินสตรอว์เบอร์รีห้ามแย่ง ก็ยังจะแกล้งน้อง” เอวาว่า
“วรากินแค่ลูกสองลูกเองครับ แก้คลื่นไส้ เอาคืนไปเลย” วราส่งกล่องสตรอว์เบอร์รีคืนคนขี้หวง
“จบโทกันแล้วยังจะทะเลาะกันเป็นเด็ก ๆ อีกนะ” เดลส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับฝาแฝดคู่เล็ก ถึงจะเป็นฝาแฝดกันแต่ใบหน้าของทั้งคู่กลับไม่เหมือนกันเลย ต่างจากแฝดผู้พี่ ที่เป็นแฝดสาม ชายสอง หญิงหนึ่ง แต่ใบหน้าละม้ายคล้ายกันมาก วรากับนาราต่างไม่ยอมกัน จ้องแต่จะเอาชนะ แต่ด้วยความที่นาราเปรียบเสมือนลูกคนเล็ก จึงได้รับความเอนเอียงจากผู้เป็นแม่มากกว่าใคร แม้จะชอบทะเลาะกัน แต่ก็รักกันมาก ทั้งคู่คล้ายมีสัมผัสพิเศษระหว่างกัน ไม่ว่าใครมีเรื่องไม่สบายใจ อีกฝ่ายก็สามารถรับรู้ได้
“นี่ถ้ามีเมียนึกว่าแพ้ท้องแทนเมียนะเนี่ย” ด้วยมีพี่น้องหลายคนที่มีครอบครัวไปแล้ว นาราจึงเห็นจนชินตาที่สามีจะมีอาการแพ้ท้องแทนภรรยา และในเวลานี้วราก็กำลังมีอาการคล้ายคนแพ้ท้อง ทั้งคลื่นไส้อาเจียน และกินผลไม้รสเปรี้ยว
“แอบไปทำใครท้องหรือเปล่าวรา”
“วราป้องกันตลอดนะครับหม่าม้า…” วราพูดเพียงเท่านั้นก็ชะงักนิ่งงัน จู่ ๆ ก็เริ่มไม่แน่ใจ และนึกถึงใบหน้าสวยพริ้มเพราของหญิงสาวที่เขาถูกตาต้องใจ และมีความสัมพันธ์กัน แต่ก็เป็นความสัมพันธ์แบบข้ามคืน ไม่แม้แต่จะได้ร่ำลากันด้วยซ้ำ สองเดือนแล้วที่ใบหน้าของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา
“มีไม่แน่ใจ” นาราว่าราวกับอ่านความคิดพี่ชายฝาแฝดได้
“ไม่แน่ใจอะไร ป้องกันตลอดจะไม่แน่ใจได้ไง” วราแก้ตัวพัลวัน ไม่มีอะไรที่เขาปิดบังน้องสาวฝาแฝดได้
“แล้วเมื่อไรจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนสักที รีบ ๆ หาได้แล้ว ป๊าอยากอุ้มหลาน” เดลได้โอกาสไต่ถามเรื่องนี้ เขามีลูกชายสามคน แต่ละคนอยู่ในวัยฉกรรจ์ แต่ก็ไม่มีใครยอมลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวเลยสักคน ส่วนลูกสาวสองคนนั้นหวงยิ่งกว่าไข่ในหิน
“ปะป๊าให้เฮียศิรา เฮียธารา หาก่อนเลยครับ วรายังไม่พร้อม”
“ก็พูดกันแต่ไม่พร้อม ๆ เอาอะไรมาไม่พร้อม หลานเป็นสิบคนป๊าก็เลี้ยงได้สบาย”
“วราไปทำงานก่อนนะครับ ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะเลย” วราเริ่มหาวิธีเอาตัวรอด แม้จะยังมีอาการคลื่นเหียนวิงเวียนศีรษะอยู่ แต่ถ้าคุยเรื่องนี้กับผู้เป็นพ่อต่อ มีหวังอาการเขาคงหนักยิ่งกว่าเดิม ก่อนไปยังมิวายหยิบผลสตรอว์เบอร์รีติดมือไปด้วย และก็ถูกนาราโวยวายด้วยความหวงแหนไปตามระเบียบ
เพจ ChicChic By มุกไหม เพจของความสวยที่ทันสมัย เพียบพร้อมไปด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และของใช้จิปาถะของเหล่าคุณแม่ที่รับประกันว่าดีแน่นอน เพราะว่าที่คุณแม่เจ้าแฝดได้ทดลองใช้มาหมดแล้ว ก่อนที่จะนำมาขายให้กับลูกค้า จากยอดผู้ชมต่อการไลฟ์สดหลักสิบ ขยับขึ้นมาเป็นหลักร้อย จนพุ่งทยานไปสู่หลักพัน มีผู้ติดตามและกดไลก์เพจหลักหมื่น และอีกไม่นานก็จะก้าวสู่หลักแสน มีออเดอร์เข้ามาต่อวันไม่ต่ำกว่าร้อยบ้านที่ต้องจัดส่ง และทุกการไลฟ์สดจะมีออเดอร์ถล่มทลายนับพันชิ้น ถือเป็นความสำเร็จแบบก้าวกระโดดทีเดียวกับระยะเวลาเพียงหกเดือน
“กลับมาแล้ว อะเลขพัสดุ ออเดอร์เข้าอีกแล้วเหรอ ขายดีแบบนี้หลังคลอดมุกไม่ต้องไปหางานทำแล้วแหละ ยึดอาชีพเป็นแม่ค้าออนไลน์ต่อเลย” แพท ออกไปส่งของให้มุก ไม่ลืมที่จะหิ้วอาหารกลางวันสำหรับสองคนกลับมาด้วย ห้องพักแบบสตูดิโอดูเล็กไปถนัดตายามที่มีกล่องพัสดุและสต็อกสินค้าที่รอส่ง และในเวลานี้รอบ ๆ ตัวมุกมีออเดอร์เตรียมรอแพ็กลงกล่องอีกหลายออเดอร์ และดูท่าจะยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาเรื่อย ๆ จากที่มุกตอบข้อความของลูกค้ามือเป็นระวิง
“มุกก็ว่างั้น ถ้าขายดีแบบนี้มุกว่าจะทำแบรนด์เป็นของตัวเอง แพทว่าดีไหม” มุกเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยความแช่มชื่นใจ แม้จะเหนื่อยและต้องอดตาหลับขับตานอน แต่เมื่อเห็นจำนวนเงินในบัญชีก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
“ดีสิ ดีมาก ๆ เลยแหละ แพทพร้อมช่วย ถ้ามุกเปิดบริษัทเป็นของตัวเองเมื่อไร แพทจะยื่นใบสมัครเป็นพนักงานคนแรกเลย” แพทตอบ พลางเดินไปจัดการกับอาหารที่ซื้อมาเทใส่จาน
“อย่างแพทน่ะต้องเป็นหุ้นส่วน”
“แพทจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุนกับมุก ลำพังส่งให้ที่บ้านก็เดือนชนเดือนแล้ว ดีนะช่วงนี้มีมุกช่วยหารค่าใช้จ่าย” น้องชายของแพทเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอจึงต้องส่งเงินไปให้ที่บ้านมากขึ้น แม้จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่เธอก็ไม่ยอมรับเปอร์เซ็นต์กำไรที่มุกขายของออนไลน์ได้ ด้วยคิดว่าตัวเองไม่ได้เดือดร้อนอะไรขนาดนั้น และอยากให้มุกเก็บเงินไว้ให้เจ้าแฝดที่ใกล้จะออกมาลืมตาดูโลกอยู่ไม่กี่วันนี้แล้ว
“มุกแบ่งกำไรให้ก็ไม่เอา”
“ไม่เอา เก็บไว้ให้หลาน หลานตั้งสองคนเลยนะ เก็บไว้เถอะ มุกยังมีรายจ่ายอีกเยอะ” แพทเดินกลับมาพร้อมอาหารสองจาน
“ทำไมแพทถึงดีกับมุกขนาดนี้ ขอบคุณนะ” มุกสวมกอดแพท ตามด้วยหอมแก้มเป็นการขอบคุณ
“ขนลุกแล้วเนี่ย กอดหอมกันทุกวันจนจะเป็นเบี้ยนอยู่แล้ว ว่าแต่มุกจะเอาเวลาที่ไหนทำ อย่าลืมนะว่าไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่คูณสอง” แพทแกล้งทำเป็นคนลุกคนชันยามถูกมุกกอดกับหอมแก้ม แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามุกจะแบ่งเวลาได้อย่างไรทั้งเลี้ยงลูกน้อยฝาแฝด ทั้งโพรเจกต์ใหญ่ที่ผุดขึ้นมา
“มุกว่ามุกทำได้ แต่คงต้องหาผู้ช่วยเพิ่มด้วย เมฆกับหมอกจะเป็นเด็กดีของแม่มุกกับน้าแพทครับ” มุกมั่นใจในตัวเอง เมื่อมีโอกาสแล้วเธอจะไม่รอคำว่าพร้อม เหมือนเมื่อครั้งที่เธอตัดสินใจเป็นแม่ค้าออนไลน์ ในวันนั้นเธอกับแพทคิดได้และลงมือทำทันที จึงประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ลูกคือกำลังใจที่ดีเยี่ยมของเธอ และเชื่อว่าลูกก็พร้อมสู้ไปกับเธอ
“เดือนหน้าก็จะได้เจอกันแล้วนะครับม่านเมฆ ม่านหมอก ดิ้นแรงขนาดนี้หิวแล้วใช่ไหม มุกพักกินข้าวก่อน ดูสิ หลานชายแพทหิวแล้ว” แพทยื่นมือไปวางทาบบนหน้าท้องที่ขยายใหญ่ของมุก ทารกน้อยในครรภ์ดิ้นรับสัมผัส ก่อนจะให้ว่าที่คุณแม่ที่นั่งหลังขดหลังแข็งจากการจัดออเดอร์ให้ลูกค้าพักรับประทานอาหาร แต่ก็มิวายพูดคุยวางแผนเรื่องโพรเจกต์ และเห็นตรงกันว่าต้องหาคนมาช่วยแพ็กของกับตอบข้อความลูกค้า
พิธีมงคลสมรสระหว่าง วรา เฌอสลัล กับ มุก มุกไหม เจ้าบ่าวอยู่ในชุดผสมผสานระหว่างไทยและสากลไว้อย่างลงตัว โดยใช้ผ้าไหมสี่เส้นสีขาวสั่งทอใหม่พิเศษจากลำพูนเพื่อตัดเย็บเสื้อสูทสากล ส่วนตัวเสื้อเชิ้ตด้านในแต่งลายเย็บเกร็ดและดีไซน์คอปกเป็นแบบทรงราชปะแตน ในส่วนโจงกระเบนใช้ผ้าลำพูนสีเงิน ส่งให้เจ้าบ่าวสง่างาม แต่ก็มีความเรียบโก้และดูหรูหรา ส่วนเจ้าสาวอยู่ในชุดไทยศิวาลัยสี White Diamond สะดุดตาด้วยดีเทลงานปักทั้งชุด ตัวเสื้อเป็นแบบแขนยาวคอจีนที่ใช้ลายเส้นคริสตัลและลูกปัดมาเพิ่มมิติ ห่มทับด้วยสไบคริสตัลปักลายเกล็ดหิมะทรงหน้าเรียว ส่วนผ้านุ่งเป็นผ้ายกไหมลำพูนลายสร้อยคล้องดาวที่ทอแบบดิ้นยกดิ้นเงินเพื่อให้ผ้าเงางามเป็นพิเศษ และยังมีชายพก หน้านาง ตีนซิ่น ที่ปักเป็นลวดลายเกล็ดหิมะด้วยคริสตัลและเพชรนับร้อยเม็ด เป็นชุดไทยที่เปล่งประกายที่สุดเลยก็ว่าได้พิธีเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ญาติพี่น้องของตระกูลต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงแขกผู้ใหญ่ที่นับถือ และเพื่อน ๆ คู่บ่าวสาวประกอบพิธีสงฆ์และใส่บาตรเพื่อความเป็นสิริมลคลในชีวิตคู่ แทนการขอเขย“ป๊า ๆ ป๊าครับ ป๊า ! ป๊า !! ป๊า !!!” เสียงของเมฆกับหมอ
“หมูฟ้า หมูฝน ทำไร” เมฆวิ่งมาหาน้องสาวที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามตัวสั้นกับกางเกงเลกกิ้งเข้ารูปเน้นทรวดทรงกับพุงป่อง ๆ ทั้งที่รู้ว่าน้องกำลังกาย แต่ก็ยังถามออกไป“ว่าน้อนหยอ นี่แหนะ” ฟ้าโยนดัมเบลใส่พี่ชาย แต่เมฆรับไว้ได้ทัน ส่วนฝนโยนลูกบอลโยคะใส่ แต่ด้วยขนาดลูกบอลที่ใหญ่แทบจะเท่าตัวเอง ทำให้ลูกบอลลอยไปได้ไม่ไกล“คุณหนู โยนแบบนี้ไม่ได้นะคะ” หวายกับเนยใจหายใจคว่ำ ดีที่ว่าเมฆรับไว้ได้ และน้ำหนักดัมเบลไม่ได้มาก เพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ถ้าพลาดพลั้งก็ทำให้บาดเจ็บได้“เอาจริงเลยเหรอ เฮียแค่แกล้งเล่นเองนะ”“ฉมหน้า ฉัยไม่ดี ว่าน้อน” เจ้าแฝดน้องสมน้ำหน้าเมฆ นิสัยไม่ดี ชอบว่าน้อง“เมฆก็ชอบบู้บี้ฟ้ากับฝน ฟ้ากับฝนแค่ตัวตุ้ยนุ้ยมากไปหน่อย” หมอกต่อว่าเมฆ แต่ไม่ได้ทำให้น้องสาวทั้งสองรู้สึกดีขึ้นเลย“ฉัยไม่ดี เหมืองกัง เหมืองแหละ แกล้งน้อนได้ไง นี่น้อนฉุดฉวย โอ๋เยยนะ” ฟ้ากับฝนชี้หน้าพี่ชายที่ชอบแกล้งน้องเรียงคน บังคับขู่เข็ญให้ปลอบเอาใจตัวเองเหมือนเคย“โอ๋ ๆ หนูฟ้า หนูฝน” เมฆกับหมอกเข้าสวมกอดปลอบโยนน้องสาวที่แสนงอน“เยียกงี้แหละ ฉัยดี เยียกงี้หยอดนะ นี่หนูฟ้า ไม่ใช่ ๆ หมูฟ้า นี่หนูฝง ไม่ใช่ ๆ หมูฝง เป็งพี่ น
“น้องฟาเดียจ๋า แฟนจ๋ามาแล้ว” ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง เมฆก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมส่งเสียงเรียกฟาเดีย“น้อน หาน้อน” ฟ้ากับฝนก็วิ่งตามพี่ชายเข้าไปติด ๆ หมอกกับช่อแก้วก็เดินตามไป“เข้ามากันก่อน” ปุ้ยเชื้อเชิญหวาย เนย ปรก และดิม“ซื้ออาหารมาด้วย ปุ้ยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหาร” ดิมยกถุงอาหารขึ้นสูงให้ปุ้ยดู“คนเลือกเมนูรู้เลยว่าต้องเป็นคุณเมฆกับคุณหมอก” ปุ้ยรู้ได้ในทันทีว่าใครเลือกเมนูส้มตำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าแฝดพี่เมฆนอนหงายอยู่บนเบาะรองคลานที่มีคอกกั้นบุนวมกันกระแทก ฟาเดียนั่งคร่อมใช้ค้อนเป่าลมตี ยิ่งตีเสียงกระดิ่งก็ดังกรุ๊งกริ๊งประสานเสียงหัวเราะชอบใจ“นี่ ๆ ให้น้อน ยียาฟ ตุ๊ดตา ดูนะ” เจ้าแฝดน้องซื้อตุ๊กตายีราฟมาให้ ทั้งสองคนสาธิตให้ดู พอกดสวิตช์ก็มีเสียงเพลงพร้อมกับตุ๊กตายีราฟโยกหัวอย่างเมามัน ฟ้ากับฝนก็โยกหัวตาม พอเห็นพี่ทำ ฟาเดียก็ทำตามบ้าง เมฆกับหมอกก็โยกหัวเมามันไปกับน้อง ๆ ด้วย ช่อแก้วก็เอาแต่หัวเราะ เช่นเดียวกับพวกผู้ใหญ่ที่หัวเราะขบขันความน่ารักน่าเอ็นดู“เบาค่ะ เดี๋ยวคอจะเคล็ดกันเสียก่อน มากินส้มตำกันดีกว่าค่ะ” ความเมามันทำให้ปุ้ยกลัวว่าเด็ก ๆ จะคอเคล็ดกันไปเสียก่อน“ช่อแก้ว
ฟ้ากับฝนมาเล่นกับเจ้าแมวสองตัวของเอิงเอยกับอัญชัน คือเจ้าส้มส้มกับเจ้าคิตตี้ แต่ทั้งคู่ก็ต้องไปเรียนพิเศษตามความสนใจของแต่ละคน ทั้งดนตรี ศิลปะ อย่างตอนนี้อัญชันกำลังให้ความสนใจกับการเต้น อรัญชอบการต่อสู้ เรียนศิลปะการป้องกันตัวอย่างเทควันโด ไออุ่นกับโอบเอื้อสนใจด้านเทคโนโลยีจึงเรียนการเขียนโปรแกรรมอย่างเขียน Coding ส่วนเอิงเอยก็ชอบวาดรูป และดูเหมือนว่าจะชอบการออกแบบเหมือนแม่“แง~~~ตี้ตี ตีหนู” ฟ้าถูกเจ้าแมวสีขาวคิตตี้ตบหน้ารัว ๆ ร้องไห้จ้า ฟ้องว่าถูกคิตตี้ตี“คุณหนูฟ้า เจ็บมากไหมคะ” หวายสำรวจหาร่องรอยบาดแผล หันไปมองคุณหนูฝนแปรงขนให้เจ้าแมวส้มส้มแป๊บเดียวก็เกิดเรื่องเลย“คิตตี้แกล้งน้องฟ้าทำไม” อัญชันดุเจ้าแมวเกเรของตน คิตตี้ส่งเสียงร้องราวกับกำลังโต้เถียงว่ามันไม่ได้แกล้ง“คุณหนูฟ้าได้แผลไหมหวาย” เนยถามด้วยความเป็นห่วงระคนร้อนใจ หากคุณหนูได้รับบาดเจ็บก็เพราะความประมาทเลินเล่อของตนทั้งสอง“ไม่มีแผล คิตตี้น่าจะไม่ได้ลงเล็บ”“เจ็บไหม เป่าปู้ ๆ” ฝนถามพี่สาวฝาแฝดว่าเจ็บมากไหม แล้วเป่าลมใส่หน้าฟ้าขับไล่ความเจ็บปวด“เจ็บหน่อย หายแย้ว” ฟ้าบอกว่าเจ็บนิิดหน่อย และหายแล้ว ยกมือปาดเช็ดน้ำตา หวายใ
“คุณพ่อ” ระวีวิ่งเข้ามาสวมกอดชนาธิป ลุคอุ้มลูกชายอยู่ก็เข้ามาทักทายทุกคน“แม่เขาไปสบายแล้วนะลูก” ชนาธิปปลอบประโลม ระวีพยักหน้าเข้าใจ และทำใจต่อการจากลานี้ได้แล้ว“การสูญเสียเป็นความจริงของชีวิต ไม่มีอะไรที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป น้าเสียใจกับระวีด้วยนะ คุณโสมได้หมดเวรหมดกรรมจากโลกใบนี้แล้ว”“ขอบคุณน้ามนมากนะคะ ขอบคุณพี่มุกกับพี่วราด้วยที่พาคุณพ่อมา”“ยังมีอีกคนที่ระวีคงอยากให้มามากที่สุด” ระวีมีสีหน้าแปลกใจสิ่งที่มุกพูด แต่ภายในความรู้สึกลึก ๆ แล้ว สิ่งเดียวที่เธอต้องการก็คืออยากให้พี่ชายได้มาร่ำลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย แม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เธอกำลังจะได้เห็นต่อจากนี้ ทำให้รู้ว่าเธอคิดผิด“พี่ปรินทร์” ระวีไม่รีรอที่จะโผกอดชายร่างสูงที่ก้าวเท้าลงมาจากรถ น้ำตาของความดีใจรินไหล“ระวีน้องพี่” ปรินทร์โอบกอดน้องสาวแนบแน่นด้วยความคิดถึง น้ำตารินไหลไม่ต่างกัน ไม่มีใครขัดจังหวะ ปล่อยให้สองพี่น้องได้โอบกอดให้สมกับความคิดถึงที่ไม่ได้พบหน้ากันนานนับปี“อยู่ในนั้นพี่ปรินทร์ลำบากมากเลยใช่ไหม” ร่างกายที่ซูบผอมของปรินทร์ทำให้ระวีอดใจหายไม่ได้ สงสารคนเป็นพี่จับใจ จากคนที่หล่อเหลา ดูแลตัว
“มาทำไม” ปรินทร์มองผู้มาขอเยี่ยมด้วยความแปลกใจผ่านลูกกรงเหล็ก“ณหทัยตายแล้ว” วราสังเกตเห็นแววตาที่วูบไหวของปรินทร์ แต่ก็เพียงครู่เท่านั้น“แค่นี้ใช่ไหม” ร่างสูงในชุดนักโทษลุกยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉย“มึงอยากไปลาเขาเป็นครั้งสุดท้ายไหม”“มาทำดีกับกูทำไม”“มนุษยธรรม มึงรู้จักไหม”“หึ” ปรินทร์แสยะยิ้ม เดินผ่านผู้คุมไป“มึงไม่อยากเห็นหน้าหลานบ้างหรือไง ราม ลูกชายของระวี ตอนนี้ก็จะแปดเดือนแล้ว ชีวิตมึงยังมีระวีเป็นน้องสาวอยู่ มึงคงยังไม่ลืม” ปรินทร์ชะงักนิ่ง ตั้งแต่คดีความถูกตัดสินโดยไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ระวีมาขอเยี่ยมทุกเดือน แต่เป็นเขาเองที่ไม่เคยออกมาพบ มีเพียงจดหมายที่ระวีฝากไว้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะเปิดอ่านรูปของระวีกับทารกน้อยในวันแรกที่ออกมาสู่โลกกว้างด้วยรอยยิ้มของความสุขพร้อมผู้ชายผมทองที่จำได้ดีว่าเป็นบอดีการ์ดของวรา รูปของทารกเพศชายที่นอนคว่ำแล้วชันคอยิ้มแฉ่งคู่กับแม่ และรูปของเด็กชายตัวน้อยที่นั่งได้ตามพัฒนาการ ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสไร้เดียงสาสมวัย และมาพร้อมกับรอยยิ้มของน้องสาวอีกเช่นเคย ซึ่งกลายเป็นน้องสาวต่างพ่อในวันที่ความจริงปรากฏว่าตนทั้งสองไม่ใช่ลูกของชนาธิปจดหมายกว่าสิบฉบับกั







