مشاركة

กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ
กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ
مؤلف: มี่เยี่ยน

ตอนที่1 บทนำ

last update تاريخ النشر: 2025-03-30 20:33:27

เมืองหลวง แคว้นหาน              

โรงละครเป่าชางนับว่าเป็นสถานเริงรมย์อันใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดในแคว้นหาน ทุก ๆ ปี ตระกูลจ้าวซึ่งมีฐานะเป็นพระญาติใกล้ชิดที่สุดของราชวงศ์จะจัดแสดงงิ้วเรื่องพิเศษขึ้น มีเพียงเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และคหบดีผู้มีชื่อเสียงเท่านั้นจึงจะได้รับเชิญ แต่ในปีนี้ฮ่องเต้รับสั่งให้ฉินอ๋องผู้เป็นพระอนุชาทำหน้าที่ประธานแทนพระองค์

ฉินอ๋องในชุดคลุมชินอ๋องสีดำปักลายพยัคฆ์ยืนเป็นสง่าอยู่ที่กลางโถงใหญ่

แม้ใบหน้าราวหยกนั้นจะราบเรียบและเย็นชา ทว่ากลับมีเสน่ห์ดึงดูดสตรีให้ไม่อาจละสายตา รัศมีรอบกายที่แผ่กำจายออกมาเจือไอเย็นบาง ๆ จนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้

แต่แล้วน้ำแข็งที่ฉาบในดวงตาพลันละลาย ริมฝีปากที่มักเม้มเป็นเส้นตรงกลับค่อย ๆ หยักโค้งเป็นรอยยิ้ม กลิ่นอายที่รายล้อมแปรเปลี่ยนจากเหมันตฤดูอันหนาวเหน็บเป็นแสงแรกจากตะวันของวสันต์ ทำให้สตรีทั้งหลายต่างเหม่อมองเขาราวกับถูกกระชากวิญญาณออกไป

อีกมุมหนึ่ง จ้าวกุ้ยอินผู้เป็นธิดาจ้าวอ๋องกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ พอเห็นรอยยิ้มนั้นใบหน้างามสะคราญพลันแดงระเรื่อ นัยน์ตาฉาบด้วยน้ำผึ้งหวานหยด น้อยครั้งนักที่นางจะได้เห็นรอยยิ้มของบุรุษที่สิงในหทัย ทว่าเมื่อเหลือบแลตามสายตาของเขาไป ก็มีอันต้องเก็บความรู้สึกของตนเองกลับมา เพราะรอยยิ้มราวแสงตะวันอันอบอุ่นอ่อนโยนนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อนาง แต่มีไว้ให้เยี่ยนเยว่ฉีบุตรีไคกั๋วกง

สตรีในชุดสีชมพูปักลายดอกโบตั๋นที่กำลังเยื้องกรายเข้าไปใกล้ฉินอ๋องด้วยท่วงท่าราวนางหงส์ แล้วยอบกายคารวะคู่หมั้นอย่างอ่อนช้อย ก่อนปรายสายตาหวานเชื่อมไปยังบุรุษตรงหน้าปราดหนึ่ง ไม่มากไม่น้อย ทุกอากัปกิริยาเหมาะสม ทำให้ทุกคนที่มองอยู่ล้วนชื่นชม และเห็นพ้องว่าทั้งสองสมกันราวกิ่งทองใบหยก

แต่สำหรับเจ้ากุ้ยอินแล้วภาพที่เห็นตรงหน้าเปรียบประดุจคมดาบที่เชือดเฉือนหัวใจอย่างทารุณ

เดิมจ้าวกุ้ยอินถูกผู้ใหญ่วางตัวไว้เป็นชายาเอกขององค์ชายเก้ามู่เลี่ยงหรง นางกับจ้าวเฟิงเหลยผู้เป็นพี่ชายเข้าวังหลวงอยู่บ่อยครั้ง เพื่อไปเป็นเพื่อนเล่นกับองค์ชายร่วมกับสองพี่น้องจากจวนโหว จนกระทั่งพระอนุชาได้รับแต่งตั้งเป็นฉินอ๋อง

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจ้าวกุ้ยอินในเวลานั้นรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่ท่านอ๋องน้อยเอ็นดูถางซือเซียนมากกว่าตนเอง จึงเผลอทำร้ายและด่าทอธิดาจวนโหวผู้มีกลิ่นกายล่อลวงจิตใจคนได้ว่า “เด็กปีศาจ”

เมื่อมู่เลี่ยงหรงเห็นถางซือเซียนที่เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าถูกจ้าวกุ้ยอินทำร้าย เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟและไม่เคยให้อภัยนางอีกเลย แต่ถึงกระนั้นไทเฮาก็ยังคงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าข้อตกลงกับตระกูลจ้าวล้วนไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ไม่นานพระโอรสคงจะหายโกรธเคืองท่านหญิงน้อยไปเอง ให้จ้าวอ๋องวางใจ

ในเวลานั้นจ้าวกุ้ยอินถูกผู้ใหญ่ตำหนิและอบรมเป็นการใหญ่

เพื่อขยายฐานอำนาจราชวงศ์วันข้างหน้าฉินอ๋องย่อมต้องรับชายารอง และอนุมากมาย นางเกิดในตระกูลสูงต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ความรู้สึกให้ดี มิเช่นนั้นจะปกครองเรือนหลังได้อย่างไร

เมื่อกระจ่างใจในเหตุผล ท่านหญิงน้อยจึงเรียนรู้การเก็บงำความรู้สึกตั้งแต่บัดนั้น

วันเวลาผ่านไป ท่านหญิงกุ้ยอินเติบโตกลายเป็นยอดพธู บุรุษทุกผู้ในแคว้นไม่อาจปฏิเสธความสามารถกับความงดงามสูงค่านี้ได้

แต่สำหรับนางแล้วไม่ว่าผู้ใดก็หาอยู่ในสายตา ตลอดมาในใจมีเพียงฉินอ๋อง สิ่งใดที่เขาโปรดปรานนางล้วนแตกฉานทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝีมือ ร่ายโคลงกลอน วาดภาพ เขียนอักษร หรือแม้แต่การร่ายรำซึ่งเป็นสิ่งที่สตรีสูงศักดิ์ไม่นิยมร่ำเรียน นางก็ขอร้องบิดาให้ส่งเสริม เพียงเพื่อจะแสดงให้บุรุษในดวงใจได้เห็นตนเองขณะกรีดกรายอยู่บนลานแสดงหน้าพระพักตร์ในงานเลี้ยงทุก ๆ ปี

ที่จ้าวกุ้ยอินทำลงไปทั้งหมดนี้ เพียงปรารถนาว่ามู่เลี่ยงหรงจะส่งสายตาชื่นชมมาให้สักครั้งหนึ่ง

แต่ก็มีเพียงประกายเย็นชาจากนัยน์ตาสีนิลไร้ก้นบึ้งตอบกลับมาเท่านั้น...

เหมือนสวรรค์ยังโหดร้ายกับนางไม่พอ เมื่องานชมดอกเหมยไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสระหว่างฉินอ๋องกับเยี่ยนเยว่ฉี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใดจะได้เป็นฉินหวางเฟย...

แล้วข้าเล่า?

เมื่อคิดถึงสิ่งที่ตนพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา จ้าวกุ้ยอินก็รู้สึกอึดอัดขับข้องใจ นางพากเพียรเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการเป็นชายาเอกฉินอ๋อง แต่สุดท้ายตำแหน่งนี้กลายเป็นของสตรีที่มาจากชายแดนผู้นั้น

การรอคอยและทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำเพื่อเขานั้น...ไร้ค่ากระนั้นหรือ?

หลังจากงานชมดอกเหมย จ้าวกุ้ยอินต้องทนกับข่าวลือ เสียงซุบซิบนินทา และสายตาของผู้คนมากมาย พวกเขามองมาราวกับเวทนา ทำไมนางจะไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากที่แสดงความเห็นอกเห็นใจเหล่านั้น มีแววเยาะหยันบาง ๆ เคลือบแฝงอยู่ด้วย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ นัยน์ตาประกายหยาดน้ำพลันไหววูบ สองมือภายใต้ชายแขนเสื้อที่พลิ้วไหวกำผ้าเช็ดหน้าแน่นอารมณ์หลากหลายสลับสับสนอยู่ในดวงใจ ทั้งเจ็บปวดระคนอิจฉาริษยา ที่ตนไม่ใช่สตรีที่ได้ยืนเคียงข้างบุรุษในชุดสีดำปักลายพยัคฆ์ผู้นั้น

แต่นางมิใช่เด็กน้อยในวันวานอีกต่อไปแล้ว

หากไม่ระมัดระวังกิริยา ก็มีแต่จะถูกเหล่าธิดาและบุตรสาวขุนนางทั้งหลายซ้ำเติมเสียเปล่า ๆ

จ้าวกุ้ยอินเพียงยืนมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ จนกระทั่งบุรุษรูปงามอีกสองคนเดินเข้าไปสมทบกับมู่เลี่ยงหรงและเยี่ยนเยว่ฉีที่ยืนสบตากันอยู่

หนึ่งคือเยี่ยนหยางจง ชื่อจื่อไคกั๋วกง[1] เขายังรั้งตำแหน่งรองแม่ทัพตระกูลเยี่ยนอีกด้วย สองคือเยี่ยนจิ้นหลิงบุตรชายคนรอง เขาเป็นกุนซือหนุ่มผมสีเงินที่บรรดาสตรีทั้งแคว้นหานยกให้เป็นชายรูปงามเหนือฉินอ๋อง

เมื่อสามบุรุษผู้มีรูปโฉมและความสามารถโดดเด่นที่สุดแห่งแคว้นยืนอยู่เคียงกัน ยิ่งทำให้คุณหนูทั้งหลายตาพร่ามัว

ฉินอ๋องมีกลิ่นอายสูงส่ง ถึงปกติจะดูเคร่งขรึมและเย็นชา แต่นัยน์ตาเข้มลึกดุจท้องฟ้ายามราตรีกลับดึงดูดหัวใจสตรีอย่างประหลาด เยี่ยนหยางจงให้ความรู้สึกดั่งดวงอาทิตย์ที่สาดส่อง ซ่อนความร้อนแรงไว้ภายในดวงตาเหยี่ยวคมปลาบ รูปร่างสูงใหญ่ กำยำแข็งแกร่ง องอาจผึ่งผายสมเป็นชายชาตินักรบ ส่วนเยี่ยนจิ้นหลิงนั้นไม่ต่างกับเทพยดาจำแลง รูปลักษณ์ราวภาพฝันนี้คล้ายล่อหลอกมวลมนุษย์ทั้งหญิงชายให้หลงใหล และศิโรราบได้เพียงแค่เขาปรายสายตา

จ้าวกุ้ยอินเอะใจเล็กน้อยที่วันนี้กุนซือผมสีเงินที่มักสวมอาภรณ์สีขาวตลอดร่างกลับสวมชุดสีดำสนิท ทำให้ยามนี้เขาดูลึกลับขึ้นหลายส่วน ผิดกับพี่ชายคนโตที่สวมอาภรณ์แขนกว้างสีน้ำเงิน ซึ่งให้ความรู้สึกสุขุมคัมภีรภาพมากกว่า

ก็แน่ล่ะ ยามนี้เยี่ยนหยางจงเป็นถึงซื่อจื่อไคกั๋วกง ย่อมต้องทิ้งคราบชายกักขฬะยามอยู่ชายแดนแล้ววางตัวให้ดูดี แม้หน้าตาของเขาจะไม่เลว แต่ยังดูธรรมดาจนเกินไปเมื่อเทียบกับน้องชายและน้องสาวที่ดูโดดเด่นเหนือคนสามัญ

ถึงกระนั้นจ้าวกุ้ยอินก็อดสงสัยมิได้ว่า เหตุใดชายผู้ที่มีนัยน์ตาเฉียบคมถึงต้องเก็บงำประกายอันโชติช่วงราวดวงอาทิตย์เอาไว้อย่างสุดความสามารถ หากไม่สังเกตดี ๆ จะไม่เห็นความทระนงและเฉลียวฉลาดที่ฉายออกมาราวระลอกคลื่นเล็ก ๆ แต่เพียงวูบเดียวก็เจือจางนั้นได้

หรือว่า...เขาพยายามจะไม่เป็นจุดสนใจ?

[1] ชื่อจื่อ หมายถึง รัฐทายาท ผู้สืบทอดตำแหน่งอ๋อง หรือขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ชั้นสูง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่104 จบ

    ก่อนจะถึงวันครบรอบแต่งงาน เยี่ยนหยางจงก็หว่านล้อมจ้าวกุ้ยอินให้ออกมามาล่องเรือเล่นกับเขาได้สำเร็จทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเมืองหลวง รอบ ๆ เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานา ทำให้ทัศนียภาพแปลเปลี่ยนไปในแต่ละฤดูเนื่องจากยามนี้เป็นปลายฤดูร้อนแล้ว อากาศจึงเย็นสบายกำลังดีจ้าวกุ้ยอินนั่งหันหน้าไปทางหัวเรือ สองสายตามองตรงไปยังท้องน้ำที่เปล่งประกายยามต้องแสงอาทิตย์ แม้จะฉากหลังจะงดงามราวภาพวาด ทว่าดวงหน้างามปานล่มเมืองกลับหม่นเศร้า แววตาที่เคยเด็ดเดี่ยวดังนางม้าป่าดูซึมเซาจนเยี่ยนหยางจงสะท้อนใจโดยปกติ สำหรับผู้สูงศักดิ์ บ่าวไพร่มีค่าไม่ต่างจากมดปลวก เขาไม่คิดว่าการที่ตนเองพรากชิวสุยไปจากจ้าวกุ้ยอิน จะสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจให้นางขนาดนี้ตั้งแต่ออกจากจวนจนถึงตอนนี้ จ้าวกุ้ยอินพูดกับเขานับคำได้ หากตนเองยังไม่ทำอะไรสักอย่าง เกรงว่าหยางจงน้อยคงจะไม่ได้เกิดเป็นแน่ครั้นแล้วเยี่ยนหยางจงก็ออกแรงพายเรือให้เร็วขึ้นอีก จนกระทั่งพวกเขาออกมาไกลจากเรือลำอื่น ๆจ้าวกุ้ยอินเหม่อมองเบื้องหน้าอย่างคิดไม่ตก นางเองก็ไม่อยากเป็นเช่นนี้ แต่ส่วนลึกไม่อาจให้อภัยตนเองได้ เพราะถ้าชิวสุ่ยยังมีชีวิตอยู่ ป่านนี

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่103 ตอนพิเศษ เรื่องค้างคาใจของจ้าวกุ้ยอิน

    หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายผ่านพ้น เยี่ยนจิ้นหลิงก็ไปบอกกับมารดาว่าจ้าวกุ้ยอินสุขภาพสมบูรณ์ดีแล้ว ขอเพียงเยี่ยนหยางจงขยันหว่านเมล็ดพันธุ์ นางจะต้องตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ไป๋หลันได้ยินดังนั้นก็ยินดีอย่างยิ่ง ถึงกับยกเลิกการคารวะยามเช้า และส่งของบำรุงทั้งหลายแหล่มาให้ ยามนี้จ้าวกุ้ยอินจึงดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลยิ่งกว่าที่เคยเนื่องจากสถานการณ์สงบแล้ว จ้าวกุ้ยอินจึงมีใจอยากออกไปพบปะผู้คนบ้าง เยี่ยนหยางจงมิได้มีปัญหา แต่ยังรู้สึกไม่วางใจ จึงสั่งให้ฟางหรู หนิงเหอ จิวซิน และอวิ้นเซียนติดตามไปด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงของจวนใด ภาพที่ผู้อื่นคุ้นชินคือขบวนของฮูหยินซื่อจื่อไคกั๋วกง ยิ่งเห็นจ้าวกุ้ยอินปฏิบัติกับเหล่าอนุอย่างดี อีกทั้งสายตาของพวกนางก็เต็มไปด้วยความเคารพนบนอบยิ่ง ทำให้ชื่อเสียงเรื่องความใจกว้างของจ้าวกุ้ยอินระบือไกล โดยหารู้ไม่ว่าสตรีทั้งสี่เป็นเพียงอนุแค่ในนาม แท้จริงแล้วพวกนางสี่คนคือองครักษ์หญิงที่เยี่ยนหยางจงกับจ้าวอ๋องจัดหามาให้ และทุกครั้งที่เขาไปหาพวกนาง ก็เป็นเพียงฉากบังหน้า แต่แท้ที่จริงลอบออกไปทำภารกิจลับยามราตรีต่างหากสตรีผู้เดียวที่เยี่ยนหยางจงร่วมเรียงเคียงหมอนก็คือจ้า

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่102 อย่าทำหน้าแบบนั้น

    “นั่นเพราะสวรรค์สร้างให้พี่ชายข้าเกิดมาเป็นคนพิเศษอย่างไรเล่า” เยี่ยนหยางจงเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณใกล้เคียงจุดนี้มาก่อน ทำให้รู้ว่าหัวใจของพี่ชายอยู่ทางอกด้านขวา ดังนั้นยามเห็นปิ่นปักอยู่ทางอกซ้ายจึงยังใจเย็นอยู่ได้“หากเจ้ารู้อาการดีก็ควรรีบบอก แกล้งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เช่นนี้ไม่ได้มีเพียงแต่กุ้ยอินที่ใจเสีย พวกข้าเองก็ไม่ต่างกัน” จ้าวเฟิงเหล่ยถอนใจเบา ๆ“จวิ้นอ๋อง อย่าทำหน้าแบบนั้น นางสิผิดที่ไม่ฟังอะไรเลย จู่ ๆ ก็มาตีโพยตีพายใส่พวกเราโดยไม่นึกถึงความผิดตัวเองสักนิด อย่างไรก็ปล่อยให้ข้าได้ล้างแค้นเสียหน่อยเถิด” เยี่ยนจิ้นหลิงหาเหตุผลให้การกระทำของตนเองได้สำเร็จภายในห้อง“อาจง อาจง” จ้าวกุ้ยอิงนั่งอยู่ข้างเตียงที่มีเยี่ยนหยางจงนอนเหยียดยาวอยู่ ชายหนุ่มเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นแผ่นอกกำยำที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ นางพึมพำเสียงเครือขณะที่ลูบใบหน้าคร้ามคมที่ดูเผือดเซียวเล็กน้อย “ท่านเจ็บมากหรือไม่ ขอโทษนะที่ข้า...”“อินเอ๋อร์... พอเถิด ร้องไห้จนตาแดงช้ำไปหมดแล้ว” เยี่ยนหยางจงว่าพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้ “แต่ก็ เพราะเสียงด่าเสียงร้องไห้ของเจ้า ทำให้ยมทูตต่างยอมล่าถอย ไม่ยอมมารับดวงวิญญาณของข้าไป

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่101 น้ำเกลือราดรดลงบนแผล

    เยี่ยนจิ้นหลิงสูดลมหายใจลึก รู้ว่าประโยคต่อจากนี้ไม่ต่างจากเอาน้ำเกลือราดรดลงบนแผล แต่ก็ตัดสินใจพูดไป “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเป็นเพราะท่านที่รนหาที่ พี่ใหญ่จึงต้องบาดเจ็บเช่นนี้”จ้าวกุ้ยอินเมื่อได้ยินเช่นนั้นประหนึ่งถูกน้ำเย็นราดรดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างกายเอนซวนซบเข้ากับเสาอย่างหาที่พึ่งพิง “รนหาที่หรือ? ข้าเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นว่าภาพของอู๋หมิงกงจื่อที่นำมาประมูล เป็นภาพเดียวกันกับที่ข้าพบในห้องหนังสือของเขาหรือไม่เท่านั้น... เพียงเท่านั้น”“อู๋หมิงกงจื่อ... อู๋หมิงกงจื่อ ถ้าท่านพอใจในผลงาน ไฉนจึงไม่ขอกับพี่ใหญ่เล่า เขาใช้เวลาไม่นานก็วาดให้ท่านได้ จะเอากี่สิบกี่ร้อยภาพก็ตามแต่ใจท่าน... สวรรค์... ท่านกลับทำให้เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องเล็กน้อยเท่านี้เองหรือนี่ ไม่น่าเชื่อเลย” เยี่ยนจิ้นหลิงได้ยินเช่นนั้นพลันส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาเดินมาใกล้กับจ้าวกุ้ยอิน มองใบหน้างดงามที่เผือดซีดราวกระดาษวาดภาพ“เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน” จ้าวกุ้ยอินเงยหน้าขึ้นมาสบตากับน้องเขยของตน ดวงตากลมโตวาววับดังเนื้อทรายนั้นระคนด้วยความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง “พี่สะใภ้ ดูท่าพี่ใหญ่คงไม

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่100 ชั่วยามนี้

    “อะไรนะ จ้าวกุ้ยอิน เจ้า... เจ้ากล้าหลอกเปิ่นหวาง” เส้นเลือดตรงขมับของมู่เฟยหรงเต้นตุบ ๆ ยามนี้เขารู้สึกเหมือนมีคำว่าโง่ บรมโง่ ติดอยู่กลางหน้าผาก ถ้าไม่เพราะกลัวหนอนกู่จะกัดกินร่าง เขาคงหลบหนีได้ทัน“นี่พวกเจ้าจะยืนเฉยอีกนานไหม ถ้ายังมัวชักช้า อาจง... อาจงอาจจะตายก็ได้นะ” จ้าวกุ้ยอินไม่สนใจท่าทางกระฟัดกระเฟียดของมู่เฟยหรง แต่หันไปมองมู่เลี่ยงหรงกับเยี่ยนจิ้นหลิงแทน“ขออภัย เปิ่นหวางนึกว่าเขาตายแล้ว” ตอนมู่เลี่ยงหรงเข้ามา เห็นปิ่นเงินปักอยู่ตรงอกด้านซ้ายของเยี่ยนหยางจง ก็คิดว่าเขาไม่น่าจะรอดแล้ว จึงละเลยพี่ภรรยาไป แต่พอรู้ว่าเขายังไม่ตาย ก็บังเกิดความละอายใจเล็กน้อยบรรพบุรุษเจ้าสิตาย! จ้าวกุ้ยอินมองมู่เลี่ยงหรงด้วยดวงตาแดงก่ำ สาปแช่งบรรพบุรุษตระกูลมู่ในใจไม่หยุด “เขายังไม่ตายสักหน่อย”“เด็ก ๆ พาแม่ทัพไป๋หู่กลับจวนไคกั๋วกง” สิ้นคำสั่งของฉินอ๋อง เหล่าองครักษ์ก็จัดการนำร่างของเยี่ยนหยางจงออกไปจากที่นั่น โดยมีจ้าวกุ้ยอินร้องไห้วิ่งตามไปบทส่งท้าย ชั่วยามนี้ จวนไคกั๋วกงเต็มไปด้วยความร้อนรนอลหม่าน หลังจากซื่อจื่อของจวนกลับมาพร้อมกับฮูหยินน้อยที่หายตัวไปในสภาพที่มีแผลฉกรรจ์ตรงหน้าอก อาการเ

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่99 เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร

    “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” มู่เฟยหรงไม่เข้าใจว่าเยี่ยนจิ้นหลิงตามมาถูกได้อย่างไร ความจริงพวกเขาควรจะตามไปจัดการกับเอี้ยนอ๋องที่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองหลวงสิ ทำไมถึงมาที่นี่ หรือว่าแผนการทั้งหมดล้มเหลว“เรื่องนี้ต้องขอบคุณพี่สะใภ้ จิ้นหลิงเพิ่งรู้ว่าเครื่องประดับมากมายเหล่านั้นก็มีประโยชน์อย่างอื่นด้วย” ระหว่างตามรอยเยี่ยนหยางจง เยี่ยนจิ้นหลิงพบจิงจิงวิ่งอยู่บนพื้นหิมะ จึงได้รับสารขอความช่วยเหลือ“เจ้าพบจิงจิงสินะ” จ้าวกุ้ยอินเข้าใจในทันที“พี่สะใภ้เข้าใจเล่นคำ ‘ตามจิงจิง(อัญมณีแวววาว)มา’ หากเป็นผู้อื่นคงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้กระรอกนำทาง แต่บังเอิญเป็นจิ้นหลิงที่ได้รับสารจึงเข้าใจความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่” ภาพอัญมณีสะท้อนแสงคบไฟในความมืดเป็นระยะผุดขึ้นในความทรงจำ ยามนี้เขายอมรับแล้วว่าพี่สะใภ้มิใช่ที่มีดีแค่ความเป็นหญิงงาม สติปัญญาของนางยังอยู่ในระดับใช้ได้อีกด้วย“ไว้ชมกันทีหลัง รีบพาอาจงไปรักษาเร็วเข้า” จ้าวกุ้ยอินเร่งเร้า“ย่อมได้” เยี่ยนจิ้นหลิงรับคำ แล้วหันไปหามู่เฟยหรง กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง “หานอ๋อง ท่านหนีไม่รอดแล้วล่ะ ยอมกลับวังหลวงดี ๆ เถิด จะได้ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บอีก จิ

  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่91 ท่านเจ้าหอมีธุระอันใดกับเปิ่นจวิ้นจู่งั้นรึ?

    พอทุกคนขึ้นรถม้าเรียบร้อยแล้ว สารถีก็บังคับรถม้าออกจากหน้าจวนมุ่งสู่จุดหมายหอภาพมายานับเป็นสถานที่ชุมนุมของบัณฑิต นักดนตรี และกวี ในแต่ละปีจะเปิดการชุมนุมใหญ่หนึ่งครั้ง โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนนำผลงานของตนเองมาแสดงต่อหน้าสาธารณชนได้ หากผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก็จะได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากผู้คนในใต้ล้

    last updateآخر تحديث : 2026-04-02
  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่65 ใบหน้าจิ้มลิ้ม

    แม่นมจางมองภาพตรงหน้าแล้วลอบส่ายศีรษะ เห็นอยู่ว่าต่างคนต่างแอบชำเลืองมองอีกฝ่ายแท้ ๆ แต่กลับทำเป็นวางเฉยใส่กันเสียอย่างนั้น แบบนี้จะไม่ให้คนแก่อย่างนางปวดเศียรเวียนเกล้าได้อย่างไร ถึงกระนั้นก็ทำสิ่งใดไม่ได้ เพราะตนเองก็เป็นเพียงบ่าวอวุโส หากมากวาจาในเวลาที่ไม่เหมาะไม่ควรอาจทำให้ท่านหญิงมีโทสะได้ไม

    last updateآخر تحديث : 2026-03-27
  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่62 ข้าเป็นสตรีจิตใจกว้างขวาง มากด้วยคุณธรรม

    เยี่ยนหยางจงแล่นไปยังคอกม้า พอไปถึงก็จัดการสวมบังเหียนให้เจ้ามังกรเพลิงอาชาศึกตัวโปรดด้วยตนเอง ท่ามกลางความงุนงงของคนเลี้ยงม้า หนุ่มน้อยทำตัวไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าต้องเข้าไปช่วยเจ้านาย หรือจะยืนมองเฉย ๆ แบบนี้ต่อไปดี แต่ดูจากสีหน้าของท่านแม่ทัพน้อยแล้ว กระทั่งหายใจแรงเขาก็ไม่ควร จึงได้แต่ยืนสงบนิ่งประห

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
  • กำราบรักท่านหญิงจอมพยศ   ตอนที่51 นับเป็นชื่อที่ดี

    เหมียว...เหมียว...จ้าวกุ้ยอินกระพริบตาปริบ ๆ มองเจ้าขนฟูสีขาวในกรงตรงหน้าด้วยแววตาอ่านยาก ไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ“แมวพันธุ์นี้สวยงามและหายาก คุณชายมู่หรงบอกว่านำเข้ามาไม่กี่ตัวเท่านั้น เพราะข้ามีบุญคุณกับเขาหรอกนะ ถึงได้มีโอกาสเลือกมาให้เจ้าตัวหนึ่ง ก่อนที่พวกมันจะถูกส่งเข้าวังไปให้เหล่าพระสนมคนโป

    last updateآخر تحديث : 2026-03-24
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status