LOGINท่านหญิงอย่าง จ้าวกุ้ยอิน นอกจากสถานะสูงส่งกับรูปโฉมงดงามปานเทพธิดาแล้ว ยังมีสิ่งใดให้ยินดีบ้าง... เริ่มจากวัยเยาว์ นางเปิดโปงธิดาท่านโหวที่มีกลิ่นกายล่อลวงบุรุษดุจนางปีศาจ จึงถูก ฉินอ๋อง ผู้เป็นคู่หมายรังเกียจว่าเป็นสตรีใจคับแคบ แม้ต่อมานางจะใช้ร่างกายต่างโล่กันธนูปกป้องเขา ก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นแผนทุกข์กาย เพื่อจะได้แต่งเข้าจวนอ๋อง นอกจากเขาจะไม่สนใจไยดีสตรีที่บาดเจ็บสาหัส ยังแต่ง เยี่ยนเยว่ฉี บุตรีแม่ทัพใหญ่เป็นหวางเฟยหน้าตาเฉย อาจเป็นเพราะฉินอ๋องไม่ต้องการรับผิดชอบหญิงผู้มีแผลเป็นจากคมธนู จึงเป็นตัวตั้งตัวตีให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ เยี่ยนหยางจง พี่ชายของสตรีที่แย่งชิงทุกสิ่งจากนางไป โดยตนเองมีค่าเป็นเพียงรางวัลในงานล่าสัตว์เท่านั้น เมื่อต้องแต่งงานกับบุรุษที่ไม่ได้รัก จึงตั้งใจว่าต่อให้ต้องตายก็จะไม่มีวันร่วมหอกับเขาเป็นอันขาด ทว่าคืนแต่งงานนางกลับถูกวางยาปลุกกำหนัด ครั้นนางตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่เรื่องยังคงประดังประเด เมื่อนางกำนัลคนสนิทต้องถูกโบยจนตาย ซ้ำร้ายน้องสามี หรือจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้นอย่าง เยี่ยนจิ้นหลิง กล่าวกับแม่สามีว่านางไม่อาจตั้งครรภ์ นอกจากจะทำให้ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว ยังบังคับกลายๆ ให้นางรับอนุ สวรรค์! ข้ายังต้องเจอเรื่องยุ่งยากอะไรอีก...
View Moreก่อนจะถึงวันครบรอบแต่งงาน เยี่ยนหยางจงก็หว่านล้อมจ้าวกุ้ยอินให้ออกมามาล่องเรือเล่นกับเขาได้สำเร็จทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเมืองหลวง รอบ ๆ เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานา ทำให้ทัศนียภาพแปลเปลี่ยนไปในแต่ละฤดูเนื่องจากยามนี้เป็นปลายฤดูร้อนแล้ว อากาศจึงเย็นสบายกำลังดีจ้าวกุ้ยอินนั่งหันหน้าไปทางหัวเรือ สองสายตามองตรงไปยังท้องน้ำที่เปล่งประกายยามต้องแสงอาทิตย์ แม้จะฉากหลังจะงดงามราวภาพวาด ทว่าดวงหน้างามปานล่มเมืองกลับหม่นเศร้า แววตาที่เคยเด็ดเดี่ยวดังนางม้าป่าดูซึมเซาจนเยี่ยนหยางจงสะท้อนใจโดยปกติ สำหรับผู้สูงศักดิ์ บ่าวไพร่มีค่าไม่ต่างจากมดปลวก เขาไม่คิดว่าการที่ตนเองพรากชิวสุยไปจากจ้าวกุ้ยอิน จะสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจให้นางขนาดนี้ตั้งแต่ออกจากจวนจนถึงตอนนี้ จ้าวกุ้ยอินพูดกับเขานับคำได้ หากตนเองยังไม่ทำอะไรสักอย่าง เกรงว่าหยางจงน้อยคงจะไม่ได้เกิดเป็นแน่ครั้นแล้วเยี่ยนหยางจงก็ออกแรงพายเรือให้เร็วขึ้นอีก จนกระทั่งพวกเขาออกมาไกลจากเรือลำอื่น ๆจ้าวกุ้ยอินเหม่อมองเบื้องหน้าอย่างคิดไม่ตก นางเองก็ไม่อยากเป็นเช่นนี้ แต่ส่วนลึกไม่อาจให้อภัยตนเองได้ เพราะถ้าชิวสุ่ยยังมีชีวิตอยู่ ป่านนี
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายผ่านพ้น เยี่ยนจิ้นหลิงก็ไปบอกกับมารดาว่าจ้าวกุ้ยอินสุขภาพสมบูรณ์ดีแล้ว ขอเพียงเยี่ยนหยางจงขยันหว่านเมล็ดพันธุ์ นางจะต้องตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ไป๋หลันได้ยินดังนั้นก็ยินดีอย่างยิ่ง ถึงกับยกเลิกการคารวะยามเช้า และส่งของบำรุงทั้งหลายแหล่มาให้ ยามนี้จ้าวกุ้ยอินจึงดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลยิ่งกว่าที่เคยเนื่องจากสถานการณ์สงบแล้ว จ้าวกุ้ยอินจึงมีใจอยากออกไปพบปะผู้คนบ้าง เยี่ยนหยางจงมิได้มีปัญหา แต่ยังรู้สึกไม่วางใจ จึงสั่งให้ฟางหรู หนิงเหอ จิวซิน และอวิ้นเซียนติดตามไปด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงของจวนใด ภาพที่ผู้อื่นคุ้นชินคือขบวนของฮูหยินซื่อจื่อไคกั๋วกง ยิ่งเห็นจ้าวกุ้ยอินปฏิบัติกับเหล่าอนุอย่างดี อีกทั้งสายตาของพวกนางก็เต็มไปด้วยความเคารพนบนอบยิ่ง ทำให้ชื่อเสียงเรื่องความใจกว้างของจ้าวกุ้ยอินระบือไกล โดยหารู้ไม่ว่าสตรีทั้งสี่เป็นเพียงอนุแค่ในนาม แท้จริงแล้วพวกนางสี่คนคือองครักษ์หญิงที่เยี่ยนหยางจงกับจ้าวอ๋องจัดหามาให้ และทุกครั้งที่เขาไปหาพวกนาง ก็เป็นเพียงฉากบังหน้า แต่แท้ที่จริงลอบออกไปทำภารกิจลับยามราตรีต่างหากสตรีผู้เดียวที่เยี่ยนหยางจงร่วมเรียงเคียงหมอนก็คือจ้า
“นั่นเพราะสวรรค์สร้างให้พี่ชายข้าเกิดมาเป็นคนพิเศษอย่างไรเล่า” เยี่ยนหยางจงเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณใกล้เคียงจุดนี้มาก่อน ทำให้รู้ว่าหัวใจของพี่ชายอยู่ทางอกด้านขวา ดังนั้นยามเห็นปิ่นปักอยู่ทางอกซ้ายจึงยังใจเย็นอยู่ได้“หากเจ้ารู้อาการดีก็ควรรีบบอก แกล้งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เช่นนี้ไม่ได้มีเพียงแต่กุ้ยอินที่ใจเสีย พวกข้าเองก็ไม่ต่างกัน” จ้าวเฟิงเหล่ยถอนใจเบา ๆ“จวิ้นอ๋อง อย่าทำหน้าแบบนั้น นางสิผิดที่ไม่ฟังอะไรเลย จู่ ๆ ก็มาตีโพยตีพายใส่พวกเราโดยไม่นึกถึงความผิดตัวเองสักนิด อย่างไรก็ปล่อยให้ข้าได้ล้างแค้นเสียหน่อยเถิด” เยี่ยนจิ้นหลิงหาเหตุผลให้การกระทำของตนเองได้สำเร็จภายในห้อง“อาจง อาจง” จ้าวกุ้ยอิงนั่งอยู่ข้างเตียงที่มีเยี่ยนหยางจงนอนเหยียดยาวอยู่ ชายหนุ่มเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นแผ่นอกกำยำที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ นางพึมพำเสียงเครือขณะที่ลูบใบหน้าคร้ามคมที่ดูเผือดเซียวเล็กน้อย “ท่านเจ็บมากหรือไม่ ขอโทษนะที่ข้า...”“อินเอ๋อร์... พอเถิด ร้องไห้จนตาแดงช้ำไปหมดแล้ว” เยี่ยนหยางจงว่าพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้ “แต่ก็ เพราะเสียงด่าเสียงร้องไห้ของเจ้า ทำให้ยมทูตต่างยอมล่าถอย ไม่ยอมมารับดวงวิญญาณของข้าไป
เยี่ยนจิ้นหลิงสูดลมหายใจลึก รู้ว่าประโยคต่อจากนี้ไม่ต่างจากเอาน้ำเกลือราดรดลงบนแผล แต่ก็ตัดสินใจพูดไป “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเป็นเพราะท่านที่รนหาที่ พี่ใหญ่จึงต้องบาดเจ็บเช่นนี้”จ้าวกุ้ยอินเมื่อได้ยินเช่นนั้นประหนึ่งถูกน้ำเย็นราดรดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างกายเอนซวนซบเข้ากับเสาอย่างหาที่พึ่งพิง “รนหาที่หรือ? ข้าเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นว่าภาพของอู๋หมิงกงจื่อที่นำมาประมูล เป็นภาพเดียวกันกับที่ข้าพบในห้องหนังสือของเขาหรือไม่เท่านั้น... เพียงเท่านั้น”“อู๋หมิงกงจื่อ... อู๋หมิงกงจื่อ ถ้าท่านพอใจในผลงาน ไฉนจึงไม่ขอกับพี่ใหญ่เล่า เขาใช้เวลาไม่นานก็วาดให้ท่านได้ จะเอากี่สิบกี่ร้อยภาพก็ตามแต่ใจท่าน... สวรรค์... ท่านกลับทำให้เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องเล็กน้อยเท่านี้เองหรือนี่ ไม่น่าเชื่อเลย” เยี่ยนจิ้นหลิงได้ยินเช่นนั้นพลันส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาเดินมาใกล้กับจ้าวกุ้ยอิน มองใบหน้างดงามที่เผือดซีดราวกระดาษวาดภาพ“เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน” จ้าวกุ้ยอินเงยหน้าขึ้นมาสบตากับน้องเขยของตน ดวงตากลมโตวาววับดังเนื้อทรายนั้นระคนด้วยความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง “พี่สะใภ้ ดูท่าพี่ใหญ่คงไม
ก่อนหน้านั้นผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่ทัพไป๋หู่ไม่ใช่บุรุษหลงใหลสตรี ยามพบแม่นางน้อยที่ใดก็มักจะหลบเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ดังนั้นชื่อเสียงของเขาจึงดีงามมาโดยตลอด แต่ยามนี้นางพิสูจน์แล้วว่าคำเล่าลือเหล่านั้นเป็นเรื่องหลอกลวง แท้ที่จริงซื่อจื่อไคกั๋วกงก็ไม่ต่างจากบุรุษทั่วไป ไม่เช่นนั้
แม้จะเคยถูกผู้เป็นสามีพาเคลื่อนที่ในลักษณะนี้มาแล้วถึงสองครั้ง แต่คราก่อนเขาเพียงพานางกระโดดข้ามกำแพงที่กั้นแต่ละเขตภายในจวนเท่านั้น ไม่ใช่พากระโจนข้ามหลังคาบ้านผู้อื่นเหมือนตอนนี้จ้าวกุ้ยอินเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าคมสันที่ประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างจนใจ ดูเหมือนเยี่ยนหยางจะไม่กลัวเลยว่าทั้งความสูงแ
เยี่ยนหยางจงแล่นไปยังคอกม้า พอไปถึงก็จัดการสวมบังเหียนให้เจ้ามังกรเพลิงอาชาศึกตัวโปรดด้วยตนเอง ท่ามกลางความงุนงงของคนเลี้ยงม้า หนุ่มน้อยทำตัวไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าต้องเข้าไปช่วยเจ้านาย หรือจะยืนมองเฉย ๆ แบบนี้ต่อไปดี แต่ดูจากสีหน้าของท่านแม่ทัพน้อยแล้ว กระทั่งหายใจแรงเขาก็ไม่ควร จึงได้แต่ยืนสงบนิ่งประห
เหมียว...เหมียว...จ้าวกุ้ยอินกระพริบตาปริบ ๆ มองเจ้าขนฟูสีขาวในกรงตรงหน้าด้วยแววตาอ่านยาก ไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ“แมวพันธุ์นี้สวยงามและหายาก คุณชายมู่หรงบอกว่านำเข้ามาไม่กี่ตัวเท่านั้น เพราะข้ามีบุญคุณกับเขาหรอกนะ ถึงได้มีโอกาสเลือกมาให้เจ้าตัวหนึ่ง ก่อนที่พวกมันจะถูกส่งเข้าวังไปให้เหล่าพระสนมคนโป


















reviews