Share

4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-19 18:11:18

“คุณหญิงเอื้อยอุตส่าห์เล่นเปียโนเพลง “Moonlight Sonata” ให้ใครบางคนฟัง แต่คนคนนั้นกลับเดินออกมาชมนกชมไม้เสียนี่ ไม่กลัวเจ้าตัวเสียใจแย่หรือครับคุณชายณุ”

“ถ้าแกอยากฟังเพลงที่ว่านั่นนักก็กลับเข้าไปก็ได้นะ ฉันไม่ว่า” คนถูกกระเซ้าไม่เลิกพูดเสียงหนัก ทำเอาผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าพลางโบกไม้โบกมือ

“คงไม่ละ ฉันไม่อยากไปยืนตัวลีบเวลาอยู่ต่อหน้าหม่อมอา แค่อยู่ที่โรงเรียนก็เต็มกลืนแล้ว”

หม่อมอาที่ฉัตรพงษ์พูดถึงคือหม่อมราชวงศ์นภดารา เทพรัตน์ มารดาของผู้เป็นเพื่อน เขารู้จักสนิทสนมกับคุณชายณุมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เพราะพลเรือตรีจักรภพ บริรักษ์สกุลวงศ์ บิดาของเขานั้นถูกส่งไปเรียนด้านการทหารที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับหม่อมเจ้าอลงกต เทพรัตน์ บิดาของผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น จึงรักใคร่สนิทสนมกันดีจนมาถึงรุ่นลูก แม้แต่การเลือกสอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือก็ยังเลือกเหมือนกันอีก

“แกก็พูดเกินไป ฉันไม่เคยเห็นแกยืนตัวลีบเลยสักครั้งเวลาคุยกับหม่อมแม่” หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ค่อนขอดเพื่อน

“ใครบอกล่ะ ฉันเกร็งทุกครั้งเวลาพบหน้า หม่อมอาทำท่าอย่างกับครูฝ่ายปกครองที่คอยจับผิดนักเรียนยังไงยังงั้น ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าใครหนอจะมาเป็นศรีสะใภ้ของหม่อมอาได้ แต่ตอนนี้ดูแล้วคนโปรดก็คงไม่พ้นคุณเอื้อยใช่ไหมณุ” ฉัตรพงษ์พูดกระเซ้าเรื่องเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้คนถูกกระเซ้ากลับตีหน้าขรึมทันที

“แกไม่ต้องมาทำเป็นสู่รู้เลย เอื้อยจะเป็นคนโปรดหรือไม่โปรด ฉันไม่รับรู้ด้วย เพราะฉันไม่เคยมองเธอเป็นอื่นนอกจากน้องเท่านั้น แล้วแกก็เลิกเรียกเธอว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นฉันเสียที”

คนถูกว่าหัวเราะชอบใจ ไม่มีท่าทีสลดเลยแม้แต่น้อย

“ฉันก็พูดไปตามที่เห็น ถ้าหม่อมอาเห็นดีเห็นงามในตัวคุณเอื้อย จะให้แกแต่งงานกับเธอในอนาคต แกจะทำอย่างไร นี่ฉันถามเล่นๆ นะ”

ทำไมฉัตรพงษ์จะไม่รู้ว่าหม่อมแม่ของเพื่อนนั้นแสนจะหยิ่งทะนงในชาติกำเนิดทั้งของตนเองและของสวามียิ่งนัก ถ้าเขาไม่ใช่ลูกชายสหายสนิทของผู้เป็นสวามี คงไม่ได้เดินเข้าเดินออกภายในวังเก่า รวมทั้งบ้านหลังใหม่เป็นว่าเล่นได้หรอก ยิ่งเพื่อนสนิทเป็นบุตรชายคนเดียวด้วยแล้ว มีหรือคนที่จะมาร่วมวงศ์วานว่านเครือจะไม่ถูกคัดสรรเป็นอย่างดี

“แกถามเล่นๆ แต่ฉันขอตอบจริงๆ นะฉัตรพงษ์” นานทีปีหนที่หม่อมราชวงศ์หนุ่มจะเอ่ยนามจริงของผู้เป็นเพื่อน “คนอย่างฉันถ้าจะมีคนรักจนถึงขั้นแต่งงาน ฉันต้องเลือกด้วยตัวเองเท่านั้น ใครก็มาบงการชีวิตฉันไม่ได้ แม้แต่หม่อมแม่ เพราะคนที่จะอยู่กับฉันชั่วชีวิตคือคนที่ฉันเลือกและรักเท่านั้น จำใส่ใจแกไว้เลยนะ”

คนถูกบอกให้จำยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นแตะหางคิ้วขวา เหมือนกำลังพูดกับผู้บังคับบัญชา “กระผมจะจำไว้ขอรับ”

แม้เสียงเปียโนเพลง “Moonlight Sonata” จะดังกังวานหวานแว่วมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์สนใจแต่ประการใด เพราะมีสิ่งจูงใจมากกว่า นั่นคือเรือนไทยชั้นเดียวหลังคาทรงปั้นหยาสีขาว ซึ่งอยู่เยื้องกับจุดที่เขาและเพื่อนยืนอยู่นั่นเอง

“เรือนหลังนั้นงามอย่างที่แกว่าจริงๆ” ฉัตรพงษ์พูดพลางมองไปยังเรือนไทยเขม็ง

“อืม” หม่อมราชวงศ์หนุ่มพยักหน้ารับ ยังไม่ละสายตาจากสิ่งที่มอง “อย่างกับบ้านตุ๊กตา”

“ฉันคิดว่าที่แกมองว่าเรือนหลังนั้นเหมือนบ้านตุ๊กตา คงเป็นเพราะบ้านของแกหลังใหญ่อย่างกับปราสาทน่ะสิ แต่ฉันขอบอกตามตรงเลยว่ากำแพงบ้านแกนี่สูงจนทำลายทัศนียภาพรอบๆ จนหมด ถ้าไม่เดินออกมาข้างนอกก็คงไม่รู้ว่านอกจากจะได้พบกับเรือนไทยหลังงามๆ แล้ว ยังได้เห็นทุ่งนาสีเขียวขจีนั่นอีก เห็นแล้วสดชื่นเป็นบ้า”

พูดจบฉัตรพงษ์ก็สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอีกครั้ง เขายกแขนทั้งสองข้างราวกับต้องการกอบโกยอากาศบริสุทธิ์รอบตัวเข้าปอดให้มากที่สุด

“ก็จริงของแก ถ้าฉันรู้ล่วงหน้าว่าหม่อมแม่จะสั่งทำกำแพงสูงถึงเพียงนี้คงเอ่ยปากห้ามไปแล้ว” หม่อมราชวงศ์หนุ่มพูดพลางเลิกคิ้วเข้มด้วยความแปลกใจ เมื่อหันไปเห็นกระท้อนต้นใหญ่ที่อยู่ริมกำแพงด้านหนึ่งสั่นไหวเหมือนมีอะไรอยู่บนนั้น จึงเพ่งสายตามองแล้วชี้ให้เพื่อนดู

“ฉัตร แกช่วยฉันมองหน่อยซิว่าบนต้นกระท้อนนั่นมีคนอยู่ใช่ไหม”

ฉัตรพงษ์เขม้นมองตามแล้วพยักหน้า

“น่าจะมีคนอยู่บนนั้นจริงๆ แต่ขนาดมองจากตรงนี้ก็ยังเห็นว่ากระท้อนนั่นดกเต็มต้น น่ากินชะมัด ไปดูกันเถอะว่าใครหนอช่างปีนขึ้นไปได้ สูงไม่น้อยเลยนะนั่น ถ้าตกลงมาแข้งขาก็หักกันพอดี”

คนเห็นเป็นคนแรกอย่างหม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์นั้นเดินนำลิ่วๆ ตรงไปยังต้นกระท้อนอย่างรวดเร็ว ด้วยอยากรู้นักว่าใครกันที่อุตริปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนนั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กำแพงสิเน่หา   5

    ขณะเดียวกันพัดชาที่ขึ้นมานั่งอยู่บนคาคบของกระท้อนต้นใหญ่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ก็เริ่มนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุข เพราะถูกเจ้าถิ่นอย่างมดแดงรังควานอย่างหนัก จนต้องสังหารไปเสียหลายตัว ก่อนจะสะดุ้งเฮือกจนเกือบพลัดตกลงไปด้านล่าง เมื่อได้ยินเสียงเรียกไม่คุ้นหูที่ดังอยู่ใต้ต้น“ไอ้หนู ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้น เดี๋ยวก็ตกลงมาขาแข้งหักหรอก”คนถูกเรียกว่าไอ้หนูเลยลืมมดแดงไปชั่วขณะ เมื่อก้มลงไปมองก็เห็นชายหนุ่มสองคนในเครื่องแบบสีขาว ที่น่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปียืนอยู่ ซ้ำร้ายยังตาถั่วเห็นเธอเป็นเด็กผู้ชายเสียอีก จึงนึกฉุนระคนขุ่นเคืองเลยหันไปบี้มดแดงที่กำลังกัดแขนเธอจนแดดิ้น ก่อนจะเชิดหน้าปีนขึ้นไปยังกิ่งที่มีกระท้อนลูกที่หมายตา เลิกสนใจคนแปลกหน้าทั้งสอง“เฮ้ย! ไอ้หนู ไหนๆ ก็อยู่บนนั้นแล้ว เก็บกระท้อนส่งลงมาให้พี่สักสองสามลูกสิ” ฉัตรพงษ์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นตะโกนบอกเสียงดังคนอยู่บนต้นกระท้อนนิ่งไปชั่วครู่ ผุดยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระท้อนลูกโต บิดจากขั้วแล้วโยนลงไปข้างล่างตามที่ถูกขอทันที“เฮ้ย! ค่อยๆ สิไอ้หนู โยนลงมาแบบนี้เกิดหัวแตกขึ้นมาจะทำไง”เสียงตะโกนที่ดังโหวกเหวกช่วยให้อารมณ์ฉ

  • กำแพงสิเน่หา   4

    “คุณหญิงเอื้อยอุตส่าห์เล่นเปียโนเพลง “Moonlight Sonata” ให้ใครบางคนฟัง แต่คนคนนั้นกลับเดินออกมาชมนกชมไม้เสียนี่ ไม่กลัวเจ้าตัวเสียใจแย่หรือครับคุณชายณุ”“ถ้าแกอยากฟังเพลงที่ว่านั่นนักก็กลับเข้าไปก็ได้นะ ฉันไม่ว่า” คนถูกกระเซ้าไม่เลิกพูดเสียงหนัก ทำเอาผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าพลางโบกไม้โบกมือ“คงไม่ละ ฉันไม่อยากไปยืนตัวลีบเวลาอยู่ต่อหน้าหม่อมอา แค่อยู่ที่โรงเรียนก็เต็มกลืนแล้ว”หม่อมอาที่ฉัตรพงษ์พูดถึงคือหม่อมราชวงศ์นภดารา เทพรัตน์ มารดาของผู้เป็นเพื่อน เขารู้จักสนิทสนมกับคุณชายณุมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เพราะพลเรือตรีจักรภพ บริรักษ์สกุลวงศ์ บิดาของเขานั้นถูกส่งไปเรียนด้านการทหารที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับหม่อมเจ้าอลงกต เทพรัตน์ บิดาของผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น จึงรักใคร่สนิทสนมกันดีจนมาถึงรุ่นลูก แม้แต่การเลือกสอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือก็ยังเลือกเหมือนกันอีก“แกก็พูดเกินไป ฉันไม่เคยเห็นแกยืนตัวลีบเลยสักครั้งเวลาคุยกับหม่อมแม่” หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ค่อนขอดเพื่อน“ใครบอกล่ะ ฉันเกร็งทุกครั้งเวลาพบหน้า หม่อมอาทำท่าอย่างกับครูฝ่ายปกครองที่คอยจับผิดนักเรียนยังไงยังงั้น ฉันยังคิดไม่ออกเลยว

  • กำแพงสิเน่หา   3

    “นอกจากขี่ควายได้ดีอย่างที่พี่นุชว่า แม้แต่ม้า ยายพัดชาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน”“ม้า!!! แกหมายถึงขี่ม้าเหรอยายอร” นงนุชร้องถามเสียงหลง“ใช่จ้ะ ขี่ม้า” คนเป็นน้องสาวพยักหน้า “มิสเตอร์เจมส์มีม้าพันธุ์อาหรับคู่หนึ่ง เพราะคุณสิริมาน่ะชอบขี่ม้ามาก ก็เลยจับยายพัดชาหัดขี่ด้วย อรเองก็เพิ่งจะมารู้ว่าแม่ลูกสาวขี่ม้าเป็นกับเขาก็เมื่อไม่นานมานี้เอง”“ตายแล้วหลานสาวฉัน ทำไมถึงได้โลดโผนอย่างนี้” คนเป็นป้าพูดพลางยกมือขึ้นทาบอกเพราะตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้จากน้องสาว “ตอนเห็นขี่ควายพี่ก็ยังนึกกลัวจะพลัดตกลงมา แต่นี่ม้ามันสูงแถมวิ่งเร็ว ไม่ตกลงมาขาแข้งหักก็บุญแล้ว”“ยายพัดชาขี่ม้าเก่งจนมิสเตอร์เจมส์ชมเปาะ เก่งกว่าคนสอนอย่างคุณสิริมาเสียอีก”“แล้วผัวแกไม่ว่าอะไรเลยหรือไงที่แม่ลูกสาวโลดโผนแบบนี้” นงนุชถามพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ทั้งที่พอจะเดาคำตอบได้“จะว่าอะไรล่ะ เห็นดีเห็นงามไปด้วยละสิไม่ว่า บอกว่าลูกสาวเก่งถูกใจไปหมดทุกอย่าง” อรสาพูดถึงวิศาลผู้เป็นสามีด้วยสีหน้ายิ้มๆ“นี่ดีนะที่ผัวแกเป็นแค่ลูกหลานคนจีน ถ้าเป็นคนจีนแท้ๆ ป่านนี้ยายพัดชาคงกลายเป็นลูกชังไปแล้ว”สิ่งที่ผู้เป็นพี่สาวพูดอรสาก็เห็นด้วย เพราะคนจีนส่วนใ

  • กำแพงสิเน่หา   2

    “ใครจะไปชิน ว่าแต่เลี้ยงอะไรกันแทบทุกอาทิตย์ ช่างร่ำรวยเสียจริงๆ” นงนุชพูดเสียงสูงคราวนี้คนเป็นน้องสาวหัวเราะเสียงดัง “พวกนั้นคงจะร่ำรวยจริงอย่างที่พี่นุชว่าแหละจ้ะ ไม่งั้นคงไม่จัดงานเลี้ยงทุกอาทิตย์หรอก รถยนต์ที่วิ่งเข้าวิ่งออกก็ราคาแพงๆ ทั้งนั้น”“จะแพงสักแค่ไหนกันเชียว ถ้าจะซื้อจริงอย่างเราก็มีปัญญาซื้อได้” คนเป็นพี่สาวยังพูดเสียงสูง “ได้ยินคนแถวนี้พูดกันว่าพวกคนในกำแพงสูงที่ย้ายมาอยู่ใหม่นั่นเป็นเจ้าหรือ”นงนุชถามพลางหันไปมองกำแพงสูงอีกครั้ง พลางเบ้ปากด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก เดิมทีนางอยู่กับบิดาซึ่งเป็นกำนันเก่าที่ทุ่งรังสิต เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับน้องสาวเมื่อสามเดือนที่ผ่านมานี้ เพราะทนคิดถึงหลานๆ ไม่ไหวคำถามของผู้เป็นป้าทำให้พัดชาพลันเงยหน้าขึ้นจากการเช็ดใบตอง พลอยเงี่ยหูฟังอย่างสนอกสนใจไปด้วย เพราะนึกอยากจะซักถามมารดาเรื่องนี้พอดี คนในกำแพงสูงที่ถูกเอ่ยถึงนั่นเพิ่งย้ายมาอยู่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นเด็กหญิงก็เห็นว่ามีรถยนต์ทยอยขนข้าวของมาหลายครั้งหลายคราวด้วยกัน“น่าจะเป็นอย่างที่พี่นุชได้ยินแหละจ้ะ” อรสาตอบผู้เป็นพี่สาว ขณะที่มือก็เจียนใบตองอย่างคล่องแคล่วไปด้วย “อรก

  • กำแพงสิเน่หา   1

    ณ ทุ่งบางกะปิ พุทธศักราช ๒๔๙๐“ง่วงนอนจัง”เสียงบ่นงึมงำตามด้วยอาการหาวหวอดที่ดังมาจากเด็กหญิงในวัยแรกรุ่น ผิวคล้ำแดด รูปร่างสูงเก้งก้าง ดวงหน้ามีเค้าสวยงาม ผมดำยาวถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบศีรษะ สวมเสื้อกางเกงขาสั้นชุดติดกันลายสกอตสีแดงสดใส นั่งขัดสมาธิเช็ดใบตองอยู่บนพื้นกระดานขัดมันวับตรงระเบียงกว้างของเรือนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาสีขาวขนาดไม่เล็กนัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว ตลอดตามชายคาฉลุลายแบบขนมปังขิงอย่างสวยงามต้นเหตุของความง่วงมาจากสายลมที่กำลังพัดจนต้นไม้รอบข้างพากันไหวเอน บวกกับเป็นช่วงยามเย็นแดดร่มลมตก จนเกือบทำให้เปลือกตาของเด็กหญิงปิดลงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้าหูเสียก่อน“เอ๊ะ!!!”คนที่กำลังจะผล็อยหลับส่งเสียงอุทานเบาๆ ดวงตากลมโตที่กำลังหรี่ปรือจะปิดมิปิดแหล่พลันเบิกกว้างขึ้นทันควัน เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นคือเสียงบรรเลงเปียโนที่ดังกังวาน คลอไปกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ดังลอดมา ซึ่งทำให้อาการง่วงเหงาหาวนอนหายเป็นปลิดทิ้งเสียงที่ได้ยินบ่งบอกว่าภายในขอบรั้วกำแพงสูงลิบลิ่วของวังเทพรัตน์ ซึ่งอยู่เยื้องกับบ้านของเธอจะต้องมีงานเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะนับแต่เจ้าของค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status