Share

กำแพงสิเน่หา
กำแพงสิเน่หา
Penulis: ฐิญาดา

1

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-19 18:10:15

ณ ทุ่งบางกะปิ พุทธศักราช ๒๔๙๐

“ง่วงนอนจัง”

เสียงบ่นงึมงำตามด้วยอาการหาวหวอดที่ดังมาจากเด็กหญิงในวัยแรกรุ่น ผิวคล้ำแดด รูปร่างสูงเก้งก้าง ดวงหน้ามีเค้าสวยงาม ผมดำยาวถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบศีรษะ สวมเสื้อกางเกงขาสั้นชุดติดกันลายสกอตสีแดงสดใส นั่งขัดสมาธิเช็ดใบตองอยู่บนพื้นกระดานขัดมันวับตรงระเบียงกว้างของเรือนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาสีขาวขนาดไม่เล็กนัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว ตลอดตามชายคาฉลุลายแบบขนมปังขิงอย่างสวยงาม

ต้นเหตุของความง่วงมาจากสายลมที่กำลังพัดจนต้นไม้รอบข้างพากันไหวเอน บวกกับเป็นช่วงยามเย็นแดดร่มลมตก จนเกือบทำให้เปลือกตาของเด็กหญิงปิดลงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้าหูเสียก่อน

“เอ๊ะ!!!”

คนที่กำลังจะผล็อยหลับส่งเสียงอุทานเบาๆ ดวงตากลมโตที่กำลังหรี่ปรือจะปิดมิปิดแหล่พลันเบิกกว้างขึ้นทันควัน เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นคือเสียงบรรเลงเปียโนที่ดังกังวาน คลอไปกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ดังลอดมา ซึ่งทำให้อาการง่วงเหงาหาวนอนหายเป็นปลิดทิ้ง

เสียงที่ได้ยินบ่งบอกว่าภายในขอบรั้วกำแพงสูงลิบลิ่วของวังเทพรัตน์ ซึ่งอยู่เยื้องกับบ้านของเธอจะต้องมีงานเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะนับแต่เจ้าของคนเก่าที่คุ้นเคยกับเธอดีขายบ้านให้เจ้าของคนใหม่ บ้านหลังดังกล่าวก็มีงานเลี้ยงแทบจะทุกสัปดาห์เลย

นับเป็นบุญวาสนาของพัดชายิ่งนัก เพราะมีโอกาสได้เห็นเครื่องแต่งกายอันสวยงามของแต่ละคนที่มาร่วมงานจากการปีนต้นไม้เพื่อแอบดู จนเก็บเอาไปคิดอย่างหมายมั่นว่า สักวันหนึ่งจะต้องมีโอกาสสวมชุดสวยๆ แบบนั้น

“พัดชา ทำไมนั่งยุกยิกไม่เป็นสุขอย่างนั้นล่ะลูก”

อรสาผู้เป็นมารดานั่งพับเพียบอยู่ในชุดเสื้อผ้าป่านแขนในตัวสีขาวเรียบๆ กับผ้าซิ่นสีเขียวหม่นยาวกรอมเท้า ผมสั้นถูกดัดเป็นลอนสวย ละสายตาจากใบตองที่เจียนอยู่ในมือก่อนจะมองไปยังบุตรสาวที่นั่งยืดคอชะเง้อชะแง้ไปมาอย่างสงสัย เพราะก่อนหน้านี้ยังเห็นเจ้าตัวจะหลับมิหลับแหล่อยู่เลย

คนโดนทักสะดุ้งเฮือกด้วยกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นผิดกับท่าทีก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

“แม่จ๋า ในโน้นน่าจะมีงานเลี้ยงกันอีกแล้วนะจ๊ะ”

คำว่าในโน้นที่บุตรสาวพูดถึงทำให้คนเป็นมารดาผินหน้าไปมองรั้วกำแพงอันสูงลิบลิ่ว ที่มีป้ายอักษรสีทองว่า ‘วังเทพรัตน์’ ติดอยู่ ราวกับจะประกาศให้ใครต่อใครรู้ถึงความสูงส่งของผู้คนที่อาศัยในนั้น

“น่าจะเป็นอย่างที่ว่าแหละจ้ะ แต่อย่าไปสนใจเลยลูก พัดชาไม่อยากกินข้าวต้มผัดของแม่แล้วหรือจ๊ะ”

เมื่อได้ยินคำว่าข้าวต้มผัดก็ทำให้ท่าทีกระตือรือร้นต่อเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเด็กหญิงพลันชะงักงัน ก่อนจะหันกลับมาสนใจเช็ดใบตองในมือดุจเดิม ดวงหน้าฉายแววทะเล้น พลางยิ้มแป้นแล้นประจบจนเห็นฟันขาววาววับ ก่อนจะพูดเสียงดังกังวานสดใส

“อยากกินสิจ๊ะ ไม่มีใครทำข้าวต้มผัดได้อร่อยเท่าแม่อรของพัดชาอีกแล้ว”

คำพูดของเด็กหญิงไม่ได้เกินจริงนัก เพราะฝีมือการทำข้าวต้มผัดรวมทั้งอาหารคาวและหวานต่างๆ ของผู้เป็นมารดานั้นอร่อยจนเลื่องลือไปไกล เรียกว่าผู้คนในละแวกทุ่งบางกะปิไม่มีใครไม่รู้จัก ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำขาย เพียงแค่ทำกินกันภายในครัวเรือน แล้วก็แบ่งปันแจกจ่ายไปตามบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น

“ไม่ต้องมาพูดประจบแม่เลย” อรสาว่าพลางกวาดตามองไปทั่วกายบุตรสาว “ดูซิ เนื้อตัวมอมแมมเชียว ไปปีนต้นไม้มาอีกแล้วใช่ไหม โตเป็นสาวแล้วนะลูก ยังเล่นซนเป็นลิงเป็นค่างอยู่อีก”

คนโดนว่ายิ้มจนตายิบหยี ทว่ายังไม่ทันได้ตอบอะไรก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาด้านหลัง

“นั่นสิยายพัดชา เราน่ะจะเป็นสาวอยู่แล้ว ยังชอบเล่นซนเป็นเด็กผู้ชายไปได้ นี่แหละ ชอบตามใจให้ไปไหนมาไหนกับตาเพชรจนเคยตัว รายนั้นก็ติดน้องเหลือเกิน ไปไหนก็ต้องพาไปด้วย”

ผู้มาใหม่ที่ยืนเท้าเอวส่งเสียงฉอดๆ อยู่เป็นสตรีผิวคล้ำ รูปร่างค่อนข้างท้วม มีวัยไล่เลี่ยกับอรสา สวมเสื้อคอปาดสีขาวแขนสามส่วนกับผ้าซิ่นสีน้ำตาลเชิงทอง ที่ลำคอสวมสร้อยทองเส้นใหญ่ และตาเพชรที่พูดถึงก็คือพัชระซึ่งเป็นพี่ชายของพัดชานั่นเอง

“ป้านุชจ๋า เด็กซนคือเด็กฉลาดไม่ใช่หรือจ๊ะ” เด็กหญิงเจ้าของดวงตาดำขลับ มิหนำซ้ำผิวก็ยังคล้ำด้วยเช่นกัน หันไปบอกผู้เป็นป้าพลางยิ้มกว้าง จึงโดนคนว่าจิ้มนิ้วเข้าไปที่หน้าผากอย่างหมั่นไส้ระคนเอ็นดู

“นอกจากซน ตัวยังดำปี๋อย่างกับเด็กท้องนา”

คนโดนว่ายิ้มกว้างยิ่งขึ้น ไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำว่าดังกล่าวแม้แต่น้อย ซ้ำยังตอบอย่างฉะฉานกลั้วด้วยเสียงหัวเราะ

“พัดชาก็เป็นจริงๆ นี่จ๊ะป้านุช เพราะข้างหลังบ้านเราก็เป็นทุ่งนา และบ้านเราที่รังสิตก็ยังมีแต่ท้องนาอีก”

“ว่าแล้วยังจะมาเถียงหน้าระรื่นอีกเด็กคนนี้”

นงนุชบ่นพึมพำอย่างไม่จริงจัง พลางมองหลานสาววัยแรกรุ่นที่แม้จะมีผิวคล้ำตามที่นางเอ่ยค่อน แต่ก็เป็นเพราะวิ่งตะลอนๆ ตากแดดอยู่ทุกวี่วัน ทว่าดวงหน้านั้นมีเค้าว่าโตขึ้นต้องสะสวยไม่แพ้ผู้เป็นมารดาหรือน้องสาวของนางอย่างแน่นอน อาจจะสวยกว่าด้วยซ้ำ เพราะได้ผิวพรรณจากน้องเขยซึ่งเป็นลูกหลานคนจีน

“พัดชาไม่ได้เถียงสักหน่อย แค่อธิบายให้ฟัง” เด็กหญิงบ่นกระปอดกระแปด แต่ดวงหน้ากระจ่างด้วยรอยยิ้ม ดวงตากลมโตทอประกายวาววับ

“ป้าไม่อยากพูดกับแกแล้วยายพัดชา” คนเป็นป้าว่าพลางค้อนแล้วเลิกสนใจหลานสาว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผู้เป็นน้องสาว มองไปยังกำแพงสูงที่อยู่เยื้องกับบ้านแวบหนึ่ง “บ้านในกำแพงสูงนั่นจัดงานเลี้ยงกันอีกแล้วหรือ เสียงดังมาถึงบ้านเราเชียว”

คนโดนถามหัวเราะเบาๆ “ถามเหมือนแม่หลานสาวเลย คาดว่าจะเป็นเช่นนั้นแหละจ้ะ พี่นุชอยู่ที่นี่มาตั้งหลายเดือนยังไม่ชินอีกหรือ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กำแพงสิเน่หา   5

    ขณะเดียวกันพัดชาที่ขึ้นมานั่งอยู่บนคาคบของกระท้อนต้นใหญ่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ก็เริ่มนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุข เพราะถูกเจ้าถิ่นอย่างมดแดงรังควานอย่างหนัก จนต้องสังหารไปเสียหลายตัว ก่อนจะสะดุ้งเฮือกจนเกือบพลัดตกลงไปด้านล่าง เมื่อได้ยินเสียงเรียกไม่คุ้นหูที่ดังอยู่ใต้ต้น“ไอ้หนู ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้น เดี๋ยวก็ตกลงมาขาแข้งหักหรอก”คนถูกเรียกว่าไอ้หนูเลยลืมมดแดงไปชั่วขณะ เมื่อก้มลงไปมองก็เห็นชายหนุ่มสองคนในเครื่องแบบสีขาว ที่น่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปียืนอยู่ ซ้ำร้ายยังตาถั่วเห็นเธอเป็นเด็กผู้ชายเสียอีก จึงนึกฉุนระคนขุ่นเคืองเลยหันไปบี้มดแดงที่กำลังกัดแขนเธอจนแดดิ้น ก่อนจะเชิดหน้าปีนขึ้นไปยังกิ่งที่มีกระท้อนลูกที่หมายตา เลิกสนใจคนแปลกหน้าทั้งสอง“เฮ้ย! ไอ้หนู ไหนๆ ก็อยู่บนนั้นแล้ว เก็บกระท้อนส่งลงมาให้พี่สักสองสามลูกสิ” ฉัตรพงษ์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นตะโกนบอกเสียงดังคนอยู่บนต้นกระท้อนนิ่งไปชั่วครู่ ผุดยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระท้อนลูกโต บิดจากขั้วแล้วโยนลงไปข้างล่างตามที่ถูกขอทันที“เฮ้ย! ค่อยๆ สิไอ้หนู โยนลงมาแบบนี้เกิดหัวแตกขึ้นมาจะทำไง”เสียงตะโกนที่ดังโหวกเหวกช่วยให้อารมณ์ฉ

  • กำแพงสิเน่หา   4

    “คุณหญิงเอื้อยอุตส่าห์เล่นเปียโนเพลง “Moonlight Sonata” ให้ใครบางคนฟัง แต่คนคนนั้นกลับเดินออกมาชมนกชมไม้เสียนี่ ไม่กลัวเจ้าตัวเสียใจแย่หรือครับคุณชายณุ”“ถ้าแกอยากฟังเพลงที่ว่านั่นนักก็กลับเข้าไปก็ได้นะ ฉันไม่ว่า” คนถูกกระเซ้าไม่เลิกพูดเสียงหนัก ทำเอาผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าพลางโบกไม้โบกมือ“คงไม่ละ ฉันไม่อยากไปยืนตัวลีบเวลาอยู่ต่อหน้าหม่อมอา แค่อยู่ที่โรงเรียนก็เต็มกลืนแล้ว”หม่อมอาที่ฉัตรพงษ์พูดถึงคือหม่อมราชวงศ์นภดารา เทพรัตน์ มารดาของผู้เป็นเพื่อน เขารู้จักสนิทสนมกับคุณชายณุมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เพราะพลเรือตรีจักรภพ บริรักษ์สกุลวงศ์ บิดาของเขานั้นถูกส่งไปเรียนด้านการทหารที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับหม่อมเจ้าอลงกต เทพรัตน์ บิดาของผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น จึงรักใคร่สนิทสนมกันดีจนมาถึงรุ่นลูก แม้แต่การเลือกสอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือก็ยังเลือกเหมือนกันอีก“แกก็พูดเกินไป ฉันไม่เคยเห็นแกยืนตัวลีบเลยสักครั้งเวลาคุยกับหม่อมแม่” หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ค่อนขอดเพื่อน“ใครบอกล่ะ ฉันเกร็งทุกครั้งเวลาพบหน้า หม่อมอาทำท่าอย่างกับครูฝ่ายปกครองที่คอยจับผิดนักเรียนยังไงยังงั้น ฉันยังคิดไม่ออกเลยว

  • กำแพงสิเน่หา   3

    “นอกจากขี่ควายได้ดีอย่างที่พี่นุชว่า แม้แต่ม้า ยายพัดชาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน”“ม้า!!! แกหมายถึงขี่ม้าเหรอยายอร” นงนุชร้องถามเสียงหลง“ใช่จ้ะ ขี่ม้า” คนเป็นน้องสาวพยักหน้า “มิสเตอร์เจมส์มีม้าพันธุ์อาหรับคู่หนึ่ง เพราะคุณสิริมาน่ะชอบขี่ม้ามาก ก็เลยจับยายพัดชาหัดขี่ด้วย อรเองก็เพิ่งจะมารู้ว่าแม่ลูกสาวขี่ม้าเป็นกับเขาก็เมื่อไม่นานมานี้เอง”“ตายแล้วหลานสาวฉัน ทำไมถึงได้โลดโผนอย่างนี้” คนเป็นป้าพูดพลางยกมือขึ้นทาบอกเพราะตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้จากน้องสาว “ตอนเห็นขี่ควายพี่ก็ยังนึกกลัวจะพลัดตกลงมา แต่นี่ม้ามันสูงแถมวิ่งเร็ว ไม่ตกลงมาขาแข้งหักก็บุญแล้ว”“ยายพัดชาขี่ม้าเก่งจนมิสเตอร์เจมส์ชมเปาะ เก่งกว่าคนสอนอย่างคุณสิริมาเสียอีก”“แล้วผัวแกไม่ว่าอะไรเลยหรือไงที่แม่ลูกสาวโลดโผนแบบนี้” นงนุชถามพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ทั้งที่พอจะเดาคำตอบได้“จะว่าอะไรล่ะ เห็นดีเห็นงามไปด้วยละสิไม่ว่า บอกว่าลูกสาวเก่งถูกใจไปหมดทุกอย่าง” อรสาพูดถึงวิศาลผู้เป็นสามีด้วยสีหน้ายิ้มๆ“นี่ดีนะที่ผัวแกเป็นแค่ลูกหลานคนจีน ถ้าเป็นคนจีนแท้ๆ ป่านนี้ยายพัดชาคงกลายเป็นลูกชังไปแล้ว”สิ่งที่ผู้เป็นพี่สาวพูดอรสาก็เห็นด้วย เพราะคนจีนส่วนใ

  • กำแพงสิเน่หา   2

    “ใครจะไปชิน ว่าแต่เลี้ยงอะไรกันแทบทุกอาทิตย์ ช่างร่ำรวยเสียจริงๆ” นงนุชพูดเสียงสูงคราวนี้คนเป็นน้องสาวหัวเราะเสียงดัง “พวกนั้นคงจะร่ำรวยจริงอย่างที่พี่นุชว่าแหละจ้ะ ไม่งั้นคงไม่จัดงานเลี้ยงทุกอาทิตย์หรอก รถยนต์ที่วิ่งเข้าวิ่งออกก็ราคาแพงๆ ทั้งนั้น”“จะแพงสักแค่ไหนกันเชียว ถ้าจะซื้อจริงอย่างเราก็มีปัญญาซื้อได้” คนเป็นพี่สาวยังพูดเสียงสูง “ได้ยินคนแถวนี้พูดกันว่าพวกคนในกำแพงสูงที่ย้ายมาอยู่ใหม่นั่นเป็นเจ้าหรือ”นงนุชถามพลางหันไปมองกำแพงสูงอีกครั้ง พลางเบ้ปากด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก เดิมทีนางอยู่กับบิดาซึ่งเป็นกำนันเก่าที่ทุ่งรังสิต เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับน้องสาวเมื่อสามเดือนที่ผ่านมานี้ เพราะทนคิดถึงหลานๆ ไม่ไหวคำถามของผู้เป็นป้าทำให้พัดชาพลันเงยหน้าขึ้นจากการเช็ดใบตอง พลอยเงี่ยหูฟังอย่างสนอกสนใจไปด้วย เพราะนึกอยากจะซักถามมารดาเรื่องนี้พอดี คนในกำแพงสูงที่ถูกเอ่ยถึงนั่นเพิ่งย้ายมาอยู่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นเด็กหญิงก็เห็นว่ามีรถยนต์ทยอยขนข้าวของมาหลายครั้งหลายคราวด้วยกัน“น่าจะเป็นอย่างที่พี่นุชได้ยินแหละจ้ะ” อรสาตอบผู้เป็นพี่สาว ขณะที่มือก็เจียนใบตองอย่างคล่องแคล่วไปด้วย “อรก

  • กำแพงสิเน่หา   1

    ณ ทุ่งบางกะปิ พุทธศักราช ๒๔๙๐“ง่วงนอนจัง”เสียงบ่นงึมงำตามด้วยอาการหาวหวอดที่ดังมาจากเด็กหญิงในวัยแรกรุ่น ผิวคล้ำแดด รูปร่างสูงเก้งก้าง ดวงหน้ามีเค้าสวยงาม ผมดำยาวถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบศีรษะ สวมเสื้อกางเกงขาสั้นชุดติดกันลายสกอตสีแดงสดใส นั่งขัดสมาธิเช็ดใบตองอยู่บนพื้นกระดานขัดมันวับตรงระเบียงกว้างของเรือนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาสีขาวขนาดไม่เล็กนัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว ตลอดตามชายคาฉลุลายแบบขนมปังขิงอย่างสวยงามต้นเหตุของความง่วงมาจากสายลมที่กำลังพัดจนต้นไม้รอบข้างพากันไหวเอน บวกกับเป็นช่วงยามเย็นแดดร่มลมตก จนเกือบทำให้เปลือกตาของเด็กหญิงปิดลงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้าหูเสียก่อน“เอ๊ะ!!!”คนที่กำลังจะผล็อยหลับส่งเสียงอุทานเบาๆ ดวงตากลมโตที่กำลังหรี่ปรือจะปิดมิปิดแหล่พลันเบิกกว้างขึ้นทันควัน เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นคือเสียงบรรเลงเปียโนที่ดังกังวาน คลอไปกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ดังลอดมา ซึ่งทำให้อาการง่วงเหงาหาวนอนหายเป็นปลิดทิ้งเสียงที่ได้ยินบ่งบอกว่าภายในขอบรั้วกำแพงสูงลิบลิ่วของวังเทพรัตน์ ซึ่งอยู่เยื้องกับบ้านของเธอจะต้องมีงานเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะนับแต่เจ้าของค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status