مشاركة

5

last update تاريخ النشر: 2026-01-19 18:11:35

ขณะเดียวกันพัดชาที่ขึ้นมานั่งอยู่บนคาคบของกระท้อนต้นใหญ่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ก็เริ่มนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุข เพราะถูกเจ้าถิ่นอย่างมดแดงรังควานอย่างหนัก จนต้องสังหารไปเสียหลายตัว ก่อนจะสะดุ้งเฮือกจนเกือบพลัดตกลงไปด้านล่าง เมื่อได้ยินเสียงเรียกไม่คุ้นหูที่ดังอยู่ใต้ต้น

“ไอ้หนู ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้น เดี๋ยวก็ตกลงมาขาแข้งหักหรอก”

คนถูกเรียกว่าไอ้หนูเลยลืมมดแดงไปชั่วขณะ เมื่อก้มลงไปมองก็เห็นชายหนุ่มสองคนในเครื่องแบบสีขาว ที่น่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปียืนอยู่ ซ้ำร้ายยังตาถั่วเห็นเธอเป็นเด็กผู้ชายเสียอีก จึงนึกฉุนระคนขุ่นเคืองเลยหันไปบี้มดแดงที่กำลังกัดแขนเธอจนแดดิ้น ก่อนจะเชิดหน้าปีนขึ้นไปยังกิ่งที่มีกระท้อนลูกที่หมายตา เลิกสนใจคนแปลกหน้าทั้งสอง

“เฮ้ย! ไอ้หนู ไหนๆ ก็อยู่บนนั้นแล้ว เก็บกระท้อนส่งลงมาให้พี่สักสองสามลูกสิ” ฉัตรพงษ์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นตะโกนบอกเสียงดัง

คนอยู่บนต้นกระท้อนนิ่งไปชั่วครู่ ผุดยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระท้อนลูกโต บิดจากขั้วแล้วโยนลงไปข้างล่างตามที่ถูกขอทันที

“เฮ้ย! ค่อยๆ สิไอ้หนู โยนลงมาแบบนี้เกิดหัวแตกขึ้นมาจะทำไง”

เสียงตะโกนที่ดังโหวกเหวกช่วยให้อารมณ์ฉุนๆ ระคนขุ่นเคืองของเด็กหญิงค่อยคลายลง นึกสมน้ำหน้า ก็ให้เธอโยนลงไปเองนี่นา ถ้าไม่รู้จักหลบจะมาโทษกันได้อย่างไร

“กระท้อนลูกแค่นี้ไม่ถึงกับหัวแตกหรอกน่า”

เสียงใสแจ๋วของคนที่อยู่บนต้นกระท้อนทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มที่เกือบจะถูกกระท้อนลูกโตหล่นใส่ศีรษะ ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองอีกครั้ง พลันคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่เชื่อสายตา

“อ้าว เด็กผู้หญิงนี่หว่า”

ฉัตรพงษ์เองก็มีอาการไม่ต่างกัน “นั่นสิวะ ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กผู้ชาย แต่เด็กผู้หญิงอะไรซุกซนอย่างนี้ ไม่กลัวตกลงมาขาแห้งหักบ้างหรือไงนะ”

พัดชาที่ได้ยินชายหนุ่มทั้งคู่พูดถึงตัวเอง ก็นึกหัวเราะเยาะคนพูด คนปีนต้นไม้เก่งกาจเช่นเธอน่ะหรือ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพลาดท่า เดี๋ยวจะแสดงให้ดูเป็นขวัญตา ว่าแล้วก็ไต่ลงจากคาคบที่ตัวเองนั่ง ทว่าเป็นเพราะอยากจะลบคำสบประมาทมากไปหน่อย เลยขาดความระมัดระวังจนพลาดเหยียบกิ่งผุเข้า ทำให้ร่างผอมบางเสียหลักหล่นตุ้บลงไปนอนแอ้งแม้งตรงหน้าชายทั้งคู่พอดิบพอดี

“เฮ้ย! อะไรกันวะ” เสียงอุทานดังมาจากชายหนุ่มทั้งคู่ ที่จู่ๆ ก็เห็นเด็กผู้หญิงซึ่งส่งเสียงแจ๋วๆ อยู่บนต้นกระท้อนหล่นตุ้บลงมาตรงหน้า

“โอ๊ย!!”

เสียงร้องที่ดังตามมาติดๆ จากเจ้าของร่างผอมบางซึ่งหล่นตุ้บลงมา และที่ร้องโอดโอยก็ไม่ใช่เพราะเจ็บที่หล่นลงมาแต่อย่างใด ด้วยกิ่งผุที่เหยียบนั้นไม่ได้สูงจากพื้นนัก แต่เป็นเพราะถูกมดแดงซึ่งไต่อยู่บนพื้นกัดต่างหาก

“เจ็บตรงไหนบ้างหนู” ฉัตรพงษ์ถามด้วยความเป็นห่วง

คนถูกถามรู้สึกเสียหน้า เมื่อลุกขึ้นได้จึงใช้เท้ากระทืบมดแดงบนพื้นดับอารมณ์โมโห

“คงไม่เจ็บเท่าไหร่หรอกมั้งไอ้ฉัตร ยังลุกขึ้นกระทืบมดแดงได้นี่หว่า”

หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์พูดด้วยน้ำเสียงเจือความขบขัน เมื่อเห็นเด็กหญิงที่เพิ่งตกจากต้นไม้ลุกขึ้นมากระทืบมดแดงเป็นพัลวัน “เด็กผู้หญิงอะไรปีนต้นไม้ ซนอย่างกับเด็กผู้ชาย”

คนถูกหาว่าซนอย่างกับเด็กผู้ชายมองหน้าคนพูด แล้วถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก

“เด็กผู้หญิงปีนต้นไม้ผิดตรงไหนไม่ทราบ”

“แน่ะ ว่าแล้วยังจะเถียงอีก”

คุณชายณุกอดอกพลางกวาดตาคมกริบมองเด็กผู้หญิงผอมสูงตรงหน้า ที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาวของตนอย่างแปลกใจระคนสงสัย เพราะจากคำพูดคำจาฉะฉานไม่น่าจะใช่ลูกสาวชาวบ้านทั่วๆ ไป หน้าตาก็ดีทีเดียว เสียแต่ผิวคล้ำไปหน่อยเท่านั้น และที่เข้าใจว่าเป็นเด็กผู้ชายก็เพราะหมวกแก๊ปบนศีรษะเล็กๆ นั่นเอง

“ตกลงเจ็บตรงไหนบ้าง”

ฉัตรพงษ์ถามย้ำพลางเก็บกระท้อนสีเหลืองลูกโตขึ้นมาจากพื้น แล้วก็น้ำลายสอนึกอยากกินขึ้นมาทันใด

“ไม่เจ็บหรอก ตกต้นไม้แค่นี้เอง”

คนตกต้นไม้พูดอย่างไม่ยี่หระ ทั้งที่ความจริงจะว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ถูกต้องนัก เธอเจ็บตรงก้นบ้างแต่ไม่มาก ถ้าใต้ต้นไม่มีใบไม้แห้งทับถมรองรับเอาไว้ละก็ คาดว่าคงจะเจ็บมากกว่านี้ แต่เรื่องอะไรจะแสดงอาการให้เห็นเล่า จะได้ถูกหัวเราะเยาะปะไร โดยเฉพาะจากผู้ชายตัวสูงที่ยืนกอดอกยิ้มนิดๆ เหมือนกำลังยิ้มเยาะเธอนั่นละ

“แล้วเราน่ะชื่ออะไร บ้านอยู่แถวนี้หรือไง” คนยืนกอดอกถาม

คนถูกถามเม้มปากแน่นด้วยไม่อยากจะบอกชื่อตัวเองแก่คนแปลกหน้า แต่ถ้าทำอย่างนั้นอีกฝ่ายก็จะหาว่าเธอไม่มีมารยาทอีก จึงบอกออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก

“ชื่อพัดชา บ้านอยู่ตรงโน้น” คนพูดชี้ไปยังเรือนหลังสีขาว พลางถอดหมวกที่สวมออก เผยให้เห็นผมดำขลับที่ถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบศีรษะ

“เรือนตุ๊กตานั่นน่ะเหรอ” หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ถามด้วยความตื่นเต้น

“ใช่” เจ้าของเรือนตอบด้วยน้ำเสียงเจือความภาคภูมิใจ หลายคนที่เห็นบ้านของเธอมักจะพูดอย่างนี้

ฉัตรพงษ์มองเด็กหญิงร่างผอมสูง ผิวออกคล้ำ ในชุดเสื้อกางเกงติดกันขาสั้นลายสกอตสีแดง ที่แม้เนื้อตัวจะมอมแมมด้วยเศษใบไม้และคราบดิน แต่ก็ปกปิดความงดงามไว้ไม่ได้ หน้าตานั้นส่อเค้าว่าอีกไม่กี่ปีต้องสวยชนิดหาตัวจับยากเลยทีเดียว อีกทั้งท่าทางก็ฉลาดเฉลียว แถมไม่ยอมคนเสียด้วย

“พูดจาไม่เพราะเลยนะเรา หางเสียงก็ไม่มี เรียนหนังสือคุณครูไม่เคยสอนเลยหรือไง” คนเกิดในราชสกุลตำหนิติเตียน

คนถูกตำหนิทำหน้างอง้ำ นัยน์ตาโตวาววับ

“สอน แต่ไม่อยากพูดกับคนแปลกหน้า”

นัยน์ตาคู่คมของคนถูกว่าแปลกหน้าเป็นประกาย นึกอยากจับร่างผอมบางตรงหน้ามาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนนัก เด็กอะไร ว่าแล้วยังจะเถียงคำไม่ตกฟากอีก ก่อนจะหันไปด่าเพื่อนสนิทที่ยืนหัวเราะหึๆ อยู่ข้างๆ

“หัวเราะอะไรไอ้ฉัตร”

“ขำคนแปลกหน้า” ฉัตรพงษ์ตอบเพื่อนแล้วจึงหันไปทางเด็กหญิงที่ยืนทำหน้างอง้ำอยู่ “ขอบใจนะหนูสำหรับกระท้อน แม้จะโยนลงมาจนเกือบถูกหัวเพื่อนพี่ก็ตาม พี่ชื่อฉัตรพงษ์ เรียกว่าพี่ฉัตรก็ได้ แล้วหนูชื่ออะไรนะ เมื่อกี้ฟังไม่ถนัด”

คนถูกเรียกว่าหนูแม้จะไม่ค่อยชื่นชอบกับคำเรียกเท่าไรนัก แต่เป็นเพราะว่าเขาพูดไพเราะน่าฟังกว่าคนตัวสูงอีกคน เด็กหญิงจึงยอมพูดดีด้วย

“ชื่อพัดชาค่ะพี่ฉัตร”

คำตอบของเด็กหญิงสร้างความหมั่นไส้ให้ราชนิกุลหนุ่มไม่น้อย ทีกับเขา เจ้าตัวพูดแบบไม่มีหางเสียง แต่กับเพื่อนของเขากลับพูดจาดี ซ้ำยังเรียกพี่อีก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • กำแพงสิเน่หา   5

    ขณะเดียวกันพัดชาที่ขึ้นมานั่งอยู่บนคาคบของกระท้อนต้นใหญ่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ก็เริ่มนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุข เพราะถูกเจ้าถิ่นอย่างมดแดงรังควานอย่างหนัก จนต้องสังหารไปเสียหลายตัว ก่อนจะสะดุ้งเฮือกจนเกือบพลัดตกลงไปด้านล่าง เมื่อได้ยินเสียงเรียกไม่คุ้นหูที่ดังอยู่ใต้ต้น“ไอ้หนู ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้น เดี๋ยวก็ตกลงมาขาแข้งหักหรอก”คนถูกเรียกว่าไอ้หนูเลยลืมมดแดงไปชั่วขณะ เมื่อก้มลงไปมองก็เห็นชายหนุ่มสองคนในเครื่องแบบสีขาว ที่น่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปียืนอยู่ ซ้ำร้ายยังตาถั่วเห็นเธอเป็นเด็กผู้ชายเสียอีก จึงนึกฉุนระคนขุ่นเคืองเลยหันไปบี้มดแดงที่กำลังกัดแขนเธอจนแดดิ้น ก่อนจะเชิดหน้าปีนขึ้นไปยังกิ่งที่มีกระท้อนลูกที่หมายตา เลิกสนใจคนแปลกหน้าทั้งสอง“เฮ้ย! ไอ้หนู ไหนๆ ก็อยู่บนนั้นแล้ว เก็บกระท้อนส่งลงมาให้พี่สักสองสามลูกสิ” ฉัตรพงษ์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นตะโกนบอกเสียงดังคนอยู่บนต้นกระท้อนนิ่งไปชั่วครู่ ผุดยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระท้อนลูกโต บิดจากขั้วแล้วโยนลงไปข้างล่างตามที่ถูกขอทันที“เฮ้ย! ค่อยๆ สิไอ้หนู โยนลงมาแบบนี้เกิดหัวแตกขึ้นมาจะทำไง”เสียงตะโกนที่ดังโหวกเหวกช่วยให้อารมณ์ฉ

  • กำแพงสิเน่หา   4

    “คุณหญิงเอื้อยอุตส่าห์เล่นเปียโนเพลง “Moonlight Sonata” ให้ใครบางคนฟัง แต่คนคนนั้นกลับเดินออกมาชมนกชมไม้เสียนี่ ไม่กลัวเจ้าตัวเสียใจแย่หรือครับคุณชายณุ”“ถ้าแกอยากฟังเพลงที่ว่านั่นนักก็กลับเข้าไปก็ได้นะ ฉันไม่ว่า” คนถูกกระเซ้าไม่เลิกพูดเสียงหนัก ทำเอาผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าพลางโบกไม้โบกมือ“คงไม่ละ ฉันไม่อยากไปยืนตัวลีบเวลาอยู่ต่อหน้าหม่อมอา แค่อยู่ที่โรงเรียนก็เต็มกลืนแล้ว”หม่อมอาที่ฉัตรพงษ์พูดถึงคือหม่อมราชวงศ์นภดารา เทพรัตน์ มารดาของผู้เป็นเพื่อน เขารู้จักสนิทสนมกับคุณชายณุมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เพราะพลเรือตรีจักรภพ บริรักษ์สกุลวงศ์ บิดาของเขานั้นถูกส่งไปเรียนด้านการทหารที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับหม่อมเจ้าอลงกต เทพรัตน์ บิดาของผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น จึงรักใคร่สนิทสนมกันดีจนมาถึงรุ่นลูก แม้แต่การเลือกสอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือก็ยังเลือกเหมือนกันอีก“แกก็พูดเกินไป ฉันไม่เคยเห็นแกยืนตัวลีบเลยสักครั้งเวลาคุยกับหม่อมแม่” หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ค่อนขอดเพื่อน“ใครบอกล่ะ ฉันเกร็งทุกครั้งเวลาพบหน้า หม่อมอาทำท่าอย่างกับครูฝ่ายปกครองที่คอยจับผิดนักเรียนยังไงยังงั้น ฉันยังคิดไม่ออกเลยว

  • กำแพงสิเน่หา   3

    “นอกจากขี่ควายได้ดีอย่างที่พี่นุชว่า แม้แต่ม้า ยายพัดชาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน”“ม้า!!! แกหมายถึงขี่ม้าเหรอยายอร” นงนุชร้องถามเสียงหลง“ใช่จ้ะ ขี่ม้า” คนเป็นน้องสาวพยักหน้า “มิสเตอร์เจมส์มีม้าพันธุ์อาหรับคู่หนึ่ง เพราะคุณสิริมาน่ะชอบขี่ม้ามาก ก็เลยจับยายพัดชาหัดขี่ด้วย อรเองก็เพิ่งจะมารู้ว่าแม่ลูกสาวขี่ม้าเป็นกับเขาก็เมื่อไม่นานมานี้เอง”“ตายแล้วหลานสาวฉัน ทำไมถึงได้โลดโผนอย่างนี้” คนเป็นป้าพูดพลางยกมือขึ้นทาบอกเพราะตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้จากน้องสาว “ตอนเห็นขี่ควายพี่ก็ยังนึกกลัวจะพลัดตกลงมา แต่นี่ม้ามันสูงแถมวิ่งเร็ว ไม่ตกลงมาขาแข้งหักก็บุญแล้ว”“ยายพัดชาขี่ม้าเก่งจนมิสเตอร์เจมส์ชมเปาะ เก่งกว่าคนสอนอย่างคุณสิริมาเสียอีก”“แล้วผัวแกไม่ว่าอะไรเลยหรือไงที่แม่ลูกสาวโลดโผนแบบนี้” นงนุชถามพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ทั้งที่พอจะเดาคำตอบได้“จะว่าอะไรล่ะ เห็นดีเห็นงามไปด้วยละสิไม่ว่า บอกว่าลูกสาวเก่งถูกใจไปหมดทุกอย่าง” อรสาพูดถึงวิศาลผู้เป็นสามีด้วยสีหน้ายิ้มๆ“นี่ดีนะที่ผัวแกเป็นแค่ลูกหลานคนจีน ถ้าเป็นคนจีนแท้ๆ ป่านนี้ยายพัดชาคงกลายเป็นลูกชังไปแล้ว”สิ่งที่ผู้เป็นพี่สาวพูดอรสาก็เห็นด้วย เพราะคนจีนส่วนใ

  • กำแพงสิเน่หา   2

    “ใครจะไปชิน ว่าแต่เลี้ยงอะไรกันแทบทุกอาทิตย์ ช่างร่ำรวยเสียจริงๆ” นงนุชพูดเสียงสูงคราวนี้คนเป็นน้องสาวหัวเราะเสียงดัง “พวกนั้นคงจะร่ำรวยจริงอย่างที่พี่นุชว่าแหละจ้ะ ไม่งั้นคงไม่จัดงานเลี้ยงทุกอาทิตย์หรอก รถยนต์ที่วิ่งเข้าวิ่งออกก็ราคาแพงๆ ทั้งนั้น”“จะแพงสักแค่ไหนกันเชียว ถ้าจะซื้อจริงอย่างเราก็มีปัญญาซื้อได้” คนเป็นพี่สาวยังพูดเสียงสูง “ได้ยินคนแถวนี้พูดกันว่าพวกคนในกำแพงสูงที่ย้ายมาอยู่ใหม่นั่นเป็นเจ้าหรือ”นงนุชถามพลางหันไปมองกำแพงสูงอีกครั้ง พลางเบ้ปากด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก เดิมทีนางอยู่กับบิดาซึ่งเป็นกำนันเก่าที่ทุ่งรังสิต เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับน้องสาวเมื่อสามเดือนที่ผ่านมานี้ เพราะทนคิดถึงหลานๆ ไม่ไหวคำถามของผู้เป็นป้าทำให้พัดชาพลันเงยหน้าขึ้นจากการเช็ดใบตอง พลอยเงี่ยหูฟังอย่างสนอกสนใจไปด้วย เพราะนึกอยากจะซักถามมารดาเรื่องนี้พอดี คนในกำแพงสูงที่ถูกเอ่ยถึงนั่นเพิ่งย้ายมาอยู่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นเด็กหญิงก็เห็นว่ามีรถยนต์ทยอยขนข้าวของมาหลายครั้งหลายคราวด้วยกัน“น่าจะเป็นอย่างที่พี่นุชได้ยินแหละจ้ะ” อรสาตอบผู้เป็นพี่สาว ขณะที่มือก็เจียนใบตองอย่างคล่องแคล่วไปด้วย “อรก

  • กำแพงสิเน่หา   1

    ณ ทุ่งบางกะปิ พุทธศักราช ๒๔๙๐“ง่วงนอนจัง”เสียงบ่นงึมงำตามด้วยอาการหาวหวอดที่ดังมาจากเด็กหญิงในวัยแรกรุ่น ผิวคล้ำแดด รูปร่างสูงเก้งก้าง ดวงหน้ามีเค้าสวยงาม ผมดำยาวถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบศีรษะ สวมเสื้อกางเกงขาสั้นชุดติดกันลายสกอตสีแดงสดใส นั่งขัดสมาธิเช็ดใบตองอยู่บนพื้นกระดานขัดมันวับตรงระเบียงกว้างของเรือนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาสีขาวขนาดไม่เล็กนัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว ตลอดตามชายคาฉลุลายแบบขนมปังขิงอย่างสวยงามต้นเหตุของความง่วงมาจากสายลมที่กำลังพัดจนต้นไม้รอบข้างพากันไหวเอน บวกกับเป็นช่วงยามเย็นแดดร่มลมตก จนเกือบทำให้เปลือกตาของเด็กหญิงปิดลงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้าหูเสียก่อน“เอ๊ะ!!!”คนที่กำลังจะผล็อยหลับส่งเสียงอุทานเบาๆ ดวงตากลมโตที่กำลังหรี่ปรือจะปิดมิปิดแหล่พลันเบิกกว้างขึ้นทันควัน เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นคือเสียงบรรเลงเปียโนที่ดังกังวาน คลอไปกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ดังลอดมา ซึ่งทำให้อาการง่วงเหงาหาวนอนหายเป็นปลิดทิ้งเสียงที่ได้ยินบ่งบอกว่าภายในขอบรั้วกำแพงสูงลิบลิ่วของวังเทพรัตน์ ซึ่งอยู่เยื้องกับบ้านของเธอจะต้องมีงานเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะนับแต่เจ้าของค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status