Masukมาไคยกมือขึ้นมากุมหัวใจของตัวเอง เมื่อกระดิ่งถูกสั่นขึ้นและในยามนี้เขาจะต้องเดินทางไปที่ห้องนอนของท่านนักบุญหญิง
นางงดงาม..ถึงแม้จะมิได้เย้ายวนเท่าไหร่ แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นก็ทำให้เขารู้สึกสั่นไหวได้ไม่ยาก เขาไม่รู้ว่าท่านนักบุญจะเรียกใช้ด้วยเหตุผลอันใด แต่ทว่าเขาไม่มีเหตุผลให้ตัวเองปฏิเสธการรับใช้ท่านนักบุญหญิง มาไคดึงสติของตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วเพื่อที่เขาจะได้เดินไปที่ห้องของท่านนักบุญหญิงด้วยใบหน้าที่เฉยชาต่อทุกสิ่ง ทันทีที่เขาเข้ารับการปฏิญาณตน นั่นหมายความว่าเขาจะต้องคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของตนเอง อีกหน้าที่หนึ่งของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คือการรับใช้ท่านนักบุญหญิง รับใช้ที่ว่านั่นคือ..การรับใช้แม้กระทั่งเรื่องบนเตียง เธอดูเหมือนลูกกระต่ายตัวน้อยที่ตื่นกลัวในยามที่เห็นหน้าท่านคาดินัน ท่านนักบุญหญิงสั่นไหวมากจนเขารู้สึกเป็นห่วง ถึงได้ก้าวเข้าไปเพื่อที่จะขัดขวางการชักชวนของท่านคาดินัน เขารู้ว่านั่นคือการ กระทำที่อุกอาจเป็นอย่างยิ่ง อัศวินเช่นเขาไม่ควรขัดใจท่านคาดินัน..แต่ตัวของท่านคาดินันเองก็ขัดใจเขาไม่ได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแค่อัศวินศักดิ์สิทธิ์แต่เพราะยศเก่าของเขาคือยศท่านชาย.. นั่นคือเหตุผลที่ทั้งเขาและท่านคาดินัน ทำตัวแบบต่างคนต่างอยู่ ค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้น 5 หน่วย อัศวินศักดิ์สิทธิ์กำลังเป็นห่วงคุณ อา..ดูเหมือนว่าตัวละครมาไคจะเอาชนะไม่อยากแฮะ อาจจะเพราะเขามีค่าการพิชิตใจที่ไม่ยากเท่าไหร่ และเพราะเขาคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ปฏิญาณออกมาแล้วว่า เขาเป็นของเธอ..จากนี้ไปต่อให้เธอร้องขอให้เขากระทำเรื่องบนเตียง แน่นอนว่ามาไคจะไม่สามารถปฏิเสธได้ นี่คือเรื่องราวดีๆ ที่เธอพบเจอในเกมนี้เลยแฮะ พ่อหนุ่มหน้าหวานที่ยินยอมทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ..แค่คิดก็อยากจะกรีดร้องออกมาแล้ว “..มีอะไรหรือครับท่านจานีค” เสียงเปิดประตูดังขึ้นแล้วหากให้ฉันเดา มาไคคงจะเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว “เข้ามาสิมาไค พอดีว่าข้ามีปัญหานิดหน่อยกับการ..ใช้เจ้านี่ถูหลังน่ะ” มาไคเปิดม่านลูกไม้เข้ามาและสิ่งที่เขาเจอคือท่านจานีคที่กำลังนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ เรือนผมสีเงินนั้นเปียกลู่ไปตามแผนหลัง หน้าอกคู่งามโผล่พ้นขึ้นมาบนผิวน้ำจนมองเห็นแต้มแดงอยู่รำไร มีเพียงยอดอกเท่านั้นที่ยังไม่โผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ มาไคได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงของตัวเองอย่างชัดเจน ทว่าเขาไม่อาจแสดงสีหน้าหรือว่าแสดงท่าทีน่ารังเกียจของตัวเองออกมา เพราะท่านจานีคอาจจะไม่สบายใจหากอัศวินของท่านเกิดความปรารถนาในตัวท่านขึ้นมา “ครับ..หันหลังมาหน่อยครับท่านจานีค” “....” ไม่หน้าแดงหรือว่าไม่เขินอายอะไรหน่อยงั้นเหรอ ทั้งๆ ที่ร่างกายนี้ดูยั่วยวนมากแท้ๆ หรือว่าเพราะเขาคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ละทิ้งซึ่งกิเลสไปจนหมดสิ้น..หากเป็นแบบนั้นเธอคงได้ติดอยู่ในเกมนี่ตลอดปีตลอดชาติอย่างแน่นอน..เพราะตัวละครตัวแรกที่พิชิตใจได้ง่ายที่สุดเธอยังไม่สามารถพิชิตใจของเขาได้เลย “ต่ำลงหน่อยมาไค..ต่ำลงไปจนสุดเลย” เธอกำลังนั่งหันหลังให้เขาและมาไคเองก็กำลังตั้งอกตั้งใจในการถูหลังและทำความสะอาดร่างกายของเธอเป็นอย่างดี ราวกับว่านี่คือหนึ่งในหน้าที่ของเขา.. ดวงตาของจานีคทอประกายไม่พอใจเท่าไหร่นัก จากที่คิดว่ามาไคคือคนง่ายๆ ที่เธออาจจะทำให้เขาหวั่นไหวได้ไม่ยากแต่มันกลับกลายเป็นว่าเขาไม่แสดงอาการหวั่นไหวออกมาเลย “ข้าไม่เคยมีข้ารับใช้ที่เป็นบุรุษมาก่อน..นี่คือครั้งแรกที่มือของบุรุษสัมผัสลงไปบนร่างกายของข้าเลยนะมาไค” เขาชะงักเล็กน้อยกับคำกล่าวนั้น เพราะมือของเขาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจับดาบ ที่เธอกล่าวเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะผิวมือที่ด้านของเขามันบาดลงไปบนผิวหนังของเธอรึเปล่านะ “..ขะ..ขออภัยด้วยครับท่านจานีค ท่านอาจจะเจ็บเพราะมือของเขามันแข็งกระด้างเนื่องจากการจับดาบมาทั้งชีวิต” การอ้อมค้อม ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลสินะ เธอหมุนตัวมาหาเขา..ก่อนจะเชิดรั้นใบหน้าขึ้นมาเล็กน้อย “ข้าไม่ได้หมายความว่ามันเจ็บปวด แต่ข้าหมายความว่าท่านคือคนแรก..ที่ได้สัมผัสร่างกายนี้ แต่สำหรับท่านมันคงไม่สำคัญอะไรสินะ เพราะดูรูปลักษณ์ของท่านนั้นคงจะได้สัมผัสร่างกายของสตรีมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว..” เขามองหน้าเธอ มาไคพยายามที่จะไม่ใช้สายตาของเขามองไปตรงอื่นที่มันแสนสวยงามมากเหลือเกิน และในบางทีที่ท่านจานีคขยับ ยอดอกสีกุหลาบก็จะโผล่พ้นผืนน้ำขึ้นมาอยู่รำไร “..ข้าไม่เคยสัมผัสร่างกายของสตรีเลยครับ ไม่เคยแม้กระทั่งมานั่งถูหลังเช่นนี้ให้ใครด้วย..ท่านจานีคคือสตรีคนแรกที่ข้าทำเช่นนั้น..” เขาอยากจะบอกให้เธอหันหลังกลับไปมากเหลือเกินแต่เพราะว่าใบหน้านั้นกำลัง..แดงระเรื่อ ดวงหน้าหวานพลันแดงแปร๊ดในฉับพลัน เธอไม่คิดว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์เช่นเขาจะไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน “ข้าไม่ได้..รังแกท่านใช่ไหมคะ ข้าหมายถึงว่าข้าคงไม่ได้ทำให้ท่านฝืนใจในการถูหลังหรือว่าอาบน้ำให้ข้า” “นั่นคือหน้าที่ครับ..คือหน้าที่ที่ข้าจะต้องกระทำ” หน้าที่อีกแล้ว..คำก็หน้าที่สองคำก็หน้าที่! จานีคลุกขึ้นยืนในทันที เธอยืนขึ้นต่อหน้าเขาก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าที่กำลังตื่นตะลึงของมาไค “ข้าไม่อยากอาบน้ำแล้วค่ะ ช่วย..เช็ดตัวให้ข้าหน่อยสิ” มาดูกันว่าหน้าที่ของเขาและความรู้สึกส่วนลึกของมาไคล มันจะเกี่ยวพันกันไหม มาไคกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อมาเช็ดร่างกายของจานีคให้แห้ง แน่นอนว่าร่างกายของเธอในทุกส่วน เขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยในขณะที่ความเร่าร้อนกำลังก่อนตัวขึ้นภายในกาย ก่อนหน้านี้เขาแอบชำเลืองมองยอดอกทรงหยดน้ำที่มีขนาดใหญ่..น่าจะพอดีมือของเขา เพราะมันมีสีแดงระเรื่อที่คล้ายกับกุหลาบนั่นจึงทำให้เขาละสายตาจากจุดนี้ไม่ได้เลย เอวที่คอดกิ่วไล้ลงไปเรื่อยๆ จนถึงส่วนนั้น..เขาเช็ดทุกส่วนของร่างกายเธอจนแห้งสนิท ก่อนจะสวมเสื้อคลุมอาบน้ำให้ท่านจานีค “นั่งสิครับ ข้าจะเช็ดผมให้ท่านเอง” สีหน้านั้นยังคงเรียบเฉยอย่างน่าโมโห เขาเป็นก้อนหินรึไง ถึงได้ไม่มีท่าทีแสดงความหวั่นไหวอะไรออกมาเลย สีหน้าของมาไคยังคงเรียบเฉยราวกับว่าเขาคือราชาน้ำแข็ง แววตาที่มองเธอยังคงนิ่งสนิทไม่แสดงอาการใดๆออกมา นี่แย่แล้ว..สัญชาตญาณในใจของจานีคกำลังโห่ร้อง หากเธอเอาชนะมาไคไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าเธอจะสามารถเอาชนะท่านคาดินันคนนั้นได้น่ะหัวใจที่เข้มแข็งของเด็กหนุ่มไม่หวั่นไหวเลย เขาเคยตกหลุมรักโรซาลีนอย่างไรเขาก็ยังคงรักเลดี้ผู้นั้นอย่างนั้นวันเปิดเทอมเขาปรากฏตัวต่อหน้าโรซาลีนด้วยใบหน้าที่มั่นใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเพื่อขอสตรีที่เขารักคบกันเราคือคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุดในอคาเด็มมี่ ถึงจะอยู่คนละชั้นปีแต่เราตัวติดกันแทบจะทุกเวลา ฟลอยด์ไปหาโรซาลีนที่คฤหาสน์นิกาอยู่บ่อยๆ ครอบครัวทั้งสองของเราก็ไม่ติดขัดเรื่องความสัมพันธ์โรซาลีนทำให้เขานึกถึงคำว่าตลอดไป..เธอเป็นแบบนั้น ทำให้เขาเพ้อฝันว่าเราจะได้เป็นสามีภรรยา เขาจะเป็นท่านเคาน์ ส่วนเธอจะเป็นเคาน์เตสผู้ทรงเกียรติ..หกปี..ที่เรารักกัน มันไร้ความหมายเมื่อโรซาลีนหญิงคนรักของเขาตั้งครรภ์หลังจากเดินทางกลับมาจากการเป็นสหายคนสนิทของพระสนม..ในตอนที่นางกล่าวถึงช่วงเวลาตอนที่นางได้รับคัดเลือกเป็นพระสหายของพระสนมที่กำลังตั้งครรภ์ โรซาลีนดีใจมากๆ นางชื่นชอบพระราชวังมากทีเดียว นางชอบสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมาย..และนั่นทำให้ฟลอยด์ไม่ขัดขวางนางแม้แต่ครึ่งคำ ทั้งๆ ที่วันนั้นเขาตั้งใจจะขอนางแต่งงานแล้วด้วยซ้ำ“หลังจากที่พระสนมทรงคลอดพระโอรสออกมา ข้าจะกลับมาแต่งงานกับเจ้านะฟ
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณเดินทางมายืน จานีคก็ปรือตาขึ้นมาเล็กน้อย เธอนอนหลับในอ้อมแขนของท่านเคาน์ฟลอยด์นี่ผ่านมาสามวันแล้ว..สามวันที่ผ่านเราเอาแต่กระโจนเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง การกินดื่มไม่สำคัญเท่ากับช่วงเวลาแสนหวานที่อยู่บนเตียง แต่ในตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกหิวแล้วล่ะ..จานีคลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบา เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อจะหยิบชุดนอนสีขาวออกมา การเตรียมความพร้อมในห้องนี้ทำให้มันเชื่อได้ยากว่าเขาพึ่งจะพาเธอมาที่ห้องนี้เป็นครั้งแรก เพราะที่นี่มีเสื้อผ้าของสตรีจัดเตรียมเอาไว้ ทั้งชุดนอน ชุดชั้นในและชุดเดรสสำหรับที่จะสวมใส่ออกไปเธอเดินไปในครัวขณะที่กำลังมวยผมขึ้นไปมัดเอาไว้อย่างหลวมๆ จานีคล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด ก่อนที่เธอจะหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างกระจกในครัวที่นี่วิเศษมากจนเธออดจะทึ่งไม่ได้ ห้องนี้ส่วนใหญ่จะใช้หน้าต่างที่ทำมาจากกระจก คืนแรกที่เธอมาอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจจำนวนหน้าต่างอะไรพวกนั้นเลย เธอแค่สนใจร่างกายของฟลอยด์ก็เท่านั้น แต่เมื่อถึงยามเช้า เมื่อเธอตื่นขึ้นมา..สิ่งแรกที่เห็นคือวิวสวยๆ ของทะเล แสงของดวงตะวันที่สะท้อนลงบนผิวน้ำสีคราม นกนางนวลสีขาวกำลังบินไปมาเพื่อย
ใบหน้าชาหนึบไปหมด และในยามนี้จานีคเข้าใจอย่างท่องแท้แล้วว่าการคิดอะไรไม่ออกนั้นมันหมายความว่าอย่างไร เขามีความสามารถในการทำให้เธอเสียสติแบบคาดไม่ถึงเลยจริงๆเธอใช้ลิ้นลากวนส่วนที่เป็นช่องเล็กๆ สิ่งที่อยู่ในปากพองขยายส่งสัญญาณว่าใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว ปลายลิ้นดูดดันส่วนยอดอ่อนนุ่ม พลางเลียไปรอบๆ อย่างระมัดระวังจากส่วนนั้นค่อยกระตุกเบาๆฟลอยด์ลุกขึ้นในทันที เขาอุ้มจานีคขึ้นมาก่อนจะพลิกตัวเพื่อให้เธอนอนอยู่ภายใต้ร่างกายของเขาแทน“คงจะน่าเสียดายเกินไป หากข้าเผลอถึงที่หมายก่อนที่เราจะเริ่มต้นอย่างจริงจัง..”เขาผลักดันใต้ข้อพับเข่าของเธอให้ยกขึ้นสูงจนถึงช่วงอก จากนั้นจึงนั่งคุกเข่าลงเพื่อบดเบียดร่างกายเข้ามาหาจานีครู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองจะพลิกกลับหลัง แท่งร้อนตีกระทบปากทางเข้า ลากไว้วนไปมาทั่วปากทาง กระทั่งเขี่ยปุ่มเนื้อก่อนจะชำแรกเข้ามาในที่สุดฟลอยด์กดแทรกเข้ามาตามจังหวะของลมหายใจ มือใหญ่ของเขายังคงรวบใต้ขาของเธอเอาไว้ ท่าทางมันน่าอายแต่ทว่าในยามนี้ จานีคกลับลืมเลือนความอายไปจนหมดสิ้น เมื่อส่วนนั้นของเขาสอดลึกเข้ามาลมหายใจของเธอก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น แผ่นหลังของเธอแนบติดที่นอน มือปัดป่ายไปมา
ช่วงเวลาแห่งความหอมหวาน เริ่มต้นในทันทีที่รองเท้าของจานีคถูกถอดออกดวงตาของฟลอยด์ช้อนขึ้นมาก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังตะลึงค้างกับความงดงามของโลกใบนี้ เขาไม่อาจละสายตาจากใบหน้านั้นได้แม้แต่วินาทีเดียว ริมฝีปากที่ขบเม้มเข้าหากันจุดชนวนความรุ่มร้อนให้ร่างกายของเขาตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม เขารู้สึกว่าตัวเองได้ร่วงหล่นสู่ตัณหาและราคะที่ก่อตัวขึ้นมาในใจฟลอยด์เริ่มเข้าใจท่าทีหวงแหนของคาดินันอัมโบรเซอร์ และเข้าใจสายตาห่วงใยที่อัศวินผู้นั้นคอยจ้องมองมาที่นางแล้ว เขากลายเป็นคนจุดเดือดต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเขาเคลื่อนใบหน้าเข้าไปงับริมฝีปากของเธอก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างไร้ความปรานี..จานีคหลับตาลง เราทั้งคู่เลือกจะวางทุกสิ่งอย่างเอาไว้ที่ด้านหน้าของประตูไม่มีนักบุญหญิงหรือว่าท่านเคาน์ มีแค่เราเท่านั้นในบทบาทของความรัก แค่คนสองคนและความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นจนพร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อปลายลิ้นพัวพันนอกริมฝีปาก เขาไม่ยอมอ่อนข้อและเธอเองก็ยินดีที่จะตอบรับความรู้สึกนั้นด้วยความเต็มใจ ขณะจูบ ฝ่ามือของเขาก็เริ่มถอดชุดของเธอไปด้วยเธอละริมฝีปากออก เมื่อเขาถอดชุดคล
ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่วันที่เธอขีดเส้นแบ่งเขตอย่างชัดเจนกับเขาไป ท่านเคาน์ไม่เคยแสดงท่าทีเจ้าชู้ของเขาออกมาเลย แน่นอนว่าในช่วงแรกที่เขาต้องอุ้มเธอไปประสาทพรให้ชาวบ้านทุกวัน ย่อมมีข่าวลือถึงความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ออกมา แต่ท่านเคาน์ก็ออกมาปฏิเสธ เขาประกาศก้องออกมาว่าที่เท้าของเธอบาดเจ็บมันคือความผิดของเขา และสิ่งที่เธอทำอยู่ในยามนี้ก็คือการช่วยเหลือประชาชนภายใต้การดูแลของเขา เมื่อเธอดูแลชาวเมืองของเขา เช่นนั้นเขาก็ควรจะดูแลเธอให้ดี นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่มีข่าวลือที่ไม่ดีของเธอกับเขาเกิดขึ้นมาอีกเลย และเมื่อเท้าทั้งสองข้างของเธอหายดี เธอก็ออกเดินทางไปที่หมู่บ้านเองโดยไม่ต้องอาศัยการอุ้มหรือว่าการนำทางของเขานั่นทำให้ชาวเมืองเข้าใจได้ว่าทำไมในช่วงแรกเราต้องใกล้ชิดกันเพียงนั้น..เพราะว่าเธอบาดเจ็บนั่นเองตอนที่เธอกลับไปพักที่คฤหาสน์ ในทุกวันเขาจะนั่งรออยู่ที่สวนหน้าบ้าน นั่งรอเพื่อที่จะทานมื้อเย็นกับเธอเพราะเขารู้ว่าเธอจะต้องทำงานหนักจนไม่ได้ทานอะไรแน่นอนจานีคไม่ได้หลงใหลหรือว่ารู้สึกดีกับเขาในเรื่องความอ่อนโยนที่แสดงออกมาเลย เพราะเธอคิดว่าที่เขาทำไปคงเพื่อให้ตัวเองได้นอนก
“ท่านนักบุญหญิงปลอดภัยดีครับนายท่าน ตอนนี้ดูเหมือนว่านักบุญหญิงผู้นั้นจะอยู่ในการดูแลของเคาน์ดาโกแบทดังเดิม..”มาไคพยักหน้า เขามองไปที่หุ่นฟางก่อนจะฟันดาบลงไปบนนั้น..ตลอดระยะเวลาที่เราห่างกัน เขาไม่ได้พูดคุยกับท่านแม่เลยด้วยซ้ำ เขายังคงรักและเคารพท่านแม่เหมือนเดิม แต่ความโกรธในใจก็ไม่ยอมจางหายไปไหนเลยเหมือนกัน เขาต้องการใช้ความเงียบเพื่อทำให้ท่านแม่ไตร่ตรองความผิดของตัวเอง กระเป๋าของเขานั้นเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนไมเนอร์..พี่ชายของเขาออกเดินทางไปที่พระราชวังตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่องเลยไม่ใช่เพราะไมเนอร์ไม่อยากไปหาท่านจานีคแต่เพราะหมอนั่นรักท่านจานีคมากต่างหาก จึงไม่อยากให้ท่านจานีคโทษตัวเองเรื่องที่เราทั้งคู่เลือกจะหันหลังให้ท่านแม่แล้วเดินทางออกจากแกรนด์ดัชชีไม่มีใครอยากเลือกระหว่างมารดาผู้ให้กำเนิดกับสตรีที่รักหรอกนะ แต่ที่เขามาอยู่ในจุดนี้ก็เพราะท่านแม่เป็นคนดันหลังพวกเรามาให้ยืนอยู่ที่ปากเหว“การดูแลและปกครองทหารที่นี่ ต่อจากนี้ไปมันคือหน้าที่ของเจ้านะ ปกป้องแกรนด์ดัชชี ปกป้องประชาชนและปกป้องคฤหาสน์แห่งนี้เอาไว้ให้ดี..”ทหารที่พึ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่เ







