Starry Night ค่ำคืนใต้หมู่ดาวมีเพียงแค่สองเรา

Starry Night ค่ำคืนใต้หมู่ดาวมีเพียงแค่สองเรา

last updateLast Updated : 2025-06-09
By:  AvoxCompleted
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
38Chapters
959views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กสาวพบเจอและได้ช่วยชีวิตแมวตัวหนึ่งเอาไว้ แต่ทว่าแมวตัวนั้นกลับไม่ใช่แมวธรรมดานี่น่ะสิ…ความลับนี้เด็กสาวเลือกที่จะเก็บซ่อนเอาไว้ การแอบพบเจอกันอย่างลับๆได้เริ่มต้นขึ้น ภายใต้แสงหมู่ดาวก็มีเพียงแค่เราสองอีกเช่นเคย แต่ว่าความลับนี้จะเก็บไว้ได้นานแค่ไหนกันนะ?

View More

Chapter 1

บทที่ 1 แมวส้มลายสลิด

หมู่บ้านเซียงเหอ อำเภอเซียงกวนใกล้ชายแดนแคว้นเจิ้ง เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในแคว้นจ้าวที่สงบมานานหลังผ่านสงครามแบ่งแยกแคว้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้ในแคว้นจ้าวมีเด็กกำพร้าที่ครอบครัวถูกภัยสงครามอยู่เป็นจำนวนมาก

ติงกวนกับเสี่ยวชิงเป็นเด็กกำพร้าในหมู่บ้านที่ซัดเซพเนจรจากภัยสงครามในสมัยนั้นและมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านเซียงเหอพร้อมกับชาวบ้านหลายครอบครัว เด็ก 2 คน ช่วยกันสร้างกระท่อมพักที่ท้ายหมู่บ้านตามกำลังของเด็กอายุ 10 ขวบ จะทำออกมาได้ ทั้งคู่ไม่สนใจชาวบ้านที่ครหาว่าเด็กชายกับเด็กหญิงที่ไม่ใช่ญาติอยู่ร่วมกันนั้นไม่เหมาะสม ในเมื่อพวกเขาไม่มีผู้ใหญ่รับไปเลี้ยงดู พวกเขาสองคนจึงต้องพึ่งพากันและกันเท่านั้น

กระทั่ง 7 ปีผ่านไป ติงกวนกับเสี่ยวชิงอายุ 17 ปี ไม่มีลูกหลานคนในหมู่บ้านอยากขอพวกเขาไปเป็นเขยหรือสะใภ้ ติงกวนเห็นว่าเสี่ยวชิงถูกครหามานานมากแล้ว เขาจึงไปบอกผู้ใหญ่บ้านว่าจะแต่งเสี่ยวชิงเป็นภรรยา ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าทั้งคู่กำพร้าพ่อแม่ ผู้ใหญ่บ้านจึงช่วยทำพิธีแต่งงานให้พวกเขาโดยมีภรรยาช่วยหาสิ่งของจำเป็นมาให้เด็กทั้งคู่เพื่อทำตามประเพณี

หลังแต่งงานได้ปีครึ่ง เสี่ยวชิงก็คลอดลูกคนแรกเป็นหญิง พวกเขาตั้งชื่อให้ว่าติงม่านหรู โดยหวังให้ลูกสาวเกิดมาแล้วไม่ต้องลำบากเหมือนพวกเขาที่รับจ้างทำไร่ไถนาให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน มีช่วงหลังคลอดที่เสี่ยวชิงไม่ได้ไปช่วยสามี หลังจากเลี้ยงลูกสาวได้ 3 เดือน เสี่ยวชิงก็กระเตงลูกไปที่ไร่เพื่อทำงานช่วยสามี ทั้งคู่ทำงานมานานจึงเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งซึ่งเพียงพอที่จะสร้างบ้านเล็ก ๆ สักหลัง ติงกวนจึงไปติดต่อผู้ใหญ่บ้านขอแรงชาวบ้านสักหลายคนมาช่วยสร้างบ้านในครั้งนี้ หลังจากการสร้างบ้าน 3 ห้อง เสร็จแล้ว ติงกวนกับภรรยาก็กลับมาตั้งใจทำงานเก็บเงินกันอีกครั้งโดยมีม่านหรูคอยติดตามไปด้วย

หลังจากทำงานเลี้ยงลูกได้ 2 ปี เสี่ยวชิงก็ตั้งท้องอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างแปลกใจที่ครั้งนี้ท้องของเสี่ยวชิงใหญ่กว่าท้องแรกอย่างผิดปรกติ ติงกวนกลัวว่าภรรยากับลูกจะเกิดอันตราย เขาจึงนำเงินเก็บพาเสี่ยวชิงที่กำลังท้องเข้าไปตรวจครรภ์ในอำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก

หมอตรวจครรภ์ของเสี่ยวชิงเสร็จก็แสดงความยินดีกับติงกวนที่เขากำลังจะมีลูกแฝด แต่แทนที่ติงกวนจะดีใจ เขากลับเป็นห่วงเรื่องการคลอดลูกของภรรยา เขาจึงถามวิธีดูแลภรรยากับลูกรวมทั้งเรื่องการทำคลอดกับหมอก่อนจะจ่ายค่าตรวจและพาภรรยากลับหมู่บ้าน ติงกวนเป็นเด็กความจำดีมาแต่ไหนแต่ไร เขาจดจำได้ทุกอย่างที่หมอบอกเอาไว้ ติงกวนจึงไม่ยอมให้เสี่ยวชิงออกไปทำงานกับเขาจนกว่าจะคลอดลูกออกมาเสียก่อน เสี่ยวชิงเห็นสามีเป็นห่วง นางจึงไม่ดื้อรั้นและเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ตอนนี้ม่านหรูอายุ 2 ขวบแล้ว เสี่ยวชิงจึงไม่ต้องดูแลลูกมากเหมือนตอนม่านหรูยังแบเบาะ

ติงกวนที่ทำงานคนเดียวไม่ได้คิดมากเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นหากภรรยามีลูกอีก 2 คนพร้อมกัน เขาสามารถอดได้ แต่ลูกกับภรรยาเขาจะไม่ยอมให้อดเด็ดขาด ติงกวนจึงขยันทำงานตั้งแต่ก่อนรุ่งสางไปจนมืดค่ำจึงกลับบ้านเพื่อหารายได้เพิ่มเติม เสี่ยวชิงที่ช่วยงานสามีไม่ได้ก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยการปลอบโยนจากติงกวนจึงทำให้เสี่ยวชิงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นและคอยดูแลเรื่องอาหารของสามีอย่างดี นางกับลูกกินอะไรก็ได้ แต่สามีนางต้องใช้กำลังในการทำงาน เสี่ยวชิงนำเงินเก็บออกมาซื้อหมูนิดหน่อยเก็บไว้ทุกสัปดาห์เพื่อทำอาหารให้สามีกินก่อนไปทำงานและหลังกลับบ้าน ทั้งสองดูแลกันและกันจนกระทั่งเสี่ยวชิงคลอดลูกก่อนกำหนด วันนั้นติงกวนรีบวิ่งไปหาหมอตำแยมาช่วยทำคลอดภรรยาจนเหงื่อโทรมกาย เขาเห็นสีหน้าภรรยาที่ดูเจ็บปวดกว่าตอนคลอดลูกสาวจึงเป็นห่วง ตอนนี้เขาได้หมอตำแยมาแล้วและคอยช่วยต้มน้ำร้อนให้หมอตำแยทำคลอดภรรยาของเขา

ม่านหรูที่ยังเด็กเดินเตาะแตะไปส่องดูพ่อที่ห้องครัวว่ากำลังทำอะไร นางหิวมากเพราะแม่ไม่ได้ลุกมาทำกับข้าวให้นางกินเหมือนทุกวัน เมื่อเห็นว่าพ่อยุ่งอยู่กับการต้มน้ำร้อน ม่านหรูไม่กล้าเข้าไปออดอ้อนพ่อเหมือนทุกวัน นางได้ยินเสียงร้องของแม่ที่ดูเหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่จึงไม่อยากทำตัววุ่นวายและยืนดูดนิ้วมือมองดูพ่อต้มน้ำที่หน้าห้องครัวอยู่อย่างนั้น

กว่าที่ติงกวนจะจัดการเรื่องน้ำร้อนให้หมอตำแยเสร็จ เวลาก็ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วยามแล้ว ติงกวนเพิ่งเห็นลูกสาวยืนดูดนิ้วมองมาทางเขาตาปริบ ๆ เขาจึงนึกได้ว่าลูกสาวยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนเขากับภรรยาที่กำลังคลอดลูกอยู่ ติงกวนรีบเดินไปหาลูกสาวแล้วลูบหัวเล็กเบา ๆ อย่างขอโทษ

“ลูกหิวแล้วใช่ไหมม่านหรู พ่อขอโทษที่ทำกับข้าวช้านะลูก ตอนนี้ลูกไปนั่งรอที่โต๊ะก่อน แม่ของลูกกำลังจะมีน้องให้ลูกแล้วนะ พ่อจะไปทำกับข้าวก่อน รอดี ๆ เล่า”

“เจ้าค่ะท่านป้อ”

ม่านหรูที่พอจะพูดได้นิดหน่อยตามอายุของนางรับคำพ่อพร้อมรอยยิ้มหวาน นางปีนขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเล็กที่พ่อทำให้นางเอาไว้กินข้าวอย่างคุ้นชิน ม่านหรูดูแลตัวเองมาตั้งแต่เริ่มเดินเตาะแตะได้ นางเคยได้ยินเสียงพ่อแม่คุยกันอยู่บ่อย ๆ ว่าบ้านนางนั้นยากจน ม่านหรูไม่รู้ว่ายากจนคืออะไร แต่นางก็ไม่เคยบ่นที่ต้องกินข้าวต้มกับฟักทองแทบทุกวัน นางรู้แค่ว่ากินอิ่มท้องนางก็พอใจแล้ว

ติงกวนรีบทำข้าวต้มผสมฟักทองให้ลูกสาว ส่วนของเขาก็เป็นข้าวต้มผสมธัญพืชง่าย ๆ เท่านั้น วันนี้เขาไม่ไปทำงานจึงไม่อยากนำเนื้อออกมาผสมข้าวต้มให้สิ้นเปลือง เพราะเขายังต้องจ่ายค่าหมอตำแยหลังจากภรรยาคลอดลูกอีก ติงกวนทำอาหารเสร็จในเวลาครึ่งชั่วยาม พอดีกับที่เขาได้ยินเสียงร้องอุแว๊ดังออกมาจากห้องที่ภรรยาเขากำลังคลอดลูกอยู่ ติงกวนรีบยกถ้วยข้าวต้มไปให้ลูกสาวและวางถ้วยของตนเองเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปรอหมอตำแยที่หน้าประตู

ม่านหรูเห็นพ่อวางถ้วยข้าวต้มที่มีควันโชยขึ้นมาก็รู้ว่ามันยังร้อนอยู่ นางไม่สนใจว่าพ่อจะทำอะไรเพราะตอนนี้นางหิวมาก ม่านหรูค่อย ๆ ตักข้าวต้มคำเล็ก ๆ แล้วเป่าเบา ๆ อยู่สักพักจนน่าจะหายร้อนแล้ว นางจึงเอาเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย สำหรับม่านหรูแค่ได้กินอาหารแบบนี้นางก็มีความสุขแล้ว

ไม่นานนักหลังจากได้ยินเสียงเด็กร้อง หมอตำแยรีบทำความสะอาดเด็กและตัดสายสะดืออย่างชำนาญ ก่อนจะห่อตัวเด็กแล้วรีบเดินออกไปเปิดประตู

“นี่ลูกชายคนแรกของเจ้าติงกวน ข้าจะเข้าไปดูเสี่ยวชิงคลอดลูกอีกคนเสียก่อน เจ้าก็ดูแลลูกชายเจ้าก่อนก็แล้วกันนะ”

“ขอบคุณขอรับท่านป้า ข้าฝากท่านป้าดูแลภรรยากับลูกข้าด้วยนะขอรับ”

“อืม เจ้าไม่ต้องกังวลไป ดีที่เมียเจ้าเคยคลอดม่านหรูมาก่อน การคลอดลูกแฝดครั้งนี้จึงไม่อันตรายเท่ากับท้องแรก เอาล่ะ ข้าขอตัวก่อน”

“ขอรับท่านป้า ถ้าท่านต้องการอะไรอีกก็เรียกข้าได้นะขอรับ ข้ารอที่โต๊ะหน้าห้อง”

หมอตำแยพยักหน้าให้แล้วรีบปิดประตูเดินกลับเข้าไปดูเสี่ยวชิงที่กำลังปวดท้องอีกครั้ง นับว่าเด็กคนที่สองช่างรู้ความเสียจริง ๆ เขาไม่ได้รีบออกมาเหมือนเด็กคนแรก ทำให้หมอมีเวลาทำความสะอาดและส่งตัวเด็กให้ติงกวนดูแลก่อนได้

“เอาล่ะเสี่ยวชิง ลูกคนที่สองของเจ้ากำลังจะออกมาแล้ว เจ้าเบ่งให้แรง ๆ”

“แฮ่ก… เจ้าค่ะ… ท่านป้า”

ฮึ้บ...ฮ่า...ฮึ้บ...ฮ่า

อุแว๊!!!

“โอ้ เก่งมากเสี่ยวชิง เจ้าได้ลูกชายอีกคนแล้ว ข้าดีใจด้วยนะ ตอนนี้เจ้าพักผ่อนก่อน ข้าจะนำเด็กไปล้างตัวสักหน่อยแล้วจะเอามาให้เจ้านะ”

“แฮ่ก… เจ้าค่ะ…” หมอตำแยตัดสายสะดือและนำเด็กไปล้างตัวด้วยน้ำอุ่นทันที ก่อนที่นางจะพันผ้าแล้วนำตัวเด็กไปวางไว้ข้างตัวเสี่ยวชิงอย่างรวดเร็ว

“นี่ลูกชายคนรองของเจ้า ตอนนี้หมดหน้าที่ข้าแล้ว เดี๋ยวข้าจะบอกสามีเจ้าให้เข้ามาดูเจ้ากับลูกต่อก็แล้วกัน”

“ขอบคุณ… ท่านป้า… เจ้าค่ะ”

หมอตำแยพยักหน้ายิ้มส่งให้เสี่ยวชิงก่อนที่จะออกไปนอกห้องพร้อมกับรับค่าทำคลอดที่นางเก็บสองผัวเมียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางรู้ดีว่าครอบครัวนี้ยากจนจึงไม่อยากรีดเลือดกับปูให้โกรธเคืองใจกันไปเปล่า ๆ

หลังหมอตำแยจากไป ติงกวนหันไปบอกลูกสาวที่กำลังกินข้าวอยู่ว่าให้รอที่โต๊ะหลังจากกินเสร็จ เขาจะพาลูกชายคนโตไปส่งให้ภรรยาก่อนค่อยออกมานำถ้วยข้าวต้มของภรรยาเข้าไปให้นาง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
38 Chapters
บทที่ 1 แมวส้มลายสลิด
สายลมเอื่อยพัดพลิ้ว ดอกหญ้าโดยรอบเอียงลู่ไปตามลมหยอกเหย้ากับประกายแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ตกกระทบบนยอด ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของสวนสมุนไพรเล็กๆ ร่างๆหนึ่งกำลังง่วนกับการทำงาน มือบางรวบผมสีเงินเส้นเล็กละเอียดยาวประบ่าของตนที่ปลิวกระจายไปตามแรงลมขึ้นมาทัดไว้ที่หู ก่อนจะลงมือเด็ดยอดสมุนไพรที่พึ่งแตกกิ่งใหม่ออกมาจากต้นลงไปในตะกร้า“คุณหนูคะ ได้เวลาทานข้าวเช้าแล้วนะคะ” เสียงเรียกดังไกลๆมาจากทางประตูหลังบ้าน หญิงสาวถึงยอมชะโงกหน้าออกไปจากแนวรั้วเตี้ยเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธออยู่ตรงไหน “อันนี้แปลงสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวเอาอันที่เด็ดมาไปแช่น้ำแล้วจะตามไปนะ” หญิงสาวก้มหน้าทำงานไปพูดไปไม่ปล่อยให้มือนิ่งเฉย อีกฝ่ายที่คุยด้วยคือหญิงสาวอายุไม่มากไปกว่าเธอสักเท่าไหร่ ผู้มาใหม่ปัดๆมือกับผ้ากันเปื้อนที่ผูกติดกับกระโปรงก่อนจะลงมือช่วยอีกแรง“ให้ซีล่าเอาไปแช่น้ำให้แทนดีไหมคะ คุณหนูจะได้ไปล้างมือเตรียมทานอาหารเลย ครั้งที่แล้วคุณหนูก็พูดอย่างนี้แต่กว่าจะไป ท่านบารอนก็ทานเสร็จแล้ว” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่า ‘คุณหนู’ ยิ้มแห้งๆ คราวนี้ถ้าเธอเถลไถลอีกท่านพ่อกับซีล่าคงไม่ยอมแน่ๆ“ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีไหม
Read more
บทที่ 2 ใต้แสงเงาจันทร์
เสียงร้องแหบเบาที่ดังต่อเนื่องปลุกคาเรนให้สะดุ้งตื่น ความมืดจางหายไปเล็กน้อยตามเวลาย่ำรุ่งที่แสงจากม่านฟ้ายังทักทอไม่เต็มผืนดี เด็กสาวมองไปยังที่มาของเสียง ท่ามกลางแสงสลัวเลือนรางเธอมองเห็นบางสิ่งกำลังพยายามขยับกายเคลื่อนไหวอยู่ เด็กสาวสาวเท้าเข้าไปหามันทันที ยังไม่ทันทีจะเอื้อมมือไปถึง แมวผอมโซที่กำลังอ้าปากร้องด้วยความเจ็บปวดก็พลันหันมาขู่ฟ่อใส่ รูม่านตาสีดำขยายกว้างทำให้ดวงตาสีเหลืองอำพันทั้งสองข้างดูราวกับลูกแก้วกลมโต“อ๊ะ”คาเรนสะดุ้งรีบชักมือกลับทันที ตามมาด้วยความรู้สึกแสบนิดๆที่หลังมือ เพราะเห็นว่ามันกำลังกลัว เธอจึงพยายามจะลูบหัวปลอบมัน แต่กลับได้แผลมาซะอย่างนั้น“เจ็บนะ อยู่นิ่งๆสิ”“ฟ่อออออ”รอยเล็บยาวๆเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแถว เลือดซึมออกมาจากรอยแผลจางๆ แม้มันจะไม่ได้เจ็บอะไรมากเพราะกรงเล็บถูกส่งมาจากอุ้งมืออันอ่อนระโหยโรยแรง แต่หญิงสาวก็ไม่ได้พยายามที่จะเข้าหามันอีก เธอเลือกที่จะเว้นระยะห่างเพื่อให้มันสงบลง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยอมถอยออกไปแล้ว เจ้าแมวส้มจึงได้มีท่าทีสงบลงแต่มันยังคงมองเขม่งสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย มองดูเด็กสาวเดินไปหยิบตลับยาใบเล็กๆออกมาจากลิ้น
Read more
บทที่ 3 ความลับ
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้น!!คาเรนมองชายหนุ่มที่จู่ๆก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง อีกฝ่ายก็ดูจะตกใจอยู่เหมือนกันไม่น้อย ร่างสูงผงะถอยหลังไป แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้เห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมสวมเพียงกางเกงขาสั้นเก่าๆขาดๆเท่านั้น บนลำตัวมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดพันอยู่ ดวงตาสีเหลืองเรียวคมเบิกกว้าง ผมสีส้มของเขายุ่งเหยิงดูไม่เป็นทรง ชายหนุ่มทำท่าจะพูดอะไรบางออกมา แต่ชั่วพริบตาร่างของเขาก็ค่อยๆหดเล็กลงและกลับกลายเป็นร่างของเจ้าแมวส้มลายสลิดตามเดิมต่อหน้าต่อตาของคาเรน เด็กสาวลุกพรวดลงจากเตียง เดินห่างจากมันออกมาอยู่ไกล ต่างฝ่ายต่างมองกันไปมา“แกเป็นตัวอะไรกันแน่” คาเรนเอ่ยขึ้นอย่างสับสน หรือเธอกำลังละเมออยู่?“เหมียววววว” มันร้องตอบแต่คาเรนไม่เข้าใจ หรือเรื่องเล่าตำนานที่ว่าแมวเป็นปีศาจจะเป็นเรื่องจริง หรือเธอได้เข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่จะควรยุ่งซะแล้ว“เหมียว” เห็นเด็กสาวเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง เจ้าแมวส้มเจ้าปัญหาจึงกระโดดลงจากเตียงทำท่าจะเดินเข้าไปหา คาเรนหันขวับมามองอย่างตกใจ เดินถอยกรูดจนหลังชนผนังห้อง“หยุดนะ อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ ออกไป
Read more
บทที่ 4 ไคล์
เจ้าแมวส้มลายสลิดนั่งอยู่ริมขอบหน้าต่างจ้องมองลงไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างอันเป็นสวนสมุนไพรและแปลงผักขนาดย่อม เห็นเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินกำลังก้มๆเงยๆอยู่ท่ามกลางพืชผักใบเขียวที่กำลังผลิดอกออกผล เป็นเวลาผ่านมาเกือบ 2 อาทิตย์แล้วที่เขามาอาศัยอยู่กับเด็กสาว ท่ามกลางวันคืนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตประจำวันของเธอและเขาเริ่มต้นขึ้นและจบลงแบบเดิมซ้ำๆอย่างเช่นทุกวันเด็กสาวเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการลงไปรดน้ำผักและสมุนไพรที่สวนหลังบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสางดี สายๆแดดเริ่มออกก็ตากสมุนไพร เขาเองก็มักจะมองจ้องจากหน้าต่างห้องมุมนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน หลังจากเธอกินข้าวเสร็จก็กลับขึ้นห้องมาทำแผลและให้อาหารเขา ก่อนจะขี่ม้าออกไปที่ไหนซักแห่งจนกระทั่งตกเย็นจึงกลับมา ไปเก็บสมุนไพรที่ตากไว้ กินข้าวเย็น อาบน้ำ ขึ้นห้องมาทำแผลใส่ยาให้เขา อ่านหนังสือและจบวันลงด้วยการนอนในที่สุด ซึ่งทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การเผ้ามองสังเกตการณ์อย่างเงียบๆของเขามาโดยตลอดช่างเป็นชีวิตประจำวันเรื่อยเฉื่อยแฉะไร้ความกังวลใจต่างกับตอนที่เขาต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนหลบซ่อนไปมาลิบลับ แรกๆก็ไม่ชินอยู่บ้าง แต่อยู่ไปเรื่อยๆสั
Read more
บทที่ 5 ขนมากมายขนาดนี้เป็นของแมวแค่ตัวเดียวนะ
พรึบฮัดชิ่วเสียงจามจากซีล่าที่ตากผ้าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลดังแว่วมาให้คาเรนที่กำลังรดน้ำทำสวนอยู่ได้ยิน สักพักแม่บ้านสาวก็เดินหน้ายู่จากลานกว้างสำหรับตากผ้ามาหาคาเรน แล้วหล่อนก็เริ่มบ่นร่ายยาวให้เธอฟัง“ขนแมวเต็มผ้าปูที่นอนเลยนะคะคุณหนู ขนาดซีล่าซักแล้วยังเกาะอยู่เต็มเลย ไหนจะห้องนอนที่เมื่อเช้าเข้าไปทำความสะอาด ขนแมวเต็มห้องไปหมดเลย ต้องเข้าไปทำความสะอาดบ่อยขึ้น แค่ซีล่าเข้าไปทำความสะอาดเฉยๆขนก็เกาะติดเสื้อผ้ามาด้วยตั้งเยอะ แล้วแบบนี้คุณหนูจะอยู่ไหวเหรอคะ ถ้าคุณท่านเห็นขนบนเสื้อผ้าก็จะจับได้อีกว่าคุณหนูแอบเลี้ยงแมวเอาไว้บนห้อง” เธอพูดรัวเร็วอย่างชัดถ่ายชัดคำ ด้วยความที่เธอเป็นคนช่างพูดอยู่แล้วคาเรนจึงชินกับการพูดไม่เว้นจังหวะพักของเธอคาเรนก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเองก็พบว่ามีขนแมวติดตามเสื้อผ้าของเธออยู่เยอะจริงดั่งเช่นที่แม่บ้านสาวว่า แต่จะทำยังไงได้ล่ะถ้าเลี้ยงสัตว์มีขนก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีขนร่วงอยู่บ้าง แต่คาเรนที่พึ่งจะเคยเลี้ยงแมวเป็นครั้งแรกก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าแมวตัวหนึ่งจะสามารถผลิตขนได้เยอะมากมายเช่นนี้ วิธีแก้ง่ายมากคือต้องหมั่นหวีแปรงขนให้ไคล์บ่อยๆ แต่ติด
Read more
บทที่ 6 เป็นแมวที่ค่อนข้างตื่นเช้านิดหน่อย
ท่ามกลางความเงียบสงบของยามย่ำรุ่ง ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ดังเบาๆเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอของร่างบนเตียง ภายใต้ความมืดในห้องเล็กๆแห่งนี้ ไคล์ในร่างแมวกำลังนั่งนิ่งๆมองดูใบหน้ายามหลับของเด็กสาว“เหมียว” เสียงร้องแผ่วเบาถูกส่งออกมาเมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก เด็กสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เหมือนเสียงจะเบาไปจนเธอที่ยังอยู่ในห้วงแห่งนิทราไม่ได้ยิน ไคล์จึงส่งเสียงร้องไปอีกครั้ง“เหมียว” เขาส่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยและจงใจร้องข้างๆหูของเธอ“อือ” คาเรนปัดมือข้างหู เธอปรือตาขึ้นมามอง เห็นเจ้าแมวส้มนั่งนิ่งจ้องมองอยู่ ก่อนจะหลับตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ไคล์เอียงคอ จ้องคาเรนอีกชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าของเด็กสาวแล้วเริ่มเลียแก้มและจมูกของเธอเบาๆ“อีอออออ” คาเรนปัดมือมาที่หน้าอย่างรำคาญใจก่อนจะพลิกตัวหันหนีไปอีกด้าน ดึงผ้าห่มมาคลุมโปงไปในที่สุด“เหมียวววว” ไคล์เอาเท้าสะกิดแต่ไร้การโต้ตอบ“เหมียววววววว” เสียงร้องลากยาวและเริ่มดังขึ้นอย่างไม่พอใจ“ขอนอนต่ออีกหน่อยได้ไหม” เสียงอู้อี้ดังลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม แต่ไคล์หาได้สนใจไม่ เขาตวัดหางไปม
Read more
บทที่ 7 เต็มไปด้วยสัญชาตญาณ
“เวลากินเยื่อที่ล่าเสร็จมันมักจะมีคราบเลือดหรือกลิ่นติดตามตัวใช่ไหม พวกข้าเลยจะต้องคอยเลียขนตัวเองเพื่อกลบกลิ่นไม่ให้นักล่าตัวอื่นที่อาจเป็นอันตรายได้กลิ่นที่ติดมากับตัวยังไงล่ะ” คาเรนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงโต๊ะเขียนหนังสือหันหลังไปฟังไคล์ที่กำลังนั่งเท้าคางอยู่ตรงปลายเตียงพลางอธิบายเรื่องที่เขาเลียมือ เลียหน้า และขนตามตัวหลังกินข้าวเสร็จทั้งๆที่ก็ไม่ได้เลอะอะไรอยู่ “จะบอกว่าเป็นสัญชาตญาณอะไรนั่นอีกแล้วใช่ไหม” “ใช่แหละ ข้าทำจนชินไปแล้ว มันเป็นไปเองน่ะ ถ้าไม่ได้ทำแล้วมันเหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง ก็เหมือนกับพวกเจ้านั่นแหละ เวลาพวกเจ้ากินข้าวเสร็จก็ต้องล้างมือใช่ไหมเล่า” “อืม ก็พอเข้าใจได้อยู่นะ” คาเรนว่าพลางขยับปากกาขนนกในมือไปมา ตอนนี้เป็นเวลาราวๆตีห้า หลังจากไคล์ฝึกควบคุมพลังไปได้สักพักเขาก็กลายร่างเป็นคนอีกครั้ง ตั้งแต่คาเรนบังคับให้เขาฝึกควบคุมพลังอย่างจริงจังทุกวันเขาก็กลายร่างเป็นคนได้บ่อยขึ้น เธอคิดว่าที่ผ่านมาที่เขายังไม่สามารถควบคุมพลังได้สักทีคงเป็นเพราะเจ้าตัวไม่ได้มีใจจะฝึกมากกว่า ต่อให้กลายร่างเป็นคนก็กลายร่าง
Read more
บทที่ 8 พันธะสัญญาระหว่างสองเรา
เสียงจากเครื่องบดสมุนไพรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนไปทั่วทั้งโรงเรือนไม้เล็กๆ คาเรนหยุดมือเมื่อเห็นว่าสมุนไพรที่บดอยู่เป็นผงละเอียดดีแล้ว เธอนำมันออกมาใส่ขวดโหลแก้วแยกไว้ต่างหาก ทำความสะอาดเครื่องบดใหม่ก่อนจะเริ่มบดสมุนไพรในส่วนถัดไปต่อ เสียงเครื่องบดกลับมาดังก้องขึ้นอีกครั้ง “เหมียว?” ไคล์ที่นั่งมองอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่วางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลคาเรนร้องขึ้นอย่างสงสัย ซึ่งคาเรนก็เดาได้จากท่าทางการเอียงคอและสายตาที่จ้องมองอย่างสงสัยใครรู้ของเขา “ฉันทำยาไว้ให้พี่ชายใช้น่ะไคล์ เดี๋ยวพี่ก็จะกลับมาแล้ว ต้องเร่งมือทำแล้วล่ะ” คาเรนเอ่ยตอบเขาไปด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติเล็กน้อยแข่งกับเสียงเครื่องบดเนื่องจากเธอไม่หยุดมือจากการทำงาน เช้าวันนี้เป็นวันหยุดของคาเรน ถือเป็นฤกษ์งามยามดีและเหมาะแก่เวลาที่จะลงมือทำ สมุนไพรส่วนต่างๆที่ใช้ถูกหั่นเป็นแว่นบางๆและตากแดดจนแห้งซึ่งทั้งหมดคาเรนทำเตรียมรอไว้อยู่ก่อนแล้ว วันนี้เหลือแค่นำส่วนผสมทั้งหมดมาบดให้เป็นผงและเอามาทำยาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรูปแบบที่คาเรนคิดว่าจะทำออกมาก็คือยาเม็ดในรูปแบบยาลูกกลอนนั่นเอง วิธีการทำยาลูก
Read more
บทที่ 9 ในวันที่ฝนพรำ
“เหมียว” ไคล์เดินวนเวียนไปมาอยู่บนเตียงข้างตัวคาเรนและร้องเรียกให้เธอตื่นขึ้นอย่างเช่นทุกเช้ามืดอีกเช่นเคย คาเรนลืมตาขึ้นอย่างเหม่อลอย กำลังอยู่ก่ำกึ่งระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับความฝัน“ต้องตื่นแล้วเหรอ วันนี้วันหยุดขอนอนต่ออีกหน่อยได้ไหม” เด็กสาวถาม แต่เหมือนเธอจะพูดไปอย่างนั้นเอง หลังว่าจบเธอก็หลับตาลงอีกครั้งและหลับไปอย่างรวดเร็ว ไคล์นั่งมอง หางสะบัดไปมารวดเร็วอย่างไม่พอใจน้อยๆ สรุปเมื่อคืนพวกเขาก็นอนดูดาวด้วยกันเพลินจนกลับบ้านมืด โชคดีที่เขากลับเป็นร่างแมวระหว่างทางไม่ไกลจากบ้านมากแบบพอเหมาะพอเจาะ จึงถือว่าไม่ได้ปล่อยให้คาเรนเดินกลับบ้านมืดๆเพียงคนเดียวและยังสามารถกลับเข้าบ้านได้อย่างเนียนๆอีกด้วย“เหมียว” เขาร้องอีก เอาเท้าแตะเบาๆและดมฟุดฟิดไปตามใบหน้าของเด็กสาว คาเรนขมวดคิ้ว เธอพลิกตัวหนีไปอีกด้านและยังคงหลับต่อ ไคล์พ่นลมหายใจ เอาเถอะ ไหนๆก็เป็นวันหยุดทั้งที ปล่อยให้เธอนอนต่ออีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร ไคล์เปลี่ยนจากต่อต้านเป็นเข้าร่วม ไหนๆก็ปลุกไม่ได้เขาก็ขอนอนต่อด้วยเลยแล้วกัน ไคล์นอนขดตัวเป็นวงกลมอยู่ที่หัวนอนข้างๆหมอนของคาเรน ก่อนจะหลับตาและจมลงเข้าสู
Read more
บทที่ 10 คารัน คอนเนอร์
คาเรนเดินถือกระดานนับสต็อกเดินตรวจนับไปเรื่อยๆตามชั้นเก็บยา ในห้องที่เรียงรายไปด้วยตู้และชั้นวางที่แบ่งเป็นตอนๆนี้เต็มไปด้วยยาและสมุนไพรที่ถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบต่างๆจำนวนมาก มีทั้งสมุนไพรตั้งต้นที่ถูกเก็บถนอมไว้รอการปรุงยาและยาที่ปรุงสำเร็จเป็นสูตรต่างๆแล้วพร้อมนำไปใช้ ในช่วงเวลาที่ใกล้เลิกงานเช่นนี้เธอจะต้องมาเดินตรวจนับสต็อกยาทุกวันเพื่อที่ว่าวันถัดไปทางแผนกของเธอจะได้เติมสต็อกยาให้เพียงพอและพร้อมสำหรับการนำไปใช้รักษาคนไข้ ถึงแม้เมืองบาโทรอนจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีผู้ป่วยที่มีอาการหนักและผู้ป่วยโรคเฉียบพลันที่ต้องให้การรักษาอยู่ต่อเนื่อง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นที่จะต้องใช้ยารักษาในปริมาณมาก ส่วนผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอ หญิงหลังคลอด หรือเด็กที่ใช้ยาในปริมาณน้อยก็มีมาให้รักษาเป็นระยะๆ การนับและเติมสต็อกยาจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับโรงพยาบาลที่มีเพียงแห่งเดียวในเมืองเช่นนี้ “ยาลูกกลอนพวกนี้เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว” แพทย์ฝึกหัดอีกคนที่เป็นเวรตรวจนับสต็อกด้วยกันหยิบขวดโหลใบหนึ่งขึ้นมาดมแล้วย่นจมูก เป็นอันรู้กันว่ายาลูกกลอนถ้าเริ่มเยิ้มจนติดกัน สีเปลี่ยนไปจาก
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status