5/B เมืองร้างต้องคำสาปที่หายสาปสูญ

5/B เมืองร้างต้องคำสาปที่หายสาปสูญ

last updateLast Updated : 2025-07-01
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
1.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อฮารุและอิจินักเรียนอีกคนของห้องม.5/B ถูกให้รับมอบหมายไปกำจัดเงาปีศาลที่เมืองร้างที่หายสาปสูญไปนับร้อยปี...พวกเขาจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่

View More

Chapter 1

ก้าวสู่เมืองที่สาปสูญ

— Boa noite, Donna. O Don voltou há meia hora.

O segurança da entrada fez um gesto de cabeça enquanto passava o cartão de acesso pelo leitor. Retribuí em silêncio.

A porta principal se abriu antes mesmo que eu conseguisse girar a maçaneta.

Donovan estava parado no umbral.

— Você voltou. — Disse ele, em um tom surpreso.

— Voltei.

— Que horas você pousou?

— Às três e quarenta.

Ele ergueu uma sobrancelha.

— Pensei que você só chegasse amanhã.

Sustentei seu olhar por alguns instantes, sem desviar os olhos.

— Mandei as informações do meu voo para você.

— Mandou? As coisas estavam uma loucura. Devo ter deixado passar. — Ele franziu levemente a testa.

— Uma loucura por quê?

— O cassino da Sera, em Las Vegas, foi multado. Ela ficou muito abalada, então permaneci lá para resolver tudo.

Donovan pegou minha mala de mão, deixou-a junto à parede e voltou para a sala.

— Eu teria ido buscar você se soubesse.

— Você estava ocupado demais indo buscar Seraphina.

— Não é a mesma coisa. — Ele tomou um gole de bourbon com absoluta tranquilidade.

— Sera é jovem e não sabe lidar com a pressão das famílias rivais. Você é experiente, Vi. Sempre consegue voltar para casa.

"Que ironia."

Sozinha, Seraphina era vulnerável.

Mas eu, a Donna da família Valentino, sempre estava bem.

— A viagem foi tranquila? — Perguntou casualmente.

O avião quase se despedaçou no ar, mas eu não tinha energia para contar aquilo.

— Foi.

Entrei no banheiro da suíte e parei de repente.

Sobre a bancada de mármore havia uma bisnaga de base de maquiagem feita sob medida. Ao lado dela, repousava uma pistola compacta, preta e fosca.

— Donovan, de quem são essas coisas? — Perguntei com calma.

— Da Sera. Ela deixou tudo aí na semana passada, quando veio assinar alguns documentos.

— Ela vem aqui com frequência?

— Só a trabalho. — Ele se apoiou no batente da porta.

— Quando você está fora, ela passa por aqui para manter tudo em ordem e cuidar das pequenas pendências da família que vão se acumulando.

Então era isso: ela ficava aqui, dentro da nossa casa, quase todos os dias em que eu estava fora.

— Mandei a segurança liberar o acesso irrestrito dela. Quando você não está, alguém precisa conseguir entrar caso as coisas se compliquem.

Donovan deu livre acesso à sua mão direita sem sequer me consultar.

A mim, a Donna da família.

— Você não pensou em me contar?

— Qual é, Viola. Sera trabalha para a família.

Curioso.

O celular particular dele se iluminou sobre a mesa, e Donovan o pegou rápido demais.

— Sera quer que eu a acompanhe a uma consulta médica amanhã. Ela odeia agulhas.

— Tudo bem.

— Isso não incomoda você?

— Por que me incomodaria?

Ele sorriu, visivelmente aliviado.

— Eu sabia que você entenderia. Sera sempre diz como você é incrível e que nunca faz drama.

Não era porque eu não quisesse fazer, era porque nunca fazia diferença.

Donovan sempre dizia que eu tinha ciúmes, que Sera era sua mão direita e que eu não entendia o peso de ser o Don. No fim, de algum modo, eu é que sempre estava errada.

— Donovan. Com que nome o número de Seraphina está salvo no seu celular? — Falei em voz baixa.

Ele piscou, surpreso.

— Sera. Por quê?

— E eu?

Donovan virou o aparelho para si e conferiu a tela.

— Viola Valentino.

Um apelido carinhoso para ela, mas pra mim ele havia colocado o meu nome completo. Como se eu fosse apenas mais um contato de negócios.

— Algum problema? — Perguntou, franzindo a testa como se eu estivesse criando caso.

— Não.

— Vá dormir. Você parece cansada.

Em seguida, ele saiu para cuidar dos assuntos da família.

— Ah, mais uma coisa: não mexa na sacola que está sobre a bancada da cozinha, é uma almofada de massagem personalizada para Sera. Na próxima semana, ela atravessará o país por causa do acordo do cassino. Mandei bordar o brasão da família. — Acrescentou do corredor.

No inverno anterior, pedi que ele comprasse uma almofada de massagem para os meus longos voos de volta.

Donovan recusou meu pedido diante de todos à mesa. Disse que aquilo demonstrava fraqueza e não merecia os recursos da família.

Por isso, acabei comprando uma por conta própria.

Deslizei a mão para dentro da mala de bordo e tirei de lá os papéis do divórcio já assinados.

Meu celular vibrou.

Era uma mensagem de Marshall, chefe de operações internacionais.

[Vi, seu visto e as passagens do voo de segunda-feira para Dubai já estão confirmados. Está tudo pronto?]

Olhei para a porta fechada do quarto.

Então respondi, mantendo o polegar firme sobre a tela:

[Tudo pronto.]
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
ก้าวสู่เมืองที่สาปสูญ
ประตูมิติที่เรืองแสงสีม่วงหม่นอยู่เบื้องหน้าบิดเบี้ยวคล้ายภาพสะท้อนในกระจกที่แตกละเอียด ฮารุในชุดนักเรียนที่ดูคล่องตัวไม่ต่างจากชุดผจญภัย จ้องมองช่องว่างแห่งมิติด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือข้างหนึ่งกระชับกล้องถ่ายรูปที่ห้อยอยู่ข้างตัว อีกข้างหนึ่งพร้อมที่จะหยิบขวดกักเก็บวิญญาณที่เหน็บไว้กับเข็มขัดข้างๆ กัน อิจิเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมไม่แพ้กัน ดวงตาสีเข้มของเขาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าเบื้องหลังประตู พลางกำด้ามมีดอาคมที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออย่างมั่นคง แม้ความกลัวจะเกาะกุมอยู่ในใจ แต่ในฐานะเพื่อนและผู้ร่วมภารกิจ เขาจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด"พร้อมนะฮารุ" อิจิเอ่ยเสียงเรียบ พยายามระงับความประหม่าฮารุพยักหน้าเล็กน้อย "กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ ไม่พร้อมก็บ้าแล้วล่ะ" เธอกล่าวพร้อมกับฉีกยิ้มบางๆ ที่มุมปากเพื่อคลายความตึงเครียด "ไปกันเลย!"ไม่รอช้า ฮารุก็ออกก้าวแรก ทะลวงผ่านผืนอากาศที่บิดเบี้ยวของประตูมิติ ตามมาด้วยอิจิที่ก้าวตามหลังทันที ราวกับมีแรงดูดมหาศาลดึงพวกเขาเข้าไปทันทีที่ก้าวพ้นจากประตู มิติแห่งกาลเวลาก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงพวกเขายืนอยู่ท่ามกลาง เมือง
Read more
ผู้คนที่ยังหลงเหลือ
เสียงกรีดร้องแหบพร่าเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของฮารุและอิจิ ทั้งคู่ยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังซอกตึกมืดมิดที่มาของเสียง ความเงียบที่กลับคืนมาดูเหมือนจะหนักอึ้งกว่าเดิม บรรยากาศกดดันจนสัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดขึ้นบนแผ่นหลังของอิจิ"เมื่อกี้...มันอะไรกัน" ฮารุถามเสียงกระซิบ มือยังคงกำขวดกักเก็บวิญญาณแน่นอิจิส่ายหน้าช้าๆ "ไม่รู้สิ...แต่นาฬิกาของเธอก็ยังไม่เตือนเลยนะฮารุ"ทันใดนั้นเอง...ฟิ้ว!เสียงบางอย่างเคลื่อนผ่านด้านหลังพวกเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม กระแสลมเย็นวาบที่ปะทะกับแผ่นหลังของทั้งคู่ทำให้พวกเขาถึงกับสะดุ้งเฮือก มันไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงของการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวเกินมนุษย์"อะไรน่ะ?!" ฮารุอุทานด้วยความตกใจ หันขวับไปมองด้านหลังทันทีแต่ก่อนที่ฮารุจะทันได้เห็นสิ่งใด อิจิก็ตอบสนองเร็วกว่าสัญชาตญาณ เขาไม่ได้หันไปมองด้านหลัง แต่ใช้เท้าทั้งสองข้างถีบพื้นออกตัวพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันทีราวกับจรวด ด้วยความเร็วของนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ร่างของเขาพุ่งเข้าไปในซอกตึกที่มืดมิดซึ่งเป็นทิศทางที่เสียงนั้นเคลื่อนผ่านไป"อิจิ! เดี๋ยว!" ฮารุร้องเรียกด้ว
Read more
เราจะผ่านมันไปด้วยกัน
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้านกลับถูกฉีกกระชากด้วยเงาที่ดำมืดกว่ารัตติกาล เงาร่างนั้นพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนด้วยความเร็วที่เหนือการมองเห็นของมนุษย์ปกติ เป้าหมายชัดเจน… ฮารุฮารุกำลังเดินเคียงข้างอิจิ สายตาเหม่อมองดวงจันทร์สีนวลอย่างเพลินเพลิน ทันใดนั้น ความรู้สึกผิดปกติก็แผ่ซ่านเข้ามาในประสาทสัมผัสของเธอ อากาศรอบกายเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีบางสิ่งดึงเอาความร้อนทั้งหมดออกไปจากชั้นบรรยากาศ“อิจิ…” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากลยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสียงคำรามต่ำลึกก็ฉีกผ่านความเงียบสงัด คลื่นเสียงนั้นไม่ใช่เสียงจากสัตว์ป่าบนโลก แต่เป็นเสียงที่มาจากห้วงลึกของความมืดมิด… เสียงของบางสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่จริงอิจิไม่รอช้า สัญชาตญาณนักรบของเขาพลุ่งพล่าน เขาเห็นเงาขนาดมหึมาที่กำลังทิ้งตัวลงมา รูปร่างคล้ายสัตว์ร้าย แต่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยหนามแหลมคม มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เขารู้จัก ไม่ใช่ภูตผีธรรมดาที่เคยเผชิญหน้า“หลบ!” อิจิตะโกนลั่น พร้อมกับตวัดแขนออกไปคว้าเอวของฮารุ กระชากร่างบอบบางให้พุ่งหลบออกไปจากจุดที่เงาปีศาจกำลังจะพุ่งลงมาอย่างเฉียดฉิว พื
Read more
เงามรณะ
ท้องฟ้ายามรุ่งสางที่ควรจะนำพาความหวังมาให้ กลับถูกบดบังด้วยเมฆดำทะมึนที่ก่อตัวอย่างรวดเร็วเหนือยอดเขา ความเงียบสงัดที่เคยปกคลุมผืนป่าถูกแทนที่ด้วยเสียงลมกระโชกแรง และกลิ่นอายเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยพลังงานมืดมิดอิจิและฮารุกำลังเดินทางผ่านเส้นทางป่าที่คดเคี้ยว มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เชิงเขา เพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับนิมิตของฮารุและเงาปีศาจที่จู่โจมพวกเขาเมื่อคืน ฮารุสวมเสื้อคลุมกันหนาวตัวหนา แม้จะออกเดินทางมาได้ไม่นาน เธอก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของบรรยากาศรอบตัว“อิจิ… นายรู้สึกเหมือนกันไหม?” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเจือความกังวล “เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่”อิจิชะงักฝีเท้า เขาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบสแกนไปทั่วบริเวณป่าทึบเบื้องหน้า “รู้สึก… แรงกดดันมันชัดเจนกว่าเมื่อคืนนี้ด้วยซ้ำ” เขากระชับดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นขึ้น “มันไม่ได้อยากให้เราไปถึงหมู่บ้านนั่น”ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ไม่ใช่เสียงคำรามแบบสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ราวกับวิญญาณที่ถูกทรมาน มันเป็นสัญญาณของการมาเยือนของบางสิ่งที่เหนือธรรมชาติ… แล
Read more
การตามล่า
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาต้องพื้นป่าที่มืดมิด ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทว่าแสงสว่างริบหรี่นั้นก็เพียงพอที่จะเผยให้เห็นเงาร่างสองร่างที่กำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า อิจิพยุงร่างที่อ่อนล้าของเขาไปตามทาง ส่วน ฮารุ เดินเคียงข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การต่อสู้ครั้งก่อนทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้บนแขนของอิจิ แม้ฮารุจะทำแผลให้เขาแล้ว แต่บาดแผลลึกนั้นก็ยังคงส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเขาไม่คล่องตัวนักหลังจากที่ได้เห็นภาพนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวในศาลเจ้า และได้พบผ้ายันต์โบราณผืนแรก พวกเขาก็ตัดสินใจเดินทางต่อไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อิจิจำได้ว่าเคยมีบันทึกเก่าแก่กล่าวถึงตำนานของผ้ายันต์คล้ายคลึงกัน ผ้ายันต์ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้น“นายยังไหวแน่นะอิจิ?” ฮารุถามด้วยน้ำเสียงกังวล เมื่อสังเกตเห็นอิจิสะดุดก้อนหินเล็กๆ“ไหวสิ… แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก” อิจิฝืนยิ้ม พยายามแสดงความแข็งแกร่งออกมา “ที่สำคัญคือเราต้องไปให้ถึงหมู่บ้านนั้นให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะสายเกินไป”ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนใบไม้แห้ง และเสียงลมพัดกระทบยอดไม้เท่
Read more
บททดสอบ
ท้องฟ้าเหนือป่าทึบยังคงมืดมิดด้วยเงามืดของเมฆฝนที่รวมตัวกันหนาแน่น แต่ไม่มีฝนตกปรอยลงมา มีเพียงกระแสลมหนาวที่พัดเอาความเงียบงันและความกดดันอันหนักอึ้งมาปกคลุมผืนป่า อิจิและฮารุก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้าง แม้ฮารุจะใช้มนตราแห่งชีวิตเยียวยาไปแล้ว แต่พลังงานที่ร่อยหรอของเธอก็ไม่อาจฟื้นฟูเขาได้เต็มที่ ฮารุเองก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังที่เพิ่งตื่นขึ้นมานั้นอย่างหนักหน่วง“นายไหวแน่นะอิจิ?” ฮารุเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน“ไหวสิ… แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก” อิจิฝืนยิ้ม เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น แม้จะรู้สึกชาไปทั้งแขน “ที่สำคัญคือเราต้องไปให้ถึงที่นั่น… ที่ที่ตำนานกล่าวขานว่าผ้ายันต์ผืนที่สองถูกเก็บซ่อนไว้”บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังจับจ้องพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง มีเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่ย่ำไปบนใบไม้แห้งเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ความเงียบงันนั้นน่าขนลุกยิ่งกว่าเสียงคำรามของปีศาจ“ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่แข็งแกร่ง… อิจิ” ฮารุพึมพำ “มันไม่ใช่พลังงานมืดแบบปีศาจ… แต่
Read more
แสงแรก
แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องลอดผ่านม่านเมฆหนาทึบ ย้อมผืนป่าให้เป็นสีเทาหม่น อิจิพยุงร่างที่อ่อนล้าของเขาเดินเคียงข้างฮารุที่ยังคงดูซีดเซียวจากการใช้พลังอย่างหนักหน่วง บาดแผลที่สีข้างของอิจิยังคงสร้างความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง แต่ความมุ่งมั่นที่จะค้นหาคำตอบและปกป้องฮารุทำให้เขาไม่ยอมหยุดพัก พวกเขากำลังเดินทางย้อนกลับไปยังศาลเจ้าโบราณที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านร้าง ซึ่งเป็นที่ที่ฮารุได้เห็นนิมิตครั้งแรกและพวกเขาได้พบผ้ายันต์ผืนแรก“นายแน่ใจนะอิจิว่าการกลับไปที่ศาลเจ้าเป็นความคิดที่ดี?” ฮารุเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอเจือความกังวล “ที่นั่นมีพลังงานประหลาด… และฉันก็รู้สึกไม่ค่อยดีเลย”“ฉันมั่นใจฮารุ” อิจิตอบ ดวงตาคมกริบของเขาสอดส่องไปรอบตัว “บางที… ผนังศาลเจ้านั้นอาจจะบอกอะไรเราได้อีก หรืออย่างน้อยเราก็จะได้พักฟื้นร่างกายและวางแผนได้”ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป ความเย็นเยียบที่แฝงด้วยพลังงานมืดมิดเริ่มปกคลุมหนาแน่นขึ้น กลิ่นอายของซากปรักหักพังและอดีตอันเลือนรางลอยมาตามลม อิจิรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่พลังที่เกรี้ยวกราดแบบปีศาจที่พวกเขาเคยเผชิญหน้า แต่เป
Read more
ผ้ายันต์
แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผาทะเลทรายอันกว้างใหญ่ให้ระอุเป็นเพลิง พื้นทรายสีทองทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บิดเบือนภาพลวงตาจากความร้อนจนผืนฟ้าและพื้นทรายดูเหมือนจะบรรจบกัน อิจิและฮารุเดินฝ่าพายุทรายที่เริ่มก่อตัวอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิยังคงไม่สมบูรณ์ บาดแผลที่สีข้างส่งสัญญาณเจ็บแปลบทุกครั้งที่เขาขยับตัว ส่วนฮารุก็ดูอ่อนแรงจากการใช้พลังแห่งชีวิตเมื่อครั้งก่อน แต่ดวงตาของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“นี่มัน… กว้างใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยนะอิจิ” ฮารุเอ่ย น้ำเสียงของเธอแหบแห้งจากการเดินทาง “นายแน่ใจนะว่าเรามาถูกทาง?”“สัญลักษณ์บนผ้ายันต์บอกใบ้ถึงภูเขาที่มีลำธารไหลผ่าน… หรือถ้ำที่มีน้ำตก” อิจิตอบ พยายามกลั้นเสียงหอบหายใจ “และจากแผนที่ที่ศาลเจ้าเผยให้เห็น… สถานที่นั้นอยู่กลางทะเลทรายแห่งนี้”ลมพายุทรายเริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น เม็ดทรายเล็กๆ ปลิวว่อนกระทบใบหน้าจนรู้สึกเจ็บแสบ ทัศนวิสัยเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ จนแทบมองไม่เห็นอะไรที่อยู่ตรงหน้า อิจิยกแขนขึ้นบังใบหน้าของฮารุไว้“พายุทรายกำลังมาแล้ว! เราต้องหาที่กำบัง!” อิจิตะโกนบอก เสียงของเขาแทบจะถูกกลืนหายไปในเสียงลมในชั่วพริบตาเดียว พายุทรายก็โหมกร
Read more
ปกป้อง
คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ“อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่”“ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่เป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น”ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน“เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม“ฉันหวังว่าอย่างนั้นฮารุ” อิจิตอ
Read more
การบาดเจ็บ
คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ“อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่”“ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น”ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน“เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม“ฉันหวังว่าอย่างนั้นฮารุ” อิจ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status