5/B เมืองร้างต้องคำสาปที่หายสาปสูญ

5/B เมืองร้างต้องคำสาปที่หายสาปสูญ

last updateDernière mise à jour : 2025-07-01
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
15Chapitres
923Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อฮารุและอิจินักเรียนอีกคนของห้องม.5/B ถูกให้รับมอบหมายไปกำจัดเงาปีศาลที่เมืองร้างที่หายสาปสูญไปนับร้อยปี...พวกเขาจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่

Voir plus

Chapitre 1

ก้าวสู่เมืองที่สาปสูญ

ประตูมิติที่เรืองแสงสีม่วงหม่นอยู่เบื้องหน้าบิดเบี้ยวคล้ายภาพสะท้อนในกระจกที่แตกละเอียด ฮารุในชุดนักเรียนที่ดูคล่องตัวไม่ต่างจากชุดผจญภัย จ้องมองช่องว่างแห่งมิติด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือข้างหนึ่งกระชับกล้องถ่ายรูปที่ห้อยอยู่ข้างตัว อีกข้างหนึ่งพร้อมที่จะหยิบขวดกักเก็บวิญญาณที่เหน็บไว้กับเข็มขัด

ข้างๆ กัน อิจิเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมไม่แพ้กัน ดวงตาสีเข้มของเขาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าเบื้องหลังประตู พลางกำด้ามมีดอาคมที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออย่างมั่นคง แม้ความกลัวจะเกาะกุมอยู่ในใจ แต่ในฐานะเพื่อนและผู้ร่วมภารกิจ เขาจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด

"พร้อมนะฮารุ" อิจิเอ่ยเสียงเรียบ พยายามระงับความประหม่า

ฮารุพยักหน้าเล็กน้อย "กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ ไม่พร้อมก็บ้าแล้วล่ะ" เธอกล่าวพร้อมกับฉีกยิ้มบางๆ ที่มุมปากเพื่อคลายความตึงเครียด "ไปกันเลย!"

ไม่รอช้า ฮารุก็ออกก้าวแรก ทะลวงผ่านผืนอากาศที่บิดเบี้ยวของประตูมิติ ตามมาด้วยอิจิที่ก้าวตามหลังทันที ราวกับมีแรงดูดมหาศาลดึงพวกเขาเข้าไป

ทันทีที่ก้าวพ้นจากประตู มิติแห่งกาลเวลาก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

พวกเขายืนอยู่ท่ามกลาง เมืองร้างที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี บรรยากาศเงียบสงัดราวกับสุสานขนาดมหึมา แสงอาทิตย์ที่ควรจะเจิดจ้ากลับถูกบดบังด้วยม่านเมฆหนาทึบสีเทาหม่น ทำให้ทุกอย่างดูมืดครึ้มราวกับยามพลบค่ำตลอดเวลา ลมหนาวเย็นยะเยือกพัดหวีดหวิว พากลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพังและความเงียบงันที่กดดันเสียดแทรกเข้าสู่โสตประสาทและผิวหนัง

รอบกายคือซากอาคารบ้านเรือนที่ผุพัง ทรุดโทรมด้วยกาลเวลา ผนังที่เคยเป็นสีสันสดใสบัดนี้เหลือเพียงอิฐเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมอสส์และเถาวัลย์ หน้าต่างทุกบานไร้บานกระจกเหลือเพียงช่องโหว่สีดำสนิทที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาของอดีต และที่น่าตกใจที่สุดคือ รูปปั้นหิน ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นกลางถนน ในซอกตึก หรือแม้แต่บนหลังคา รูปปั้นเหล่านี้ไม่ได้เป็นรูปปั้นธรรมดา แต่เป็นรูปปั้นของมนุษย์ที่ถูกตรึงอยู่ในท่าทางต่างๆ ราวกับถูกหยุดเวลาไว้ขณะที่พวกเขากำลังทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน บางคนกำลังวิ่ง บางคนกำลังยืนคุยกัน บางคนกำลังก้มหน้ามองพื้น ดวงตาของรูปปั้นทุกรูปเบิกโพลง แสดงออกถึงความหวาดกลัวสุดขีดก่อนที่ร่างจะกลายเป็นหิน

ฮารุและอิจิมองไปรอบๆ อย่างสำรวจด้วยสายตา ฮารุหยุดมองรูปปั้นหินของหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังยืนพนมมือราวกับกำลังสวดภาวนา ดวงหน้าของหญิงชราถูกฉาบด้วยความหวาดผวา

"นี่หรอ...เมืองโบราณที่หายสาบสูญ" ฮารุเอ่ยเสียงแผ่ว พลางถอนหายใจยาว พยายามขจัดความรู้สึกอึดอัดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เธอหยิบกล้องถ่ายรูปที่พกมาด้วยขึ้นมาเล็ง ก่อนจะกดชัตเตอร์รัวๆ เก็บภาพของเมืองแห่งความตายนี้ไว้

อิจิส่ายหน้าเบาๆ พลางปรายตามองเพื่อนที่ดูจะเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพท่ามกลางบรรยากาศวังเวงเช่นนี้ "ยังมีเวลามาถ่ายรูปอีกนะ" เขาพูดกลั้วหัวเราะเล็กน้อย พยายามทำให้เสียงของตัวเองดูเบาที่สุด เพื่อไม่ให้ความเงียบที่น่ากลัวนี้ถูกทำลายมากเกินไป

"เราไม่ได้มาที่แบบนี้บ่อยๆ ก็ต้องถ่ายเก็บไว้เป็นธรรมดา" ฮารุตอบอย่างไม่ยี่หระ เธอเก็บกล้องกลับเข้าที่ พลางยกนาฬิกาอาคมบนข้อมือขึ้นมาดูด้วยความคาดหวัง

"แล้วนี่นาฬิกาไม่ขึ้นแจ้งเตือนบ้างหรอ?" อิจิถาม สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมอีกครั้งเมื่อเห็นว่านาฬิกาของฮารุยังคงเงียบสนิท

ฮารุขมวดคิ้วเล็กน้อย "ไม่มีเลย สงสัยพวกมันไม่ได้อยู่แถวนี้" เธอเอ่ยพลางส่ายข้อมือไปมา แต่เข็มนาฬิกาก็ยังคงนิ่งสนิท ไม่มีสัญญาณใดๆ จากเงาปีศาจใกล้เคียง

"งั้นเราลองไปตรงอื่นกันเถอะ" อิจิเสนอ พลางยื่นมือข้างหนึ่งมาให้ฮารุจับไว้ เขาไม่ได้ต้องการจับมือเพราะคิดว่าเธอเป็นเด็ก แต่เป็นสัญชาตญาณของการป้องกันภัยที่บอกให้เขาอยู่ใกล้เพื่อนร่วมทีมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้

ฮารุชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบะปากเล็กน้อย "ฉันไม่ใช่เด็กนะ ไม่เห็นต้องจับมือเลย" เธอพึมพำ แต่ก็ไม่ได้ถอยห่าง

"เอาน่าฮารุ เอามือมาเถอะ ดีกว่าหลงกัน" อิจิพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้น พลางไม่รอให้ฮารุตัดสินใจ เขาคว้ามือเล็กของเธอมาจับไว้แน่น ก่อนจะพากันเดินลึกเข้าไปยังส่วนในของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมถนน

ยิ่งพวกเขาเดินลึกเข้าไปในหมู่บ้าน ความหนาวเย็นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับมีม่านหมอกเยือกแข็งที่มองไม่เห็นปกคลุมอยู่ เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องกังวานไปทั่วถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง เสียงลมหวีดหวิวกลายเป็นเสียงคร่ำครวญเบาๆ ที่เสียดแทรกเข้ามาในโสตประสาท ทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัว

บ้านเรือนที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยบัดนี้กลายเป็นโครงกระดูกที่น่าขนลุก ทะลุปรุโปร่งเห็นภายในที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งชีวิตและร่องรอยของการอยู่อาศัยมานับร้อยปี ผนังบ้านบางหลังถูกปกคลุมไปด้วยเชื้อราสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนไหวช้าๆ ยามลมพัดผ่าน บางหลังก็มีรอยขีดข่วนขนาดใหญ่ราวกับถูกกรงเล็บของสัตว์ประหลาดกระโจนเข้าใส่ ประตูทุกบานเปิดอ้าออก เผยให้เห็นความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุดภายใน ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้บางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาสิงสถิต

ฮารุรู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาจากความมืดมิดเหล่านั้น แม้จะรู้ว่าไม่น่าจะมีใครอยู่ที่นี่ แต่ความรู้สึกกดดันก็ทำให้เธอต้องกระชับขวดกักเก็บวิญญาณในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"หนาวชะมัด" ฮารุบ่นพึมพำ ฟันกระทบกันเบาๆ แม้จะสวมเสื้อกันหนาวที่ค่อนข้างหนาแล้วก็ตาม "อิจิ... นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?"

อิจิกำมือของฮารุแน่นขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่ลอดไรฟัน "รู้สึกสิ...รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในตู้แช่แข็งขนาดใหญ่เลยล่ะ" เขาพูดติดตลกเล็กน้อย พยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่หนักอึ้ง "แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือความเงียบนี่แหละ ปกติถ้ามีเงาอยู่ใกล้ๆ นาฬิกาของเธอต้องเตือนแล้วสิ"

"นั่นแหละที่ฉันสงสัย" ฮารุพูดพลางมองนาฬิกาอีกครั้ง เข็มยังคงนิ่งสนิท "หรือว่าพวกมันซ่อนตัวได้เก่งกว่าที่เราคิด? หรือ...มันไม่ได้อยู่บนพื้นผิวแบบนี้?"

ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากซอกตึกด้านหน้า เป็นเสียงที่เบามาก แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก มันไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงความเงียบ แต่เป็นเสียงคล้าย เสียงกรีดร้องแหบพร่า ที่ดังแว่วมาเพียงชั่วครู่ แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

ทั้งคู่มองหน้ากัน ฮารุมีสีหน้าหวาดระแวง ส่วนอิจิก็ยกมือข้างที่ไม่ได้จับมือฮารุขึ้นไปกุมมีดอาคมที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง

"นายได้ยินไหม...?" ฮารุถามเสียงกระซิบ

"ได้ยิน" อิจิตอบ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณ "เตรียมพร้อมไว้ฮารุ...ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม"

นาฬิกาของฮารุยังคงเงียบสนิท แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับพวกเขาว่า สิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในเมืองแห่งนี้ อาจจะไม่ใช่แค่เงาปีศาจธรรมดาๆ ที่พวกเขาเคยเจอมา...

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
15
ก้าวสู่เมืองที่สาปสูญ
ประตูมิติที่เรืองแสงสีม่วงหม่นอยู่เบื้องหน้าบิดเบี้ยวคล้ายภาพสะท้อนในกระจกที่แตกละเอียด ฮารุในชุดนักเรียนที่ดูคล่องตัวไม่ต่างจากชุดผจญภัย จ้องมองช่องว่างแห่งมิติด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือข้างหนึ่งกระชับกล้องถ่ายรูปที่ห้อยอยู่ข้างตัว อีกข้างหนึ่งพร้อมที่จะหยิบขวดกักเก็บวิญญาณที่เหน็บไว้กับเข็มขัดข้างๆ กัน อิจิเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมไม่แพ้กัน ดวงตาสีเข้มของเขาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าเบื้องหลังประตู พลางกำด้ามมีดอาคมที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออย่างมั่นคง แม้ความกลัวจะเกาะกุมอยู่ในใจ แต่ในฐานะเพื่อนและผู้ร่วมภารกิจ เขาจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด"พร้อมนะฮารุ" อิจิเอ่ยเสียงเรียบ พยายามระงับความประหม่าฮารุพยักหน้าเล็กน้อย "กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ ไม่พร้อมก็บ้าแล้วล่ะ" เธอกล่าวพร้อมกับฉีกยิ้มบางๆ ที่มุมปากเพื่อคลายความตึงเครียด "ไปกันเลย!"ไม่รอช้า ฮารุก็ออกก้าวแรก ทะลวงผ่านผืนอากาศที่บิดเบี้ยวของประตูมิติ ตามมาด้วยอิจิที่ก้าวตามหลังทันที ราวกับมีแรงดูดมหาศาลดึงพวกเขาเข้าไปทันทีที่ก้าวพ้นจากประตู มิติแห่งกาลเวลาก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงพวกเขายืนอยู่ท่ามกลาง เมือง
last updateDernière mise à jour : 2025-05-28
Read More
ผู้คนที่ยังหลงเหลือ
เสียงกรีดร้องแหบพร่าเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของฮารุและอิจิ ทั้งคู่ยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังซอกตึกมืดมิดที่มาของเสียง ความเงียบที่กลับคืนมาดูเหมือนจะหนักอึ้งกว่าเดิม บรรยากาศกดดันจนสัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดขึ้นบนแผ่นหลังของอิจิ"เมื่อกี้...มันอะไรกัน" ฮารุถามเสียงกระซิบ มือยังคงกำขวดกักเก็บวิญญาณแน่นอิจิส่ายหน้าช้าๆ "ไม่รู้สิ...แต่นาฬิกาของเธอก็ยังไม่เตือนเลยนะฮารุ"ทันใดนั้นเอง...ฟิ้ว!เสียงบางอย่างเคลื่อนผ่านด้านหลังพวกเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม กระแสลมเย็นวาบที่ปะทะกับแผ่นหลังของทั้งคู่ทำให้พวกเขาถึงกับสะดุ้งเฮือก มันไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงของการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวเกินมนุษย์"อะไรน่ะ?!" ฮารุอุทานด้วยความตกใจ หันขวับไปมองด้านหลังทันทีแต่ก่อนที่ฮารุจะทันได้เห็นสิ่งใด อิจิก็ตอบสนองเร็วกว่าสัญชาตญาณ เขาไม่ได้หันไปมองด้านหลัง แต่ใช้เท้าทั้งสองข้างถีบพื้นออกตัวพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันทีราวกับจรวด ด้วยความเร็วของนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ร่างของเขาพุ่งเข้าไปในซอกตึกที่มืดมิดซึ่งเป็นทิศทางที่เสียงนั้นเคลื่อนผ่านไป"อิจิ! เดี๋ยว!" ฮารุร้องเรียกด้ว
last updateDernière mise à jour : 2025-05-28
Read More
เราจะผ่านมันไปด้วยกัน
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้านกลับถูกฉีกกระชากด้วยเงาที่ดำมืดกว่ารัตติกาล เงาร่างนั้นพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนด้วยความเร็วที่เหนือการมองเห็นของมนุษย์ปกติ เป้าหมายชัดเจน… ฮารุฮารุกำลังเดินเคียงข้างอิจิ สายตาเหม่อมองดวงจันทร์สีนวลอย่างเพลินเพลิน ทันใดนั้น ความรู้สึกผิดปกติก็แผ่ซ่านเข้ามาในประสาทสัมผัสของเธอ อากาศรอบกายเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีบางสิ่งดึงเอาความร้อนทั้งหมดออกไปจากชั้นบรรยากาศ“อิจิ…” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากลยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสียงคำรามต่ำลึกก็ฉีกผ่านความเงียบสงัด คลื่นเสียงนั้นไม่ใช่เสียงจากสัตว์ป่าบนโลก แต่เป็นเสียงที่มาจากห้วงลึกของความมืดมิด… เสียงของบางสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่จริงอิจิไม่รอช้า สัญชาตญาณนักรบของเขาพลุ่งพล่าน เขาเห็นเงาขนาดมหึมาที่กำลังทิ้งตัวลงมา รูปร่างคล้ายสัตว์ร้าย แต่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยหนามแหลมคม มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เขารู้จัก ไม่ใช่ภูตผีธรรมดาที่เคยเผชิญหน้า“หลบ!” อิจิตะโกนลั่น พร้อมกับตวัดแขนออกไปคว้าเอวของฮารุ กระชากร่างบอบบางให้พุ่งหลบออกไปจากจุดที่เงาปีศาจกำลังจะพุ่งลงมาอย่างเฉียดฉิว พื
last updateDernière mise à jour : 2025-05-28
Read More
เงามรณะ
ท้องฟ้ายามรุ่งสางที่ควรจะนำพาความหวังมาให้ กลับถูกบดบังด้วยเมฆดำทะมึนที่ก่อตัวอย่างรวดเร็วเหนือยอดเขา ความเงียบสงัดที่เคยปกคลุมผืนป่าถูกแทนที่ด้วยเสียงลมกระโชกแรง และกลิ่นอายเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยพลังงานมืดมิดอิจิและฮารุกำลังเดินทางผ่านเส้นทางป่าที่คดเคี้ยว มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เชิงเขา เพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับนิมิตของฮารุและเงาปีศาจที่จู่โจมพวกเขาเมื่อคืน ฮารุสวมเสื้อคลุมกันหนาวตัวหนา แม้จะออกเดินทางมาได้ไม่นาน เธอก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของบรรยากาศรอบตัว“อิจิ… นายรู้สึกเหมือนกันไหม?” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเจือความกังวล “เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่”อิจิชะงักฝีเท้า เขาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบสแกนไปทั่วบริเวณป่าทึบเบื้องหน้า “รู้สึก… แรงกดดันมันชัดเจนกว่าเมื่อคืนนี้ด้วยซ้ำ” เขากระชับดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นขึ้น “มันไม่ได้อยากให้เราไปถึงหมู่บ้านนั่น”ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ไม่ใช่เสียงคำรามแบบสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ราวกับวิญญาณที่ถูกทรมาน มันเป็นสัญญาณของการมาเยือนของบางสิ่งที่เหนือธรรมชาติ… แล
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
การตามล่า
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาต้องพื้นป่าที่มืดมิด ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทว่าแสงสว่างริบหรี่นั้นก็เพียงพอที่จะเผยให้เห็นเงาร่างสองร่างที่กำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า อิจิพยุงร่างที่อ่อนล้าของเขาไปตามทาง ส่วน ฮารุ เดินเคียงข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การต่อสู้ครั้งก่อนทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้บนแขนของอิจิ แม้ฮารุจะทำแผลให้เขาแล้ว แต่บาดแผลลึกนั้นก็ยังคงส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเขาไม่คล่องตัวนักหลังจากที่ได้เห็นภาพนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวในศาลเจ้า และได้พบผ้ายันต์โบราณผืนแรก พวกเขาก็ตัดสินใจเดินทางต่อไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อิจิจำได้ว่าเคยมีบันทึกเก่าแก่กล่าวถึงตำนานของผ้ายันต์คล้ายคลึงกัน ผ้ายันต์ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้น“นายยังไหวแน่นะอิจิ?” ฮารุถามด้วยน้ำเสียงกังวล เมื่อสังเกตเห็นอิจิสะดุดก้อนหินเล็กๆ“ไหวสิ… แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก” อิจิฝืนยิ้ม พยายามแสดงความแข็งแกร่งออกมา “ที่สำคัญคือเราต้องไปให้ถึงหมู่บ้านนั้นให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะสายเกินไป”ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนใบไม้แห้ง และเสียงลมพัดกระทบยอดไม้เท่
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
บททดสอบ
ท้องฟ้าเหนือป่าทึบยังคงมืดมิดด้วยเงามืดของเมฆฝนที่รวมตัวกันหนาแน่น แต่ไม่มีฝนตกปรอยลงมา มีเพียงกระแสลมหนาวที่พัดเอาความเงียบงันและความกดดันอันหนักอึ้งมาปกคลุมผืนป่า อิจิและฮารุก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้าง แม้ฮารุจะใช้มนตราแห่งชีวิตเยียวยาไปแล้ว แต่พลังงานที่ร่อยหรอของเธอก็ไม่อาจฟื้นฟูเขาได้เต็มที่ ฮารุเองก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังที่เพิ่งตื่นขึ้นมานั้นอย่างหนักหน่วง“นายไหวแน่นะอิจิ?” ฮารุเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน“ไหวสิ… แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก” อิจิฝืนยิ้ม เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น แม้จะรู้สึกชาไปทั้งแขน “ที่สำคัญคือเราต้องไปให้ถึงที่นั่น… ที่ที่ตำนานกล่าวขานว่าผ้ายันต์ผืนที่สองถูกเก็บซ่อนไว้”บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังจับจ้องพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง มีเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่ย่ำไปบนใบไม้แห้งเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ความเงียบงันนั้นน่าขนลุกยิ่งกว่าเสียงคำรามของปีศาจ“ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่แข็งแกร่ง… อิจิ” ฮารุพึมพำ “มันไม่ใช่พลังงานมืดแบบปีศาจ… แต่
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
แสงแรก
แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องลอดผ่านม่านเมฆหนาทึบ ย้อมผืนป่าให้เป็นสีเทาหม่น อิจิพยุงร่างที่อ่อนล้าของเขาเดินเคียงข้างฮารุที่ยังคงดูซีดเซียวจากการใช้พลังอย่างหนักหน่วง บาดแผลที่สีข้างของอิจิยังคงสร้างความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง แต่ความมุ่งมั่นที่จะค้นหาคำตอบและปกป้องฮารุทำให้เขาไม่ยอมหยุดพัก พวกเขากำลังเดินทางย้อนกลับไปยังศาลเจ้าโบราณที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านร้าง ซึ่งเป็นที่ที่ฮารุได้เห็นนิมิตครั้งแรกและพวกเขาได้พบผ้ายันต์ผืนแรก“นายแน่ใจนะอิจิว่าการกลับไปที่ศาลเจ้าเป็นความคิดที่ดี?” ฮารุเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอเจือความกังวล “ที่นั่นมีพลังงานประหลาด… และฉันก็รู้สึกไม่ค่อยดีเลย”“ฉันมั่นใจฮารุ” อิจิตอบ ดวงตาคมกริบของเขาสอดส่องไปรอบตัว “บางที… ผนังศาลเจ้านั้นอาจจะบอกอะไรเราได้อีก หรืออย่างน้อยเราก็จะได้พักฟื้นร่างกายและวางแผนได้”ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป ความเย็นเยียบที่แฝงด้วยพลังงานมืดมิดเริ่มปกคลุมหนาแน่นขึ้น กลิ่นอายของซากปรักหักพังและอดีตอันเลือนรางลอยมาตามลม อิจิรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่พลังที่เกรี้ยวกราดแบบปีศาจที่พวกเขาเคยเผชิญหน้า แต่เป
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
ผ้ายันต์
แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผาทะเลทรายอันกว้างใหญ่ให้ระอุเป็นเพลิง พื้นทรายสีทองทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บิดเบือนภาพลวงตาจากความร้อนจนผืนฟ้าและพื้นทรายดูเหมือนจะบรรจบกัน อิจิและฮารุเดินฝ่าพายุทรายที่เริ่มก่อตัวอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิยังคงไม่สมบูรณ์ บาดแผลที่สีข้างส่งสัญญาณเจ็บแปลบทุกครั้งที่เขาขยับตัว ส่วนฮารุก็ดูอ่อนแรงจากการใช้พลังแห่งชีวิตเมื่อครั้งก่อน แต่ดวงตาของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“นี่มัน… กว้างใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยนะอิจิ” ฮารุเอ่ย น้ำเสียงของเธอแหบแห้งจากการเดินทาง “นายแน่ใจนะว่าเรามาถูกทาง?”“สัญลักษณ์บนผ้ายันต์บอกใบ้ถึงภูเขาที่มีลำธารไหลผ่าน… หรือถ้ำที่มีน้ำตก” อิจิตอบ พยายามกลั้นเสียงหอบหายใจ “และจากแผนที่ที่ศาลเจ้าเผยให้เห็น… สถานที่นั้นอยู่กลางทะเลทรายแห่งนี้”ลมพายุทรายเริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น เม็ดทรายเล็กๆ ปลิวว่อนกระทบใบหน้าจนรู้สึกเจ็บแสบ ทัศนวิสัยเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ จนแทบมองไม่เห็นอะไรที่อยู่ตรงหน้า อิจิยกแขนขึ้นบังใบหน้าของฮารุไว้“พายุทรายกำลังมาแล้ว! เราต้องหาที่กำบัง!” อิจิตะโกนบอก เสียงของเขาแทบจะถูกกลืนหายไปในเสียงลมในชั่วพริบตาเดียว พายุทรายก็โหมกร
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
ปกป้อง
คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ“อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่”“ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่เป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น”ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน“เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม“ฉันหวังว่าอย่างนั้นฮารุ” อิจิตอ
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
การบาดเจ็บ
คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ“อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่”“ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น”ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน“เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม“ฉันหวังว่าอย่างนั้นฮารุ” อิจ
last updateDernière mise à jour : 2025-06-30
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status