Se connecterเมื่อฮารุและอิจินักเรียนอีกคนของห้องม.5/B ถูกให้รับมอบหมายไปกำจัดเงาปีศาลที่เมืองร้างที่หายสาปสูญไปนับร้อยปี...พวกเขาจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่
Voir plus엄마는 나에게 온갖 조언을 잔뜩 해준 뒤, 작별 인사로 나를 꽉 안아주셨다.
“새아빠한테 잘해라”, “이러라, 저러라!” 이번 엄마의 출장은 분명 4주 이상 걸릴 테니, 내가 목표인 키로스를 유혹할 시간이 충분할 터였다. 공항에서 집에 돌아오자마자 나는 서둘러 샤워를 하고, 가슴을 딱 맞게 감싸주는 아슬아슬한 흰색 탱크톱으로 갈아입었다. 얇은 천 때문에 젖꼭지가 뚜렷이 드러났는데, 특히 에어컨이 켜져 있는 상황에서 나는 일부러 반바지를 입지 않았다. 탱크톱 하나와 엉덩이를 간신히 가릴 정도의 빨간 끈 팬티만 입은 상태였다. 키로스 밀러가 바로 그 대상이다. 지난달 엄마와의 중매결혼 후 우리는 그의 집으로 이사했다. 하지만 그 이후로 내 가슴은 불타오르고 있다. 학교는 방학 중이고, 스물두 살의 복종적인 딸로서 나는 엄마의 ‘외출 금지’ 명령을 따랐다. 두 사람이 서로를 사랑한 적이 있는지 의문이지만, 엄마 말에 따르면 키로스는 무리의 장로들이 그를 알파로 선출해 주길 원한다면 결혼해야 하고, 엄마는 사업을 번창시키기 위해 결혼해야 한다고 한다. 나는 내 모습을 마지막으로 한 번 더 훑어보았다. 돌아가신 아버지에게서 물려받은 캐러멜빛 피부, 엄마를 닮은 은빛 눈동자, 그리고 남자들이 늘 탐내는 매끈한 엉덩이와 풍만한 가슴. 이 시간대면 알파인 의붓아버지가 덜 바쁠 거라는 걸 알기에, 나는 살며시 아래층으로 내려갔다. 알파 키로스는 주방 카운터에 기대어 팔짱을 낀 채 서 있었고, 회색 티셔츠가 그의 넓은 가슴을 팽팽하게 감싸고 있었다. 세상에, 그는 정말 군침 도는 모습이었다. 182cm의 탄탄한 근육질 몸매, 소금과 후추처럼 섞인 머리카락, 날카로운 턱선, 그리고 그의 시선이 너무 오래 내게 머무를 때마다 내 보지가 움찔거리게 만들던 그 강렬한 검은 눈동자. 나는 재빨리 고개를 저었다. 그 앞에 노트북이 놓여 있었으니, 지금이 좋은 타이밍은 아니라는 뜻이었다. 잠시 실망감이 스쳤지만, 스페이스 바가 딸깍거리는 소리가 들리더니 그가 말을 꺼냈다. “좋아, 주식 시장 차트를 보여줘서 고마워. 이틀 뒤에 다시 와서 우리 무리가 감당할 수 있는 계약금에 대해 논의할게요.” 벌써 끝난 건가? 기분이 좋아져서 부엌으로 달려가 컵을 집어 들었다. 뭔가 하러 온 척하기 위해서였다. “음… 알파?” 그가 돌아서자, 나는 노트북 옆에 있는 물주전자에서 천천히 물을 따르며 맨 허벅지가 그의 스웨트팬츠에 스칠 때까지 한 걸음 더 다가섰다. “아빠라고 불러도 돼요?” 그의 턱 근육이 경직되었지만, 물러서지도, 나를 바라보는 시선을 멈추지도 않았다. “왜 그런 말을 하는 거야? 난 네 아빠가 아니야.” 나는 그의 말에 흔들리지 않고 오히려 더 대담해졌으며, 손가락으로 유리잔의 가장자리를 따라 그렸다. 주전자에서 나온 시원한 물도 내 허벅지 사이의 열기를 식혀주지는 못했다. “그게 딱 맞는 것 같아서요,” 나는 가능한 한 천진난만하게, 부드럽게 말했다. “지금 내 인생에서 아빠 같은 존재는 당신이야. 알파라고 부르는 건 너무 멀게 느껴져. 우리 둘만 있을 땐 ‘아빠’라고 부르고 싶어.” 키로스는 움직이지 않았고, 그의 넓은 가슴은 전보다 더 거칠게 오르내렸다. 가까이서 보니 그의 연기 낀 듯한 초록 눈은 훨씬 더 섹시해 보였고, 그 모습에 내 젖꼭지가 움찔거렸다. 그는 그 감정을 억누르려 애쓰고 있었다. 그의 몸에서 그 냄새가 느껴졌다. 남성적인 알파의 향기가 더 진해졌고, 몸은 더욱 경직되었다. “미아…” 그의 목소리는 거칠었다. “지금 네가 무슨 말을 하고 있는지 알고 있니?” 나는 유리잔을 내려놓고 한 걸음 더 가까이 다가갔다. 얇은 탱크톱을 통해 내 딱딱해진 젖꼭지가 그의 배에 스치도록 했다. 내 빨간 끈 팬티는 이미 흠뻑 젖어 있었다. “옳고 그름을 구분할 만큼 난 충분히 어른이야, 알파. 아니… 아빠?” 그의 커다란 손이 갑자기 카운터 가장자리를 꽉 움켜쥐더니, 손가락 마디가 하얗게 변했다. 회색 스웨트팬츠 속의 거대한 부풂이 꿈틀거리는 게 보였다. 내 입에 침이 고였다. “난 네 엄마와 결혼한 사내야,” 그가 으르렁거렸다. “그리고 난 네 알파다. 나에게 예의를 갖추고 말하라!”ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืมแม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา“อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบ
สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน“อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผู้กล
แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด“เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้วอิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด”“ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไปตลอดก
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือยอดเขาไฟอัคคีแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานยาม ดวงจันทร์สีเลือด โคจรขึ้นมาเต็มดวง แสงสีโลหิตอาบไล้ทิวทัศน์รอบข้างให้ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามกึกก้องจากปากปล่องภูเขาไฟดังกึกก้องไม่หยุดหย่อน ราวกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงของอสูรร้ายที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับพันปี กลิ่นกำมะถันและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ยิ่งสร้างความกดดันอันหนักอึ้งให้แก่ อิจิ และ ฮารุ ที่กำลังปีนป่ายขึ้นสู่ยอดเขา“อีกนิดเดียวอิจิ! เราจะไปถึงแล้ว!” ฮารุตะโกนบอก เสียงของเธอสั่นเครือจากความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัว แต่ดวงตาของเธอยังคงเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ผ้ายันต์แห่งความจริงที่สถิตอยู่ในฝ่ามือของเธอเรืองแสงสีรุ้งอ่อนๆ ตอบรับกับพลังงานมหาศาลของดวงจันทร์สีเลือด“ฉันรู้ฮารุ… ฉันสัมผัสได้ถึงมัน” อิจิตอบ เขาปีนป่ายก้อนหินที่แหลมคมอย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่จิตใจของเขามุ่งมั่นกว่าครั้งไหนๆ ดาบในมือของเขาเปล่งประกายสีเงินจางๆ พร้อมรับมือกับทุกสิ่งลมพายุโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นบนยอดเขา เสียงกรีดร้องโหยหวนคล้ายเสียงวิญญาณดังมาจากปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังคุกรุ่น ลาวาสีแดงฉา
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาต้องพื้นป่าที่มืดมิด ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทว่าแสงสว่างริบหรี่นั้นก็เพียงพอที่จะเผยให้เห็นเงาร่างสองร่างที่กำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า อิจิพยุงร่างที่อ่อนล้าของเขาไปตามทาง ส่วน ฮารุ เดินเคียงข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การต่อสู้ครั้งก่อนทิ้ง
ท้องฟ้ายามรุ่งสางที่ควรจะนำพาความหวังมาให้ กลับถูกบดบังด้วยเมฆดำทะมึนที่ก่อตัวอย่างรวดเร็วเหนือยอดเขา ความเงียบสงัดที่เคยปกคลุมผืนป่าถูกแทนที่ด้วยเสียงลมกระโชกแรง และกลิ่นอายเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยพลังงานมืดมิดอิจิและฮารุกำลังเดินทางผ่านเส้นทางป่าที่คดเคี้ยว มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เชิงเ
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้านกลับถูกฉีกกระชากด้วยเงาที่ดำมืดกว่ารัตติกาล เงาร่างนั้นพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนด้วยความเร็วที่เหนือการมองเห็นของมนุษย์ปกติ เป้าหมายชัดเจน… ฮารุฮารุกำลังเดินเคียงข้างอิจิ สายตาเหม่อมองดวงจันทร์สีนวลอย่างเพลินเพลิน ทันใดนั้น ความรู้สึกผิดปกติก็แผ่ซ่านเข
เสียงกรีดร้องแหบพร่าเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของฮารุและอิจิ ทั้งคู่ยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังซอกตึกมืดมิดที่มาของเสียง ความเงียบที่กลับคืนมาดูเหมือนจะหนักอึ้งกว่าเดิม บรรยากาศกดดันจนสัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดขึ้นบนแผ่นหลังของอิจิ"เมื่อกี้...มันอะไรกัน" ฮารุถามเสียงกระซิบ มือยังคงกำข

















