Masukณ มหาวิทยาลัย
ช่อใบบัวนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิท ไข่มุกและพลอยขวัญ ทั้งสามคนเพิ่งกินอาหารกลางวันเสร็จจ จึงมานั่งรอเรียนคาบบ่ายที่โต๊ะใต้ตึกของคณะ
“บัวได้งานแล้วใช่ไหม” พลอยขวัญถามด้วยความเป็นห่วง เพราะช่อใบบัวเล่าเรื่องของครอบครัวให้เพื่อนรักฟังทั้งหมด เพื่อนทั้งสองจึงเป็นห่วงช่อใบบัวมาก
“อือ...ได้แล้ว” ช่อใบบัวตอบไม่เต็มเสียง เธอเปิดหนังสือ แล้วทำทีก้มหน้าอ่าน เพราะไม่กล้ามองสบตาเพื่อน และไม่อยากเล่ารายละเอียดงานให้เพื่อนฟัง
ไข่มุกยิ้มดีใจ เธอจับมือของช่อใบบัวแล้วบีบเบา ๆ
“ถ้ามีอะไรให้มุกกับพลอยช่วย บัวบอกได้เลยนะ เราสองคนยินดีและเต็มใบช่วยมาก ๆ”
ช่อใบบัวเงยหน้าขึ้นมา เธอยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง
“ขอบใจนะมุก ขอบใจนะพลอย”
พลอยขวัญยื่นมือไปกุมมืออีกข้างของช่อใบบัว แล้วบอกว่า
“บัวห้ามลืมเด็ดขาดว่า บัวยังมีพลอยกับมุกอยู่เคียงข้าง และจะคอยซัพพอร์ตบัวตลอดไป สู้ ๆ นะ”
“อือ...สู้ ๆ” ช่อใบบัวพยักหน้า เธอยิ้มเต็มใบหน้า เธออาจจะโชคร้ายเรื่องครอบครัว แต่เธอโชคดีที่มีเพื่อนน่ารักและจริงใจ แต่อะไรที่มันหนักหนาเกินไป เธอก็ไม่คิดจะรบกวนเพื่อน
“ขึ้นตึกกันเถอะ ไปจองที่นั่งเรียนกัน” ช่อใบบัวเปลี่ยนเรื่องคุยไปเลย เพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนกังวลใจไปกับเธอ
พลอยขวัญยิ้มพราว “ไปจองที่หลับจ้ะ ไม่ใช่ที่เรียน”
ไข่มุกเบ้ปาก มองค้อนพลอยขวัญ แล้วบอกว่า
“พลอยนอนคนเดียวเถอะ มุกกับบัวจะตั้งใจเรียน”
“ก็เพราะมุกกับบัวตั้งใจเรียนแล้วไง พลอยไม่ต้องตั้งใจก็ได้ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน พลอยจะถามมุกกับบัวก็แล้วกันนะ”
“ยัยคนขี้เกียจ” ไข่มุกว่าแล้วหันไปชวนใบบัวขึ้นตึกเรียน “ไปเถอะบัว ไปจองที่นั่งข้างหน้าสุดเลย ยัยพลอยจะได้กล้าหลับ”
ช่อใบบัวกับไข่มุกเก็บของบนโต๊ะแล้วลุกขึ้น เดินหนีไปก่อนแล้ว พลอยขวัญรีบเก็บของ หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วลุกตามเพื่อนไป พลางตะโกนเรียกเพื่อน
“มุก บัว พลอยด้วย”
...
ช่อใบบัวกับไข่มุกถูกพลอยขวัญรบเร้าให้ไปนั่งแถวเกือบหลังสุด ทั้งสองคนทนลูกอ้อนของพลอยขวัญไม่ไหว เลยตามใจคนขี้เกียจ
พลอยขวัญนั่งตรงกลางระหว่างเพื่อนทั้งสอง เธอแอบหลับอย่างที่ว่าไว้จริง ๆ ช่อใบบัวกับไข่มุกมองคนหลับแล้วก็ถอนหายใจ แต่ก็ปล่อยให้พลอยขวัญหลับตามสบาย เพราะหากพลอยขวัญไม่เข้าใจบทเรียนตรงไหน พวกเธอก็ยินดีที่จะอธิบายให้เพื่อนฟัง
เมื่อใกล้จะหมดคาบเรียน โทรศัพท์มือถือของช่อใบบัวที่อยู่ในกระเป๋าถือก็สั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า ช่อใบบัววางกระเป๋าไว้บนตัก เธอจึงรู้สึกได้ถึงการสั่น หญิงสาวล้วงมือลงไปในกระเป๋า และสไลด์นิ้วบนหน้าจอ เพื่ออ่านข้อความ
มือบางเย็นเฉียบลงทันใด หัวใจก็เต้นแรงขึ้น เมื่อได้อ่านข้อความที่ส่งมาจากผู้อุปการะของเธอ
ธันวา : เย็นนี้ มาหาฉันที่คอนโด
ช่อใบบัวพิมพ์ข้อความตอบกลับเขาไปด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ
ช่อใบบัว : ค่ะ
ช่อใบบัวดึงมือขึ้นมาจากกระเป๋าถือ เธอถอนหายใจยาว สีหน้าจืดเจื่อนลงอย่างปิดไม่มิด
สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอก็ว่าเธอทำใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่พอถึงวันนี้ วันที่จะต้องไปทำหน้าที่เด็กเลี้ยงของเขาจริง ๆ เธอกลับรู้สึกหวาดหวั่นและประหม่า
“บัว...เป็นไร สีหน้าไม่ดีเลย”
ช่อใบบัวหันไปยิ้มให้ไข่มุก “เอ่อ...บัวแค่ปวดหัวนิดหน่อย”
“งั้น เลิกเรียนแล้ว ให้พลอยขับรถไปส่งดีไหม”
“ได้ ๆ พลอยขับรถไปส่งบัวเอง” พลอยขวัญงัวเงียตื่นขึ้นมารับอาสา เพราะเป็นห่วงเพื่อน
“บัวกลับเองได้ แค่ปวดหัวนิดเดียวเอง ปวดหัวเพราะมึน ๆ กับที่อาจารย์สอนนั้นแหละ ใครจะไปโล่งหัวเหมือนยัยพลอยกันเล่า”
พลอยขวัญทำปากยู่ใส่เพื่อนแล้วบอกว่า “ก็เพราะรู้ว่าจะปวดหัวไง พลอยเลยขอนอนดีกว่า จะได้ไม่ต้องปวดหัวเหมือนบัวไง”
ไข่มุกกับช่อใบบัวมองหน้ากันแล้วก็ส่ายหน้า ข้ออ้างของพลอยขวัญฟังไม่ขึ้นจริง ๆ
ธันวาเพิ่งลงเครื่อง และขึ้นมานั่งบนเบาะหลังของรถของบริษัทที่มารอรับ สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อขึ้นมานั่งบนรถคือ ส่งข้อความบอกให้ช่อใบบัวมาหาที่คอนโด ถึงเวลาที่เธอต้องทำหน้าที่เด็กเลี้ยงของเขาแล้ว
เมื่อเธอตอบรับ ธันวาก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี เป็นยิ้มแรกหลังจากที่เขาไม่ได้ยิ้มมาหลายวันแล้ว เพราะงานที่เขาไปทำที่เชียงใหม่นั้นมีปัญหามากมาย คืนนี้แหละ เขาจะได้ผ่อนคลาย จะได้ทำอะไร ๆ ที่มันทำให้ร่างกายสดชื่อนกระปรี้กระเปร่า
เมื่อรถแล่นเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของบริษัท ธันวาก็รีบลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในออฟฟิศ
ออฟฟิศของบริษัทตั้งอยู่แถวชานเมือง เป็นออฟฟิศสามชั้นสไตล์โมเดิร์น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ราวหนึ่งไร่ มีลานจอดรถอยู่ด้านหน้า
อาคารตกแต่งสไตล์ลอฟท์ โครงสร้างอาคารและภายในเน้นโทนสีเทาสีดำ เพดาน ผนังและพื้นเน้นความสวยงามในแบบเรียบง่ายจากวัสดุเดิมและมีการขัดมัน แม้จะดู ดิบ เท่ แต่เมื่อเดินเข้าไปในตัวอาคารกลับโปร่ง โล่ง ให้บรรยากาศสบาย ๆ
ธันวาเดินผ่านโถงต้อนรับด้านหน้า ตรงไปยังห้องทำงานของภากร เขาเคาะประตูสองครั้ง ก่อนจะเปิดระตูเข้าไป
“งานเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว กูขอลาพักผ่อนสองวัน สองวันนี้ห้ามใครกวนกูเด็ดขาด”
“ครับ มึงจะลาทั้งสัปดาห์กูไม่กล้าว่าอะไรหรอกครับ คุณธันวา”
“ขอบใจ ฝากบอกไอ้อชิด้วย อย่ากวนกู กูจะพักผ่อน”
“เออ...พักผ่อนดี ๆ ล่ะ ระวังปวดบั้นเอว”
ภากรว่าแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน
“ไม่เสือกนะครับคุณภากร กูกลับล่ะ”
ธันวาเดินออกจากห้องเพื่อน แล้วก็ตรงไปขึ้นรถที่จอดไว้หน้าบริษัท นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเอารถที่จอดไว้ที่นี่ ป่านนี้เขากลับไปอาบน้ำล้างไข่รอเด็กเลี้ยงอยู่คอนโดแล้ว
ความรู้สึกเมื่อเดินเข้ามาในคอนโดหรูในวันนี้ ไม่ต่างจากวันนั้นเลย วันนั้นตื่นเต้นอย่างไร วันนี้ก็ไม่ต่างกัน หัวใจยังเต้นแรงเหมือนเดิม และตอนอยู่ในลิฟต์ เธอก็ขาสั่นเหมือนเดิม
ช่อใบบัวเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องบานเดิม เธอสูดลมหายใจ ก่อนจะกดกริ่ง หลังจากนั้น ยืนรออยู่เพียงครู่เดียว ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออก ข้อมือบางถูกจับไว้แน่น เธอถูกดึงเข้าไปในห้อง แล้วประตูก็ปิดตามหลังทันที
เป็นเช้าที่ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นสดใส ธันวาหอมแก้มคนที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอด เขาลูบแก้มนุ่มเบา ๆ เจ้าของแก้มครางงึมงำในลำคอแล้วพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เขาคล้ายรำคาญ ธันวายิ้มเอ็นดูคนที่หมดแรงคาอกเขาไปตั้งแต่เมื่อคืน เช้านี้เธอจึงขี้เซา และคงไม่ตื่นง่าย ๆ เขาจูบหัวไหล่มาเบา ๆ ตัดใจลุกจากเตียง เพราะขืนอยู่ใกล้เธอแบบนี้ เขาต้องจับเธอกดอีกแน่นอน แต่เขาไม่อยากให้เธอช้ำไปมากกว่านี้แล้ว แค่นี้ ร่องรอยที่เขาฝากไว้บนตัวเธอก็เยอะแยะไปหมดแล้ว ร่างสูงเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว พอออกมาจากห้องน้ำก็สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น แล้วเดินออกจากห้องนอนไป ปล่อยให้เด็กเลี้ยงที่ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมมาตลอดทั้งคืนนอนหลับพักผ่อนตามสบาย แม้จะบอกเพื่อนว่าขอลาพักผ่อน แต่ธันวาก็ยังเป็นห่วงบริษัท ห่วงงาน พอชงกาแฟเสร็จ เขาก็ถือแก้วกาแฟเดินไปนั่งที่โซฟาในห้องโถงเปิดแล็ปท็อปเช็กเมลเช็กงาน หลังจากเช็กงานเรียบร้อยแล้ว เขายกแก้วกาแฟที่เหลือค่อนแก้วขึ้นดื่มจนหมด ลุกจากโซฟาเพื่อจะเอาแก้วไปเก็บ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าสะพายของช่อใบบัวที่ตกอยู่ใกล้ประตู ธั
ธันวารับรู้ถึงอาการสั่นของหญิงสาว แต่เขาไม่คิดจะหยุด เขาสอดแขนลงใต้แผ่นหลังเนียน กอดเธอไว้แน่น แล้วค่อย ๆ ขยับบั้นเอว สอดใส่แก่นกายเข้าไปอย่างใจเย็น “คุณธันวา...” ช่อใบบัวเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเจือสะอื้น เขาใหญ่โตมาก การสอดแทรกเข้ามาในตัวเธอ ทำให้เธอเจ็บแสบจนน้ำตาไหลริน “แน่นเกินไปแล้ว อ่า...เสียวฉิบหาย” แม้เข้าไปยังไม่ทันถึงครึ่งลำ แต่ธันวาก็ถูกบีบรัดจนแทบหลั่งอยู่รอมร่อ “เจ็บเหรอ” “ค่ะ” “อย่าเกร็ง มันเข้ายาก” ช่อใบบัวสูดลมหายใจลึก เธอผ่อนคลายอย่างที่เขาบอก ธันวาขยับบั้นเอว ถอดถอน สอดใส่ เขาทำแบบนี้ซ้ำ ๆ อย่างใจเย็น เพราะไม่อยากให้เธอเจ็บมากเกินไป “คะ...คุณธันวาคะ” “หืม...” “เสียวค่ะ อยากได้แรง ๆ” ธันวายิ้มพอใจ เขาขยับบั้นเอวสอดใส่เข้าไปอีกนิด แล้วถอดถอนออกมา สูดลมหายใจลึก กัดฟัน แล้วกระแทกลำกายฝ่าปราการบางเบาเข้าใส่ร่องสาวสุดแรง หัวมนอวบแหวกร่องเนื้อเข้าสู่ช่องทางรักคับแน่น จมจ่อมและสลักลึกใจกลางความสาวสด เธอบีบรัดเขาทั้งลำอย่างเร้าใจ ช่อใบบัวสะท้านเฮือก หวีด
ตาคมจับจ้องเรือนกายขาวผ่องไม่วางตา เขามองลามเลียไปทั้งร่างสาว มองตั้งแต่หัวจรดเท้า พอเธอขึ้นมานั่งพับเพียบบนเตียง และช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างหวาดหวั่น ธันวาก็ยื่นมือไปจับแขนเรียว เขาออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ช่อใบบัวก็ลงมานอนคว่ำอยู่บนเรือนกายแกร่ง “คุณธันวา...” ช่อใบบัวเรียกเขาด้วยความตกใจ เพราะยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเขาดึงเข้าไปหา แถมตอนนี้เขายังกอดเธอไว้แน่น ธันวายิ้มอ่อนบาง เขามองสบตาคู่ตื่นตระหนก “จูบฉัน” ช่อใบบัวทำตามคำสั่งของเขา เธอขยับตัวเลื่อนขึ้นไป จนใบหน้าเสมอกัน เรือนกายนวลนุ่มเสียดสีแนบชิดกับผิวเนื้อแข็งแกร่งและร้อนผะผ่าว สองมือบางจับบ่ากว้างเอาไว้ ในตอนที่เธอก้มหน้าลงไป กดปากอิ่มลงบนปากอุ่นร้อน เพียงแค่ปากนุ่มแตะแต้มผิวเผิน คนใจร้อนอย่างธันวาก็ไม่อาจรอได้ เขากดร่างสาวลงนอนหงาย แล้วขึ้นคร่อม ทาบทับเธอเอาไว้ใต้เรือนกายกำยำ เขาจูบอย่างรุนแรงเอาแต่ใจ พร้อมกับมือหนาฟอนเฟ้นลูบไล้ไปทั่วกายสาว ช่อใบบัวถูกล่อหลอกให้หลงไปกับจูบรุกเร้า ร่างกายของเธอถูกเรือนกายชายหนุ่มห่มเอาไว้ทั้งตัว มือร้อนผ่าวแตะต้องสัมผัสไปทั
“อื้อ!” คนที่เพิ่งถูกดึงเข้ามาในห้องส่งเสียงได้เพียงในลำคอ เพราะเธอถูกร่างใหญ่กดไว้กับประตูที่เพิ่งปิดลง ข้อมือบางสองข้างถูกจับด้วยมือแข็งแรง และกดเอาไว้ข้างศีรษะเล็ก ปากอิ่มถูกปากอุ่นร้อนจูบอย่างเอาแต่ใจ คนที่ถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัวเบิกตากว้าง และดิ้นรนอยู่ชั่วครู่ แต่พอได้ยินเสียงครางไม่พอใจของคนตัวสูง ช่อใบบัวก็หลับตาลง เธอแหงนเงยหน้ายอมรับจูบจากเขาด้วยความเต็มใจ และเอาอกเอาใจเขาด้วยการจูบตอบอย่างไม่ประสา ธันวาตะโบมจูบอย่างหื่นกระหาย เขากดปากแนบแน่น ดูดลิ้นเล็กจนเกิดเสียงดังหลายครั้ง ก่อนจะปล่อย แล้วสอดลิ้นควานลึก ดูดกลืนรสชาติความหวานซ่านในปากนุ่มจนพอใจแล้วจึงถอนจูบ เสียงหอบหายใจสองหนุ่มสาวดังประสานกัน คนหนึ่งหอบหายใจแรงเพราะยังจูบไม่ค่อยเป็น เลยหายใจไม่ทัน อีกคนหอบใจแรงเพราะร่างกายมันร้อนรุ่มพลุ่งพล่าน ยิ่งเห็นใบหน้าสาวแดงซ่าน ปากอิ่มบวมนิด ๆ เพราะฝีมือตัวเอง ความต้องการในกายหนุ่มก็ยิ่งพุ่งทะยานสูง “คุณธันวา” ช่อใบบัวครางเรียกเขาเสียงสั่นพร่า เมื่อใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าหาซอกคอ เขาสูดดมเสียงดัง แล้วลากลิ้นเลียลำคอขาวผ่อง ทำให้ขนอ่อนบนกายสาวลุกซู่
ณ มหาวิทยาลัยช่อใบบัวนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิท ไข่มุกและพลอยขวัญ ทั้งสามคนเพิ่งกินอาหารกลางวันเสร็จจ จึงมานั่งรอเรียนคาบบ่ายที่โต๊ะใต้ตึกของคณะ“บัวได้งานแล้วใช่ไหม” พลอยขวัญถามด้วยความเป็นห่วง เพราะช่อใบบัวเล่าเรื่องของครอบครัวให้เพื่อนรักฟังทั้งหมด เพื่อนทั้งสองจึงเป็นห่วงช่อใบบัวมาก“อือ...ได้แล้ว” ช่อใบบัวตอบไม่เต็มเสียง เธอเปิดหนังสือ แล้วทำทีก้มหน้าอ่าน เพราะไม่กล้ามองสบตาเพื่อน และไม่อยากเล่ารายละเอียดงานให้เพื่อนฟังไข่มุกยิ้มดีใจ เธอจับมือของช่อใบบัวแล้วบีบเบา ๆ“ถ้ามีอะไรให้มุกกับพลอยช่วย บัวบอกได้เลยนะ เราสองคนยินดีและเต็มใบช่วยมาก ๆ”ช่อใบบัวเงยหน้าขึ้นมา เธอยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง“ขอบใจนะมุก ขอบใจนะพลอย”พลอยขวัญยื่นมือไปกุมมืออีกข้างของช่อใบบัว แล้วบอกว่า“บัวห้ามลืมเด็ดขาดว่า บัวยังมีพลอยกับมุกอยู่เคียงข้าง และจะคอยซัพพอร์ตบัวตลอดไป สู้ ๆ นะ”“อือ...สู้ ๆ” ช่อใบบัวพยักหน้า เธอยิ้มเต็มใบหน้า เธออาจจะโชคร้ายเรื่องครอบครัว แต่เธอโชคดีที่มีเพื่อนน่ารักและจริงใจ แต่อะไรที่มันหนักหนาเกินไป เธอก็ไม่คิดจะรบกวนเพื่อน “ขึ้นตึกกันเถอะ ไปจองที่นั่งเรียนกัน” ช่อใบบัวเปลี่ยนเรื่อง
หลังจากกินอาหารมื้อกลางวันกับครอบครัวแล้ว ธันวาขอตัวกลับคอนโด ระหว่างขับรถกลับ เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดี กะว่าพอถึงห้องแล้ว จะทักแชทไปบอกเด็กเลี้ยงให้มาหา ทว่าความคิดนั้นก็ต้องเป็นหมัน เพราะภากรโทรมาบอกเขาว่า งานมีปัญหา ธันวาจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางขับรถ จากที่จะไปคอนโด ก็ต้องไปที่บริษัทแทน… “วันนี้วันหยุดนะโว้ย!” ธันวาโวยวายทันทีที่เปิดประตูห้องทำงานของภากรเข้าไป สองหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องก่อนแล้ว หันไปมองไอ้คนขี้โวยวายด้วยสายตาเรียบเฉย ภากรนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อชิระนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับภากร ธันวาเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างอชิระ เขาถอนหายใจ กอดอก แล้วถามเพื่อนว่า “มีปัญหาอะไร เล่ามา!” อชิระพยักพเยิดบอกให้ภากรเป็นคนพูด “ไซซ์งานที่เชียงใหม่มีปัญหานิดหน่อย มึงต้องไปตรวจสอบและแก้ไข” “ทำไมต้องเป็นกู” ธันวาถามเสียงแข็ง เขาไม่อยากไป เขางอแง เขาอยากกินตับสาวมากกว่าไปตรวจงานที่เชียงใหม่ ภากรกอดอก มองหน้าเพื่อนยิ้ม ๆ แล้วตอบว่า “เพราะมึงโสด กูมีเมียแล้ว ไอ้อชิก็มีคู่หมั้นแล้ว”







