LOGINนับเป็นเรื่องประหลาด การที่ไม่ได้กลับบ้าน ในค่ำคืนที่ผ่านมาบิดามารดาไม่ถามไถ่แม้แต่น้อย แต่นั่นถือเป็นเรื่องที่ดี ไม่สบายใจนักหากจะต้องโกหกบุพการี
ส้มหวานยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ภายในหัวยังคงวนเวียนถึงเซ็กซ์ร้อนจัดที่โรมรันกันอย่างบ้าคลั่ง
จักริน...ชื่อนี้มีผลต่อร่างกาย และจิตใจ เพียงแค่นึกถึง ทุกอณูกายตื่นเร้าอย่างน่าตระหนก
แต่ทว่าถ้อยคำปริศนาที่เขาเอ่ยยังคงค้างคาในความรู้สึก
‘ที่ฉันรู้สึกกับเธอ มันเกินกว่าคำว่าชอบไปนาน มากแล้ว’
กล่าวเสมือนเคยพบกันเนิ่นนาน ทั้งที่เพิ่งเคยพบกันที่งานประมูลเพชรของคุณหญิงวิภาดา
ปากอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง หวนนึกถึงช่วงเวลาที่เขาเชื้อเชิญให้บรรดาผู้หญิงทั้งหลายโยกขย่มบนเนื้อตัว ไม่ได้มีแค่เธอ ที่เริงร่าบนเนื้อตัวกำยำ
ความหึงหวงโจมตีก้อนเนื้อข้างซ้าย ความเป็นจริง ชี้ชัดให้เห็น เขาไม่ได้มีหัวใจไว้สำหรับผู้หญิงคนไหน
ไม่มีทางที่เขาจะหยุดที่เธอ ป่านนี้...จักรินอาจจะกำลังมีความสุขกับนางแบบสักคน
ภายในร้านอาหารเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนแต่กลับรู้สึกเดียวดาย หญิงสาวมองไปยังโต๊ะอื่นที่เป็นคู่รัก ได้แต่อิจฉา
เธอเองอยากมีความสุข อยากได้รับความรักที่ไม่ใช่แค่เซ็กซ์ ความขมขื่นตีตื้นจุกกลางอก ยิ้มหยันให้กับความคิดเหล่านั้น
คุณจักร...
"ส้มหวาน"
เสียงเรียกที่ดังขึ้น วูบหนึ่งภายในอกลิงโลด แต่เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนไม่ใช่คนที่คาดคิด ก้อนเนื้อที่พองโตกลับไปห่อเหี่ยว
"กร..."
"ขอนั่งด้วยคนนะ"
กรกันต์ทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม ไม่รอให้เธออนุญาต
"นายไม่ควรมานั่งตรงนี้ ฉันไม่อยากขึ้นชื่อว่าแย่งคนรักใคร"
เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี ที่เธอกล้าสบสายตากับกรกันต์ อีกทั้งความรู้สึกโกรธเคืองที่มีมลายหายไปจนหมด คงเพราะไม่หลงเหลือ แม้แต่เศษเสี้ยวความรักเฉก เช่นวันวาน
"ทุกคนรู้ว่าส้มหวานไม่ใช่คนแบบนั้น"
แววตาของกรกันต์ที่มองมายังคงเปี่ยมไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
"กร...ขอโทษนะ ถ้าวันนั้นกรมีสติ ไม่ทำอะไรเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ เราสองคนคงยังคบกันอยู่ คงไม่ทำให้ส้มหวานต้องเสียใจ"
เขาไม่ได้รักปุยฝ้าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากความ มักง่าย ปล่อยให้ตัญหาครอบงำจนทำให้ทุกอย่างพัง ไม่เป็นท่า
"มันผ่านมาแล้ว อย่าเก็บมาใส่ใจอีกเลย"
มือหนาของกรกันต์เอื้อมมาคว้ามือบางไปกอบกุม นัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยรัก
"แต่กรไม่เคยลืมว่ารักส้มหวาน และทุกวันนี้ก็ยังรัก"
สิ่งที่ได้ยินยิ่งตอกย้ำให้ล่วงรู้ว่าทั้งหัวใจของเธอมีเพียงแค่จักริน น่าขบขันที่ความรู้สึกเหล่านี้ แทรกซึมมาโดยตลอด แต่พยายามผลักไสด้วยการพร่ำบอกว่า เกลียดชัง
ถ้อยคำของกรกันต์ดังพอที่จะทำให้คนที่เพิ่งมาถึงอย่าง ปุยฝ้าย และจักรินได้ยินอย่างชัดเจน
จักรินจ้องมองฝ่ามือบางที่อยู่ในมือหนาของกรกันต์ด้วยแววตามืดดำ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบ
"คุณจักร..."
ส้มหวานกำลังจะดึงมือออก ประกอบกับเสียงกรี๊ดของปุยฝ้ายที่ดังขึ้น เธอตรงเข้าไปปัดฝ่ามือของกรกันต์ออกชี้หน้าด่ากราดทันที
"นังส้มหวาน เมื่อไหร่แกจะเลิกยุ่งกับแฟนฉันเสียที แกนี่มันหน้าด้านไร้ยางอาย เลิกกันไปเป็นปี แต่ก็ยังมาให้ท่าผู้ชายอยู่แบบนี้"
ผู้คนในร้านอาหารหันมามองเป็นสายตาเดียว กรกันต์ กันปุยฝ้ายเอาไว้ไม่ให้ตรงไปทำร้ายส้มหวาน
“ปุยฝ้าย เลิกพูดแบบนี้เถอะ เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น และที่ฉันตกลงคบกับเธอ เพราะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาด”
ผู้คนในร้านอาหารต่างให้ความสนใจ บางรายยกโทรศัพท์มือถือขึ้นเพื่อบันทึกภาพ
“หึ ! กรพูดแบบนี้แสดงว่าไม่รู้ใช่ไหมว่านังส้มหวานมันร่านแค่ไหน เมื่อคืนมันไปนอนกับคุณจักริน คงจะหาเงินใช้หนี้ให้กับทางบ้านสินะ”
“จริงหรือส้มหวาน....”
“จริงสิคะ นักสืบที่ปุยฝ้ายจ้างมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ได้ทั้งหมด”
พักหลังมานี้กรกันต์แสดงออกชัดเจนว่าสิ่งที่กระทำเป็นเพียงหน้าที่ความรับผิดชอบ ด้วยความกลัวว่าคนรักจะแอบไปนัดพบเจอกับส้มหวาน จึงให้คนคอยตาม
ส้มหวานหน้าชาดิก...ยืนก้มหน้านิ่งด้วยความ อับอาย แม้จะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เรื่องที่เธอมีอะไรกับจักริน ไม่อาจปฏิเสธได้
เสียงซุบซิบนินทารอบกายทำให้ปุยฝ้ายกอดอกกระหยิ่มยิ้มอย่างผู้ชนะ
มือหนาจับกุมที่ข้อมือบาง ทำให้ส้มหวานเงยหน้าขึ้นมอง
“คุณจักร...”
จักรินไม่แม้แต่จะมองเธอ แต่กระนั้นฝ่ามือหนากุมมือเธอเอาไว้ไม่คลายออก
“ขอโทษนะครับ คุณคงเข้าใจผิด ผมกำลังจีบ ส้มหวานอยู่ การไปมาหาสู่กันคงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เท่าที่ผมรู้มา คุณไม่ใช่หรือครับที่แย่งแฟนเพื่อน แก้ผ้าบุกเข้าไปหาผู้ชายถึงห้องนอน”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เคยมีใครล่วงรู้ นอกจากกลุ่มเพื่อนที่ร่วมไปค่ายจิตอาสา
ปุยฝ้ายอ้าปากค้าง หันไปมองผู้คนรอบกายที่ต่างซุบซิบนินทา
“นี่ ! คุณพูดจามั่วซั่วแบบนี้ฉันเสียหายนะ”
จักรินยิ้มเยือกเย็น นัยน์ตาวาวโรจน์อัดแน่นไปด้วยโทสะเดือดดาล
“ถ้าคิดว่าผมพูดไม่จริง จะฟ้องก็ได้นะ แต่ที่แน่ๆ ผมจะฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาท ยังไม่รวมกับการที่คุณละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลตามถ่ายรูปส้มหวาน”
ปุยฝ้ายหน้าซีดเผือดไม่ต่างไปจากกระดาษขาว สะกิดคนรักให้ช่วยออกตัวปกป้อง แต่กรกันต์กลับยืนนิ่งจ้องมองจักรินด้วยความปรปักษ์
“หากภาพในวันนี้หลุดออกไป ผมจะเอาเรื่องทุกคนที่อยู่ในร้านอาหาร”
สายตาคู่คมตวัดมองไปทางกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพผู้คน รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดานักข่าวโซเชียลทั้งหลาย ลดโทรศัพท์มือถือลง หลบสายตา ใครกันจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของบริษัทค่ายมือถือยักษ์ใหญ่
“ไปกับฉัน”
น้ำเสียงที่ใช้แม้จะขุ่นมัว แต่อ่อนโยนกว่ายามที่กล่าวกับผู้อื่นลิบลับ
“คุณจักร คุณจะพาส้มหวานไปไหน”
เขาไม่ตอบแต่โอบรอบเอวคอดกิ่วรั้งให้เธอก้าวตาม กรกันต์ได้แต่มองด้วยความเจ็บปวด เยื่อไยที่เคยมีบัดนี้ถูกกลบทับจนหมดสิ้น
ไม่มีพื้นที่สำหรับเขาอีกต่อไป จะโทษใครได้นอกจากตัวเอง
“นี่ ! กรยังไม่เลิกมองนังส้มหวานอีกหรอ ถ้ามองแบบนี้ก็เลิกกับปุยฝ้ายแล้วไปหามันเลยสิ”
กรกันต์แค่นยิ้มขมขื่นให้กับความผิดพลาดของตัวเองที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก
“เราเลิกกันเถอะ”
“กร...ไม่นะ”
หญิงสาวผวารีบกอดท่อนแขน ใบหน้าเนียนส่ายสะบัดไปมา
“ก็น่าจะรู้ ที่ยอมคบด้วย เพราะเธอบอกว่าท้องแต่...สุดท้ายแล้ว มันก็แค่เรื่องหลอกลวง”
“ไม่นะกร ปุยฝ้ายรักกร...ฮือ รักมาตลอด”
“ไม่ใช่หรอก ปุยฝ้ายแค่อยากเอาชนะส้มหวาน จริงๆ แล้วปุยฝ้ายไม่ได้รักกร”
หญิงสาวอ้าปากค้างกับความจริงเหล่านั้น เธอริษยาส้มหวานมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง รูปร่างหน้าตา ฐานะ รวมถึงการเป็นที่รักของคนรอบข้าง
เธอก็แค่อยากเป็นแบบนั้น...
ปากอิ่มพยายามร้องเรียกกรกันต์ แต่ทว่าชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง หยาดน้ำตารินไหล ร่างบางซวนทรุดลงกับพื้นสะอึกสะอื้น ไม่แยแสสายตาเวทนาของผู้คนรอบข้าง
เสียงประตูที่เปิดเข้ามาในครานี้ ทำให้คนที่ยืนหันหลังทอดสายตามองผ่านกระจกใส เข้าใจว่าเป็นชัยวัฒน์ลูกน้องคนสนิท“ถึงนายจะหวังดีแต่อย่าทำเกินหน้าที่ ฉันไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”ปราศจากเสียงตอบรับ ทำให้คนตัวโตหันกลับไปมอง ลมหายใจที่มีติดขัด ความเครียดเขม็งโจมตีไปทั้งร่างโดยเฉพาะซอกขาส้มหวาน...“จริงหรือคะ ที่คุณไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”ลอบกลืนน้ำลายลงคอ จ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้อง เธอสวมใส่ชุดเดรสกระโปรงสีสดใสด้านบน เปิดไหล่ขาวเนียน ตามแบบฉบับที่ชื่นชอบ แต่เขาไม่ชอบ“เมื่อไหร่จะเลิกแต่งตัวเหมือนจะแก้ผ้าสักที”หญิงสาวอ้าปากค้างกับความปากร้าย หากเทียบกับผู้หญิงอื่น การแต่งกายของเธอนับว่าธรรมดา“ปกติคุณจักรใส่ใจเรื่องการแต่งกายของผู้หญิงทุกคนไหมคะ”กรามแกร่งขบกันแน่น พยายามข่มความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน สายตาคู่คมเสหลบดวงตากลมโต ผิดแผกไปจากทุกครั้ง“เลิกกวนประสาทฉันได้แล้ว มีธุระอะไรก็รีบพูดมา อ่อ...ถ้าจะมาขอบคุณเรื่องเงินล่ะก็ ไม่จำเป็นเพราะมันคือค่าสึกหรอของเธอ”ส้มหวานกอดอกยืนมองคนปากร
“คุณแม่เอาเงินจากไหนไปซื้อเครื่องเพชรคะ”“เอ้า...ก็เงินจากคุณจักรินไงล่ะลูก รู้ไหมว่าเขาให้ค่าสินสอดมาเท่าไหร่”“สินสอด ?”สายธารพยักหน้ารับยิ้มกว้างให้บุตรสาว ลูบศีรษะทุยอย่างรักใคร่ รู้สึกภูมิใจที่ความสวยของตน ส่งผ่านไปยังบุตรสาวจนได้ดิบได้ดี“ใช่จ้ะ สินสอด”“เขาเอาเงินให้เราตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมส้มหวานไม่เห็นรู้เรื่องเลย”“เอ่อ...เกือบสองอาทิตย์แล้วจ้ะ แต่แม่กับพ่อยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้บอกลูก แต่...เงินยังเหลืออีกเยอะเลยนะลูก แม่ไม่ได้เอาไปซื้ออะไรฟุ่มเฟื่อยเลยนะ”ครั้งก่อนที่ทำให้ครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินส่วนหนึ่งมาจากที่มารดานำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว ซื้อเครื่องเพชรโอ้อวดฐานะทางสังคม“แม่ไปแต่งตัวทำผมก่อนนะลูก เย็นนี้มีนัดกินข้าวกับคุณหญิงมณีวรรณ”“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณแม่...”มารดาไม่ฟังเสียงเรียกของเธออีก รีบตัดบทสนทนาเดินหนีไปทันที ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระส่ำด้วยความสับสน จักรินทำแบบนี้ทำไม...แม้จะร่ำรวยชนิดที่สามารถนำเงินมาโปรยเล่น แต่หากมารดาสามารถซื้อเครื่องเพชรชุดใหญ่กลับมา อีกทั้งยังกล่าวว่าเงินเหลืออีกเ
บั้นท้ายแน่นหนั่นเคลื่อนไหวราวกับมีสปริง หมุนควง บุกระดมทิ่มแทงไม่ยั้ง เสียงกรีดร้องสุขสม ทำให้เร่งจังหวะโจนจ้วง กระแทกกระทั้นแตกระส่ำคาร่องสาว “อ๊าย..../โอ้ว...อ๊ากกกก” เสมือนถูกผลักดันให้ล่องลอยสู่สวรรค์ชั้นฟ้า หัวสมองเบาโหวง ความสุขไร้ตัวตนอาบไล้ทุกอณูกาย สายธารรักอุ่นร้อนอบอวลไปทั่วช่องท้อง ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระส่ำ การตอบสนองที่มี ยิ่งตอกย้ำความจริงของหัวใจ เธอต้องการเขา...พร้อมที่จะด่ำดิ่งไปกับแรงปรารถนาเหล่านั้น อย่างไร้เงื่อนไข “คุณจักร ส้มหวาน อ๊ะ...” ความแข็งขืนถูกถอนถอย มือหนาตลบ
มือหนาที่กอบกุมฝ่ามือตลอดระยะทางที่ก้าวเดินมายังลานจอดรถคลายออก ความร้อนเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่จุดที่ถูกสัมผัส หัวใจสาวอบอวลไปด้วยความสุข“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วย”ปากอิ่มเม้มแน่นสนิท ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระส่ำหวามไหว แต่ทว่าจักรินกลับเพิกเฉยไปจากที่เคย“หมดธุระแล้วฉันขอตัว”“เดี๋ยวสิ คุณจะรีบไปไหน”มือหนาคลายออกจากประตูรถ หันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว นัยน์ตากระด้างดุดันกว่าที่เคย“ทำไม ? เธออยากมีอะไรกับฉันอีกหรือส้มหวาน ฉันไม่คิดเลยนะว่าผู้หญิงแบบเธอจะเป็นประเภท ร่านไม่เลือกที่”สายตาท่าทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ยามสนทนากับอดีตคนรัก เห็นมันชัดเจน...ส้มหวานยังรัก กรกันต์“คุณจักร...อย่ามาดูถูกฉันแบบนี้นะ”ใบหน้าเนียนชาดิก สับสนไปกับท่าทางถ้อยคำ ร้ายกาจที่ยัดเยียด ฝ่าเท้าบอบบางก้าวถดถอย เขาสืบเท้าก้าวประชิด สะโพกผายชนกับท้ายกระโปรงรถ ไร้หนทางหลบหนี“หึ...น่าเสียดายนะที่เธอไม่ทันได้เก็บซิงเอาไว้ให้คนรักอย่างไอ้กร เท่าที่ได้ยินมันขอเลิกกับเพื่อนเธอแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยสนับสนุนเงิน”“เง
นับเป็นเรื่องประหลาด การที่ไม่ได้กลับบ้าน ในค่ำคืนที่ผ่านมาบิดามารดาไม่ถามไถ่แม้แต่น้อย แต่นั่นถือเป็นเรื่องที่ดี ไม่สบายใจนักหากจะต้องโกหกบุพการีส้มหวานยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ภายในหัวยังคงวนเวียนถึงเซ็กซ์ร้อนจัดที่โรมรันกันอย่างบ้าคลั่งจักริน...ชื่อนี้มีผลต่อร่างกาย และจิตใจ เพียงแค่นึกถึง ทุกอณูกายตื่นเร้าอย่างน่าตระหนกแต่ทว่าถ้อยคำปริศนาที่เขาเอ่ยยังคงค้างคาในความรู้สึก‘ที่ฉันรู้สึกกับเธอ มันเกินกว่าคำว่าชอบไปนาน มากแล้ว’กล่าวเสมือนเคยพบกันเนิ่นนาน ทั้งที่เพิ่งเคยพบกันที่งานประมูลเพชรของคุณหญิงวิภาดาปากอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง หวนนึกถึงช่วงเวลาที่เขาเชื้อเชิญให้บรรดาผู้หญิงทั้งหลายโยกขย่มบนเนื้อตัว ไม่ได้มีแค่เธอ ที่เริงร่าบนเนื้อตัวกำยำความหึงหวงโจมตีก้อนเนื้อข้างซ้าย ความเป็นจริง ชี้ชัดให้เห็
มือบางคว้าท่อนเนื้อเขื่องใหญ่มาจดจ่อร่องฉ่ำ ขยับยกนั่งชันเข่า กลีบเนื้ออวบแยกแย้มให้เห็นความสดภายใน“โอ้ว...สีสวยมาก ฉันอยากเข้าไปในนั้น ส้มหวานอ่า...”แม้จะหวาดหวั่น แต่เมื่อนึกถึงความเสียวเสียด ยามที่แท่งเนื้อเคลื่อนไหวในร่อง ทำให้หย่อนสะโพกผาย ลงเร็วแรงในคราเดียว“กรี๊ด...อูยส์ คุณจักร ซี๊ด...อูยส์ จักรขา เต็มกลีบเลย อื้อ...”สูดปากส่งเสียงครวญคราง มือบางคลึงติ่งเกสรกลางร่างร้อนรน มือหนาเอื้อมมาบีบขยำหน้าอกอวบ นิ้วแกร่งบี้บดปลายถันจนเสียวแปลบ“ขยับสิ ส้มหวาน...ขย่มแบบเมื่อคืน อ่า...ขย่มให้ มิดเลย โอ้ว...”สะโพกผายขยับยกขึ้นลง กลีบเนื้ออ้าอมกลืนกินตัวตนเขื่องใหญ่ หยาดน้ำสาวไหลรินตามมือบางที่ขยี้เกสร ห่อปากครางระโหย กับความคับแน่น“คุณจักร อ่า...ซี๊ด มันแน่นค่ะ อ่า...มันแน่นร่องไปหมดเลย”“แล้วชอบไหม แน่นแบบนี้ อ่า...กดสะโพกลงให้ สุดสิ โอ้ว...”มือหนาตรึงสะโพกผายที่ยังหลงเหลือระยะห่างจากเนินชาย กดกระแทกลงเร็วแรงเธอกรีดร้องแทบคลั่ง“กรี๊ด....อ๊าย คุณจักร อ๊า เสียว อูยส์...ทั้งเสียว ทั้งจุก ฮือ...”ใบหน







