LOGINตอนที่ 3 เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน
“นั่นพี่สุดหล่อที่เจอในลิฟท์นี่นา แล้วทำไมเขาถึงมีเลือดเต็มหน้าแบบนั้น” นรินดาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะที่คนด้านนอกพยายามจะประคองตัวเองและเกาะที่ประตูห้องของเธอ “เอาไงดีนะ หรือว่าพี่เขาจะถูกทำร้ายมา” หญิงสาวพยายามครุ่นคิด และเธอก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่เดินออกจากลิฟท์พร้อมกัน เขาใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องที่เธอได้ยินเสียงดังเหมือนคนทะเลาะกัน {ตึ้ง} เสียงประตูห้องของเธอดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวตัดสินใจเปิดประตูทันที {แอ๊ดดด} {พรึ่บ} “ว้าย!” ร่างแกร่งเซถลาเข้ามาในห้องของเธอ หญิงสาวรีบประคองร่างของเขาเอาไว้ เพื่อไม่ให้เขาล้มลงไปที่พื้น “พี่...พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ แล้วพี่มายืนที่หน้าห้องหนูทำไม” “ช่วยฉันด้วย ฉันไปต่อไม่ไหว ฉันถูกทำร้ายมา” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง หญิงสาวรีบประคองเขาเดินไปนั่งที่โซฟา “พี่นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวหนูไปเอาอุปกรณ์ทำแผลก่อน” เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน แล้วนำกล่องอุปกรณ์ทำแผลมาวางลงที่โซฟา ใบหน้าของเธอซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด “พะ...พี่คะ...หนู...จะเป็นลม” {พรึ่บ} “เฮ้ยอะไรวะเนี่ย!” ร่างบางล้มฟุบหน้ากระแทกลงที่ตักแกร่ง ภูวิศถึงกับสะดุ้ง เพราะหน้าผากของหญิงสาวชนเข้ากับเจ้าลูกชายของเขาที่กำลังหลับสนิท “เธอๆ” เขาพยายามเขย่าแขนนรินดาพร้อมกับเรียกเธอ “บ้าเอ๊ย อุตส่าห์หอบสังขารมาขอความช่วยเหลือ สรุปฉันต้องมาช่วยเธอเหรอวะ” ภูวิศถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะยื่นสองมือไปโอบร่างสาว เพื่อพยุงตัวเธอขึ้นมานอนบนโซฟา จากนั้นจึงเปิดกล่องยาเพื่อหาอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นว่ามียาดมอยู่ในกล่อง เขาจึงนำมาจ่อที่ปลายจมูกของเธอ “อื๊อ” หญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวและค่อยๆลืมตา แต่ใบหน้าของเธอยังคงซี้ดเซียว ภูวิศมองดูนรินดาด้วยแววตาเรียบเฉย “พี่คะ” “ว่า” “พี่ไปล้างหน้าในห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ คือ...หนูกลัวเลือดน่ะ” “อืม” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างคราบเลือดบนใบหน้า เวลานี้เลือดไม่ได้ไหลออกมาแล้ว และแผลก็ไม่ได้ลึกมาก แต่ใบหน้าของเขามีรอยพกช้ำและปูดบวมหลายจุด ชายหนุ่มจ้องกระจกตรงอ่างล้างหน้าและครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง และมีความคิดบางอย่างที่เข้ามาวนเวียนในสมองของเขา “คิดบ้าอะไรวะไอ้ภู ยัยเด็กนี่ก็ไม่รู้จักแต่งตัวให้เรียบร้อย นมก็ใหญ่ แถมไม่ใส่เสื้อในอีกต่างหาก” เขาพูดพึมพำ ก่อนจะสลัดความคิดนั้นออกจากหัว “มานั่งตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวหนูทำแผลให้” หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย เพื่อให้ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาได้ง่าย “เธอกลัวเลือดขนาดนั้น แล้วจะกล้าทำแผลให้ฉันเหรอ เดี๋ยวก็เป็นลมอีกหรอก” “หนูกลัวเลือด แต่ไม่ได้กลัวแผลนะคะ หันหน้ามาค่ะ” ภูวิศหันหน้าเข้าหาหญิงสาวตามคำสั่งของเธอ “เอ่อ...พี่จะไปหาหมอไหมคะ เผื่อว่าต้องเย็บแผลน่ะ” “ไม่ไป แผลแค่นี้ไม่จำเป็นต้องเย็บหรอก ถ้าเธอกลัว ฉันล้างแผลเองก็ได้ เอากล่องยามา” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูทำแผลให้พี่ได้ มาค่ะ” นรินดาจัดการทำความสะอาดแผลและใส่ยาด้วยความระมัดระวัง “อ๊ะ” “เจ็บเหรอคะ” เธอถึงกับชะงัก เมื่อเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งและอุทานออกมาเบาๆ “ทำไปเถอะ มันก็มีเจ็บบ้างเป็นธรรมดาแหละ” “ค่ะ” ภูวิศนั่งให้หญิงสาวทำแผลต่อ แต่สายตาของเขาดันไปสะดุดที่หน้าอกของเธอ ดวงตาคมจ้องมองร่องอกอวบที่เบียดชิดกัน แม้ว่าจะมีเสื้อนอนสายเดี่ยวปกปิดเอาไว้ แต่เขาก็มองออกว่าหญิงสาวไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน เธอตั้งใจทำแผลให้เขาโดยที่ไม่รู้เลยว่า อีกฝ่ายกำลังจ้องมองหน้าอกของเธอปานจะกลืนกินเสียให้ได้ “เสร็จแล้วค่ะ” “อืม ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ไปโดนใครทำร้ายมาเหรอคะ พี่พักอยู่ห้องข้างๆนี้ใช่ไหม” “เปล่า ฉันไม่ได้พักอยู่ที่นี่หรอก แต่ฉันมาหาเจ้าของห้อง แล้วบังเอิญเจอเขาอยู่กับผัวน่ะ ก็เลยมีเรื่องกัน” เขาบอกเธออย่างไม่ปิดบัง “อย่าบอกนะคะ ว่าพี่เป็น...เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน แล้วโดนผัวเขากระทืบมา” หญิงสาวมองคนตรงหน้าตาปริบๆ “ก็ไม่เชิงหรอก ฉันแค่โดนเขาหลอกน่ะ ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากจะพูดถึงแล้ว” “แล้วพี่จะเอายังไงต่อคะ จะกลับบ้านเลยไหม บ้านพี่อยู่ที่ไหน กลับไหวหรือเปล่าคะ” เธอยิงคำถามรัวๆจนเขาต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ “แล้วถ้าฉันบอกว่าฉันกลับไม่ไหว ฉันจะขอค้างคืนที่นี่ เธอจะให้ฉันอยู่หรือเปล่าล่ะ หรือว่าเธออยู่กับแฟน” “แฟนอะไรคะ หนูเพิ่งอายุครบสิบแปดปีเมื่อวานนี้เอง จะไปมีแฟนได้ยังไง หนูอยู่คนเดียวค่ะ” เธอรีบพูดขึ้นมาทันที “แล้วฉันขออยู่ที่ห้องของเธอก่อนได้ไหมล่ะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ฉันไม่กล้ากลับบ้านน่ะ ไม่อยากให้ครอบครัวเห็นฉันในสภาพนี้” ภูวิศแทบจะไม่มีแรงพาตัวเองออกไปจากห้องนี้ เพราะเขารู้สึกปวดระบมไปทั้งตัว และเขาก็ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขา แม้แต่กลุ่มเพื่อนสนิท เขาก็จะไม่มีทางให้รู้เป็นอันขาด “ว่าไงล่ะ ฉันขออยู่ที่นี่ก่อนได้ไหม ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก นี่บัตรประชาชนของฉัน และนี่แบล็คการ์ดของฉัน เธอเก็บไว้เป็นตัวประกันก็ได้ ถ้ากลัวว่าฉันจะเป็นโจรหรือมิจฉาชีพ” เขายื่นสิ่งของดังกล่าวให้นรินดา หญิงสาวจ้องมองตาลุกวาว เธอหยิบบัตรประชาชนและแบล็คการ์ดจากมือเขามาดู “พี่ชื่อภูวิศเหรอคะ” “ใช่ ชื่อเล่นภู เธอเก็บไว้สิ ฉันออกไปจากห้องเธอตอนไหนค่อยคืนให้ฉันก็ได้” “โห...หนูไม่กล้าเก็บไว้หรอกค่ะ นี่พี่คงจะรวยระดับมหาเศรษฐีแน่ๆเลย ถึงได้มีแบล็คการ์ดเป็นของตัวเอง เอาของพี่คืนไปเถอะค่ะ พี่อยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ จะไปตอนไหนก็บอกหนูแล้วกัน เดี๋ยวหนูไปทำข้าวต้มให้ทานนะคะ พี่นอนพักก่อนก็ได้” นรินดาลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องครัว เธอลงมือทำข้าวต้มหมูสับเพื่อให้ชายแปลกหน้าได้รับประทาน “พี่คะ ตื่นขึ้นมาทานข้าวต้มก่อนนะคะ” “...” เธอพยายามปลุกคนที่หลับอยู่บนโซฟา แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะตื่นขึ้นมา เธอจึงยื่นมือไปเขย่าแขนของเขาเบาๆ “พี่คะ...ตัวร้อนจังเลย แบบนี้ต้องเป็นไข้แน่ๆ” หญิงสาวพยายามปลุกเขาอีกครั้ง “พี่ภูคะ ตื่นมาทานข้าวทานยาก่อนนะคะ” “อื๊อ...” เธอเขย่าแขนและเรียกชื่อของเขาอยู่แบบนั้น จนเขาลืมตาตื่นขึ้นมา หญิงสาวประคองร่างแกร่งให้ลุกขึ้นนั่ง “ทานข้าวต้มก่อนนะคะ จะได้ทานยาแก้ไข้” ภูวิศพยักหน้าตอบกลับ ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาทานข้าวต้มฝีมือของเธอจนเกือบหมดถ้วย “นี่ค่ะ ยาพารา พี่น่าจะเป็นไข้แน่เลย ตัวพี่ร้อนมาก ไปหาหมอไหมคะ เดี๋ยวหนูพาไป” “ไม่ กินยาแล้วนอนก็คงหาย ฉันอยากอาบน้ำน่ะ” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางของเขาดูไร้เรี่ยวแรง จนหญิงสาวต้องรีบลุกขึ้นยืนประคองแขนแกร่งเอาไว้ “พี่ไหวไหมคะ” “ไหวสิ พอจะมีเสื้อผ้าให้ฉันใส่หรือเปล่า” เขามองหญิงสาวที่มีส่วนสูงน้อยกว่าเขาประมาณ 10 เซนติเมตร และคิดว่าเขาน่าจะใส่เสื้อผ้าของเธอได้ “มีค่ะ ไปห้องน้ำก่อนก็ได้ เดี๋ยวหนูเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดกีฬาให้พี่ใส่” เธอช่วยพยุงร่างแกร่งเดินไปที่ห้องน้ำ จากนั้นจึงเดินออกมาเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วนำชุดกีฬาสีและผ้าเช็ดตัวไปให้เขา “นี่ค่ะ พี่ใส่ได้เลยนะคะ ชุดกีฬาของหนูเอง มีอะไรก็เรียกนะคะ” “อืม” ภูวิศเดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดกีฬาคอกลมสีแดง และกางเกงกีฬาขาสั้นสีเดียวกัน เขาใส่มันได้พอดี แต่กางเกงดูสั้นเล็กน้อย เขากำลังจะเดินกลับไปที่โซฟา หญิงสาวเปิดประตูห้องนอนออกมาพอดี “เข้ามานอนในห้องกับหนูเถอะค่ะ คืนนี้พี่อาจจะไข้ขึ้น หนูจะได้ดูแลพี่ได้ง่ายๆ” “...” ภูวิศถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขามองดูหญิงสาวที่สวมชุดนอนดูวาบหวิว แถมยังชวนให้เขาเข้าไปนอนด้วยอีกต่างหาก “เธอจะให้ฉันนอนในห้องกับเธอจริงๆเหรอ” เขาถามเพื่อความแน่ใจ “ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับแบบไม่คิดอะไรมาก “เธอไม่กลัวว่าฉันจะปล้ำเธอหรือไง” เขาถามพร้อมกับมองใบหน้าสวยด้วยความรู้สึกหลากหลาย “ไม่กลัวค่ะ” “อืม งั้นคืนนี้ฉันขอนอนในห้องกับเธอแล้วกัน”ตอนพิเศษ (แต่งงานกันนะครับ)สองวันต่อมา{บึ๊น~เอี๊ยด}เสียงรถหลายคันขับเข้ามาจอดไปบ้านพักริมทะเลหัวหิน“ใครมาคะพี่ภู”นรินดาพูดกับภูวิศ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกจากห้องนอน เพื่อไปเดินเล่นริมชายหาด“ออกไปดูสิครับ จะได้รู้ว่าใครมา”หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องออกไปดูที่หน้าบ้าน“คุณพ่อ คุณแม่!”{พรึ่บ}นรินดาวิ่งเข้าไปสวมกอดบิดาและมารดาของเธอด้วยความดีใจ“มาได้ยังไงคะเนี่ย ทำไมไม่โทรบอกหนูก่อนคะ”เธอถามบิดาและมารดาของเธอ“ถ้าโทรบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ คุณลูกสาว”นางดวงดาวพูดกับลูกสาวสุดที่รัก“พ่อกับแม่ตั้งใจจะมาจัดงานวันเกิดให้ลูกไง ลูกสาวกับลูกเขยจะแอบมาฉลองวันเกิดกันแค่สองคนไม่ได้หรอกนะ”นายนรินทร์พูดและยิ้มให้ลูกสาว“สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่”ภูวิศไหว้สวัสดีพ่อตาแม่ยาย ผู้ใหญ่ทั้งสองพนมมือแนบอกรับไหว้ลูกเขย เขารู้อยู่แล้วว่าพ่อตาแม่ยายจะมาที่นี่พร้อมกับครอบครัวของเขา เพราะเขาเป็นคนวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเองก่อนที่จะมา“ภู มาช่วยขนของหน่อย”พิมพ์พิศาส่งเสียงเรียกน้องชาย นรินดาหันไปมองถึงกับยิ้มกว้าง “เดี๋ยวหนูไปช่วยพี่พิมพ์กับพี่ภูขนของก่อนนะคะ”“จ้ะลูก”“โห...พี่พิมพ์กับคุณพ่อคุณแม่ก็แอบ
ตอนพิเศษ( เที่ยวทะเล NC 20+)หลังจากที่เดินทางมาถึงหัวหินในช่วงบ่าย ภูวิศเผลอหลับไปด้วยความง่วง แต่หญิงสาวกลับรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาอยู่ในบ้านพักริมทะเลแบบส่วนตัวและหรูหรา นรินดาเดินไปนั่งหย่อนขาริมสระว่ายน้ำ และมองทิวทัศน์ทะเลกว้างไกลอย่างสบายตา อยู่ๆเธอก็นึกอยากจะว่ายน้ำขึ้นมา หญิงสาวจึงเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วจัดการถอดเสื้อผ้า จากนั้นจึงนำชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่มาสวมใส่“อือ...”ภูวิศลืมตาตื่นในช่วงบ่ายแก่ๆ เมื่อมองไปรอบๆห้องไม่เห็นหญิงผู้เป็นที่รัก เขาจึงรีบดันตัวลุกลงจากเตียงเพื่อตามหาเธอ{ฟึ่บ~ฟึ่บ}เสียงเหมือนคนว่ายน้ำดังอยู่ใกล้ๆ ภูวิศรีบสาวเท้าเดินไปดู“หึ มาแอบว่ายน้ำอยู่นี่เอง ตกใจหมดนึกว่าหายไปไหน”เขาพูดพึมพำคนเดียวและส่ายหน้าอย่างโล่งใจ“พี่ภู ตื่นแล้วเหรอคะ”เธอเรียกถามคนที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟารังนก“ตื่นเพราะไม่เห็นหนูไง นึกว่าแอบหนีไปไหน พี่คิดมากรู้หรือเปล่า จะเล่นน้ำทำไมไม่เรียกพี่”เขาพูดในทำนองดุเธอ หญิงสาวรีบว่ายน้ำเข้ามาริมสระใกล้ๆบริเวณที่ภูวิศนั่งอยู่{พรึ่บ}หญิงสาวดันตัวขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ ภูวิศมองเรือนร่างสุดเซ็กซี่อย่างหลง นรินดาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขา“อย่าดุ
ตอนพิเศษ (ความลับและการพบกันครั้งแรก)หลายเดือนต่อมา“แหม...ลูกชายแม่ เดี๋ยวนี้หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจังเลยนะ ตั้งแต่มีคู่หมั้น โลกใบนี้ก็คงเป็นสีชมพูสินะ”นางภาวิณีเอ่ยแซวลูกชายสุดที่รัก ขณะที่ภูวิศกำลังรดน้ำต้นกุหลาบสีแดงอยู่ที่สวนหลังบ้านในยามเช้า ใบหน้าของเขาดูสดใสอย่างเห็นได้ชัด“แน่นอนสิครับคุณแม่ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่ามีความรักแล้วมันดีมากๆก็ตอนที่ได้หมั้นกับปลายฟ้านั่นแหละครับ”เขาบอกความในใจกับมารดา“แล้วหนูปลายฟ้าอยู่ไหนล่ะ ปกติตัวติดกันตลอด”“น้องอ่านหนังสืออยู่บนห้องครับ อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว ช่วงนี้ก็เลยหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือน่ะครับ”“ภูกับหนูฟ้ามาอยู่ที่บ้านกับแม่บ่อยๆแบบนี้ก็ดีหน่อย แม่จะได้มีเพื่อนคุย ช่วงนี้พี่สาวเราไม่ค่อยมาบ้านให้แม่เห็นหน้าเลย ไม่รู้ว่ายุ่งงานอะไรนักหนา”นางภาวิณีบ่นถึงลูกสาวคนโตอย่างพิมพ์พิศา “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่พิมพ์ไม่ค่อยว่างเลย สงสัยจะยุ่งกับการสอน ทั้งมหาลัยทั้งโรงเรียนสอนพิเศษ ช่วงนี้ใกล้สอบด้วย คงจะติวเข้มกว่าปกติมั้งครับ”“อืม ก็คงจะจริงอย่างที่ภูว่า แม่มีเรื่องอยากจะถามภูน่ะ”“เรื่องอะไรครับคุณแม่”“เรื่องของภูกับหนูปลายฟ้า
ตอนที่ 47 เปิดตัวคู่หมั้นของภูวิศ (บทส่งท้าย)“ฮัลโหลครับคุณแม่ มาที่คอนโดด่วนเลยนะครับ ให้คุณพ่อมาด้วย ต้องมาให้ได้นะ” ภูวิศโทรไปหามารดาของเขาเป็นคนแรก “มีอะไรหรือเปล่าตาภู ทำไมต้องให้พ่อกับแม่ไปที่นั่นล่ะ ลูกไม่สบายหรือเปล่า”นางวิภาณีถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง“เปล่าครับ มาเจรจาสู่ขอลูกสะใภ้คุณแม่ตอนนี้เลยนะครับ”“ห๊ะ! ว่าไงนะ!”“ไม่ต้องถามอะไรมากหรอกครับ ผมนอนอยู่ห้องสาวหลายเดือนแล้ว แต่วันนี้พ่อกับแม่เขามาเห็น รีบมานะครับ”นางภาวิณีแทบจะเป็นลมที่ได้ยินลูกชายบอกแบบนั้น นางรีบบอกสามีทันที และเตรียมตัวเดินทางไปยังคอนโดของลูกชาย “พี่พิมพ์ครับ มาที่คอนโดของผมตอนนี้เลย”เขาโทรหาพี่สาวหลังจากที่วางสายมารดา“ไปทำไมเหรอภู มีเรื่องอะไรเหรอ”“รีบมาเถอะครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องปลายฟ้า คุณพ่อคุณแม่ของน้องรู้เรื่องที่ผมมาอยู่กับน้องแล้วครับ ช่วยมาจัดการเจรจากับผู้ใหญ่ให้ผมด้วย”“คุณพ่อคุณแม่รู้หรือยัง”พิมพ์พิศาถามน้องชายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกพอสมควร“คุณพ่อคุณแม่กำลังมาครับ พี่รีบๆมาเถอะ”“โอเค”“คุณพ่อคุณแม่ไปที่ห้องของผมชั้นบนสุดเถอะนะครับ ห้องของผมกว้างขวางและมีที่นั่งเพียงพอกว่าห้องนี้ ค
ตอนที่ 46 เต็มใจรับผิดชอบ“ไหนบอกว่าจะพาหนูไปเที่ยวไงคะ ทำไมพี่ยังไม่ไปอาบน้ำแต่งตัวอีก”นรินดาถามคนที่เอาแต่นอนมองดูเธอแต่งหน้าทำผม เพื่อที่จะออกไปเที่ยวข้างนอกกับเขา“หนูอยากไปบ้านพี่ไหมครับ พี่อยากพาหนูไปหาคุณแม่พี่น่ะ”อยู่ๆเขาก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา หญิงสาวถึงกับชะงัก เพราะเธอเองก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยสักนิด“หนูยังไม่พร้อมค่ะ กลัวแม่พี่จะไม่ชอบหนูด้วย”“ไม่มีเหตุผลไหนที่แม่พี่จะไม่ชอบหนูหรอก ทุกวันนี้แม่พี่ไม่ได้ห้ามเรื่องที่พี่จะมีแฟน หรือแม้แต่เรื่องที่พี่จะไปเที่ยวหรือไปดื่มที่ไหน คุณแม่ก็ไม่ได้ห้ามแล้ว แต่พี่ไม่ไปหรอก มีเมียแล้วไม่อยากทำตัวเถลไถล”มันเป็นจริงอย่างที่เขาพูด นางวิภาณีไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกชาย นับตั้งแต่วันที่อันดาสร้างเรื่องจนลูกชายของนางต้องเป็นทุกข์“แต่หนูยังไม่พร้อมที่จะไปเจอใครนี่คะ ให้เวลาหนูหน่อยสิ”“ครับ”“ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วค่ะ สายแล้วนะ”“แป๊บนะ เดี๋ยวอาบ อยากทำผมให้เมียจังเลย”เขาหาเรื่องถ่วงเวลาชวนเธอคุยอยู่แบบนั้น“ทำเป็นเหรอคะ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมายังไม่เห็นพี่เป่าผมหรือหนีบผมให้หนูเลย มีแต่หวีผมให้อย่างเดียว”“ก็ต้องลองสิครับ มาครับ
ตอนที่ 45 แผนร้ายของภูวิศเวลาเลยผ่านมาจนถึงวันที่เปิดเทอมภาคเรียนที่ 2 ภูวิศใช้ชีวิตอยู่กับนรินดาตัวติดกันตลอด เขาแทบไม่อยากจะอยู่ห่างเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะหนีไปจากเขาอีก“พี่ขอขับรถไปส่งที่หน้าคณะนิเทศได้ไหมครับ”ภูวิศถามนรินดาขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ในรถ ชายหนุ่มทำหน้าที่ขับรถมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียนอยู่“ไม่ได้ค่ะ ไปส่งที่เดิมตรงที่เคยส่ง”เธอหมายถึงด้านหลังมหาวิทยาลัยแห่งนั้น“ทำไมครับ ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว ก็ให้พี่ไปส่งฟ้าที่หน้าคณะสิ”“บอกว่าไม่ได้ไงคะ หนูไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร ไม่อยากให้ใครมอง ไม่อยากให้ใครรู้ว่าคบกับพี่ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ”ภูวิศถึงกับจุดในอก หญิงสาวที่เขานอนกอดทุกคืนกำลังปฏิเสธในสิ่งที่เขาอยากจะทำกับเธอในฐานะแฟน และเขาก็ได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เธอเคยเป็นมาก่อน“ขอโทษครับ พี่จะพยายามทำตามข้อตกลงของเรา พี่แค่เผลอลืมเรื่องที่เราตกลงกันไว้น่ะ”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและรู้สึกผิด“ไม่เป็นไรค่ะ แต่อย่าเผลอบ่อยนะคะ เดี๋ยวหนูหงุดหงิดขึ้นมาพี่จะลำบาก”“ครับ”รถสปอร์ตหรูคันสีดำขับไปจอดด้านหลังมหาวิทยาลัย หญิงสาวเตรียมจะลงจากรถ แต่เขาค







