LOGINตอนที่ 4 นอนกับคนแปลกหน้า
{พรึ่บ} นรินดานำที่นอนปิคนิคลงมาปูบนพื้นภายในห้องนอนของเธอ ภูวิศนึกขำอยู่ในใจ ตอนแรกเขาเผลอคิดว่าเธอจะให้เขานอนบนเตียงด้วย แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาและเธอถือว่าเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน จะให้นอนแนบชิดกันบนเตียงก็คงไม่ใช่ {พรึ่บ} ภูวิศค่อยๆล้มตัวลงนอนบนที่นอนปิคนิค ส่วนนรินดาก็กำลังนอนอยู่บนเตียง เธอเปิดไฟบนโต๊ะเขียนหนังสือเอาไว้ ทำให้ภายในห้องมีแสงสว่างแบบสลัว ไม่ถึงกับสว่างหรือมืดจนเกินไป “ถ้าพี่ภูรู้สึกไม่สบายตัว หรือจะให้ช่วยอะไรก็เรียกหนูได้เลยนะคะ” “อืม เธอชื่ออะไร” “ชื่อปลายฟ้าค่ะ พี่เรียนปีไหนแล้วคะ” เธอตอบและถามเขากลับ “เพิ่งจะจบปีหนึ่ง กำลังจะขึ้นปีสอง เธอก็คงจะขึ้นมอหกสินะ ฉันเดาถูกหรือเปล่า” “ถูกต้องค่ะ” “แล้วเธอเคยพาผู้ชายมานอนที่ห้องบ่อยไหม” อยู่ๆเขาก็อยากถามเธอขึ้นมา “ไม่เคยเลยค่ะ แล้วก็ไม่คิดที่จะพาผู้ชายเข้ามานอนในห้องด้วย ขนาดเพื่อนผู้หญิงหนูยังไม่เคยพามาห้องเลย หนูเห็นว่าพี่ไม่น่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ หนูก็เลยให้พี่เข้ามาในห้องไง” “อืม หลังจากนี้ไปก็ไม่ต้องไว้ใจใครขนาดนี้นะ เกิดเจอคนที่เขาคิดไม่ดี เธออาจจะตกอยู่ในอันตราย คนอื่นคงไม่ได้มานอนคุยอยู่แบบนี้หรอก” “ค่ะ หนูจะไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามาในห้องหนูอีก แต่พี่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ หนูมีอาวุธป้องกันตัวหลายอย่าง นอนเถอะค่ะ เกือบเที่ยงคืนแล้ว” “อืม” ในที่สุด ภูวิศก็หลับไปด้วยอาการอ่อนเพลีย ไม่ต่างจากนรินดา ที่กำลังหลับสบายอยู่กลางเตียงนุ่มที่เธอคุ้นเคย “หนาว...หนาว” เสียงทุ้มครางออกมาหลายครั้ง หลังจากที่คนทั้งสองหลับไปราวๆ 2 ชั่วโมง “หนาว...อือ” นริดารู้สึกตัวตื่น เมื่อได้ยินเสียงของคนที่นอนอยู่ด้านล่าง “พี่ภู พี่นอนละเมอเหรอคะ” เธอลุกขึ้นนั่งแล้วเรียกถาม “ฉันหนาว หนาวมาก” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวจึงลงจากเตียงไปนั่งบนที่นอนปิคนิคข้างๆเขา ภูวิศกำลังนอนตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่ม “ไหวไหมคะพี่ภู” เธอเองก็ว่าไม่รู้ว่าจะต้องช่วยเขาแบบไหน หญิงสาวจึงยื่นมือไปจับที่มือของเขา “ตัวพี่เย็นมากเลย ทำยังไงดี ไปหาหมอไหมคะ” “ไม่ไป ฉันหนาว หนาวมาก ช่วยฉันหน่อย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่น และจับมือของเธอไว้แน่น “นอนกอดฉันได้ไหม ฉันหนาว” “เอ่อ...” เขาไม่ได้คิดอะไรเกินเลย หรือคิดฉวยโอกาสแต่อย่างใด ภูวิศรู้สึกคิดถึงอ้อมกอดของมารดา ในยามที่เขาเจ็บป่วยตอนเป็นเด็ก {พรึ่บ} “ว้าย!” เขาดึงผ้าห่มออก แล้วรั้งร่างสาวจนเธอล้มลงไปนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา จากนั้นจึงใช้มือหนึ่งข้างกระชับผ้าห่มขึ้นมาคลุม ทั้งสองนอนแนบชิดกัน นรินดานอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าทั้งสองแทบจะชนกัน “กอดฉันหน่อย ฉันหนาว ฉันคิดถึงแม่” เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นรินดาหัวใจเต้นแรง ร่างกายของเธอกำลังสั่นไม่ต่างจากเขา อยู่ๆเธอก็ตกมาอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้า หญิงสาวทั้งรู้สึกกลัวและรู้สึกดี เมื่อได้สัมผัสกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างกายของเขา เธอยื่นลำแขนไปโอบกอดร่างหนา ภูวิศรู้สึกร่างกายเริ่มอบอุ่น และทั้งสองก็หลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน “อื้อ...” เสียงทุ้มครางออกมาเบาๆ ภูวิศค่อยๆลืมตาตื่นในช่วงสายของวัน ขณะที่ลำแขนของเขายังคงโอบกอดหญิงสาวเจ้าของห้องเอาไว้แนบกาย เขามองใบหน้าสวยที่กำลังหลับสนิท แต่สายตาดันไปสะดุดที่หน้าอกใหญ่กำลังแนบชิดกับหน้าอกแกร่ง อารมณ์วัยรุ่นร้อนแรง ร่างกายของเขาเริ่มมีความรู้สึกร้อนรุ่ม “บ้าเอ๊ย ไอ้ภู มึงคิดอะไรวะ” เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังคิดไปไกลต่อหญิงสาว เขาจึงค่อยๆยกลำแขนออกจากกายของเธอ แล้วนอนขดตัวหันหลังให้คนที่กำลังหลับสนิท “อื๊อ” นรินดารู้สึกตัวและค่อยๆลืมตาในเวลาต่อมา เธอค่อยๆลุกขึ้นนั่งหลังตรง และมองคนที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ ภูวิศเพียงแค่แกล้งหลับ เขายังไม่อยากจะลืมตาขึ้นมามองเธอในเวลานี้ “พี่ภูคะ พี่ภู” “อือ...มีอะไร” ภูวิศลืมตามองคนที่กำลังยืนเรียกเขาอยู่หน้าประตูห้องนอน เธออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เหมือนกับว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอก “หนูจะออกไปซื้อของฝั่งตรงข้ามคอนโด พี่จะเอาอะไรไหมคะ” “เอาเสื้อกับกางเกงก็ได้ ฉันไม่มีชุดใส่ ฉันว่าจะขออยู่ห้องเธออีกสักสองวันน่ะ นี่เงินค่าเสื้อผ้า” เขาหยิบธนบัตรสีเทาจำนวน 5 ใบ ออกจากกระเป๋าตังค์ส่งให้เธอ “พี่ภูจะให้หนูซื้อเสื้อผ้ากี่ชุดคะ ทำไมให้มาเยอะจัง” เธอถามพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย “ซื้อมาสองชุด เอาแบบที่ใส่สบายๆนะ ที่เหลือจะเอาไปซื้ออะไรก็ซื้อเถอะ” “ค่ะ” นรินดาหยิบธนบัตรจากมือเขาแล้วเดินออกไปจากห้องทัน “กลับมาแล้วค่า...!” หญิงสาวถือถุงเสื้อผ้าและของกินเต็มไม้เต็มมือ เธอถึงกับสะดุ้ง เมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วเห็นภูวิศนั่งอยู่ที่ปลายเตียงนอนของเธอ เขานุ่งผ้าขนหนูพันรอบเอว ท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องและแผ่นอกกำยำ บ่งบอกว่าเขาเป็นคนชอบออกกำลังกายและดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี “ทำไมไปนานจัง นึกว่าจะปล่อยให้ฉันนั่งหิวไส้แห้งไปถึงเย็น” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “เอ่อ...หนูสั่งข้าวรอหลายคิวน่ะค่ะ เลยมาช้า นี่ค่ะเสื้อผ้าของพี่” เธอยื่นถุงเสื้อผ้าให้เขา โดยที่สายตามองไปทางอื่น เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยื่นมือคว้าถุงเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ “คนอะไร ทั้งหล่อทั้งหุ่นดี ตัวหอมมากด้วย” เธอพูดคนเดียวพร้อมกับยิ้มอย่างไร้เหตุผล จากนั้นจึงเดินไปในห้องครัวนำจานมาใส่อาหาร “พี่ภูรู้สึกดีขึ้นหรือยังคะ” นรินดาถามภูวิศ ขณะที่ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยกัน “อืม ก็ดีขึ้นนะ แต่รอยฟกช้ำทำให้ฉันไม่กล้ากลับบ้าน แล้วก็ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องด้วย” “ทำไมเหรอคะ หรือว่าพี่กลัวแม่พี่ด่า” “ไม่รู้สิ จะให้ฉันไปบอกทางบ้านว่าฉันเป็นอะไรล่ะ ในเมื่อหลักฐานมันบ่งบอกว่าฉันโดนต่อยมา ฉันไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่” “เข้าใจแล้วค่ะ” เธอก้มหน้าทานข้าวต่อ “แล้วเธอล่ะ เคยพาผู้ชายมานอนที่ห้องบ่อยไหม” อยู่ๆเขาก็ถามขึ้นมาจนนรินดากลืนข้าวไม่ลง “หนูไม่เคยพาใครมาที่ห้องค่ะ เมื่อคืนหนูบอกพี่ไปแล้วนะ นอกจากพ่อกับแม่ พี่เป็นคนแรกเลยที่เข้ามาในห้องหนู” “อืม ก็แค่ถามให้มั่นใจไง กลัวว่าเธอจะมีผัวเหมือนห้องข้างๆแล้วโกหกฉัน ฉันไม่อยากจะโดนต่อยซ้ำซากน่ะ” นรินดาทำหน้าง้ำงอเหมือนกำลังโกรธที่เขาพูดแบบนั้น “ผัวอะไรคะ หนูบอกพี่แล้วไงว่าหนูไม่มีแฟน และหนูก็ยังไม่เคยมีแฟน จะไปมีผัวได้ยังไง พี่นี่พูดไม่รู้เรื่อง หนูคิดผิดหรือเปล่าที่ช่วยพี่ไว้เนี่ย” “อืม ขอโทษแล้วกัน” {ครืด...ครืด} เสียงโทรศัพท์ของภูวิศดังขึ้น เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ชายหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี และมีท่าทีลังเลว่าจะรับสายดีหรือไม่ “ใครโทรมาเหรอคะ”ตอนพิเศษ (แต่งงานกันนะครับ)สองวันต่อมา{บึ๊น~เอี๊ยด}เสียงรถหลายคันขับเข้ามาจอดไปบ้านพักริมทะเลหัวหิน“ใครมาคะพี่ภู”นรินดาพูดกับภูวิศ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกจากห้องนอน เพื่อไปเดินเล่นริมชายหาด“ออกไปดูสิครับ จะได้รู้ว่าใครมา”หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องออกไปดูที่หน้าบ้าน“คุณพ่อ คุณแม่!”{พรึ่บ}นรินดาวิ่งเข้าไปสวมกอดบิดาและมารดาของเธอด้วยความดีใจ“มาได้ยังไงคะเนี่ย ทำไมไม่โทรบอกหนูก่อนคะ”เธอถามบิดาและมารดาของเธอ“ถ้าโทรบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ คุณลูกสาว”นางดวงดาวพูดกับลูกสาวสุดที่รัก“พ่อกับแม่ตั้งใจจะมาจัดงานวันเกิดให้ลูกไง ลูกสาวกับลูกเขยจะแอบมาฉลองวันเกิดกันแค่สองคนไม่ได้หรอกนะ”นายนรินทร์พูดและยิ้มให้ลูกสาว“สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่”ภูวิศไหว้สวัสดีพ่อตาแม่ยาย ผู้ใหญ่ทั้งสองพนมมือแนบอกรับไหว้ลูกเขย เขารู้อยู่แล้วว่าพ่อตาแม่ยายจะมาที่นี่พร้อมกับครอบครัวของเขา เพราะเขาเป็นคนวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเองก่อนที่จะมา“ภู มาช่วยขนของหน่อย”พิมพ์พิศาส่งเสียงเรียกน้องชาย นรินดาหันไปมองถึงกับยิ้มกว้าง “เดี๋ยวหนูไปช่วยพี่พิมพ์กับพี่ภูขนของก่อนนะคะ”“จ้ะลูก”“โห...พี่พิมพ์กับคุณพ่อคุณแม่ก็แอบ
ตอนพิเศษ( เที่ยวทะเล NC 20+)หลังจากที่เดินทางมาถึงหัวหินในช่วงบ่าย ภูวิศเผลอหลับไปด้วยความง่วง แต่หญิงสาวกลับรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาอยู่ในบ้านพักริมทะเลแบบส่วนตัวและหรูหรา นรินดาเดินไปนั่งหย่อนขาริมสระว่ายน้ำ และมองทิวทัศน์ทะเลกว้างไกลอย่างสบายตา อยู่ๆเธอก็นึกอยากจะว่ายน้ำขึ้นมา หญิงสาวจึงเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วจัดการถอดเสื้อผ้า จากนั้นจึงนำชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่มาสวมใส่“อือ...”ภูวิศลืมตาตื่นในช่วงบ่ายแก่ๆ เมื่อมองไปรอบๆห้องไม่เห็นหญิงผู้เป็นที่รัก เขาจึงรีบดันตัวลุกลงจากเตียงเพื่อตามหาเธอ{ฟึ่บ~ฟึ่บ}เสียงเหมือนคนว่ายน้ำดังอยู่ใกล้ๆ ภูวิศรีบสาวเท้าเดินไปดู“หึ มาแอบว่ายน้ำอยู่นี่เอง ตกใจหมดนึกว่าหายไปไหน”เขาพูดพึมพำคนเดียวและส่ายหน้าอย่างโล่งใจ“พี่ภู ตื่นแล้วเหรอคะ”เธอเรียกถามคนที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟารังนก“ตื่นเพราะไม่เห็นหนูไง นึกว่าแอบหนีไปไหน พี่คิดมากรู้หรือเปล่า จะเล่นน้ำทำไมไม่เรียกพี่”เขาพูดในทำนองดุเธอ หญิงสาวรีบว่ายน้ำเข้ามาริมสระใกล้ๆบริเวณที่ภูวิศนั่งอยู่{พรึ่บ}หญิงสาวดันตัวขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ ภูวิศมองเรือนร่างสุดเซ็กซี่อย่างหลง นรินดาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขา“อย่าดุ
ตอนพิเศษ (ความลับและการพบกันครั้งแรก)หลายเดือนต่อมา“แหม...ลูกชายแม่ เดี๋ยวนี้หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจังเลยนะ ตั้งแต่มีคู่หมั้น โลกใบนี้ก็คงเป็นสีชมพูสินะ”นางภาวิณีเอ่ยแซวลูกชายสุดที่รัก ขณะที่ภูวิศกำลังรดน้ำต้นกุหลาบสีแดงอยู่ที่สวนหลังบ้านในยามเช้า ใบหน้าของเขาดูสดใสอย่างเห็นได้ชัด“แน่นอนสิครับคุณแม่ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่ามีความรักแล้วมันดีมากๆก็ตอนที่ได้หมั้นกับปลายฟ้านั่นแหละครับ”เขาบอกความในใจกับมารดา“แล้วหนูปลายฟ้าอยู่ไหนล่ะ ปกติตัวติดกันตลอด”“น้องอ่านหนังสืออยู่บนห้องครับ อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว ช่วงนี้ก็เลยหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือน่ะครับ”“ภูกับหนูฟ้ามาอยู่ที่บ้านกับแม่บ่อยๆแบบนี้ก็ดีหน่อย แม่จะได้มีเพื่อนคุย ช่วงนี้พี่สาวเราไม่ค่อยมาบ้านให้แม่เห็นหน้าเลย ไม่รู้ว่ายุ่งงานอะไรนักหนา”นางภาวิณีบ่นถึงลูกสาวคนโตอย่างพิมพ์พิศา “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่พิมพ์ไม่ค่อยว่างเลย สงสัยจะยุ่งกับการสอน ทั้งมหาลัยทั้งโรงเรียนสอนพิเศษ ช่วงนี้ใกล้สอบด้วย คงจะติวเข้มกว่าปกติมั้งครับ”“อืม ก็คงจะจริงอย่างที่ภูว่า แม่มีเรื่องอยากจะถามภูน่ะ”“เรื่องอะไรครับคุณแม่”“เรื่องของภูกับหนูปลายฟ้า
ตอนที่ 47 เปิดตัวคู่หมั้นของภูวิศ (บทส่งท้าย)“ฮัลโหลครับคุณแม่ มาที่คอนโดด่วนเลยนะครับ ให้คุณพ่อมาด้วย ต้องมาให้ได้นะ” ภูวิศโทรไปหามารดาของเขาเป็นคนแรก “มีอะไรหรือเปล่าตาภู ทำไมต้องให้พ่อกับแม่ไปที่นั่นล่ะ ลูกไม่สบายหรือเปล่า”นางวิภาณีถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง“เปล่าครับ มาเจรจาสู่ขอลูกสะใภ้คุณแม่ตอนนี้เลยนะครับ”“ห๊ะ! ว่าไงนะ!”“ไม่ต้องถามอะไรมากหรอกครับ ผมนอนอยู่ห้องสาวหลายเดือนแล้ว แต่วันนี้พ่อกับแม่เขามาเห็น รีบมานะครับ”นางภาวิณีแทบจะเป็นลมที่ได้ยินลูกชายบอกแบบนั้น นางรีบบอกสามีทันที และเตรียมตัวเดินทางไปยังคอนโดของลูกชาย “พี่พิมพ์ครับ มาที่คอนโดของผมตอนนี้เลย”เขาโทรหาพี่สาวหลังจากที่วางสายมารดา“ไปทำไมเหรอภู มีเรื่องอะไรเหรอ”“รีบมาเถอะครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องปลายฟ้า คุณพ่อคุณแม่ของน้องรู้เรื่องที่ผมมาอยู่กับน้องแล้วครับ ช่วยมาจัดการเจรจากับผู้ใหญ่ให้ผมด้วย”“คุณพ่อคุณแม่รู้หรือยัง”พิมพ์พิศาถามน้องชายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกพอสมควร“คุณพ่อคุณแม่กำลังมาครับ พี่รีบๆมาเถอะ”“โอเค”“คุณพ่อคุณแม่ไปที่ห้องของผมชั้นบนสุดเถอะนะครับ ห้องของผมกว้างขวางและมีที่นั่งเพียงพอกว่าห้องนี้ ค
ตอนที่ 46 เต็มใจรับผิดชอบ“ไหนบอกว่าจะพาหนูไปเที่ยวไงคะ ทำไมพี่ยังไม่ไปอาบน้ำแต่งตัวอีก”นรินดาถามคนที่เอาแต่นอนมองดูเธอแต่งหน้าทำผม เพื่อที่จะออกไปเที่ยวข้างนอกกับเขา“หนูอยากไปบ้านพี่ไหมครับ พี่อยากพาหนูไปหาคุณแม่พี่น่ะ”อยู่ๆเขาก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา หญิงสาวถึงกับชะงัก เพราะเธอเองก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยสักนิด“หนูยังไม่พร้อมค่ะ กลัวแม่พี่จะไม่ชอบหนูด้วย”“ไม่มีเหตุผลไหนที่แม่พี่จะไม่ชอบหนูหรอก ทุกวันนี้แม่พี่ไม่ได้ห้ามเรื่องที่พี่จะมีแฟน หรือแม้แต่เรื่องที่พี่จะไปเที่ยวหรือไปดื่มที่ไหน คุณแม่ก็ไม่ได้ห้ามแล้ว แต่พี่ไม่ไปหรอก มีเมียแล้วไม่อยากทำตัวเถลไถล”มันเป็นจริงอย่างที่เขาพูด นางวิภาณีไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกชาย นับตั้งแต่วันที่อันดาสร้างเรื่องจนลูกชายของนางต้องเป็นทุกข์“แต่หนูยังไม่พร้อมที่จะไปเจอใครนี่คะ ให้เวลาหนูหน่อยสิ”“ครับ”“ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วค่ะ สายแล้วนะ”“แป๊บนะ เดี๋ยวอาบ อยากทำผมให้เมียจังเลย”เขาหาเรื่องถ่วงเวลาชวนเธอคุยอยู่แบบนั้น“ทำเป็นเหรอคะ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมายังไม่เห็นพี่เป่าผมหรือหนีบผมให้หนูเลย มีแต่หวีผมให้อย่างเดียว”“ก็ต้องลองสิครับ มาครับ
ตอนที่ 45 แผนร้ายของภูวิศเวลาเลยผ่านมาจนถึงวันที่เปิดเทอมภาคเรียนที่ 2 ภูวิศใช้ชีวิตอยู่กับนรินดาตัวติดกันตลอด เขาแทบไม่อยากจะอยู่ห่างเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะหนีไปจากเขาอีก“พี่ขอขับรถไปส่งที่หน้าคณะนิเทศได้ไหมครับ”ภูวิศถามนรินดาขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ในรถ ชายหนุ่มทำหน้าที่ขับรถมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียนอยู่“ไม่ได้ค่ะ ไปส่งที่เดิมตรงที่เคยส่ง”เธอหมายถึงด้านหลังมหาวิทยาลัยแห่งนั้น“ทำไมครับ ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว ก็ให้พี่ไปส่งฟ้าที่หน้าคณะสิ”“บอกว่าไม่ได้ไงคะ หนูไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร ไม่อยากให้ใครมอง ไม่อยากให้ใครรู้ว่าคบกับพี่ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ”ภูวิศถึงกับจุดในอก หญิงสาวที่เขานอนกอดทุกคืนกำลังปฏิเสธในสิ่งที่เขาอยากจะทำกับเธอในฐานะแฟน และเขาก็ได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เธอเคยเป็นมาก่อน“ขอโทษครับ พี่จะพยายามทำตามข้อตกลงของเรา พี่แค่เผลอลืมเรื่องที่เราตกลงกันไว้น่ะ”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและรู้สึกผิด“ไม่เป็นไรค่ะ แต่อย่าเผลอบ่อยนะคะ เดี๋ยวหนูหงุดหงิดขึ้นมาพี่จะลำบาก”“ครับ”รถสปอร์ตหรูคันสีดำขับไปจอดด้านหลังมหาวิทยาลัย หญิงสาวเตรียมจะลงจากรถ แต่เขาค







