Home / โรแมนติก / ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง / ตอนที่ 10 ความต่างของผู้ช่วย

Share

ตอนที่ 10 ความต่างของผู้ช่วย

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-08-20 02:15:33

‘เป็นชีเปลือยเดินไปเดินมาอยู่นั่น’ จอมทัพได้แต่นอนต่อว่าคนตัวสูงในใจ นึกโมโหตัวเองที่ไม่ยอมพลิกตะแคงหันหน้าเข้าหาเตียง

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ศิราก็เดินไปเดินมาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าด้วยร่างกายเปลือยเปล่า ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าลืมเปิดพัดลมให้เจ้ามอคค่า จึงหยิบผ้าขนหนูมาพันรอบเอวสอบ

เมื่อมีโอกาส จอมทัพก็พลิกตัวไปอีกทางทันที มองรอดใต้เตียงเห็นเพียงขาของร่างสูง

ศิราเปิดประตูออกมาก็พบว่าเจ้ามอคค่ามานั่งรออยู่ก่อนแล้ว แทนที่จะไปนอนบนเบาะแสนนุ่มที่เขาให้มันนอนก่อนไปอาบน้ำ

“นอนไม่หลับหรือไง” ศิรายื่นมือไปวางบนหัวของเจ้ามอคค่าอย่างเอ็นดู มันร้องคางหงิงๆ เหมือนตอบคำถามของเขา ก่อนจะเอียงคอมองเข้าไปในห้อง แล้วกระดิกหางรัวๆ เมื่อเห็นจอมทัพ และแน่นอนว่าคนแกล้งหลับที่แอบมองอยู่ ก็ต้องรีบปิดเปลือกตาทันที

การกระทำของศิราที่มีต่อมอคค่า ทำให้จอมทัพนึกถึงตอนที่เขาวางมือบนศีรษะของเธอ แล้วเอ่ยชมเชยที่เธอเรียนรู้ได้ไว

“อยากเข้าก็เข้ามาสิ” เมื่อได้รับอนุญาต เจ้ามอคค่าก็พุ่งตัวไปหาคนที่นอนอยู่บนพื้น แล้วกระโจนใส่ด้วยความดีใจ

“มอคค่า” คนแกล้งหลับจำต้องลืมตา แล้วคว้าตัวเจ้ามอคค่าที่เอาแต่แสดงความดีใจ และปรามด้วยเสียง

“สงสัยมอคค่าจะเจ็ทแล็ก” ไม่ใช่แค่คนที่เดินทางข้ามเขตเวลาโลกแล้วจะมีอาการเจ็ทแล็ก (Jet Lag) สัตว์ก็มีอาการนี้ได้เช่นกัน และอาการของมอคค่าก็คือนอนไม่หลับ

ศิราย่อตัวลงมาลูบหัวเจ้ามอคค่า ความใกล้ ทำให้จอมทัพได้กลิ่นสบู่กับแชมพูจากเขา

“แล้วเมื่อไรนายจะไปใส่เสื้อผ้าครับ” มันหมิ่นเหม่เหลือเกินยามที่ร่างสูงย่อตัวลงมา จนกลัวว่าจะเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นภายใต้ผ้าขนหนูนั้น

“ทำไมต้องใส่ ปกติฉันก็ไม่ใส่อะไรนอนอยู่แล้ว”

“มะ...ไม่ใส่” ดวงตาของจอมทัพเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“จะอายอะไร เรามันก็ผู้ชายเหมือนกัน ของจอมกับของฉันก็เหมือนๆ กัน หรือว่าไม่เหมือน”

“เหมือนสิครับ แต่ก็ไม่ได้หมายว่าจะนอนแก้ผ้าร่วมห้องกันแบบนี้ นายไม่อายผม ก็อายมอคค่าบ้าง” จอมทัพไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาอ้างกับคนหน้ามึนแล้ว

“มอคค่าก็เป็นตัวผู้ ไม่เห็นต้องอาย”

‘หน้าไม่อายที่สุด’ จอมทัพค่อนขอดในใจ

“ใช่ไหมมอคค่า” ยิ่งเห็นหน้าแดงๆ ของจอมทัพ ศิราก็ยิ่งอยากแกล้ง เจ้ามอคค่าส่งเสียงเห่าตอบราวกับเห็นด้วย

“ผมว่าผมไปนอนบ้านพักคนงานดีกว่า” ไม่ไหวแล้ว นี่มันเจ้านายโรคจิตชัดๆ

“เป็นผู้ช่วยฉัน ก็ต้องอยู่ใกล้ๆ ฉันสิ”

“พี่มาโนชก็เป็นผู้ช่วยนาย ยังนอนที่บ้านพักคนงานเลย”

“มาโนชเป็นผู้ช่วยงานของฉัน เป็นเหมือนผู้จัดการฟาร์ม ส่วนจอมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน เอาเป็นว่าระหว่างที่จอมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน ฉันจะใส่เสื้อผ้านอนก็แล้วกัน” จอมทัพมึนงงกับความต่างของผู้ช่วยในนิยามของศิรา และทันทีที่เขาลุกขึ้นยืน ผ้าขนหนูที่พันรอบเอวสอบก็ร่วงลงมากองกับพื้น

“ว้าย...” ความตกใจ และได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นทำให้จอมทัพหลุดตัวตน รีบยกมือปิดปาก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องปิดตาด้วย ตอนนี้จึงใช้มือปิดทั้งใบหน้าไปเลย

“คงจะตกใจมากสินะ ร้องเป็นผู้หญิงเลย” ศิรากระตุกยิ้ม ก้มไปหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวสอบตามเดิม แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนมาใส่

“จอมเอ้ย จะเสียแผนไหมเนี่ย แล้วต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ อุจาดตาชะมัด” จอมทัพพึมพำต่อว่าตนเองที่เสียอาการจนเป็นเหตุจะทำให้แผนแตกได้ แล้วยังต้องมาเห็นสิ่งที่ไม่น่ามองอีก

ศิราทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หยิบหนังสือไปอ่านบนเตียงนอน ไม่ใช่แค่เจ้ามอคค่าที่มีอาการเจ็ทแล็ก เขาเองก็นอนไม่หลับเพราะอาการนี้เช่นกัน

จอมทัพอ้าปากหาวครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีทีท่าว่าศิราจะล้มตัวลงนอน เจ้ามอคค่าก็คึกคักสรรหาไปคาบของเล่นมาให้ จะให้เล่นด้วยท่าเดียว

เวลาล่วงเลยมาถึงตีสาม ในที่สุดจอมทัพก็ไม่อาจทนความง่วงได้อีกต่อไป ค่อยๆ เอนตัวลงนอน ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของศิรา ที่มองอย่างเอ็นดู

ศิราตวัดขาลงจากเตียงเมื่อแน่ใจแล้วว่าจอมทัพหลับสนิท เขาย่อตัวมองใบหน้าหลับใหล แก้มเนียนใสนั้นช่างเย้ายวนจนอยากแนบริมฝีปากลงไป แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้

จอมทัพหลับสนิทชนิดที่ว่าถูกอุ้มไปวางบนเตียงยังไม่รู้สึกตัวตื่น มีเพียงเสียงฮึมฮำคล้ายรำคาญจากการถูกรบกวน

“ขี้เซาแบบนี้จะเป็นเธอเองหรือเปล่าที่จะถูกฉันล้วง...” ปลายนิ้วชี้ปัดเกลี่ยจมูกโด่งรั้นไปมาเบาๆ

โฮ่งๆ

“ฉันไม่ปล้ำแม่แกตอนนี้หรอก แกก็ไปนอนได้แล้ว” ศิราหันมามองเจ้ามอคค่าที่แสดงความหวงจอมทัพ ที่เป็นเหมือนเจ้าของมัน แทนที่จะเป็นเขาที่หอบหิ้วมันข้ามน้ำข้ามทะเลมา

ศิรามองตามเจ้ามอคค่าที่เดินไปนอนบนเบาะปลายเตียง ซึ่งเขาให้จอมทัพไปหยิบเข้ามา คราวนี้มันหลับไปอย่างง่ายดาย คงจะอ่อนเพลียเต็มที

ดวงตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่หลับใหลด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย สิ่งเดียวที่ศิรามั่นใจในความเป็นเธอก็คือชื่อของเธอ

“จอม ฉันไม่อยากเป็นศัตรูกับเธอ เธอเป็นใครกันแน่”

รุ่งเช้า แม้จะนอนทีหลัง แต่ศิราก็ตื่นก่อนใครๆ สิ่งแรกที่เขาทำก็คือส่งคนเข้าไปสืบเรื่องของตองนวล ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากหากจะส่งคนแฝงตัวเข้าไป ในเมื่อเขามีบอดี้การ์ดฝีมือเยี่ยมมากมาย ไม่ใช่พวกอ่อนหัดที่ไร่จันทร์ผาส่งเข้ามาเป็นหนอนบ่อนไส้ในไร่จันทรัช

จอมทัพสะดุ้งตื่น ก็ต้องตกใจเมื่อมองนาฬิกา เพราะเป็นเวลาเกือบแปดโมงเช้าเข้าไปแล้ว ความรีบร้อนทำให้ตกเตียงลงไปนอนแอ้งแม้งไม่เป็นท่า จนเจ้ามอคค่าตกใจตื่น รีบวิ่งมาเลียหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ

เสียงสะเทือนของพื้นเรือนทำให้ศิราวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา และทันได้เห็นคนหมดท่าที่ขาชี้โด่เด่พาดกับขอบเตียง คงผุนผันลุกโดยไม่รู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง

“เมาขี้ตาหรือไง” แม้จะขบขัน แต่ก็อดสงสารไม่ได้ เข้าไปช่วยพยุงขึ้นมา

“ขอโทษครับที่ตื่นสาย” จอมทัพทั้งเจ็บ ทั้งงุนงง ที่พลาดตกเตียง ทั้งที่เมื่อคืนตนหลับไปบนพื้น

“เจ็บตรงไหน ขอฉันดูหน่อย”

“ไม่เป็นไรครับ” จะให้เขาดูได้อย่างไร เพราะส่วนที่เจ็บระบมคือบั้นท้าย

“แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร”

“แน่ใจครับ”

“งั้นก็ไปอาบน้ำ”

“ครับๆ” ศิราส่ายหน้าน้อยๆ ยกยิ้มขบขันท่าเดินกะโผลกกะเผลก พร้อมกับมือที่กุมสะโพกของตัวเองไว้ด้วยของจอมทัพ

“หิวหรือยัง” ศิราถามเจ้ามอคค่าที่เอียงคอมอง ราวกับสงสัยว่าจอมทัพเป็นอะไร ถึงได้เดินแปลกๆ แบบนั้น

ทุกเช้า เอวาจะให้คนงานนำปิ่นโตมาให้ศิรา แต่วันนี้เธอมาด้วยตัวเอง เพราะอยากเห็นหน้าผู้ช่วยคนใหม่ที่ลูกชายให้เตรียมอาหารเผื่อ

ศิราไม่ได้เจ้ายศเจ้าอย่าง เขาสามารถร่วมวงกินอาหารกับคนงานได้ แต่จะเป็นอาหารจากโรงครัว ไม่เคยให้แม่เตรียมอาหารเผื่อแบบนี้

“ทำไมวันนี้หม่าม้ามาด้วยตัวเองเลยครับ” ศิราเข้าไปสวมกอดคนเป็นแม่ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว หอมแก้มแสดงความรัก

“อยากเห็นหน้าผู้ช่วยคนพิเศษของศิราน่ะสิ” เอวาประคองกรอบหน้าหล่อเหลาของลูกชาย แล้วหอมแก้มทั้งสองข้าง แม้จะโตจนอายุสามสิบหกแล้ว แต่เธอก็ยังปฏิบัติต่อลูกเหมือนเมื่อครั้งยังเยาว์วัย

“พิเศษอะไรกันครับ” ศิรานั่งข้างผู้เป็นแม่

“ศิราไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอลูก ว่ากำลังให้ความสำคัญกับผู้ช่วยคนนี้”

“จอมเป็นผู้ชายนะครับ”

“เป็นผู้ชายแล้วไง” สำหรับเอวา ความรักไม่ได้มีแค่ชายกับหญิง เพราะความรักไม่จำกัดเพศหรืออายุ แต่สำหรับศิราหากจะมีความรัก ย่อมเป็นความรักระหว่างชายหญิงแน่นอน

“หม่าม้าคงไม่ได้คิดว่าศิราจะชอบผู้ชาย ใช่ไหมครับ”

“หรือว่าจอมทัพไม่ใช่ผู้ชาย”

“หม่าม้ารู้ใช่ไหมครับว่าลูกของตองนวลเป็นผู้หญิง”

“พูดแบบนี้แสดงว่า ศิรากำลังคิดว่าจอมทัพเป็นลูกของตองนวล”

“ศิรารู้ละว่าทำไมหม่าม้าถึงเอาปะป๊าอยู่หมัด” ศิรายอมพ่ายแพ้ในความรู้เท่าทันนี้ของคนเป็นแม่

“ปะป๊าต่างหากที่เอาหม่าม้าอยู่หมัด ชักอยากเห็นหน้าจอมทัพแล้วสิ” เดลคือคนที่เปลี่ยนเอวาจากสิ่งที่เธอเคยเป็น และเป็นคนที่ทำให้เธอรู้จักความรักที่แท้จริง

“กำลังอาบน้ำอยู่ครับ เดี๋ยวก็ลงมา”

“มานั่นแล้ว” ไม่ให้เอวาต้องรอนาน ชายหนุ่มร่างเล็กกำลังวิ่งลงบันไดมาด้วยความรีบร้อน แต่เมื่อเห็นว่าศิราไม่ได้อยู่คนเดียวก็ชะงักเท้า

“หม่าม้าของฉัน” ศิราแนะนำ

“สวัสดีครับ” จอมทัพรีบยกมือไหว้ทักทาย ไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะเป็นแม่ของศิรา เพราะยังสวยสะพรั่ง จนไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกชายที่อายุเข้าเลขสามแล้ว

“ไหว้พระเถอะ” เอวารับไหว้ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“จอมทัพครับหม่าม้า ผู้ช่วยคนใหม่”

“หม่าม้ากลับก่อนดีกว่า” เมื่อได้เห็นหน้าค่าตาแล้ว เอวาไม่แปลกใจเลยที่ศิราจะคิดว่าจอมทัพเป็นลูกสาวของตองนวล

“ศิราก็นึกว่าหม่าม้าจะอยู่กินข้าวเช้าด้วยกันเสียอีก”

“หม่าม้าไม่อยู่ เดี๋ยวปะป๊าจะกินข้าวไม่ลง ฉันไปนะจอม”

“ครับ สวัสดีครับ” จอมทัพรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนจากรอยยิ้มของเอวา

ศิราเดินไปส่งคนเป็นแม่ที่รถ แล้วจึงกลับมาบอกว่าหน้าที่ของจอมทัพมีอะไรบ้าง 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง    SPECIAL 40

    “จะหล่อกันเกินไปแล้ว” จอมนรีในชุดบอดี้สูทสีขาว กับกางเกงขาบานเอวสูงสีขาวเรียบหรู ชุดสวยจากแบรนด์ดัง ไม่คิดว่าแค่งานเปิดฟาร์มเป็ดปลีกับปลังจะต้องแต่งกายเต็มยศถึงเพียงนี้ อันที่จริงไม่ต้องทำพิธีเปิดใหญ่โตก็ได้ แต่เพราะท่านประธานตัวน้อยทั้งสองนี่ละที่บอกต้องอลังการ“เป็นท่านประธานก็ต้องแต่งตัวหล่อๆ สิครับ” ปลีอยู่ในชุดทักซิโด้พร้อมสวมแว่นกันแดด เช่นเดียวกับปลัง“ต้องหล่อและดูดี อย่าให้ใครมาว่าได้ครับ”“แล้วแบบนี้หม่าม้าไม่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดราตรีเลยเหรอคะ”“หม่าม้าควรแต่งตัวสวยมากๆ เลยครับ”“หม่าม้าควรสวย เพราะปะป๊าหล่อมาก”“เฮียก็เอาด้วยเหรอ” ร่างสูงของสามีก็อยู่ในชุดสูทหล่อเหลา เพียงแค่ไม่ได้สวมแว่นกันแดดเหมือนลูกชายทั้งสองก็เท่านั้น“ก็ลูกอยากให้หล่อๆ” ศิราตามใจลูกชาย และตั้งใจว่าก่อนเข้างานค่อยถอดสูทกับเนคไทออก“พร้อมแล้วค่ะ” ผักหวาน ผักกาด และกะเพรา อยู่ในชุดเดรสสั้นพองฟูสุดหรูแบบผู้ดีอังกฤษ“พร้อมแล้วครับ” หมากอยู่ในชุดสูทหล่อเหลาไม่ต่างจากพ่อกับน้องชาย“นี่จัดเต็มกันทุกคนเลยเหรอคะ”“หม่าม้าไม่อ่านไลน์กลุ่มแน่เลย” ปลังว่าคนเป็นแม่“มีแจ้งในไลน์กลุ่มด้วย”“มี” ปลีกับปลังเน้นเสียงว่าพ

  • ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง    SPECIAL 39

    “ปะป๊าตื่งๆ” ปลีกับปลังปลุกคนเป็นพ่อตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า“ฟ้ายังมืดอยู่เลย ตื่นมาทำอะไรกันครับ หรือหิวนม” ศิราเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงหรี่ตามองหน้าลูกชาย ก่อนจะเหลือบตามองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลา 04.25 น.“อาบน้ำไปโยงเยียง”“แต่งตัวไปโยงเยียง”“โรงเรียนมี รปภ. ค่ะ ไม่ต้องไปช่วยเปิดประตูโรงเรียน” จอมนรีประชดลูกชายที่ตื่นก่อนไก่โห่ ปกติโรงเรียนเข้า 08.30 น. เด็กๆ จะตื่นนอนเวลา 06.30 น. ออกเดินทางไปโรงเรียนเวลา 07.30 น. และเลิกเรียนเวลา 14.30 น.“หม่าม้ามั่ว”“หม่าม้ามั่วอะไร ก็โรงเรียนมี รปภ. คอยเปิดประตูโรงเรียนอยู่แล้ว ปลีกับปลังไม่ต้องไปแต่เช้ามืดก็ได้”“ไปปลุกพี่ผักหวางกับพี่พักกาดฝ่า”“ไปปลุกพี่หมากกับพี่กะเพราฝ่า”ปลีกับปลังไม่อยากเสียเวลาเถียงกับคนเป็นแม่ รีบออกจากห้องไปปลุกพี่ๆ ให้ไปโรงเรียน“ลูกชายเฮียติดสาวแน่ๆ”“ติดเพื่อน ไม่ใช่ติดสาว ลูกเพิ่งจะสามขวบเองนะจอม”“ปกติเขามีแต่พ่อหวงลูกสาว แต่เฮียหวงลูกชายซะงั้น”“เฮียเป็นห่วงต่างหาก เฮียตามไปดูก่อน ไปปลุกพี่ๆ ตอนนี้ ได้โดนพี่โวยลั่น”จอมนรีมองตามสามีที่รัก หวง ห่วง ลูกชายฝาแฝดคู่เล็กมากเป็นพิเศษ ก่อนจะเดินตามออกไปเฌ

  • ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง    SPECIAL 38

    “นี่ฌายัง” ปลีแนะนำให้ทับทิมกับนาเนียรู้จักกับแกะตัวสีขาวนามว่า ฌารัน“นี่ฌามา” ปลังแนะนำให้ทับทิมกับนาเนียรู้จักกับแกะตัวสีขาวนามว่า ฌามา“คุงพ่อกับคุงแม่เคยพาทิมไปเที่ยวเยี้ยงแกะ” ทับทิมเคยไปเที่ยวฟาร์มแกะ และให้อาหารแกะ“แด๊ดดี้กับหม่ามี้ก็เคยพาเนียไปดูแกะ ย้างแฟมีแกะเยอะ” นาเนียเคยไปร้านกาแฟที่มีฝูงแกะ“เยี้ยงแกะได้นะ” ปลีกับปลังกระวีกระวาดหยิบหญ้าให้เพื่อนไปป้อนแกะศิรามองลูกชายด้วยความเอ็นดูที่คอยต้อนรับขับสู้เพื่อน เป็นเจ้าบ้านที่ดี แต่ก็แปลกใจที่ลูกชายทั้งสองดูจะเอาใจเพื่อนเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็นกับเด็กวัยเดียวกัน ขนาดเพลิงกับพราวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับทั้งคู่ยังไม่เคยยอม เผลอเป็นตีกันตลอด“ทับทิมยอนี่นะ”“นาเนียยอนี่นะ”ปลีกับปลังให้เพื่อนทั้งสองนั่งรอบนโซฟารับแขกกับพ่อของตน แล้วพากันไปเอาสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของพี่เฌอมาให้เพื่อนดูด้วยวิ่งเข้าออกบ้านหลังนี้เป็นประจำเสมือนบ้านของตัวเอง จึงรู้ว่าเจ้าสุดหล่อกับเจ้าสุดสวยอยู่ที่ใด“คุงยุงขา ฉุดหย่อหย่อมากไหมคะ”“ฉุดฉวยฉวยมากไหมคะคุงยุง”“เออ...” ศิราไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนของลูกชายว่าอย่างไร สำหรับเฌอ ปลี และปลัง เจ้าสุดหล่อก็หล

  • ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง    SPECIAL 37

    “ปลี ปลัง ผู้ปกครองมารับแล้วค่ะ” คุณครูเดินเข้ามาบอก“คุงปู่มายับแย้ว” ปลีกับปลังรู้ว่าคนมารับต้องเป็นปู่ รีบหยิบกระเป๋านักเรียนของตนขึ้นมาสะพาย“ทับทิมกับนาเนียจะไปไหนคะ ผู้ปกครองยังไม่มารับเลยนะคะ” คุณครูเรียกถามทับทิมกับนาเนียที่หยิบกระเป๋านักเรียนของตนขึ้นมาสะพายทั้งที่ผู้ปกครองยังไม่มารับ“ปลีชวงไปฟาร์มเป็ดค่ะ” ปลีชวนทับทิมไปฟาร์มเป็ดของตัวเอง“ปลังชวงไปเยี้ยงเป็ดค่ะ” ปลังชวนนาเนียไปเลี้ยงเป็ดที่ฟาร์มของตัวเอง“ทับทิมกับนาเนียต้องรอผู้ปกครองอนุญาตก่อนค่ะ”“ไปเย็ว” ทับทิมจับมือปลี นาเนียจับมือปลัง พากันวิ่งออกไปยังบริเวณที่ผู้ปกครองมารอรับ กลัวว่าจะไม่ได้ไปฟาร์มเป็ด“ทับทิม นาเนีย ต้องรอผู้ปกครองมารับก่อนค่ะ” คุณครูรีบวิ่งตามนักเรียนในความดูแลของตนไปเดลกับหลานคนอื่นๆ มองปลีกับปลังวิ่งตามเด็กผู้หญิงสองคนผ่านหน้าไปด้วยความประหลาดใจ“ปลี ปลัง จะไปไหนลูก” เดลตะโกนถามหลานชายก่อนจะวิ่งเลยไปไกล“คุงปู่อยู่นี่ๆ” ปลีกับปลังฝืนตัวไว้ ทำให้เสียงจังหวะพากันล้มไปทั้งสี่คน“ทับทิม”“นาเนีย”เสียงของความตกใจจากแม่ของทับทิมกับพ่อของนาเนีย ต่างรีบเข้าไปดูลูกของตนเดลกับพี่ๆ ของปลีกับปลังก็รีบวิ่ง

  • ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง    SPECIAL 36

    “เป็นห่วงปลีกับปลังหรือเป็นห่วงครูกับเพื่อนๆ ของลูกคะ” ศิราคิ้วขมวดเล็กน้อยจับจ้องนาฬิกาบนฝาผนัง จอมนรีเดินเข้ามานั่งข้างๆ วางมือทาบทับหลังมือของสามี เดาได้ทันทีว่าเขากำลังเป็นกังวลสองลูกชายที่ไปโรงเรียนวันแรก ไม่รู้ว่าจะเผยตัวตนแล้วสร้างความปั่นป่วน หรือจะเก็บซ่อนตัวตนแล้วแสดงออกเหมือนกับวันสมัครเรียน“ได้เวลานอนแล้ว” เวลานี้คือเวลานอนกลางวันของปลีกับปลัง ศิรากังวลว่าลูกทั้งสองจะหลับได้ไหมยามที่ไม่มีเขา“ถ้าง่วงจัดๆ ยังไงก็หลับค่ะ เหมือนที่เพลิงกับพราวเคยทำให้ปลีกับปลังหลับมาแล้ว ปลีกับปลังเก่ง ต้องปรับตัวได้ค่ะ”“เฮียรู้ แต่มันก็ต้องใช้เวลา” วันนี้ฟาร์มม้ากับฟาร์มวัวเงียบเหงาเพราะไม่มีลูกชายจอมป่วน ไม่มีเสียงที่คอยเรียกให้หันไปมองว่าพวกตนกำลังทำในสิ่งที่เจ๋งสุดๆ หรือไม่มีเสียงต่อล้อต่อเถียงของความดื้อรั้น แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงยามที่ทั้งคู่ไปโรงเรียน แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าขาดหาย“เฮียกับปะป๊าใช่ไหมที่ต้องใช้เวลาปรับตัวให้ชิน” ไม่ใช่แค่สามีที่หงอยเหงา ตั้งแต่กลับจากไปส่งหลานที่โรงเรียน คนเป็นปู่ก็อยู่ในอาการเดียวกัน ไร่จันทรัชไม่สดใสเหมือนทุกวัน เพราะเสียงใสเจื้อยแจ้วหายไป“จอม

  • ขย้ำรัก คุณหนูจำแลง    SPECIAL 35

    รถตู้หรูของไร่จันทรัชมาส่งทายาทตัวน้อย โดยเดลเป็นคนมาส่งหลานๆ อย่างเป็นหน้าที่ประจำไปแล้ว“ฉะหวัดดีฮับ” ปลีกับปลังพนมมือไหว้ทักทายคนเป็นครูด้วยความนอบน้อม พี่ๆ ต่างมองด้วยความรู้สึกประหลาดใจ เหมือนเด็กชายตัวน้อยสองคนตรงหน้าไม่ใช่น้องชายของพวกตน เพราะเรียบร้อยเกินไป“พบตะวันกับเขตตะวันคนเก่งนี่เอง สวัสดีค่ะ” คุณครูจดจำเด็กชายฝาแฝดที่เก่งและเรียบร้อยได้“เก่งแย้วก็หย่อด้วยฮับ”“จริงด้วยค่ะ พบตะวันกับเขตตะวันคนหล่อที่เก่งๆ นี่เอง”“หย่อฉุดๆ เก่งฉุดๆ ด้วยฮับ”“ค่ะ พบตะวันกับเขตตะวันที่หล่อที่สุด แล้วก็เก่งสุดๆ ด้วยค่ะ” ปลีกับปลังยิ้มกว้างเมื่อคุณครูพูดถูกใจ“คุงครูพูดดีมากฮับ”“แล้วจะให้คุณครูพาไปที่ห้อง หรือจะไปกับพี่ๆ คะ”“ไปกับพี่ได้ฮับ ให้พี่ไปฉ่งหนึ่งวัง พรุ่งนี้เก่งแย้วไปเองฮับ”“วังนี้ไปไม่ถูก ให้พี่ไปฉ่ง พรุ่งนี้ไปถูกแย้วไปเองฮับ”“ช่างพูดกันจังเลยค่ะ”“ทำไมคุงปู่ไม่กลับ” ปลีกับปลังหันมาเห็นคนเป็นปู่ที่คิดว่าจะกลับไปแล้ว“ปลีกับปลังอยู่ได้นะลูก” เดลเป็นห่วงหลานชายตัวน้อยทั้งสอง แม้จะมีพี่ๆ คอยดูแล แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้“อยู่ได้ฉิฮับ คุงปู่กลับดีๆ นะฮับ บะบ่าย” เดลคาดหวังให้หลานชายท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status