Masukบทที่ 1 : กฎของการคุมเกม
แสงแดดยามเช้าทาบทับลงบนตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวง บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันทำงานที่เร่งรีบ ทว่าบนชั้นสามสิบอันเป็นอาณาเขตของระดับผู้บริหารระดับสูง ทุกอย่างกลับสงบนิ่งและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่หน้าห้องรองประธานกรรมการ
‘พรีมมี่’ วางแก้วกาแฟดำที่ส่งควันกรุ่นลงบนที่รองแก้วอย่างแผ่วเบา หญิงสาวในชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มเข้ารูปกำลังกวาดสายตาตรวจทานตารางงานบนไอแพดในมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงเป็นมวยต่ำไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีนู้ดเรียบหรู ทุกกระเบียดนิ้วของเธอสะท้อนคำว่า ‘เพอร์เฟกต์’ และ ‘มืออาชีพ’ อย่างหาที่ติไม่ได้
ในฐานะเลขาธิการส่วนตัว เธอต้องมาก่อนเวลาเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดเข้ามาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
พายุ... ที่มาในรูปแบบของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ เจ้าของรอยยิ้มขี้เล่นและนัยน์ตาพราวระยับ
ติ๊ง...
เสียงสัญญาณลิฟต์ส่วนตัวดังขึ้น ดึงความสนใจของพรีมมี่ให้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ ประตูกระจกอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับร่างสมส่วนของ ‘ปกรณ์’ รองประธานหนุ่มแห่งเครือบริษัท P.K. Enterprise สาขาย่อย ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสบายๆ ราวกับกำลังเดินทอดน่องอยู่ในสวนหลังบ้าน มากกว่าจะเป็นผู้บริหารที่กำลังจะเข้าประชุมบอร์ดในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
เสื้อสูทสีอิตาเลียนบลูพาดอยู่บนบ่ากว้าง แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับลวกๆ ขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดที่ปูดนูน เนคไทไม่ได้ถูกผูกให้เรียบร้อยแต่กลับพาดคล้องคอเอาไว้หลวมๆ
"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพรีมมี่คนสวย"
น้ำเสียงทุ้มกังวานเอ่ยทักทายมาแต่ไกล รอยยิ้มกว้างที่สาวๆ ทั้งบริษัทต่างพากันหลงใหลถูกส่งมาให้เธออย่างเผื่อแผ่ ทว่าสำหรับพรีมมี่... รอยยิ้มนั้นมันคือรอยยิ้มของจอมกวนประสาทขนานแท้
"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรอง" พรีมมี่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานมือไว้ด้านหน้าด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย "วันนี้ท่านรองมาถึงเวลาแปดโมงสิบห้านาที ตรงตามกำหนดการเป๊ะเลยนะคะ"
"แหม... ก็ผมมีเลขาที่ดุยิ่งกว่านาฬิกาปลุกนี่ครับ ถ้าผมมาสาย คงโดนสายตาพิฆาตของคุณพรีมมี่แทงทะลุอกแน่ๆ" ปกรณ์หัวเราะร่วน ขยับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
และนั่นคือสิ่งที่พรีมมี่เกลียดที่สุด... การที่เขามักจะทำลายระยะห่างระหว่าง ‘เจ้านาย’ กับ ‘เลขา’ อย่างเนียนๆ
ชายหนุ่มไม่ได้เดินตรงเข้าห้องทำงานของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากลับมายืนพิงเข้ากับขอบโต๊ะทำงานของเธอ ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับเปลือกไม้หอมลอยมากระทบจมูก กลิ่นกายบุรุษเพศที่สะอาดสะอ้านและมีเสน่ห์ร้ายกาจทำให้พรีมมี่ต้องเผลอขยับปลายเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"ถอยทำไมครับ? ผมไม่ได้จะกินคุณเสียหน่อย" ปกรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีนิลทอประกายขบขันเมื่อเห็นท่าที ระแวดระวังของอีกฝ่าย
"ดิฉันแค่เว้นระยะห่างให้เหมาะสมค่ะ" พรีมมี่ตอบกลับเสียงเรียบ พยายามตีหน้าตายทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะ "ตารางงานเช้านี้ของท่านรอง มีประชุมฝ่ายการตลาดตอนเก้าโมงตรง ตามด้วยนัดทานมื้อเที่ยงกับคุณลิลลี่ ทายาทเครือโรงแรม V Group ค่ะ"
"ลิลลี่?" ปกรณ์ทำหน้ายุ่ง "ใครรับนัดครับ ผมจำได้ว่าไม่ได้ตกลงนะ"
"คุณท่านเป็นคนโทรมาสั่งกำชับกับดิฉันโดยตรงเมื่อเย็นวานค่ะ" พรีมมี่หมายถึงประธานใหญ่ ผู้เป็นบิดาของปกรณ์ที่มักจะหาทางจับคู่ให้ลูกชายตัวแสบอยู่เสมอ
ปกรณ์ถอนหายใจยาว ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผาก ท่าทางนั้นดูดีจนแทบจะเหมือนนายแบบบนนิตยสารธุรกิจ "คุณก็รู้ว่าผมเบื่อการคุยเรื่องธุรกิจบนโต๊ะอาหารที่มีแต่การปั้นหน้าเข้าหากัน... ยกเลิกนัดให้ทีสิครับ"
"ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะท่านรอง คุณท่านจะตำหนิดิฉันได้ว่าทำงานบกพร่อง" พรีมมี่แย้งทันที ดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นจ้องเขม็ง
"งั้นบอกเธอไปว่าผมท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือไม่ก็... ติดธุระด่วนกับเลขาคนสำคัญจนปลีกตัวไปไม่ได้"
คำพูดประโยคหลังถูกเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง พร้อมกับร่างสูงที่โน้มตัวเข้ามาใกล้อีกนิด ปลายนิ้วของปกรณ์จงใจเคาะลงบนแฟ้มเอกสารที่อยู่ใกล้มือของพรีมมี่ แต่ทิศทางการเคลื่อนไหวกลับเฉียดผ่านหลังมือของหญิงสาวไปเพียงแค่มิลลิเมตรเดียว
สัมผัสที่เหมือนจะโดนแต่ก็ไม่โดนนั้น สร้างความรู้สึกวูบวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นปราดไปตามผิวหนัง พรีมมี่รีบชักมือกลับมาวางซ้อนกันไว้บนตัก พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังแกว่งไกวด้วยใบหน้าเรียบตึง
"กรุณาอย่าล้อเล่นในเวลางานเลยค่ะท่านรอง"
"ผมดูเหมือนคนพูดเล่นเหรอครับ?" ปกรณ์ช้อนสายตาขึ้นมอง นัยน์ตาที่เคยมองดูขี้เล่นบัดนี้กลับมีความนัยบางอย่างแฝงอยู่... มันร้อนแรง และเต็มไปด้วยความท้าทาย เหมือนเขากำลังทดสอบความอดทนของเธออยู่
"ถ้าท่านรองไม่อยากไปทานข้าวกับคุณลิลลี่ ดิฉันจะเลื่อนนัดออกไปเป็นสัปดาห์หน้า แต่ข้ออ้างที่ใช้ต้องมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ค่ะ" พรีมมี่ตัดบท ตัดสินใจก้มหน้ามองไอแพดเพื่อหลบสายตาอันตรายคู่นั้น "ส่วนมื้อเที่ยงวันนี้ ดิฉันจะสั่งอาหารขึ้นมาให้ท่านรองทานที่ห้องแทน รับเป็นเมนูเดิมไหมคะ?"
ปกรณ์ยิ้มมุมปาก ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนตรง ท่าทางคุกคามเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนกลับไปภายใต้หน้ากากเจ้านายจอมกวนประสาทตามเดิม
"เมนูเดิมก็ได้ครับ... แต่อยากให้คนเสิร์ฟมานั่งทานเป็นเพื่อนด้วย คุณพรีมมี่จะรังเกียจไหมถ้าจะมานั่งทานข้าวกล่องกับผมในห้องทำงาน?"
"ดิฉันเตรียมอาหารกลางวันมาเองแล้วค่ะ และดิฉันชอบทานที่แคนทีนของพนักงานมากกว่า ขอประทานโทษด้วยนะคะ" หญิงสาวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เธอรู้ดีว่าการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปิดทึบแบบสองต่อสองกับผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยต่อหัวใจและการควบคุมตัวเองของเธอเลยแม้แต่น้อย
"ใจร้ายจังเลยน้า..." ปกรณ์ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แกล้งทำหน้าน้อยใจเสียเต็มประดา "อุตส่าห์อยากจะเลี้ยงกาแฟตอบแทนความขยันเสียหน่อย อ้อ! พูดถึงกาแฟ..."
ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูทที่พาดอยู่บนบ่า ก่อนจะหยิบเอาช็อกโกแลตทรัฟเฟิลยี่ห้อหรูหราแพ็กเกจสีทองออกมาหนึ่งชิ้น แล้ววางมันลงบนพื้นที่ว่างข้างๆ แก้วกาแฟดำของเธอ
"กาแฟดำมันขมไป... กินคู่กับไอ้นี่สิครับ จะได้หวานขึ้นมาหน่อย" เขากระซิบ พร้อมกับขยิบตาให้เธอหนึ่งที "ผมรู้ว่าคุณชอบหวานๆ... ถึงภายนอกจะดูดุไปนิดก็เถอะ"
พรีมมี่เม้มริมฝีปากแน่น ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้ชายคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเธอแอบชอบกินขนมหวาน? ในเมื่อตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกันมาสองปี เธอไม่เคยแสดงมุมอ่อนไหวหรือกินขนมจุบจิบให้เขาเห็นเลยสักครั้ง ภาพลักษณ์ของเธอคือเลขาเจ้าระเบียบที่ดื่มแต่กาแฟดำและกินอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น!
"ดิฉันไม่..."
"ห้ามปฏิเสธครับ นี่เป็นคำสั่ง" ปกรณ์ขัดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเดินผละออกจากโต๊ะ มุ่งหน้าไปยังประตูห้องทำงานของตัวเอง ทว่าก่อนที่มือหนาจะผลักประตูเข้าไป เขาก็ชะงักและหันกลับมามองเธออีกครั้ง
"อีกอย่างนะคุณพรีมมี่..." สายตาของเขาไล่พิจารณาตั้งแต่ใบหน้าสวยเฉี่ยว เลื่อนลงมาที่ลำคอระหง และหยุดอยู่ที่กระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ติดแน่นสนิท "ชุดนี้สวยดีนะครับ... แต่ถ้าปลดกระดุมลงมาสักเม็ดนึง คงจะดูหายใจสะดวกกว่านี้... ผมเห็นแล้วยังแอบอึดอัดแทนเลย"
พูดจบ ร่างสูงก็ผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ปล่อยให้เลขาหน้าห้องยืนนิ่งอึ้ง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลามเลีย
"คนบ้า..." พรีมมี่สบถอุบอิบในลำคอ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง มือบางยกขึ้นแตะที่ปมกระดุมเม็ดบนสุดของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
การรับมือกับเอกสารเป็นกองพะเนิน หรือการเผชิญหน้ากับลูกค้าที่จู้จี้จุกจิก ยังไม่เหนื่อยเท่ากับการรับมือกับ ‘พายุอารมณ์’ ของรองประธานปกรณ์เลยสักนิด เขาเป็นเหมือนหมาป่าที่แกล้งทำตัวเป็นลูกหมาขี้เล่น คอยเดินวนเวียน แหย่ให้เธอเสียอาการ คอยต้อนเธอให้จนมุมด้วยคำพูดและสายตาที่แฝงไปด้วยความหมายนัยยะ
พรีมมี่เหลือบมองช็อกโกแลตทรัฟเฟิลสีทองที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟดำ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะมันเบาๆ ราวกับของสิ่งนั้นมีอุณหภูมิความร้อนแผ่ออกมา
เธอรู้ดีว่ากฎเหล็กของการเป็นเลขาที่ดี คือการรักษาระยะห่างและไม่หวั่นไหวไปกับเจ้านาย... แต่ผู้ชายที่ชื่อปกรณ์ กำลังทำให้กฎข้อนั้นของเธอสั่นคลอนลงไปทุกวัน
การสดงท่าที 'หมาหยอกไก่' ของเขา ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ แต่สัญชาตญาณของเธอกำลังร้องเตือนอย่างหนักหน่วงว่า... หากวันใดที่หมาตัวนี้เลิกหยอกเล่น และตัดสินใจที่จะ 'ขย้ำ' ขึ้นมาจริงๆ
เธอจะรอดจาก.......เขาไปได้อย่างไรกัน.
ตอนพิเศษ 20 : ดวงใจของราชสีห์... เมื่อมาเฟียตัวร้ายพ่ายแพ้ให้กับนางฟ้าตัวน้อย (NC-18+ )ณ ห้องทำงานประธานบริหารบนชั้นสูงสุดของ P.K. Enterprise บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงกดดันมหาศาล บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กทารกวัยหกเดือน'น้องพริมโรส' หรือ 'คุณหนูพริม' ทายาทตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ผู้สืบทอดดวงตากลมโตและริมฝีปากบางกระจับมาจากผู้เป็นแม่ กำลังนั่งแปะอยู่บนตักกว้างของ ปกรณ์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่กำลังคิ้วขมวดกับการเซ็นเอกสารสำคัญ แต่มืออีกข้างกลับคอยประคองขวดนมสีชมพูพาสเทลป้อนเข้าปากลูกสาวอย่างทะนุถนอมที่สุดพรีมมี่ ในชุดเดรสทำงานสีครีมเข้ารูปที่อวดทรวดทรงองค์เอวซึ่งกลับมาผอมเพรียวและเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม ผลักประตูห้องทำงานเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี หญิงสาวหลุดรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นราชสีห์หนุ่มผู้แสนดุดันยอมจำนนให้กับนางฟ้าตัวน้อยอย่างราบคาบ"พี่กรณ์คะ... ปล่อยลูกให้นอนเล่นบนเบาะเถอะค่ะ เดี๋ยวเอกสารก็เปื้อนรอยนิ้วมือเล็กๆ หรอก" พรีมมี่เดินเข้ามาลูบกลุ่มผมบางนุ่มของลูกสาวที่ละริมฝีปากจากขวดนมแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้หม่ามี้"เอกสารเปื้อนก็แค่สั่งพิมพ์ใหม่ค
ตอนพิเศษ 19 : อาการแพ้ท้องสุดป่วนกับความคลั่งรักที่ทวีคูณ (NC-18+)เวลาผ่านไปจนอายุครรภ์ของ พรีมมี่ ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้า หน้าท้องที่เคยแบนราบเรียบเนียนบัดนี้นูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับ ‘นายน้อย’ ที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน อาการแพ้ท้องแทนเมียของ ปกรณ์ หายสนิทไปแล้ว ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่คืออาการ ‘หวงเมียและลูก’ ขั้นวิกฤต!ประธานบริหารหนุ่มแห่ง P.K. Enterprise แทบจะย้ายโต๊ะทำงานมาไว้ที่เพนต์เฮาส์ เขาสั่งปูพรมกันลื่นใหม่ทั้งชั้น เปลี่ยนมุมขอบโต๊ะทุกตัวให้เป็นแบบโค้งมน และแทบจะอุ้มภรรยาเดินแทนการให้เธอลงน้ำหนักที่เท้าด้วยตัวเองค่ำคืนนี้ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ บนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม พรีมมี่ในชุดนอนคนท้องเนื้อนิ่มกำลังขยับพลิกตัวไปมาด้วยความอึดอัด ฮอร์โมนที่แปรปรวนทำให้หญิงสาวรู้สึกรุ่มร้อนและหงุดหงิดจนนอนไม่หลับสวบ...วงแขนแกร่งสอดเข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง ปกรณ์ขยับตัวเข้ามาซ้อนแผ่นหลังเนียน รั้งร่างอวบอิ่มของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขา ชายหนุ่มเกยคางลงบนลาดไหล่บาง กดจูบที่หลังใบหูหอมกรุ่น"นอนไม่หลับเหรอครับคนดี... ตัวเล็กดิ้นแร
ตอนพิเศษ 18 : สองขีดที่รอคอย... (NC-18+)หนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนปาร์ตี้บาร์บีคิวและปฏิบัติการ 'เสกทายาทมาเฟีย' บนเคาน์เตอร์ครัว ช่วงนี้บรรยากาศในเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดของ P.K. Enterprise ดูจะวุ่นวายผิดปกติ"อุแหวะ!"เสียงอาเจียนดังมาจากห้องน้ำกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มตา ทว่าคนที่โก่งคออาเจียนหน้าอ่างล้างหน้ากลับไม่ใช่พรีมมี่ แต่เป็น ปกรณ์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการวิงเวียนศีรษะขั้นรุนแรงและเหม็นกลิ่นครีมอาบน้ำของตัวเองจนทนไม่ไหวพรีมมี่ ในชุดนอนตัวหลวมรีบวิ่งตามเข้ามา ลูบแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของสามีอย่างนึกสงสาร หญิงสาวยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เขากลั้วปาก"พี่กรณ์ไปหาหมอเถอะค่ะ อาเจียนแบบนี้มาสามวันติดแล้วนะคะ พรีมเป็นห่วง"ปกรณ์รับแก้วน้ำมาดื่ม ซบหน้าผากลงกับไหล่บางของภรรยาอย่างหมดสภาพราชสีห์ "พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แค่พักผ่อนน้อย... แต่ว่าพรีมเถอะ ประจำเดือนขาดไปอาทิตย์กว่าแล้วใช่ไหม"พรีมมี่ชะงักไปเล็กน้อย มือบางเลื่อนลงไปลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองโดยอัตโนมัติ "ใช่ค่ะ... พรีมเลยแอบให้คนไปซื้อ 'ที่ตรวจครรภ์' มาเมื่อวานเย็น ว่าจะลองตรวจเช้านี้ดูพอด
ตอนพิเศษ 17 : ปาร์ตี้สี่คนกับเบบี๋แฝด... (NC-18+)บรรยากาศยามเย็น ณ สวนหลังคฤหาสน์วรโชติเมธากุล อบอวลไปด้วยความร่มรื่นและเสียงหัวเราะ วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ ปกรณ์ สั่งปิดตารางงานทั้งหมด เพื่อเปิดคฤหาสน์ต้อนรับครอบครัวของมือขวาคนสนิทอย่าง เตชิน และ มิลิน ที่อุ้มเจ้าแฝดวัยหกเดือนมาเยี่ยมเยือนปาร์ตี้บาร์บีคิวเล็กๆ ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว ริมสระว่ายน้ำมีเตาปิ้งย่างที่บอสปกรณ์และคุณพ่อบอดี้การ์ดกำลังยืนย่างสเต๊กเนื้อวากิวระดับพรีเมียมด้วยตัวเอง ทิ้งลุคประธานบริษัทและมาเฟียหน้าน้ำแข็งไปจนหมดสิ้น"พี่เต้คะ! ระวังควันเข้าตาหลานนะ ขยับเตาไปทางนู้นอีกนิดนึง" มิลิน ในชุดเดรสให้นมตัวสวยตะโกนสั่งสามีจากศาลาริมสระ"ครับผมมินนี่ พี่ขยับให้เดี๋ยวนี้แหละ" เตชินรับคำอย่างแข็งขัน เลื่อนเตาย่างออกห่างตามคำบัญชาของภรรยาทันที ทำเอาปกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับแค่นหัวเราะในลำคอ"ตั้งแต่มีเมียมีลูกนี่... แกกลายเป็นบอดี้การ์ดที่กลัวเมียที่สุดใน P.K. เลยนะเต้" ปกรณ์เอ่ยแซวลูกน้องคนสนิทพลางพลิกชิ้นเนื้อในเตาเตชินยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาทอดมองไปยังภรรยาและลูกแฝดด้วยความรักเต็มเปี่ยม "บอสก็ไม่ต่างกันหร
ตอนพิเศษ 16 : ภารกิจแอบแซ่บฉบับพ่อแม่ลูกอ่อน... (เตชิน & มิลิน) (NC-18+)เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของ ‘เจ้าแฝดชายหญิง’ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ในเปลไม้โอ๊กบุนวม เป็นสัญญาณบอกว่าภารกิจกล่อมลูกนอนมาราธอนกว่าสองชั่วโมงได้สิ้นสุดลงแล้วมิลิน ค่อยๆ ดึงผ้าห่มผืนนุ่มขึ้นคลุมหน้าอกให้ลูกน้อยทั้งสองอย่างแผ่วเบาที่สุด หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะค่อยๆ ย่องปลายเท้าออกจากห้องเด็กอ่อน ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบราวกับแมวย่องคุณแม่ลูกอ่อนในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าไหมสีชมพูอ่อน เดินนวดต้นคอตัวเองตรงมายังโซนห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบานประตูกระจกที่เชื่อมออกไปยังระเบียงกว้างถูกเปิดแง้มไว้รับลมกลางคืนที่ตรงนั้น... เตชิน ในชุดกางเกงวอร์มขายาวสีเทาเพียงตัวเดียว เปลือยแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อแน่นตึง กำลังยืนพิงราวระเบียงกระจกใส มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ทอดสายตามองแสงไฟจากตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯมิลินอมยิ้ม ค่อยๆ เดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของสามีจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ ที่เธอมักจะลูบคลำด้วยความหลงใหลเสมอ"ลูกหลับแล้วเหรอคร
ตอนพิเศษ 15 : บทรักร้อนฉ่าของคุณพ่อบอดี้การ์ด (เตชิน & มิลิน) (NC-18+)เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้วที่ ‘เจ้าแฝดชายหญิง’ ลืมตาดูโลกและเข้ามาเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์แบบ เพนต์เฮาส์หรูที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้จ้า เสียงหัวเราะ และความวุ่นวายแสนหวานของคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงค่ำคืนนี้ หลังจากที่สู้รบปรบมือกับการป้อนนมและกล่อมเจ้าสองแสบจนหลับสนิทปุ๋ยคาเปลนอน มิลิน ก็เดินลากขาด้วยความเหนื่อยล้ากลับเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูม หญิงสาวเพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จใหม่ๆ สวมเพียงชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำขลับที่ขับเน้นผิวขาวผ่องรูปร่างของคุณแม่ลูกอ่อนอาจจะยังไม่กลับมาผอมเพรียวเท่าตอนก่อนท้อง แต่กลับดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล และเย้ายวนสายตามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเนินอกที่ขยายคัดตึงจากการให้นมบุตรเตชิน ที่นั่งพิงพนักเตียงรออยู่ วางแท็บเล็ตงานในมือลงทันที ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้น ก้าวเข้ามาสวมกอดเอวคอดที่เริ่มกลับมาเข้ารูปของภรรยาจากด้านหลัง ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นสบู่อ่อนๆ"เหนื่อยไหมครับคนดี... วันนี้เจ้าแฝดงอแงตั้งสองรอบ พี่ช่วยแบ่งเบาคุณได้ไม่มากเลย" เสียงทุ้มเอ่ยอย่







