เข้าสู่ระบบบทที่ 2 : สงครามประสาทใต้โต๊ะประชุม
ห้องประชุมบอร์ดบริหารของ P.K. Enterprise สาขาย่อย ถูกออกแบบด้วยโทนสีขาวและกระจกใสรอบด้านเพื่อสร้างบรรยากาศโปร่งโล่ง ทว่าในเวลานี้ อุณหภูมิภายในห้องกลับดูเหมือนจะลดต่ำลงจนหนาวเหน็บ สวนทางกับความดุเดือดของการปะทะคารมระหว่างหัวหน้าแผนกต่างๆ
พรีมมี่ นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้เสริมมุมห้อง เยื้องไปทางด้านหลังของประธานในที่ประชุม ปลายนิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์ของแล็ปท็อปเพื่อจดบันทึกวาระการประชุมอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งเสียงสะดุด แม้ว่าบรรยากาศตรงหน้าจะตึงเครียดแค่ไหนก็ตาม
"ผมไม่เห็นด้วยกับงบประมาณโปรเจกต์นี้ครับท่านรอง!" เสียงกร้าวของหัวหน้าฝ่ายประเมินความเสี่ยงดังขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถูกโยนลงกลางโต๊ะกระจก "ตัวเลขคาดการณ์ผลกำไรมันดูเลื่อนลอยเกินไป ถ้าเราลงทุนไปสามร้อยล้านแล้วตลาดเกิดผันผวน P.K. สาขาเราจะขาดทุนย่อยยับแน่ๆ"
สายตานับสิบคู่หันไปจับจ้องที่หัวโต๊ะ... ลุ้นระทึกกับคำตอบของผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในห้องนี้
ปกรณ์ นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายและเกียจคร้านราวกับกำลังนั่งดูซีรีส์ในวันหยุดพักผ่อน มือข้างหนึ่งควงปากกามองบล็องก์สีเงินเล่นเป็นจังหวะ ส่วนอีกข้างเท้าคางมองผู้พูดด้วยสายตาเรียบนิ่ง ริมฝีปากหยักลึกประดับรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก
"เลื่อนลอยเหรอครับ... คุณสมภพ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยช้าๆ เนิบนาบ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
ปกรณ์หยุดควงปากกา ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง กริ๊ก แม้จะเบาแต่มันกลับทำให้หลายคนสะดุ้ง ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาขี้เล่นที่พรีมมี่คุ้นเคยบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นเยียบราวกับใบมีดซ่อนคม
"ถ้าคุณอ่านรายงานหน้าเจ็ดบรรทัดที่สี่อย่างละเอียด คุณจะเห็นว่าผมได้พ่วงสัญญากับซัพพลายเออร์รายใหญ่จากยุโรปเพื่อล็อกต้นทุนวัตถุดิบไว้แล้วเป็นเวลาห้าปี ไม่ว่าตลาดเอเชียจะผันผวนยังไง ต้นทุนเราก็ไม่มีทางขยับ" ปกรณ์กวาดสายตามองผู้บริหารทีละคน "และถ้าคุณวิเคราะห์เทรนด์ผู้บริโภคไตรมาสล่าสุดอย่างที่ 'ควรจะทำ' คุณจะรู้ว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้หวังผลกำไรแค่สามร้อยล้าน... แต่มันคือการปูทางเพื่อผูกขาดตลาดในอีกสิบปีข้างหน้า"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน หัวหน้าฝ่ายประเมินความเสี่ยงหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากโต้แย้งตัวเลขและข้อมูลที่พรั่งพรูออกมาจากปากของรองประธานหนุ่มผู้ที่ใครๆ ก็หาว่า ‘เหยาะแหยะ’
พรีมมี่ลอบมองแผ่นหลังกว้างของเจ้านายด้วยความรู้สึกประหลาดใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นโหมดเอาจริงของปกรณ์ แต่ทุกครั้งที่เขาเผยเขี้ยวเล็บออกมา มันมักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ ผู้ชายคนนี้เหมือนมีสองร่าง ร่างหนึ่งคือเพลย์บอยจอมกวนประสาท แต่อีกร่างคือผู้นำที่เด็ดขาดและอ่านเกมธุรกิจขาดกระจุย... น่ากลัวและมีเสน่ห์จนอันตราย
"เอาล่ะ ถ้าไม่มีใครแย้งอะไรแล้ว เรามาสรุปวาระต่อไปกันเลยดีกว่า" ปกรณ์ปรับสีหน้ากลับมาเป็นยิ้มแย้มตามเดิมราวกับสับสวิตช์ ท่าทีคุกคามเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
การประชุมดำเนินต่อไปอีกกว่าครึ่งชั่วโมง พรีมมี่ที่จดบันทึกจนเริ่มรู้สึกเมื่อยล้าขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง ทว่าในจังหวะที่เธอยืดขาออกไปใต้โต๊ะประชุมตัวยาว... ปลายรองเท้าคัตชูของเธอกลับไปสัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งและอุ่น
พรีมมี่ชะงัก ชักเท้ากลับโดยอัตโนมัติ
แต่ดูเหมือน ‘สิ่งนั้น’ จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปง่ายๆ ปลายรองเท้าหนังอิตาลีราคาแพงของใครบางคนขยับตามมา ก่อนจะจงใจแตะเบาๆ ลงบนข้อเท้าของเธอที่โผล่พ้นชายกระโปรงทรงสอบ
หญิงสาวเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน ปกรณ์ยังคงมีสีหน้าปกติ เขากำลังพยักหน้ารับฟังรายงานจากฝ่ายบุคคลอย่างตั้งใจ ทว่าใต้โต๊ะ... ปลายเท้าของเขากลับกำลังไล้เบาๆ ไปตามเรียวขาด้านข้างของเธออย่างอ้อยอิ่งและจาบจ้วง!
เขาบ้าไปแล้วหรือไง! นี่มันในห้องประชุมบอร์ดบริหารนะ!
พรีมมี่กัดริมฝีปากแน่น มือบางจิกเข้าหากันใต้โต๊ะเพื่อข่มอารมณ์ เธอพยายามเบี่ยงขาหลบ แต่พื้นที่ใต้โต๊ะก็มีจำกัด แถมขาของเขาก็ยาวเหลือเกิน ไม่ว่าเธอจะขยับหนีไปทางไหน ปลายรองเท้าของเขาก็ตามมาคุกคาม
สัมผัสหยาบกระด้างของหนังรองเท้าที่เสียดสีกับผิวเนื้อผ่านถุงน่องบางๆ สร้างความรู้สึกวูบวาบและเสียวซ่านอย่างประหลาด มันไม่ใช่การสัมผัสที่รุนแรง แต่มันคือการคุกคามทางจิตวิทยาที่ทำให้ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด
"คุณพรีมมี่ครับ..."
เสียงเรียกชื่อกะทันหันทำให้พรีมมี่สะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาปกรณ์ด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าสวยเฉี่ยวซับสีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัด
"คะ... คะ ท่านรอง"
"ช่วยเปิดสไลด์หน้าสิบสองให้ที่ประชุมดูหน่อยครับ ผมอยากให้ทุกคนเห็นกราฟสรุปยอดขาย" เขาสั่งงานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นทางการ รอยยิ้มมุมปากดูไร้เดียงสาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ดะ... ได้ค่ะ"
พรีมมี่สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอยื่นมือไปคลิกเมาส์เพื่อเปลี่ยนหน้าสไลด์บนจอโปรเจกเตอร์ใหญ่ ทว่าในจังหวะที่ทุกคนในห้องกำลังละสายตาไปมองที่หน้าจอ... ปกรณ์กลับฉวยโอกาสนั้นเปลี่ยนจากการใช้ปลายเท้า เป็นการขยับหน้าขาแกร่งเข้ามาเบียดชิดกับต้นขาของเธออย่างจงใจ!
ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนพรีมมี่รู้สึกเหมือนถูกไฟลวก เธอหันไปถลึงตาใส่เจ้านายตัวร้าย ส่งสายตาดุๆ เป็นเชิงเตือนให้เขาหยุดการกระทำอันตรายนี้เสียที
ทว่าปกรณ์กลับทำเพียงแค่ยักไหล่น้อยๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองเธอเพียงเสี้ยววินาที... สายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย หยอกเย้า และแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นกระหน่ำแทบระเบิด
เขาไม่ได้ขยับขาหนี แต่กลับจงใจเบียดกระแซะให้แนบชิดยิ่งขึ้น พรีมมี่ต้องเกร็งตัวจนปวดไปหมดทั้งร่าง เธอไม่กล้าขยับตัวรุนแรงเพราะกลัวคนอื่นจะสังเกตเห็นความผิดปกติ ได้แต่ทนนั่งจดบันทึกการประชุมต่อไปด้วยมือที่สั่นเทาและลมหายใจที่ร้อนผ่าว
สงครามประสาทใต้โต๊ะดำเนินต่อไปจนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง
"วันนี้พอแค่นี้ครับ ขอบคุณทุกคนมาก" ปกรณ์เอ่ยปิดการประชุม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางสง่างาม
พรีมมี่แทบจะพรูลมหายใจออกมายาวๆ ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ เธอรีบเก็บเอกสารและแล็ปท็อปลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว อยากจะหนีออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่หัวใจจะวายตายเสียก่อน
ผู้บริหารคนอื่นๆ ทยอยเดินออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงเธอกับเขา... และผู้มาใหม่ที่เพิ่งเปิดประตูสวนเข้ามา
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่ามั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเย็นชาและไร้อารมณ์ราวกับรูปสลักน้ำแข็ง เขาก้มศีรษะให้ปกรณ์เล็กน้อย
"รถเตรียมพร้อมแล้วครับบอส อีกสี่สิบนาทีมีนัดทานมื้อเที่ยงกับคุณลิลลี่ที่โรงแรม V Group"
‘เตชิน’ มือขวาและหัวหน้าบอดี้การ์ดส่วนตัวของปกรณ์เอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่าทางเป๊ะทุกระเบียบนิ้วของเขาสวนทางกับเจ้านายอย่างสิ้นเชิง
ปกรณ์จิ๊ปากเบาๆ อย่างขัดใจ "นายก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่อยากไป เต้"
"นี่เป็นคำสั่งตรงจากท่านประธานใหญ่ครับ ผมมีหน้าที่แค่คุมตัวบอสไปให้ถึงที่หมาย" เตชินตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เจ้านายจะส่งสายตาดุๆ มาให้ก็ตาม
พรีมมี่ที่เก็บของเสร็จพอดี รีบฉวยโอกาสนี้แทรกตัวขึ้นมา "งั้นดิฉันขอตัวกลับไปเคลียร์งานที่โต๊ะก่อนนะคะท่านรอง ขอให้ทานมื้อเที่ยงให้อร่อยค่ะ"
หญิงสาวค้อมศีรษะให้ทั้งสองคน ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูห้องประชุม ทว่าเสียงทุ้มพร่าของปกรณ์กลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"คุณพรีมมี่ครับ..."
พรีมมี่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความหวาดระแวง "คะ?"
ปกรณ์เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ขณะที่เตชินยืนมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับรู้หน้าที่
"ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลที่โต๊ะ... อย่าลืมทานนะครับ" เขาเว้นจังหวะ ลมหายใจร้อนรดรินใบหูขาวสะอาดจนมันซับสีแดงเรื่อ "เพราะถ้าคุณไม่ทาน... บ่ายนี้ผมอาจจะเปลี่ยนใจไป 'กิน' อย่างอื่นที่โต๊ะของคุณแทน... ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ คุณเลขา"
พูดจบ เขาก็ผละออก ยิ้มกว้างให้เธอ เหมือนเมื่อครู่เขาแค่พูดเรื่องดินฟ้าอากาศ ก่อนจะเดินนำเตชินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้พรีมมี่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ มือบางกำแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อขาว
ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว! การกระทำของเขามันเริ่มรุกรานและหนักข้อขึ้นทุกวัน ถ้าเธอยังไม่รีบสร้างกำแพงให้หนากว่านี้ มีหวัง... เธอคงได้ถูกเขา ‘ขย้ำ’ กลืนกินลงท้องแบบไม่เหลือซากอย่างที่เขาขู่ไว้แน่ๆ!
ตอนพิเศษ 20 : ดวงใจของราชสีห์... เมื่อมาเฟียตัวร้ายพ่ายแพ้ให้กับนางฟ้าตัวน้อย (NC-18+ )ณ ห้องทำงานประธานบริหารบนชั้นสูงสุดของ P.K. Enterprise บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงกดดันมหาศาล บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กทารกวัยหกเดือน'น้องพริมโรส' หรือ 'คุณหนูพริม' ทายาทตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ผู้สืบทอดดวงตากลมโตและริมฝีปากบางกระจับมาจากผู้เป็นแม่ กำลังนั่งแปะอยู่บนตักกว้างของ ปกรณ์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่กำลังคิ้วขมวดกับการเซ็นเอกสารสำคัญ แต่มืออีกข้างกลับคอยประคองขวดนมสีชมพูพาสเทลป้อนเข้าปากลูกสาวอย่างทะนุถนอมที่สุดพรีมมี่ ในชุดเดรสทำงานสีครีมเข้ารูปที่อวดทรวดทรงองค์เอวซึ่งกลับมาผอมเพรียวและเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม ผลักประตูห้องทำงานเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี หญิงสาวหลุดรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นราชสีห์หนุ่มผู้แสนดุดันยอมจำนนให้กับนางฟ้าตัวน้อยอย่างราบคาบ"พี่กรณ์คะ... ปล่อยลูกให้นอนเล่นบนเบาะเถอะค่ะ เดี๋ยวเอกสารก็เปื้อนรอยนิ้วมือเล็กๆ หรอก" พรีมมี่เดินเข้ามาลูบกลุ่มผมบางนุ่มของลูกสาวที่ละริมฝีปากจากขวดนมแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้หม่ามี้"เอกสารเปื้อนก็แค่สั่งพิมพ์ใหม่ค
ตอนพิเศษ 19 : อาการแพ้ท้องสุดป่วนกับความคลั่งรักที่ทวีคูณ (NC-18+)เวลาผ่านไปจนอายุครรภ์ของ พรีมมี่ ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้า หน้าท้องที่เคยแบนราบเรียบเนียนบัดนี้นูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับ ‘นายน้อย’ ที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน อาการแพ้ท้องแทนเมียของ ปกรณ์ หายสนิทไปแล้ว ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่คืออาการ ‘หวงเมียและลูก’ ขั้นวิกฤต!ประธานบริหารหนุ่มแห่ง P.K. Enterprise แทบจะย้ายโต๊ะทำงานมาไว้ที่เพนต์เฮาส์ เขาสั่งปูพรมกันลื่นใหม่ทั้งชั้น เปลี่ยนมุมขอบโต๊ะทุกตัวให้เป็นแบบโค้งมน และแทบจะอุ้มภรรยาเดินแทนการให้เธอลงน้ำหนักที่เท้าด้วยตัวเองค่ำคืนนี้ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ บนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม พรีมมี่ในชุดนอนคนท้องเนื้อนิ่มกำลังขยับพลิกตัวไปมาด้วยความอึดอัด ฮอร์โมนที่แปรปรวนทำให้หญิงสาวรู้สึกรุ่มร้อนและหงุดหงิดจนนอนไม่หลับสวบ...วงแขนแกร่งสอดเข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง ปกรณ์ขยับตัวเข้ามาซ้อนแผ่นหลังเนียน รั้งร่างอวบอิ่มของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขา ชายหนุ่มเกยคางลงบนลาดไหล่บาง กดจูบที่หลังใบหูหอมกรุ่น"นอนไม่หลับเหรอครับคนดี... ตัวเล็กดิ้นแร
ตอนพิเศษ 18 : สองขีดที่รอคอย... (NC-18+)หนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนปาร์ตี้บาร์บีคิวและปฏิบัติการ 'เสกทายาทมาเฟีย' บนเคาน์เตอร์ครัว ช่วงนี้บรรยากาศในเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดของ P.K. Enterprise ดูจะวุ่นวายผิดปกติ"อุแหวะ!"เสียงอาเจียนดังมาจากห้องน้ำกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มตา ทว่าคนที่โก่งคออาเจียนหน้าอ่างล้างหน้ากลับไม่ใช่พรีมมี่ แต่เป็น ปกรณ์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการวิงเวียนศีรษะขั้นรุนแรงและเหม็นกลิ่นครีมอาบน้ำของตัวเองจนทนไม่ไหวพรีมมี่ ในชุดนอนตัวหลวมรีบวิ่งตามเข้ามา ลูบแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของสามีอย่างนึกสงสาร หญิงสาวยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เขากลั้วปาก"พี่กรณ์ไปหาหมอเถอะค่ะ อาเจียนแบบนี้มาสามวันติดแล้วนะคะ พรีมเป็นห่วง"ปกรณ์รับแก้วน้ำมาดื่ม ซบหน้าผากลงกับไหล่บางของภรรยาอย่างหมดสภาพราชสีห์ "พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แค่พักผ่อนน้อย... แต่ว่าพรีมเถอะ ประจำเดือนขาดไปอาทิตย์กว่าแล้วใช่ไหม"พรีมมี่ชะงักไปเล็กน้อย มือบางเลื่อนลงไปลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองโดยอัตโนมัติ "ใช่ค่ะ... พรีมเลยแอบให้คนไปซื้อ 'ที่ตรวจครรภ์' มาเมื่อวานเย็น ว่าจะลองตรวจเช้านี้ดูพอด
ตอนพิเศษ 17 : ปาร์ตี้สี่คนกับเบบี๋แฝด... (NC-18+)บรรยากาศยามเย็น ณ สวนหลังคฤหาสน์วรโชติเมธากุล อบอวลไปด้วยความร่มรื่นและเสียงหัวเราะ วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ ปกรณ์ สั่งปิดตารางงานทั้งหมด เพื่อเปิดคฤหาสน์ต้อนรับครอบครัวของมือขวาคนสนิทอย่าง เตชิน และ มิลิน ที่อุ้มเจ้าแฝดวัยหกเดือนมาเยี่ยมเยือนปาร์ตี้บาร์บีคิวเล็กๆ ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว ริมสระว่ายน้ำมีเตาปิ้งย่างที่บอสปกรณ์และคุณพ่อบอดี้การ์ดกำลังยืนย่างสเต๊กเนื้อวากิวระดับพรีเมียมด้วยตัวเอง ทิ้งลุคประธานบริษัทและมาเฟียหน้าน้ำแข็งไปจนหมดสิ้น"พี่เต้คะ! ระวังควันเข้าตาหลานนะ ขยับเตาไปทางนู้นอีกนิดนึง" มิลิน ในชุดเดรสให้นมตัวสวยตะโกนสั่งสามีจากศาลาริมสระ"ครับผมมินนี่ พี่ขยับให้เดี๋ยวนี้แหละ" เตชินรับคำอย่างแข็งขัน เลื่อนเตาย่างออกห่างตามคำบัญชาของภรรยาทันที ทำเอาปกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับแค่นหัวเราะในลำคอ"ตั้งแต่มีเมียมีลูกนี่... แกกลายเป็นบอดี้การ์ดที่กลัวเมียที่สุดใน P.K. เลยนะเต้" ปกรณ์เอ่ยแซวลูกน้องคนสนิทพลางพลิกชิ้นเนื้อในเตาเตชินยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาทอดมองไปยังภรรยาและลูกแฝดด้วยความรักเต็มเปี่ยม "บอสก็ไม่ต่างกันหร
ตอนพิเศษ 16 : ภารกิจแอบแซ่บฉบับพ่อแม่ลูกอ่อน... (เตชิน & มิลิน) (NC-18+)เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของ ‘เจ้าแฝดชายหญิง’ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ในเปลไม้โอ๊กบุนวม เป็นสัญญาณบอกว่าภารกิจกล่อมลูกนอนมาราธอนกว่าสองชั่วโมงได้สิ้นสุดลงแล้วมิลิน ค่อยๆ ดึงผ้าห่มผืนนุ่มขึ้นคลุมหน้าอกให้ลูกน้อยทั้งสองอย่างแผ่วเบาที่สุด หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะค่อยๆ ย่องปลายเท้าออกจากห้องเด็กอ่อน ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบราวกับแมวย่องคุณแม่ลูกอ่อนในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าไหมสีชมพูอ่อน เดินนวดต้นคอตัวเองตรงมายังโซนห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบานประตูกระจกที่เชื่อมออกไปยังระเบียงกว้างถูกเปิดแง้มไว้รับลมกลางคืนที่ตรงนั้น... เตชิน ในชุดกางเกงวอร์มขายาวสีเทาเพียงตัวเดียว เปลือยแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อแน่นตึง กำลังยืนพิงราวระเบียงกระจกใส มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ทอดสายตามองแสงไฟจากตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯมิลินอมยิ้ม ค่อยๆ เดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของสามีจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ ที่เธอมักจะลูบคลำด้วยความหลงใหลเสมอ"ลูกหลับแล้วเหรอคร
ตอนพิเศษ 15 : บทรักร้อนฉ่าของคุณพ่อบอดี้การ์ด (เตชิน & มิลิน) (NC-18+)เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้วที่ ‘เจ้าแฝดชายหญิง’ ลืมตาดูโลกและเข้ามาเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์แบบ เพนต์เฮาส์หรูที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้จ้า เสียงหัวเราะ และความวุ่นวายแสนหวานของคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงค่ำคืนนี้ หลังจากที่สู้รบปรบมือกับการป้อนนมและกล่อมเจ้าสองแสบจนหลับสนิทปุ๋ยคาเปลนอน มิลิน ก็เดินลากขาด้วยความเหนื่อยล้ากลับเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูม หญิงสาวเพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จใหม่ๆ สวมเพียงชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำขลับที่ขับเน้นผิวขาวผ่องรูปร่างของคุณแม่ลูกอ่อนอาจจะยังไม่กลับมาผอมเพรียวเท่าตอนก่อนท้อง แต่กลับดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล และเย้ายวนสายตามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเนินอกที่ขยายคัดตึงจากการให้นมบุตรเตชิน ที่นั่งพิงพนักเตียงรออยู่ วางแท็บเล็ตงานในมือลงทันที ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้น ก้าวเข้ามาสวมกอดเอวคอดที่เริ่มกลับมาเข้ารูปของภรรยาจากด้านหลัง ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นสบู่อ่อนๆ"เหนื่อยไหมครับคนดี... วันนี้เจ้าแฝดงอแงตั้งสองรอบ พี่ช่วยแบ่งเบาคุณได้ไม่มากเลย" เสียงทุ้มเอ่ยอย่







