Share

ขวัญรดาลูกแม่ค้า
ขวัญรดาลูกแม่ค้า
Author: เฟยเทียน / เงาจันทราสีหมึก / กัญญ์ญาภัค

บทที่ 1

กลางศตวรรษที่ 27 ตามปฏิทินพุทธศักราช...ปี 2605ขวัญรดาในวัยแปดสิบห้าปี กำลังเอนกายนิ่งอยู่บนเก้าอี้ปรับเอนอัจฉริยะบนชานเรือนของบ้านสวนที่ล้ำสมัย

ตัวบ้านเป็นไม้จริงเคลือบนาโนโพลิเมอร์ที่ปรับอุณหภูมิได้เอง อากาศรอบตัวถูกกรองจนบริสุทธิ์ และในสวนกว้างนั้น หมู่แมกไม้ที่เธอปลูกไว้บางต้นก็เรืองแสงชีวภาพอ่อน ๆ ยามเมื่อแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันลับขอบฟ้า

หญิงชรายกมือที่เหี่ยวย่นขึ้นมาวาดในอากาศเบา ๆ ก่อนที่โปรเจกเตอร์ขนาดจิ๋วที่ฝังอยู่บนเพดานจะฉายภาพ โฮโลแกรมสามมิติ ของผู้หญิงคนหนึ่งให้ลอยเด่นขึ้นมาตรงหน้าสายตาฝ้าฟางของเธอ...ภาพนั้นเป็นภาพของมารดาผู้ให้กำเนิดของเธอในวัยสาว

บุคคลในภาพนั้นขยับไหวไปมาได้เล็กน้อยจากโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้น...พร้อมกับข้อมูลที่ถูกกู้คืนและจำลองขึ้นมาจากภาพถ่ายขาวดำที่เสียหายเกือบทั้งหมด

รอยยิ้มของแม่ดูสมจริง แต่ดวงตานั้นยังคงฉายแววเหนื่อยล้า...ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีใด ๆ ก็ไม่อาจลบเลือนออกจากความทรงจำของขวัญรดาได้

ซึ่งกว่าที่เธอจะประสบความความสำเร็จอย่างในตอนนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย...เพราะนับตั้งแต่ที่แม่จากไป...เธอก็ต้องเป็นฝ่ายทอดทิ้งความฝันของตนเพื่อมาดูแลน้องชายและครอบครัวรวมถึงป๊า...ที่กำลังเริ่มถดถอยจากการดื่มหนักและทำงานใช้แรงงานซึ่งคนที่มองมาอาจจะบอกว่าเป็นงานบาป

ทว่าสำหรับขวัญรดาที่เติบโตมากับกลิ่นอายของโรงฆ่าสัตว์กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะแม้ในจิตสำนึกจะรู้ดีถึงบาปบุญคุณโทษ...กระนั้นเธอก็ยังมองว่ามันคืออาชีพหนึ่งที่ได้เลี้ยงครอบครัวของตน เพราะหากไม่มีคนกินหมู...แล้วจะมีคนฆ่าได้เช่นไร

ในวัยเยาว์...เธอมักจะเถียงในใจเช่นนี้อยู่เสมอเมื่อได้ยินใครนินทาป๊าลับหลัง...ถึงอาชีพของท่าน...อาชีพที่ต่อลมหายใจให้เธอกับน้องได้มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าใส่ และได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ

ความคิดนั้นของเธอ...มันสั่นคลอนและพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าในวันที่ป๊าจากไป...ภาพของท่านในวาระสุดท้ายของชีวิต...ผุดขึ้นมาในม่านโฮโลแกรมความทรงจำ ซ้อนทับภาพโฮโลแกรมของแม่ที่ลอยอยู่ตรงหน้า

มะเร็งในลำคอได้พรากเสียงและพละกำลังของป๊าไปจนหมดสิ้น ความทรมานจากการหายใจไม่ออกบีบคั้นให้แพทย์ต้อง...เจาะคอ...เพื่อต่อท่อออกซิเจนช่วยชีวิต

ภาพนั้นซ้อนทับกับภาพหมูในโรงเชือดที่ป๊าเคยลงมือสังหารด้วยวิธีการที่ไม่ต่างกันนักอย่างน่าสยดสยอง บาปกรรมที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว บัดนี้มันได้ปรากฏเป็นรูปธรรมที่เด่นชัดและโหดร้ายอย่างที่สุดอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้...ขวัญรดาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านที่ปลายมือ มันเริ่มจากปลายนิ้ว ก่อนจะลามไปทั่วทั้งฝ่ามือที่เหี่ยวย่น...มือของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกต้องลมหนาว แล้วหยาดน้ำตาอุ่นร้อนที่ไม่คิดว่าจะได้ไหลอีกในวัยนี้ ก็รินอาบลงมาบนสองแก้มที่ตอบโรย

คำแก้ต่างในวัยเด็กว่า "หากไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่า" มันช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน...เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ลงมือ...ก็คือผู้ที่ต้องรับผลของกรรมนั้นไปเต็ม ๆ อย่างไม่มีข้อแม้

และนั่นคืออีกหนึ่งความเสียใจที่กัดกินหัวใจเธอมาตลอดชีวิต...ความเสียใจที่เธอไม่สามารถฉุดรั้งป๊าให้พ้นจากเส้นทางนั้นได้ทันเวลา...

หยาดน้ำตาที่ไหลพรากและความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่ท่วมท้น พลันแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก ลมหายใจของหญิงชราเริ่มติดขัดอย่างรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกตัวเองไว้

ทันใดนั้น เก้าอี้ปรับเอนอัจฉริยะก็ส่งเสียงสังเคราะห์ของผู้หญิงดังขึ้นทันที เสียงนั้นราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่เนื้อหากลับน่าตกใจ

[ตรวจพบภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง...ความดันโลหิตลดต่ำอย่างรวดเร็ว...ระดับออกซิเจนในเลือดอยู่ในเกณฑ์อันตราย...กำลังส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังหน่วยแพทย์เคลื่อนที่]

เสียงเตือนนั้นดังอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับขวัญรดาแล้ว... เธอกลับรู้สึกปลดปลงอย่างน่าประหลาด ความเสียใจทั้งหมดที่เธอแบกรับมาตลอดแปดสิบห้าปีมันหนักหนาเกินไปแล้ว บางที...นี่อาจจะเป็นการพักผ่อนที่แท้จริงเสียที

เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลง ภาพโฮโลแกรมของแม่คือสิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นในห้วงสำนึกสุดท้ายที่กำลังจะสลายไป...เธอจึงได้เสี่ยงลองอธิษฐานด้วยแรงปรารถนาทั้งหมดของชีวิต

(หากชาติหน้ามีจริง...หากมีโอกาสอีกสักครั้ง... ขออย่าให้ครอบครัวของลูกต้องลงเอยเช่นนี้เลย...ขอแค่ได้กลับไป...ปกป้องรอยยิ้มของแม่...ก็พอ)

เสียงสัญญาณชีพจากเก้าอี้ดังลากยาว...ก่อนจะเงียบสนิท ทุกอย่างในโลกปี 2605 ของเธอดับมืดลง

แต่แล้ว...ในเสี้ยววินาทีต่อมา...สติที่ดับสูญของขวัญรดาก็ถูกกระชากกลับมาด้วยเสียงไม้ที่หักดัง เปรี๊ยะ! และความรู้สึกของร่างที่ร่วงหล่น!

ก่อนที่ความมืดมิด...ความเย็น...และกลิ่นเหม็นเน่าของน้ำครำจะโถมเข้าใส่ประสาทสัมผัสที่เพิ่งกลับมาทำงานอีกครั้ง...

ซึ่งในตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวว่า...คำอธิษฐานของตนเองได้เป็นจริงแล้ว...ในระหว่างที่ร่างเล็ก ๆ กำลังจมหายลงไปในความมืดและความโสโครก

ของเหลวข้นหนืดทะลักเข้าปากเข้าจมูกอย่างไร้ความปรานี ความตื่นตระหนกจากจิตวิญญาณของหญิงชราปะปนกับสัญชาตญาณเอาตัวรอดของเด็กห้าขวบ แขนขาเล็ก ๆ ตีน้ำอย่างสะเปะสะปะ พยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในความมืดมิดนั้น

เสียงไม้หักและเสียงร่างเล็กที่ตกลงน้ำนั้นดังพอทำให้แม่ที่กำลังเดินหาบปี๊บสังกะสีใบเก่าสองใบที่อยู่ข้างหน้าหันหลังกลับมา...ก่อนที่เธอจะทิ้งคานหาบที่หนักอึ้งลงกับพื้นทันที!

เสียงปี๊บสังกะสีตกกระแทกพื้นดินดัง โครม! เศษอาหารที่หามาได้อย่างยากลำบากหกกระจายเกลื่อนกลาด แต่คนเป็นแม่ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป เธอรีบวิ่งมาทางด้านหลังที่ตอนนี้ลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งเดินตามมาติด ๆ ได้หายไปจากสายตา

ดวงตาของแม่กวาดมองอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงที่รูโหว่บนพื้นถนน...โดยไม่ต้องคิด...สองมือของเธอล้วงลงไปในความมืดของท่อน้ำครำทันที

ในจังหวะที่สติของขวัญรดากำลังจะเลือนหายไปอีกครั้ง...เธอก็รู้สึกถึงแรงคว้าที่แข็งแกร่งแต่ค่อนข้างสั่น...คว้าเข้าที่แขนของเธออย่างแม่นยำ ก่อนจะออกแรงทั้งหมดที่มีกระชากร่างเล็ก ๆ ให้พ้นจากความตายใต้น้ำสกปรกขึ้นมาได้...
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 149

    กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำที่ไหลรินไม่เคยหวนกลับ... นับตั้งแต่วันที่ทองเอกลืมตาดูโลก ภายใต้ร่มเงาของบ้านสวนศิริเวชเจริญ... วันนี้ก็เวียนมาถึงวันที่เขามีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยย่างยี่สิบเอ็ดปีเต็ม เป็นช่วงเวลาที่ชายหนุ่มไทยถือว่าพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่พิธีอุปสมบท เพื่อสนองคุณบ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 148

    เขายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นแววตาที่ลุกโชนของคนกลุ่มนี้ที่ทุกคนจะเป็นกำลังหลักในอนาคต ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้าย...“พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น... ว่าพวกเธอไม่ใช่เด็กใหม่อีกต่อไปแล้ว”“ครับ/ค่ะ” เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงจากพวกเขาที่กำลังจะมีประสบการณ์อย่างเต็มตัวกับหน้าที่ในความรับผิดชอบอันสำคัญหนึ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 147

    เรื่องราวความสำเร็จของศิริเวชเจริญการช่างและการออกแบบไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยขวัญรดาและปฐพีเพียงสองคน... แต่มันยังถูกถักทอขึ้นจากหยาดเหงื่อ น้ำตาและเสียงหัวเราะของเหล่าน้องใหม่ไฟแรงที่ร่วมเดินทางกันมาตั้งแต่ต้น...ย้อนกลับไปในช่วงที่ขวัญรดากับกลุ่มเพื่อนขึ้นปีสองภายห้องสตูดิโอของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในย

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 146

    หลังจากที่ทั้งสองตกลงคบหากันอย่างเป็นทางการ โลกของดวงเชฟขนมหวานผู้ถ่อมตนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีความรักที่งดงามและอบอุ่นเช่นนี้โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างเปิดใจ บ้านที่เคยคิดว่าอาจเป็นที่กดดัน กลับกลายเป็นที่พักใจที่อบอ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 145

    โดยที่ขวัญรดายังคงนั่งเคียงข้างกับปฐพี... ที่บนตักของชายหนุ่มก็มีเด็กชายทองเอกกำลังนั่งมองซ้ายขวาอย่างอยากรู้อยากเห็นผิดวิสัยเด็กทั่วไปที่มักจะตื่นสถานที่หรือกลัวคนแปลกหน้าส่วนปาปารัสซี่... ที่ถ่ายรูปพวกเขาวันนั้นตอนนี้กลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นภาพนี้ เพราะตอนนี้หัวใจของเขาคล้ายกับกำลังทำงาน

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 144

    “ผมว่าพวกเราควรไปสูดอากาศข้างนอกบ้างนะเจ๊... ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กนี่ เจ๊แทบไม่ได้ออกจากบ้านเลย วนเวียนอยู่แต่บริษัทและก็บ้าน” คำพูดของน้องชายดูมีเหตุมีผลไม่น้อย“ก็ดีเหมือนกัน นายขับรถนะ”“ได้เลยครับ นานครั้งจะได้รับใช้พี่สาวสุดสวยกับหลานชายสุดหล่อผมเต็มใจ” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความร่าเริง โดยมีทองเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status