LOGINเมื่อ 'นางยักษา' ร่วงลงมาสู่โลกมนุษย์ในคราบของ 'เสือขาว' ตัวน้อย และมนุษย์ผู้ชาย(รูปหล่อ)ที่หิ้วพากลับบ้าน ราวกับเก็บลูกหมาลูกแมวมาเลี้ยง ความรักวุ่นๆ ของหนึ่งมนุษย์ หนึ่งยักษา...จึงคืบคลานเข้ามาโดยไม่ทันรู้ตัว บางช่วงบางตอน... แสนหลงประคองร่างสีขาวฟูฟ่องเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กน่ารักไปยังกระจกตรงมุมห้อง แล้วก็ต้องซวนเซจนล้มแผละลงกับพื้นห้องด้วยความสะเทือนอกสะเทือนใจเป็นที่สุด...แต่ก่อนแปลงร่างได้ครึ่งๆกลางๆก็ว่าแย่แล้ว แต่นี่คืออะไร!? พัฒนาการถดถอยเหรอ?
View Moreสินสมุทรสุดแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล
จึงกราบกรานมารดาแล้วว่าไป จะเข้าใกล้ทูนหัวลูกกลัวนัก
เมื่อวานนี้ตีข้าน้อยไปหรือ ระบมมือเหมือนกระดูกลูกจะหัก
ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก มิใช่จักลืมคุณกรุณา
ถึงตัวไปใจลูกยังผูกคิด พอปลดปลิดเปลื้องธุระจะมาหา
อย่ากริ้วโกรธโปรดปรานเถิดมารดา ไปไสยาอยู่ในถ้ำให้สำราญ ฯ[1]
“ไม่เห็นจะเข้าใจเลย...” เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วบ่นพึมพำ ร่างระหงกำลังนอนเอกเขนกอ่านหนังสือนิทานเล่มหนาที่ได้เป็นของฝากมาจากญาติผู้พี่ขมวดคิ้วขุ่น “บอกให้แม่อยู่ในถ้ำต่อไปอย่างมีความสุข แต่ตัวเองหนีตามพ่อที่หนีตามเมียน้อยอีกที?...พูดออกมาได้ เฮงซวย!”
“แล้วเธอจะเอาอะไรจากนิทานพื้นบ้านของพวกมนุษย์” เสียงหวานใสไม่แพ้กันตอบกลับ ดวงตากลมโตคู่หวานละสายตาจากผ้าพันคอผืนยาวที่ยังถักทอค้างอยู่หันมองจ้องคู่สนทนา นัยน์ตาสีดำอมฟ้ากลับฉายประกายขบขันจนเปลี่ยนสีดำในดวงตาให้อ่อนแสงลงเล็กน้อย
“ก็มันน่าไหมละ! นี่ถ้าเกิดเป็นลูกชายของหลงแล้วมาพูดจาแบบนี้ แถมยังริอาจคิดจะพาพ่อมันหนีตามเมียน้อยไป...หลงจะจับหักกระดูกแล้วถอดออกมาเป็นชิ้น ๆ ทีเดียวเชียว!”
“อินเกินเบอร์ไปอีก...” ฟังแล้วหัวเราะร่วน ไม่คิดใส่ใจกับรูปประโยคโหดร้ายที่น้องสาวสุดงดงามนามว่า ‘แสนหลง’ พูดออกมาสักนิด ซ้ำยังช่วยให้ความเห็นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นนิดหน่อย “พี่ว่าเอาแค่หักกระดูกแล้วล่ามโซ่ก็พอเถอะ ถ้าขืนถอดกระดูกทั้งตัวคงต้องเอาร่างไปกองไว้ในอ่างอาบน้ำ รออีกหลายเดือนกว่าจะงอกใหม่ครบชิ้น แบบนั้นพี่ก็อดแช่อ่างน้ำวนกันพอดีสิ”
“...ก็จริงแฮะ” เพราะชอบนอนแช่อ่างน้ำวนเหมือนกันเลยพยักหน้าหงึกหงัก มือบางปิดหน้าหนังสือแล้วเพราะทนอ่านเรื่องราวที่เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมของเผ่าพันธุ์ตัวเองไม่ไหว
ยักษา เผ่าพันธุ์ที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นเพียงนิทานปรัมปรา!
แสนหลงลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจไปมาจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดัง ‘กร๊อบ!’ ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงเหมือนองุ่นเหลือบมองหนังสือเล่มหนาที่ยังกองอยู่บนพื้น ครู่เดียวใบหน้าหวานหยดก็แสดงอาการรังเกียจให้เห็น
“พี่รักว่ามันประหลาดป่ะ? บอกว่ารับไม่ได้ที่ถูกเมียหลอกว่าเป็นมนุษย์ แต่ก็หนีตามนางเงือกไปทั้งที่นั่นก็ไม่ใช่มนุษย์เหมือนกัน” ถามไปอย่างนั้น ปลายเท้าก็เตะสันหนังสือจนกระเด้งกระดอนไปไกล “ย้อนแย้งสิ้นดี!”
“มันก็เป็นแค่นิทาน” แสนรักให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง
“ชีวิตจริงก็เป็นแบบนี้” เสียงหวานแย้ง “พี่รักจำเรื่องของปาลิน ที่บ้านอยู่บนภูเขาด้านโน้นไม่ได้เหรอ? รักกับมนุษย์...สุดท้ายก็ถูกหลอกเอาทรัพย์สมบัติไปจนหมด” แสนหลงย่นจมูกเล็กน้อย เมื่อนึกถึงใบหน้านองน้ำตาของยักษิณีและเสียงร้องโหยหวนปริ่มจะขาดใจ “ภาพตอนนางแผดเสียงร้องแล้วกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายยังติดตาของหลงอยู่เลย”
“แค่ตกจากหน้าผาฆ่ายักษ์ได้ที่ไหน? นางก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีทางตายถึงได้กระโดดลงไป”
แสนรักว่ายิ้ม ๆ
“พี่ว่านางแค่โดดตามฟีลลิงมากกว่า”
“แหม! แต่ก็ใช่ว่าโดดลงไปแล้วจะไม่เจ็บหรือเปล่า? พวกเราไม่ได้เป็นอมตะสักหน่อย”
“ถึงไม่ใช่ แต่ก็ใกล้เคียง”
แม้ยักษาจะฆ่าไม่ตายแต่ก็มีอายุขัยที่ค่อนข้างจำกัด... 300 ปี อายุสูงสุดที่เคยถูกบันทึกไว้ในตำราของโลกบรรพกาล แต่ยักษ์ทุกตนต่างก็รู้ดีว่าช่วงอายุเฉลี่ยของเผ่าพันธุ์จะอยู่ที่ประมาณ 100 – 150 ปีเท่านั้น ส่วนที่อยู่ได้ถึง 200 ปี ก็มีน้อยจนใช้สองมือนับ...นิ้วยังเหลือ
ฆ่าไม่ตายก็ใช่ว่าจะอยู่เป็นนิรันดร แต่ในโลกนี้กลับมีบางเผ่าพันธุ์ที่เป็นอมตะไปได้ตลอดกาล หากไม่ถูกฆ่าตาย
“เอาเป็นว่าตอนนี้นางยักษ์ตนนั้นก็มีความสุขดีไม่ใช่หรือไง?” แสนรักตัดบท ไม่ค่อยอยากนึกถึงสิ่งมีชีวิตบางประเภทที่มีชีวิตอยู่ได้ยาวนานเกินจะนับสักเท่าไร “นางเพิ่งได้แต่งงานกับเงือกหนุ่มรูปหล่อไปเมื่อไม่นานนี้เอง”
“หือ เงือกตนไหนกัน?”
“ก็ตนที่ไปทำการค้าบนโลกมนุษย์ไง ที่ไปทำฟาร์มไข่มุกขายจนมีทรัพย์สมบัติมหาศาล แบบที่พวกมนุษย์ชอบเรียกกันว่านายหัว”
“นึกไม่ออกแฮะ”
“อืม...จำเงือกตนที่โดนนางพุ่งหลาวลงจากหน้าผาแล้วกระแทกเข้ากลางหน้าผากจนต้องนอนหยอดน้ำสาหร่ายไปหลายเดือนได้ไหม? เงือกตนนั้นละ ๆ”
“ออ ๆ นึกออกแล้ว”
“งานวิวาห์กลางสมุทรที่เธอไม่ยอมไปนั่นละ งานของสองตนนั้น”
ยักษิณีสาวผู้ไม่ค่อยถูกกับน้ำเท่าไรนักพยักหน้าหงึกหงัก นึกถึงภาพโทนสีฟ้าครามและโต๊ะจีนกลางทะเลแล้วก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาอีกรอบ แต่เมื่อนึกถึงภาพงานวิวาห์แสนหวานและความรักของสองตนนั้น ก็เผลอคลี่ยิ้มอิจฉาออกมา
“ลูกครึ่งยักษ์กับเงือกจะต้องน่ารักมากแน่ ๆ” แสนหลงจินตนาการอย่างรื่นเริงแกมตื่นเต้น “ใบหน้าคมได้รูปแบบยักษ์ แต่มีดวงตาสีเขียวมรกตแบบเงือก”
ข้อดีของยักษ์คือสามารถเลือกคู่ได้จากทุกเผ่าพันธุ์บนโลก ไม่มีข้อจำกัดหรือสร้างเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษเหมือนบางเผ่าพันธุ์ เรียกได้ว่าขอแค่ถูกใจและรักใคร่กันอย่างจริงแท้ก็เพียงพอแล้ว
และแนวคิดเช่นนี้ ทำให้การวิวาห์ข้ามเผ่าพันธุ์ของยักษ์กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในหมู่ยักษิณีสาว ๆ เพราะเด็กที่เป็นลูกผสมส่วนมากจะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก!
“พี่รักว่าหลงควรหาสามีเป็นเผ่าพันธุ์อื่นบ้างดีไหม…” ยักษ์ที่เริ่มเพ้อตั้งคำถามอย่างเลื่อนลอย
“ครุฑไหมล่ะ? ลูกจะได้มีปีก” เพราะมีเพื่อนสนิทที่แอบรักน้องสาวตนนี้มาเนินนาน เลยถือโอกาสนำเสนอ
“ไม่เอา ยักษ์ก็ถึก ครุฑก็ถึก...ผสมออกมา ลูกของหลงมันจะถึกเกินไปไหม?” ยักษิณีที่อยากมีลูกแต่ยังหาสามีไม่ได้ย่นจมูกเล็กน้อย ตามด้วยใบหน้าหวานที่ทำท่าสยองขวัญประหนึ่งกำลังดูหนังซอมบี้ของพวกมนุษย์
“แล้วอยากได้เผ่าพันธุ์ไหนล่ะ?” แสนรักหัวเราะแล้วถามเสียงใส
“ไม่รู้สิ” หยุดคิดครู่เดียว ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีพอสมควร “แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากได้ลูกผสมที่หายากสักหน่อย...ประมาณว่า อุ้มลูกเดินไปทางไหนใคร ๆ ก็ต้องเหลียวหลังด้วยความอิจฉา”
“ฮ่า ๆ ยายหลงเอ๊ย!” ยักษ์ตนพี่ขำหนักจนต้องวางผ้าพันคอถักในมือลง กุมท้องหัวเราะจนตัวงอ “ถ้าอยากให้ใคร ๆ บนโลกนี้เหลียวหลัง เธอคงต้องแต่งงานกับมนุษย์แล้วละ!”
“ไม่มีทาง!”
[1] บทกลอนจากงานประพันธ์เรื่อง ‘พระอภัยมณี ตอน หนีนางผีเสื้อสมุทร’ ประพันธ์โดยพระสุนทรโวหาร (ภู่)
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั











