Masukกาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำที่ไหลรินไม่เคยหวนกลับ... นับตั้งแต่วันที่ทองเอกลืมตาดูโลก ภายใต้ร่มเงาของบ้านสวนศิริเวชเจริญ... วันนี้ก็เวียนมาถึงวันที่เขามีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยย่างยี่สิบเอ็ดปีเต็ม เป็นช่วงเวลาที่ชายหนุ่มไทยถือว่าพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่พิธีอุปสมบท เพื่อสนองคุณบ
เขายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นแววตาที่ลุกโชนของคนกลุ่มนี้ที่ทุกคนจะเป็นกำลังหลักในอนาคต ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้าย...“พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น... ว่าพวกเธอไม่ใช่เด็กใหม่อีกต่อไปแล้ว”“ครับ/ค่ะ” เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงจากพวกเขาที่กำลังจะมีประสบการณ์อย่างเต็มตัวกับหน้าที่ในความรับผิดชอบอันสำคัญหนึ
เรื่องราวความสำเร็จของศิริเวชเจริญการช่างและการออกแบบไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยขวัญรดาและปฐพีเพียงสองคน... แต่มันยังถูกถักทอขึ้นจากหยาดเหงื่อ น้ำตาและเสียงหัวเราะของเหล่าน้องใหม่ไฟแรงที่ร่วมเดินทางกันมาตั้งแต่ต้น...ย้อนกลับไปในช่วงที่ขวัญรดากับกลุ่มเพื่อนขึ้นปีสองภายห้องสตูดิโอของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในย
หลังจากที่ทั้งสองตกลงคบหากันอย่างเป็นทางการ โลกของดวงเชฟขนมหวานผู้ถ่อมตนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีความรักที่งดงามและอบอุ่นเช่นนี้โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างเปิดใจ บ้านที่เคยคิดว่าอาจเป็นที่กดดัน กลับกลายเป็นที่พักใจที่อบอ
โดยที่ขวัญรดายังคงนั่งเคียงข้างกับปฐพี... ที่บนตักของชายหนุ่มก็มีเด็กชายทองเอกกำลังนั่งมองซ้ายขวาอย่างอยากรู้อยากเห็นผิดวิสัยเด็กทั่วไปที่มักจะตื่นสถานที่หรือกลัวคนแปลกหน้าส่วนปาปารัสซี่... ที่ถ่ายรูปพวกเขาวันนั้นตอนนี้กลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นภาพนี้ เพราะตอนนี้หัวใจของเขาคล้ายกับกำลังทำงาน
“ผมว่าพวกเราควรไปสูดอากาศข้างนอกบ้างนะเจ๊... ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กนี่ เจ๊แทบไม่ได้ออกจากบ้านเลย วนเวียนอยู่แต่บริษัทและก็บ้าน” คำพูดของน้องชายดูมีเหตุมีผลไม่น้อย“ก็ดีเหมือนกัน นายขับรถนะ”“ได้เลยครับ นานครั้งจะได้รับใช้พี่สาวสุดสวยกับหลานชายสุดหล่อผมเต็มใจ” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความร่าเริง โดยมีทองเ
ชายหนุ่มเดินออกมาต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในชุดทำงานมอมแมม แต่เป็นเสื้อยืดตัวสะอาดกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ บนตัวยังมีผ้ากันเปื้อนผืนเก่าของภรรยา ผูกอยู่ "โห...อาตี๋! นี่ลื้อทำทั้งหมดนี่เองเลยเหรอเนี่ย!" สุ่นลั้งร้องทักขึ้นด้วยความทึ่ง "ใช่สิม๊า ก็อั๊วรู้ว่าม๊าก
"ลองสิ! จัดมาเลยอาลั้ง!" ป้านิ่มและผองเพื่อนต่างพากันสั่งอย่างไม่ลังเล หลายคนกลับเข้าบ้านไปหยิบจานชามของตัวเองออกมาเพื่อซื้อกลับไปเป็นมื้อกลางวัน หลังจากนั้นไม่นานช่อฟ้ากับสุ่นลั้งก็ช่วยกันตักแกง ตักข้าวให้ลูกค้ากลุ่มแรกของวันนั้นอย่างคล่องแคล่วและเข้าขากันอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งขวัญรดาคิดว
รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับเสียงโขลกเครื่องแกงของสุ่นลั้งที่ยังคงดังขึ้นเป็นเสียงแรกของวัน แต่เช้ามืดของวันนี้ได้แตกต่างออกไปจากทุกวันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมนตรีไม่ได้นอนหลับพักผ่อนเหมือนเคย แต่กลับตื่นขึ้นมาทำหน้าที่พ่อบ้านอย่างขยันขันแข็ง ชายหนุ่มจัดการกวาดบ้านถูบ้านและนำเสื้อผ้ากอง
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริงของช่อฟ้า ทำให้บรรยากาศที่เคยคึกคักเมื่อครู่เงียบลงทันที ทุกคนต่างรู้ดีว่าสิ่งที่เธอพูดคือความจริง...ลำพังแค่การเตรียมของและขายขนมจีนในตอนกลางวันก็แทบจะหมดเรี่ยวแรงกันแล้ว หากต้องมาทำของขายเพิ่มในตอนเย็นอีก มีหวังได้ล้มป่วยกันทั้งบ้านแน่ ความหวัง







