LOGINอยู่โลกเดิม ‘แจม’ ต้องควักเงินเปย์ผู้ชายมาปรนเปรอกามารมณ์ แต่พอชู้รักทำพิษจนโดนผัวชัตดาวน์... วิญญาณเธอกลับหลุดมาเข้าร่าง ‘นาลิน’ เด็กสาวชนเผ่าน่าผู้สงสาร ที่ยอมกินยาตายหนีประเพณี ‘เมียหนึ่งคนผัวหนึ่งครัว!’ คนเก่ามองว่านี่คือนรกบนดิน... แต่สำหรับตัวแม่สายร่านรักอย่างอีแจม มีผัวหนุ่มแน่น เป็นพรานป่าหุ่นล่ำสัน ซิกแพ็กแน่นๆ มาคอยปรนนิบัติบำเรอรักให้ฟรีๆ ถึงสี่คน นรกอะไรกัน... นี่มันสวรรค์ชั้นเจ็ดชัดๆ !
View Moreกลิ่นสาบดิน กลิ่นเหงื่อไคลชวนสะอิดสะเอียน และกลิ่นเหล้าต้ม อบอวลอยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่หลังย่อม เสียงเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งของพวกผู้ชายในชนเผ่าดังก้องอยู่ข้างนอก สลับกับเสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนในครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวที่เพิ่งจะนับเงินค่าน้ำนมเสร็จสิ้น... เงินค่าน้ำนมที่แลกกับตัวเธอ
‘นาลิน’ เด็กสาววัยออกเรือน นั่งคุดคู้อยู่บนฟูกนอนเก่า ๆ ทั่วทั้งร่างของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว หยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เครื่องประดับลูกปัดหินที่สวมอยู่บนศีรษะสั่นกระทบกันจนเกิดเสียง รอยช้ำแดงเถือกที่ข้อมือทั้งสองข้างจากการถูกฉุดลากและพันธนาการอย่างไม่ปรานีปราศรัยยังคงเจ็บแปลบ
เธอกำลังจะถูกส่งเข้าหอ... ไม่ใช่กับชายคนรักที่เธอฝากฝังหัวใจไว้ แต่เป็นกับผู้ชายสี่คนที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกัน! ตามประเพณีโบราณอันป่าเถื่อนของชนเผ่า สตรีที่แต่งงานเข้าบ้านนี้จะต้องตกเป็นภรรยาของพี่น้องทุกคนในตระกูล มันคือจารีตที่ฝังรากลึก แต่สำหรับนาลินที่รักมั่นในชายคนรักเพียงคนเดียว มันไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน
แอด...
เสียงประตูไม้ไผ่ขยับลั่นพร้อมร่างสูงใหญ่ของ ‘จาซู’ พี่ชายคนโตของบ้านก้าวเข้ามา กลิ่นเหล้าเถื่อนฉุนโชยนำทางมา นาลินสะดุ้งสุดตัว เธอขยับหนีจนหลังชนผนังไม้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกราวกับลูกกวางหลงทางที่กำลังจะถูกเสือขย้ำ
“กลัวหรือ...นาลิน” เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนด้วยฤทธิ์สุราเอ่ยขึ้น สายตาโลมเลียกวาดมองเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดชนเผ่าสีเข้มอย่างจาบจ้วง มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อเท้าบางแล้วออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างของนาลินก็ลอยหวือมาอยู่ใต้ร่างกำยำของเขาทันที
“ได้โปรด... ปล่อยฉันไปเถอะพี่จาซู ฉันไม่ได้รักพี่ ฉันมีคนรักอยู่แล้ว...” นาลินร้องขอเสียงสั่นเครือ พลางยกมือไหว้ หวังความเมตตาจากชายตรงหน้า หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงกระทบหลังมืออันหยาบกร้านของเขา แต่จาซูกลับหัวเราะในลำคอ นึกตลกกับคำพูดไร้เดียงสาของว่าที่เมีย
“คนรักของเจ้ามันก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่ง มันไม่มีปัญญาหาเงินมาแต่งเจ้าหรอก แต่นับจากคืนนี้ไป เจ้าคือเมียของพวกข้า... เริ่มจากข้าที่เป็นพี่คนโต แล้วเจ้ารู้ใช่ไหมว่าต้องทำหน้าที่อะไร”
“พี่จาซู ท่านรักอยู่กับเนลีน้องสาวข้าไม่ใช่หรือ ทำไมท่านไม่ไปสู่ขอนาง ท่านมาฉุดข้าทำไม”
“แม่ข้าชอบเจ้ามากกว่า เจ้าขยัน ทำงานเก่งกว่าเนลี ครอบครัวข้าเป็นครอบครัวใหญ่ หากได้คนขี้เกียจมาเป็นเมียคงลำบาก”
“ท่านจะไม่ใช้ความรักตัดสินเลยหรือ” นาลินร้องถามเสียงสั่น เธอหวาดกลัวเสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้
“นาลิน เจ้านี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ มาเถอะ พี่จะสอนให้เจ้ารู้เองว่าความรักแท้จริงเป็นอย่างไร” จาซูไม่รอให้เธอได้อ้อนวอนต่อ อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกจุดด้วยฤทธิ์น้ำเมาซัดสาดเข้าใส่นาลินทันที
แรงมหาศาลกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอจมลงกับฟูกหนา นาลินดิ้นรนสุดชีวิต เสียงกรีดร้องของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากกระด้างบดขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ เสื้อผ้าชนเผ่าถูกฉีกทึ้งจนขาดวิ่น ความบริสุทธิ์และศักดิ์ศรีที่เธอเคยถนอมไว้ให้ชายคนรัก ถูกทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของชายตรงหน้า
ที่ตลาดกลางหมู่บ้านที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อขายผักป่า เนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ และของใช้ นาลินสะพายตะกร้าหวายเดินผ่านละแวกแผงค้า เสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนดังสอดแทรกกับเสียงมีดบนเขียงไม้หญิงสาวหยุดยืนเลือกผักสดอยู่ที่แผงฝั่งหนึ่ง มือบางหยิบจับผักลงตะกร้า ขณะกำลังจะควักเบี้ยออกมาจ่าย เสียงของชายชาวบ้านสองคนที่นั่งดื่มสุราอยู่ที่โต๊ะไม้ข้างแผงค้าก็ลอยแว่วมาถึงหูเธอ"จนป่านนี้ยังหาตัวเนลีไม่เจออีกหรือวะ" ชายร่างท่วมเอ่ยขึ้นพลางยกถ้วยสุราขึ้นจิบ"ยังเลย ไอ้ทามอกับน้องชายมันแทบพลิกแผ่นดินหา ข้ามป่าไปไกลถึงดอยโน้นก็ยังไม่เจอแม้แต่เงา" ชายอีกคนตอบกลับพร้อมถอนหายใจยาว "เห็นว่าพาหมาแกะรอยออกไปตั้งหลายรอบ หมามันวนเวียนอยู่แค่ลำธารสายใหญ่ แล้วจู่ๆ รอยกลิ่นก็ตัดหายไปเสียเฉยๆ เหมือนนางหายตัวไปในอากาศ""นางหนีไปคนเดียว หรือมีใครช่วยไว้กันแน่ เมียคนเดียวหายไปทั้งคน ทามอมันคงคลั่งตาย""ถ้ามีคนช่วยซ่อนจริง คนๆ นั้นก็ใจกล้าไม่เบา ช่วยเมียหนีผัว ผิดผีมากนะ" มือของนาลินที่กำลังถือผักค้างนิ่ง สายตาจ้องมองกองผักตรงหน้า ราวกับทุกสิ่งรอบกายหยุดลงชั่วขณะ เสียงมีดและเสียงจอกสุรากระทบกันรอบข้างคล้ายจะ
ค่ำวันนั้นนาลินยกถ้วยยาสมุนไพรส่งให้ปาโก้ ชายหนุ่มรับไปดื่มรวดเดียวจนหมด อาการบาดเจ็บ และรอยระบมตามตัวของเขาดีขึ้นมากแล้ว นาลินมองใบหน้าที่เริ่มมีเลือดฝาดของเขา ก่อนจะหันไปสบตากับเลอต้า"ปาโก้อาการดีขึ้นมากแล้ว คืนนี้ข้าจะให้พี่ใหญ่มานอนที่ห้อง" เลอต้าที่กำลังนั่งเหลาไม้ดักสัตว์ชะงักมือเล็กน้อย เขามองหน้านาลินก่อนจะพยักหน้ารับ "ก็ดี ช่วงนี้พี่ใหญ่ดูเหนื่อยเหลือเกิน ได้พักผ่อนกับเจ้าน่าจะดีขึ้น"ยามนั้นเองเสียงฝีเท้า ของจาซูก็ดังขึ้นที่ชานเรือน เขาเดินเข้าบ้านมาด้วยสภาพเหน็ดเหนื่อย ย่ามล่าสัตว์บนไหล่ว่างเปล่าเหมือนหลายวันที่ผ่านมา จาซูวางย่ามและขวานลงมุมห้อง พยายามส่งยิ้มแห้งๆ ให้ทุกคน"กลับมาแล้วหรือพี่ใหญ่" เลอต้าทักขึ้น "ต้มสมุนไพรร้อนๆ อยู่บนเตาแน่ะ" จาซูพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตรงไปตักถ้วยยาขึ้นถือไว้ "คืนนี้นาลินให้พี่ไปนอนที่ห้อง..." เลอต้าพูดต่อเรียบๆ "นานแล้วที่พี่ไม่ได้พักผ่อนกับนาง" มือที่ถือถ้วยยาของจาซูชะงักค้าง นัยน์ตาหลุบต่ำมองควันฉุยในถ้วยยา ไม่กล้าประสานสายตากับนาลินตรงๆ"เอ่อ... ข้า..." จาซูกระแอมเบาๆ "ช่วงนี้ข้าออกป่าหนัก ตัวเหม็นกลิ่นเหงื่อไคล กลัวจะทำให้นาลินนอน
เช้าตรู่ มูก้านั่งเด็ดผักอยู่บนม้านั่งตัวต่ำในครัว ขณะที่เลอต้ากำลังยกโถดินเผาใบใหญ่ขึ้นตั้งบนเตาผิง นาลินตื่นขึ้นมาอยู่ในครัวกับพวกเขาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มือบางคอยเด็ดใบสมุนไพรใส่ถ้วยเตรียมไว้ให้มูก้าต้มเป็นยาร้อนๆ ให้ปาโก้ที่เพิ่งฟื้นตัวเสียงไม้ฟืนปะทุในเตาดังขึ้นเป็นระยะ นาลินวางใบสมุนไพรลงในถ้วยดินเผา ก่อนจะหันไปมองเลอต้าที่ถือกระจาดใส่เนื้อแห้งมานั่งลงบนม้านั่งฝั่งตรงข้าม เขาหยิบมีดเล่มเล็กขึ้นมา ค่อยๆ ฝานเนื้อแห้งเป็นชิ้นบาง นาลินมองปลายมีดที่เฉือนลงบนเนื้อแห้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่เลอต้าจะเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่ได้เงยหน้ามองเธอ"ช่วงนี้พี่ใหญ่ดูแปลกๆ นะ" มือของนาลินชะงักไปเล็กน้อย นิ้วที่ถือใบสมุนไพรถูไถกันเบาๆ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ วางสมุนไพรในมือลงตะกร้า แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ"ข้าก็รู้สึกเหมือนกัน..." มูก้าที่นั่งเด็ดผักอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายคนรองแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าทำงานในมือต่ออย่างเงียบๆ เลอต้าฝานเนื้อแห้งลงถ้วยดินเผาชิ้นแล้วชิ้นเล่า นัยน์ตาจับจ้องอยู่ที่งานในมือ "เมื่อคืนข้าเห็นพี่ใหญ่กินข้าวน้อยลง ข้าวในจานเหลือเกือบครึ่ง ทั้งที่ปกติไม่เคยเหลือ""งานในป
เช้าวันรุ่งขึ้น จาซูนั่งลับขวานอยู่ที่ชานเรือนเหมือนทุกวัน แต่วันนี้เขาไม่มีสมาธิกับงานในมือเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่โกหกนาลินเรื่องผ้าห่ม เขาก็กังวลจนนอนแทบไม่หลับ ทุกเสียงเคลื่อนไหวบนเรือนทำให้เขาต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา "พี่ใหญ่..." เลอต้าถือถาดใส่โถดินเผาและถุงเสบียงเดินตรงเข้ามา ก่อนจะหยุดยืนมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง "มีอะไรหรือเปล่าเลอต้า" จาซูวางหินลับขวานลง พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ "ช่วงนี้ท่านเห็นพวกขโมย หรือพวกสัตว์แอบมาขึ้นเรือนบ้างไหม" เลอต้าถามพลางวางถาดลง"ไม่มีนี่ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?" จาซูเม้มปากแน่น “ข้าว่าเขาต้องเปลี่ยนที่เก็บเสบียงแล้ว” เลอตาว่าพลางมองโถดินเผา"ทำไมหรือ" "เนื้อแห้งกับข้าวสารในครัวหายไป" เลอต้ามองหน้าพี่ชายตรงๆ ก่อนจะพูดต่อ"เนื้อแห้งที่ตากไว้เมื่อวันก่อนหายไปก้อนใหญ่ ข้าวสารก็ลดลงเร็วกว่าปกติมาก ทั้งที่คนบนเรือนก็กินเท่าเดิม เราไม่ได้ออกไปล่าสัตว์ ไม่ได้ใช้เสบียงมากกว่าปกติ แต่..." จาซูกระแอมเบาๆ "อ้อ... พี่ลืมบอกเจ้าไป" จาซูแสร้งทำเป็นพยักหน้า "ช่วงนี้พี่ออกไปดักบ่วงไกลบ้าน กลางป่ามันไม่มีอะไรกิน พี่เลยแบ่งเนื้อแห้งกับข้าวสารติดย่ามไปทำกิ
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเน
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันห
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเ
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุ






reviews