Share

บทที่ 4

ในขณะที่สุ่นลั้งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้อเย็นอยู่นั้น ร่างเล็ก ๆ ของขวัญรดาที่นอนหลับอยู่บนที่นอนเก่าในห้องก็เริ่มขยับตัวเล็กน้อย

กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ และกลิ่นหมูทอดที่เจียวใหม่ ๆ ลอยมาปะทะจมูก ปลุกประสาทสัมผัสของร่างกายที่กำลังต้องการพลังงานให้ค่อย ๆ ตื่นขึ้น

เปลือกตาที่เคยหนักอึ้งของเด็กหญิงเริ่มปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า และภาพแรกที่เห็นก็คือเพดานไม้เก่าที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมห้องรวมถึงหลังคาสังกะสีที่มีรอยรั่ว...ก่อนที่ความทรงจำสุดท้ายที่เธอจะหลับไปคืออ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของแม่...ย้อนกลับมา

ขวัญรดาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ร่างกายของเด็กห้าขวบยังคงปวดเมื่อยและอ่อนเพลีย แต่สติของเธอกลับกระจ่างชัดกว่าครั้งแรกมากนัก ในหัวไม่มีความสับสนอีกต่อไป มีแต่ความจริงที่ต้องยอมรับ...เธอได้ย้อนกลับมาแล้ว...กลับมาในอดีตตามคำอธิษฐาน

และในวินาทีที่เธอยอมรับความจริงนั้น...เสียง "ติ๊ง!" ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าต่างแสงสีทองอ่อนที่ปรากฏขึ้นในม่านสายตาของเธอ...ที่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น

[อรุณสวัสดิ์ ผู้ใช้งาน ตรวจสอบสภาวะร่างกาย: พลังกาย 15/100 ฟื้นตัวเล็กน้อย ตรวจสอบสภาวะจิตใจ: เสถียรภาพดีขึ้น]

(ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน...) ขวัญรดาคิดในใจ...และราวกับหน้าจอสะท้อนแสงนั้นตอบรับความคิดของเธอ เนื่องจากหน้าต่างแสงนั้นได้เปลี่ยนข้อความเป็นชุดใหม่

[ยินดีต้อนรับสู่ ระบบแมวกวักนำโชค...ฉบับเริ่มต้นใช้งาน เป้าหมายของระบบ: เพิ่มพูนค่าความสุขของครอบครัว เพื่อปลดล็อกโชคลาภและโอกาสใหม่ ๆ

วิธีการ: ทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อรับรางวัลและแต้มความสุข

สถานะความสุขปัจจุบัน:

แม่ช่อฟ้า: 25/100 (มีความกังวลสูง)

พ่อมนตรี: 15/100 (เหนื่อยล้าและรู้สึกผิด)

อาม่าสุ่นลั้ง: 30/100 (ห่วงใยและกลัดกลุ้ม)

น้องมนัส: 50/100 (เด็กน้อยมีความสุขง่ายเมื่อท้องอิ่ม)]

ขวัญรดาเบิกตากว้าง...นี่มันเหมือนกับเกมจำลองชีวิตในยุคอนาคตที่เธอเคยเห็นหลาน ๆ เล่นไม่มีผิด!

แล้วข้อความภารกิจแรกก็ปรากฏขึ้น

[ภารกิจเริ่มต้น: รากฐานแห่งความเชื่อใจ

รายละเอียด: ทำให้แม่ช่อฟ้ามีค่าความสุขเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

คำใบ้: ความสุขของแม่ เริ่มต้นจากรอยยิ้มของลูก

รางวัล: สูตรอาหารนำโชคไข่เจียวในฝันของแม่]

ยังไม่ทันที่ขวัญรดาจะได้ทำความเข้าใจกับภารกิจตรงหน้าอย่างละเอียด เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของพ่อกับแม่ที่กลับมาจากเล้าหมูก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านเสียก่อน

โดยตอนนี้หน้าต่างระบบพลันกะพริบแล้วจางหายไป...

"อ้าว ขวัญ ตื่นแล้วเหรอลูก" ช่อฟ้าเดินเข้ามาในห้องพอดีเมื่อเห็นลูกสาวลุกขึ้นนั่งแล้ว เธอรีบเข้ามาจับเนื้อจับตัวลูกด้วยความเป็นห่วง "เป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บตรงไหนรึเปล่า"

ขวัญรดามองหน้าผู้เป็นแม่...ใบหน้าที่ยังคงมีความกังวลฉายชัดอยู่ เธอส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะส่งยิ้มที่สดใสอย่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ออกมาจากหัวใจ

รอยยิ้มของลูกสาวนั้นสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย ๆ ทีเดียวจึงทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของช่อฟ้าพลันพองโตขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

ในระหว่างนั้นเสียงของอาม่าก็ดังขึ้นจากนอกห้อง "อาช่อ! อาตี๋ กลับมาแล้วลื้อก็ไปล้างเนื้อล้างตัวเสีย จะได้มากินข้าวกัน อั๊วทำกับข้าวเสร็จพอดี"

"จ้ะแม่!" ช่อฟ้ารับคำ เธอหันมาลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ อีกครั้ง "เดี๋ยวแม่มานะลูก"

กล่าวจบหญิงสาวก็ลุกออกไปสมทบกับสามีที่เพิ่งกลับมาถึง ทั้งสองคนผลัดกันไปล้างเนื้อล้างตัวจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ในขณะที่สุ่นลั้งกำลังง่วนอยู่กับการจัดสำรับกับข้าวบนเสื่อที่ปูไว้กลางบ้าน

ไม่นานนัก สมาชิกทั้งสี่คนของบ้าน โดยมีมนัสนั่งอยู่บนตักของอาม่าก็มานั่งล้อมวงกันพร้อมหน้าพร้อมตา มื้อเย็นที่แสนเรียบง่ายถูกจัดวางอยู่ตรงกลาง...

ข้าวสวยร้อน ๆ ที่ควันยังกรุ่น หมูแดดเดียวทอด กากหมูสีทองกรอบ ๆ ในถ้วยใบเล็ก ปิดท้ายด้วยผักบุ้งลวกสีเขียวสด และพริกน้ำปลาถ้วยน้อย แม้จะไม่ใช่อาหารเลิศหรู แต่สำหรับครอบครัวที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมา มันคือมื้ออาหารที่ดูอบอุ่นและมีค่าเป็นอย่างมาก

อาม่าเริ่มตักข้าวให้ทุกคน โดยเฉพาะจานของหลาน ๆ ที่จะมีกากหมูกรอบ ๆ โปะมาให้เป็นพิเศษ...เด็กหญิงจึงเริ่มลงมือกินข้าวอย่างกระตือรือร้น

เธอตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ แสดงท่าทีว่าอาหารมื้อนี้อร่อยเสียเหลือเกิน ช่อฟ้าที่มองอยู่ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ไม่มีอะไรทำให้คนเป็นแม่มีความสุขได้เท่ากับการเห็นลูกกินข้าวได้เยอะ ๆ โดยเฉพาะหลังจากที่เพิ่งเจ็บป่วยมา

แต่ขวัญรดายังทำมากกว่านั้น...เธอใช้ช้อนของตัวเองตักหมูทอดชิ้นที่ดูดีที่สุดในจานแล้วบรรจงวางมันลงในจานข้าวของแม่

"แม่จ๋า...กินเยอะ ๆ นะจ๊ะ จะได้มีแรง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใสซึ่งการกระทำนั้นของเธอได้ทำให้ทุกคนที่ร่วมวงกินข้าวชะงักไปเล็กน้อย โดยเฉพาะช่อฟ้า...

หัวใจของเธอพองโตจนชาวาบไปทั้งอก เธอไม่เคยเห็นลูกสาวทำอะไรแบบนี้มาก่อน ความเหนื่อยล้าและความกังวลทั้งหมดที่เคยมีมาตลอดทั้งวันดูเหมือนจะมลายหายไปสิ้น ก่อนจะวางช้อนลงแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาวเบา ๆ ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรักจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

"ขอบใจนะลูก"

ติ๊ง!

เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นในหัวของขวัญรดา พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นที่มุมสายตาของเธอ

[ภารกิจสำเร็จบางส่วน! ค่าความสุขของแม่ช่อฟ้า+5]

ทางด้านมนตรีที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่อย่างเงียบ ๆ มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาออกมาอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่อาม่าก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"ดีมาก...ลื้อเป็นลูกจะต้องรู้จักดูแลพ่อแม่"

[ค่าความสุขของ พ่อมนตรี+1 ค่าความสุขของ อาม่าสุ่นลั้ง+2]

ขวัญรดาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะเชื่อมรอยร้าวและเติมเต็มความสุขให้ทุกคน หลังจากเห็นรอยยิ้มของแม่แล้ว เธอก็หันไปมองพ่อและอาม่าที่นั่งอยู่อีกฝั่ง เด็กหญิงตักหมูทอดชิ้นหนาอีกสองชิ้นจากจานอย่างไม่ลังเล

เธอค่อย ๆ ยื่นช้อนไปวางหมูทอดชิ้นหนึ่งลงในจานข้าวของพ่อ ก่อนจะทำเช่นเดียวกันกับจานข้าวของอาม่าด้วย และการกระทำเช่นนี้ก็ได้ทำให้บรรยากาศกลางวงกินข้าวเงียบลงไปอีกครั้ง

แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบเพราะความประหลาดใจ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น

"โอ้โห!" อาม่าสุ่นลั้งเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อนด้วยเสียงหัวเราะอย่างถูกใจ "หลานอาม่าโตแล้วจริง ๆ รู้จักเอาอกเอาใจผู้ใหญ่ด้วยนะเรา"

หญิงวัยกลางคนกล่าวพลางใช้ช้อนตักกากหมูกรอบ ๆ ชิ้นที่ดูน่าจะอร่อยที่สุดในถ้วยมาวางไว้ในจานข้าวของหลานสาวบ้างคล้ายเป็นการตอบแทน

ติ๊ง! [ค่าความสุขของ อาม่าสุ่นลั้ง +5]

แต่คนที่ดูจะตกใจมากที่สุดกลับเป็นพ่อ... ชายผู้แข็งกระด้างและไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใด ๆ นั่งนิ่งมองชิ้นหมูในจานของตัวเอง

เขารู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาคือฝ่ายที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว ไม่เคยมีใครมาคอยดูแลเอาใจใส่เช่นนี้...โดยเฉพาะจากลูกสาวตัวน้อย

เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองลูก แววตาที่เคยแข็งกระด้างนั้นอ่อนแสงลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณใด ๆ...แต่ยกฝ่ามือที่ใหญ่และหยาบกร้านของตัวเองขึ้นมา...วางลงบนศีรษะของลูกสาวแล้วลูบเบา ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ

สัมผัสนั้นแม้จะเงอะงะ...แต่สำหรับขวัญรดาแล้ว มันได้แทนคำพูดนับล้านคำที่พ่อไม่เคยเอ่ยออกมา

ติ๊ง! [ค่าความสุขของ พ่อมนตรี +10 ภารกิจเริ่มต้น: รากฐานแห่งความเชื่อใจ - สำเร็จ! ค่าความสุขของแม่ช่อฟ้าทะลุเป้าหมาย กำลังมอบรางวัล: สูตรอาหารนำโชคไข่เจียวในฝันของแม่ ข้อมูลสูตรอาหารถูกบันทึกในความทรงจำของผู้ใช้งานแล้ว]

ขวัญรดายิ้มกว้างอย่างมีความสุข เธอรู้สึกเหมือนมีข้อมูลสูตรไข่เจียวแสนอร่อยปรากฏขึ้นในหัวจริง ๆ หลังจากนั้น บรรยากาศของมื้ออาหารก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ความเงียบงันที่เคยน่าอึดอัดถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะเบา ๆ ช่อฟ้าเริ่มเล่าเรื่องที่ตลาดให้สามีฟัง อาม่าก็คอยตักกับข้าวให้หลานทั้งสองคน ส่วนมนตรี...แม้จะยังคงพูดน้อยเช่นเคย แต่แววตาของเขากลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 149

    กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำที่ไหลรินไม่เคยหวนกลับ... นับตั้งแต่วันที่ทองเอกลืมตาดูโลก ภายใต้ร่มเงาของบ้านสวนศิริเวชเจริญ... วันนี้ก็เวียนมาถึงวันที่เขามีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยย่างยี่สิบเอ็ดปีเต็ม เป็นช่วงเวลาที่ชายหนุ่มไทยถือว่าพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่พิธีอุปสมบท เพื่อสนองคุณบ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 148

    เขายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นแววตาที่ลุกโชนของคนกลุ่มนี้ที่ทุกคนจะเป็นกำลังหลักในอนาคต ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้าย...“พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น... ว่าพวกเธอไม่ใช่เด็กใหม่อีกต่อไปแล้ว”“ครับ/ค่ะ” เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงจากพวกเขาที่กำลังจะมีประสบการณ์อย่างเต็มตัวกับหน้าที่ในความรับผิดชอบอันสำคัญหนึ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 147

    เรื่องราวความสำเร็จของศิริเวชเจริญการช่างและการออกแบบไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยขวัญรดาและปฐพีเพียงสองคน... แต่มันยังถูกถักทอขึ้นจากหยาดเหงื่อ น้ำตาและเสียงหัวเราะของเหล่าน้องใหม่ไฟแรงที่ร่วมเดินทางกันมาตั้งแต่ต้น...ย้อนกลับไปในช่วงที่ขวัญรดากับกลุ่มเพื่อนขึ้นปีสองภายห้องสตูดิโอของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในย

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 146

    หลังจากที่ทั้งสองตกลงคบหากันอย่างเป็นทางการ โลกของดวงเชฟขนมหวานผู้ถ่อมตนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีความรักที่งดงามและอบอุ่นเช่นนี้โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างเปิดใจ บ้านที่เคยคิดว่าอาจเป็นที่กดดัน กลับกลายเป็นที่พักใจที่อบอ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 145

    โดยที่ขวัญรดายังคงนั่งเคียงข้างกับปฐพี... ที่บนตักของชายหนุ่มก็มีเด็กชายทองเอกกำลังนั่งมองซ้ายขวาอย่างอยากรู้อยากเห็นผิดวิสัยเด็กทั่วไปที่มักจะตื่นสถานที่หรือกลัวคนแปลกหน้าส่วนปาปารัสซี่... ที่ถ่ายรูปพวกเขาวันนั้นตอนนี้กลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นภาพนี้ เพราะตอนนี้หัวใจของเขาคล้ายกับกำลังทำงาน

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 144

    “ผมว่าพวกเราควรไปสูดอากาศข้างนอกบ้างนะเจ๊... ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กนี่ เจ๊แทบไม่ได้ออกจากบ้านเลย วนเวียนอยู่แต่บริษัทและก็บ้าน” คำพูดของน้องชายดูมีเหตุมีผลไม่น้อย“ก็ดีเหมือนกัน นายขับรถนะ”“ได้เลยครับ นานครั้งจะได้รับใช้พี่สาวสุดสวยกับหลานชายสุดหล่อผมเต็มใจ” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความร่าเริง โดยมีทองเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status