INICIAR SESIÓN“ใช่ค่ะ แม่ของปลายทำงานอยู่ที่นี่ค่ะ แล้วพี่ไทน์มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ” เธอออกไปทำรายงานกับเพื่อนเพิ่งกลับ จึงรู้จากมารดาว่าเจ้านายมีแขก
“พี่มากินข้าวกับคุณคันสรครับ ท่านเชิญพี่มา”
“เหรอจ๊ะ”
“คือเรื่องมันยาว เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง”
“อ้าว... เราสองคนรู้จักกันด้วยเหรอ” คันสรที่เดินออกมาพร้อมกับธัญญาเรศเอ่ยถามเด็กสาวในบ้านเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังคุยกันอยู่
“พี่ไทน์เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนน่ะค่ะ”
“ดี ๆ ต่อไปอยู่บ้านหลังเดียวกัน จะได้ช่วยเหลือกัน”
“คุณท่านหมายความว่า”
“ต่อไปไทน์กับแม่ของเขาจะมาอยู่ที่นี่ ยังไงฉันก็ฝากปลายดูแลพวกเขาด้วยนะ”
“ค่ะคุณท่าน” เธอพูดอย่างดีใจ ที่ผู้ชายที่แอบชอบแอบปลื้มจะมาอยู่บ้านหลังเดียวกันกับเธอ
“เดี๋ยวผมให้คนรถไปส่งที่บ้านนะ อาทิตย์หน้าถ้าไม่ติดปัญหาอะไร คุณกับลูกก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้เลย”
“แต่ลูกชายของคุณ”
“ลูกชายของผม ผมจะจัดการเอง คุณเดินทางกลับดีๆ นะ” คันสรเอ่ยบอกเสียงนุ่ม ทำให้ธัญญาเรศกับธนายกมือไหว้ก่อนจะขอตัวกลับ
“เราล่ะกลับมืด ๆ ค่ำ ๆ ไปไหนมา ที่ฉันถามเพราะเป็นห่วงนะ”
“หนูไปทำรายงานบ้านเพื่อนมาน่ะค่ะ ขออนุญาตแม่แล้วน่ะค่ะ”
“วันหลังถ้ากลับมืด ๆ ค่ำ ๆ แบบนี้ก็ให้คนรถที่บ้านไปรับสิ เป็นผู้หญิงมันอันตราย”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณท่าน เพื่อนขับรถมาส่งค่ะ หนูไม่ได้กลับมาคนเดียว”
“เอาเถอะๆ กลับมาเหนื่อย ๆ ก็ไปพักผ่อนเถอะ ขยันเรียนแบบนี้ก็ดี ปีหน้าก็จะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วใช่ไหม”
“ค่ะคุณท่าน งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
“ไปเถอะ” คันสรเอ่ยจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป ในขณะที่ปลายฝนเดินไปทางหลังบ้าน เพื่อไปยังห้องพักของเธอ
“หิวจังเลยจ้ะ” เธออาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ออกมาที่ห้องครัว เพราะหลายคนยังไม่นอน ยังนั่งดูทีวีกันอยู่ และกินอะไรกันอยู่
“กลับมาแล้วเหรอปลาย มา ๆ มากินผัดหมี่กัน แม่เอ็งเขาทำผัดหมี่กะทิ อร่อยเชียว” สารินเอ่ยชวน
“ของโปรดปลายเลยจ้ะ”
“ดีจริง กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนนะเอ็ง ไม่เหมือนพี่ แค่หายใจก็อ้วนแล้ว” ประโยคของสารินทำเอาทุกคนในครัวหัวเราะประสานเสียงกัน
คันสรเลี้ยงคนรับใช้ในบ้านอย่างสุขสบาย ทุกคนจึงทำงานถวายหัว ทั้งคนขับรถ คนสวน แม่บ้าน ต่างมีสวัสดิการให้ ลูกหลานก็ส่งให้เรียน เรียกว่าเป็นคนดีมากทีเดียว
“ปลายใช้พลังงานเยอะเลยไม่อ้วนจ้ะ”
“พี่ก็ใช้พลังงานเยอะนะ ทำงานบ้านทั้งวัน ยังอ้วนเลย”
“แต่อ้วนพี่ก็รักนะ” เสริมเอ่ยบอกภรรยาทำเอาสารินยิ้มเขิน
เสริมเป็นคนสวนของบ้าน เป็นสามีของสาริน แต่ทั้งสองนั้นไม่มีลูกด้วยกัน เพราะเสริมเป็นหมัน แต่ทั้งสองก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไม่เคยทะเลาะกันเลย
“พี่เสริมนี่ก็โรแมนติกเหมือนกันนะคะ” ปลายฝนตักหมี่กะทิเข้าปากก่อนจะเอ่ยชมว่าอร่อย
“อืม... อร่อยจังเลยจ้ะ ฝีมือแม่นี่สุดยอดไปเลย”
“เสียดายเอ็งกลับมาไม่ทัน” สารินเอ่ยขึ้น
“มีอะไรเหรอจ๊ะพี่สาริน”
“ก็คุณท่านน่ะสิพาเมียใหม่เข้าบ้าน ทะเลาะกับคุณคิงยกใหญ่เลย”
“จริงเหรอจ๊ะ”
“จริงสิ โกรธหัวฟัดหัวเหวียง ทะเลาะกันเสียงดัง ขับรถออกไปจากบ้านยังไม่กลับมาเลย”
“น้าเรศเป็นเมียใหม่ของคุณท่านเหรอจ๊ะ”
“ปลายรู้จักด้วยเหรอ”
“ก็รู้จักจ้ะ เป็นแม่ของพี่ไทน์ พี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนน่ะจ้ะ แถมยังเป็นเพื่อนร่วมห้องของคุณคิงอีกด้วย สองคนนี่เขาไม่ถูกกันจ้ะ ไม่ลงรอยกัน ไม่กินเส้นกันมานานแล้วเพราะชอบแข่งกันในทุกๆ เรื่องน่ะจ้ะ”
“ว่าแล้วเชียวทำไมคุณคิงถึงได้โมโหซะขนาดนั้น”
“พี่ไทน์น่าจะอยู่ยากนะจ๊ะ คุณคิงคงไม่ยอม พี่ไทน์เป็นคนดีมาก ๆ เป็นสุภาพบุรุษ รูปหล่อ น่ารัก มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น” คนพูดเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม
“ยิ้มแบบนี้อย่าบอกนะว่าเราชอบเขา” สารินดักคอ
“พี่สารินน่ะไม่ใช่สักหน่อย” ปลายฝนรีบปฏิเสธ เพราะมารดาก็หันมามองเหมือนอยากรู้ด้วยเช่นกัน
“ท่าทีแบบนี้ไม่ใช่แล้วมั้ง” สารินยังจับผิด ทำให้ปลายฝนเขินอายยิ่งนัก
“ไม่มีอะไรจริงๆ จ้ะ”
“ก็ขอให้ไม่มีจริง ๆ เราอายุแค่นี้เอง ยังเรียนอยู่แค่มัธยมปลาย จะไปคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ได้อย่างไรกัน” ปภาพรทำเสียงดุใส่ลูกสาว ท่าทีจริงจังของมารดา ทำให้ปลายฝนหัวหด
“หนูไม่ได้คิดเรื่องมีแฟนอะไรหรอกจ้ะแม่ แต่ก็ยอมรับว่าแอบปลื้มพี่ไทน์น่ะค่ะ เพราะพี่เขานิสัยดี เป็นสุภาพบุรุษ แล้วก็มีน้ำใจมาก ๆ เลยค่ะ”
“ฮันแน่ ในที่สุดก็ยอมรับว่าปลื้มเขา”
“ก็แค่ปลื้มละค่ะ” ปลายฝนหันไปมองหน้ามารดา เพราะเกรงใจ มารดาสอนเสมอว่าให้ขยันเรียน จะได้มีงานดี ๆ ทำ เลี้ยงตัวเองได้ ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก เธอเองก็ไม่อยากทำให้มารดาต้องเสียใจ
“ต่อไปเขาก็จะมาเป็นเจ้านายของเราอีกคน อย่าไปคิดหวังสูงเลย” ปภาพรไม่อยากให้ลูกคิดเรื่องแบบนี้ อยากให้เรียนให้จบและทำงานก่อน แต่ถ้าหากมีผู้ชายดี ๆ มีฐานะมาชอบ ก็ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ก่อนถึงเวลานั้น นางก็อยากให้ลูกสาวทำตัวให้มีคุณค่าไม่ไปเป็นของเล่นของผู้ชายก่อนถึงเวลาอันควร
“ค่ะแม่” ปลายฝนรับคำเสียงอ่อย เธอเข้าใจความหวังดีของมารดา
“คนใจร้าย ฉันเฝ้ารักเธอมาตลอด เธอมันเย็นชาไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก ฉันไปเรียนอยู่เมืองนอกหลายปี ก็ไม่เคยมีใคร มีแต่เธอในหัวใจคนเดียว”“เธอไปอยู่เมืองนอกเหลวแหลกแค่ไหน ทำไมฉันจะไม่รู้ เพื่อนของฉันยังเคยได้กินเธอเลย”“นี่เธอ” รติรสครางออกมา“เธอไม่ได้รักฉัน แค่อยากได้ฉันเท่านั้น บ้านเธอกำลังมีปัญหาด้านการเงินนี่นา”“เธอรู้ได้ไง” รติรสพูดอย่างตกใจ“น้ำรินสารภาพหมดแล้วว่าเธอสั่งให้น้ำรินไปวางยาปลายฝน”“ก็ปลายฝนไม่ได้เป็นอะไร” รติรสเริ่มแถเมื่อโดนจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้“นี่คือคลิปที่น้ำรินอัดเอาไว้ตอนที่เขาเจอกับเธอ เธอพูดอะไรกับน้ำรินบ้าง มันอยู่ในนี้ ไปหาตำรวจกัน” คชากระชากแขนของรติรสเต็มแรง เพื่อที่จะพาไปหาตำรวจด้วยกัน“อย่านะคิง ถือว่ารสเคยช่วยชีวิตคิงเอาไว้ตอนคิงเป็นตะคริวแล้วจมน้ำ อย่าจับรสส่งตำรวจเลยนะ” เธอทวงบุญคุณเอากับคชา ทำให้เขาชะงักไปเธอแอบชอบเขาตั้งแต่สมัยเรียน แอบตามเขาไปเมื่อเห็นว่าเขาไปซ้อมว่ายน้ำตอนเย็นคนเดียว จนได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ตอนเขาเป็นตะคริว เลยมีบุญคุณต่อกันมา เธอเลยได้ใกล้ชิดเขา แต่เขาก็คงสถานะให้เธอแค่เพื่อนเท่านั้น“ก็ได้ ฉันจะไม่จับเธอส่งตำรวจ เพราะปลายฝนรอดม
“วางยาก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสิ ไม่ใช่มาทำแบบนี้”“ก็ปลายฝนเป็นเมียผม ผมช่วยเธอแบบนี้ไม่ผิด” ประโยคของลูกชายทำเอาคันสรอ้าปากค้าง และปลายฝนก็ตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ออกมา“แกกำลังพูดอะไรอยู่ห้ะ รู้ตัวหรือเปล่า”“รู้สิครับ ปลายฝนเป็นเมียผมนานแล้ว”เพียะ!!! เสียงตบดังขึ้น ใบหน้าของคชาหันไปตามแรงตบ“ทำไมพ่อต้องตบผม โกรธผมขนาดนี้ หรือพ่อหวังจะเคลมปลายฝนเสียเอง” แม้บิดาจะประกาศกร้าวว่าเอ็นดูปลายฝนเหมือนลูกหลาน และจะส่งเสียให้เล่าเรียน แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจ เขาหวงปลายฝน ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนแม้แต่บิดามายุ่งเกี่ยวกับเธอ“ไอ้ลูกเวร!” คันสรโกรธจนตัวสั่น ตบใบหน้าของลูกชายอีกรอบ แต่คราวนี้คชาหลบทัน ในขณะที่ปลายฝนกอดผ้าห่มเอาไว้แน่น ทำอะไรไม่ถูกเอาเสียเลย“แก ไอ้ลูกชั่ว แกทำลายผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง”“คุณพ่อโกรธผมขนาดนี้เพราะอยากเก็บปลายฝนเอาไว้เองคนเดียวใช่ไหม ผมเห็นนะว่าพ่อมองปลายฝนยังไง พ่อควรจะคิดได้ว่าปลายฝนอายุห่างจากพ่อตั้งหลายปี เป็นพ่อลูกกันได้เลย พ่อจะหวังเคลมเด็กในบ้านหรือไง”“ไอ้ ไอ้ลูกเวร ฉันจะทำแบบนั้นกับลูกสาวตัวเองได้ยังไงกัน” คันสรเผลอพูดออกมา นั่นทำให้ทุกคนตกตะลึง“พ่อ พ่อพูดว่า
“ปลายฝน เกี่ยวอะไรกับยายนั่นด้วย” รติรสไม่ค่อยชอบปลายฝนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว“ปลายฝนแอบมีความสัมพันธ์กับคชามานานแล้ว เรียกว่าแอบเป็นเมียลับ ๆ น่ะ”“จริงเหรอ”“จริงสิ”“ปลายฝนคงอยากถีบตัวเองให้สูงขึ้น หวังสูงเพื่อจับคชาน่ะ”“นังสารเลว”“ถ้าเธออยากได้คชาก็ต้องกำจัดปลายฝนออกไป”“แล้วนายมาบอกเรื่องนี้กับฉันทำไม”“ฉันอยากช่วยเธอไง”“ช่วยฉันทำไม”“ฉันกับปลายฝนเคยชอบกันมาก แต่หล่อนกลับเลือกความรวยของคชา ฉันก็เลยเจ็บใจ อยากทำให้ปลายฝนเจ็บ”“ฉันเข้าใจแหละ นายอยากแก้แค้นผู้หญิงที่เคยหักอกนายล่ะสิ นายจะร่วมมือกับฉันใช่ไหม”“ฉันแค่เล่า แต่ไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นหรอก”“ถ้านายไม่ทำอะไร งั้นฉันจะกำจัดยายนั่นออกจากชีวิตของคิงเอง”“อย่าเอาให้ถึงตายเลยนะ”“นายยังห่วงแม่นั่นอยู่อีกเหรอ”“ไม่ใช่ แต่ฉันเป็นห่วงเธอ ไม่อยากให้เธอมีปัญหาตามมาทีหลัง”“โอเค” เธอรับคำ เพราะตอนนี้ที่บ้านกำลังถังแตก ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนแต่ก่อน เธอเลยต้องจับผู้ชายสักคนที่ร่ำรวยเหมือนครอบครัวเธอในอดีต แต่คนคนนั้นต้องไม่ใช่ไทน์ เพราะเขาเป็นแค่ลูกเลี้ยงของคันสร ยังไงก็สู้คชา ลูกแท้ ๆ ของคันสรไม่ได้“เธอมีแผนอะไร”“แผนการของฉันก็ง่าย ๆ แค่
พูดคุยกับเธออยู่บ้าง แต่ก็ยังคงสถานะความเป็นเพื่อนเอาไว้เช่นเดิม เพราะเขาไม่เคยคิดที่จะเกินเลยกับเธอไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต“จำได้สิ จำได้ว่าหนูรสย้ายไปอยู่กับอาที่อเมริกาใช่ไหม แล้วนี่เรียนจบแล้วเหรอ กลับมาเมื่อไหร่แล้ว”“เรียนจบแล้วค่ะ เพิ่งกลับมาจากอเมริกาค่ะ” รติรสยกมือไหว้คันสร ก่อนที่ทั้งหมดจะคุยกันอย่างถูกคอธนาที่ยืนมองอยู่อีกด้าน จ้องรติรสไม่วางตา ทำให้ธัญญาเรศต้องเอ่ยถามลูกชาย“ใครกันจ๊ะลูก”“เธอเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับผมแล้วก็ไอ้คิงน่ะครับ ลูกสาวนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงด้านอสังหารน่ะครับ”“โพรไฟล์ดีเสียด้วย”“แต่เธอไม่สนใจผมหรอกครับ สนใจแต่ไอ้คิง เพราะตอนนั้นผมจน”“ลูกชอบหล่อนเหรอ”“ก็ไม่เชิงหรอกครับ แต่รติรสโดดเด่นที่สุดในโรงเรียน มีหนุ่ม ๆ ชอบเยอะ แต่หล่อนก็รักปักใจอยู่กับไอ้คิง หล่อนแสดงออกมาว่าชอบไอ้คิงน่ะครับ แต่ไอ้คิงนี่สิไม่ได้แสดงออกอะไร ให้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น”“ถ้าชอบก็แย่งมาให้ได้สิ ไอ้คิงน่ะเหมาะกับลูกคนใช้อย่างนังปลายฝนแล้วล่ะ”“ก็น่าสนนะครับ” ธนาพูดขึ้น ก่อนที่เขาจะคิดวางแผนในใจ เพื่อที่จะได้หาทางพบเจอกับหญิงสาว แต่น่าจะไม่ต้องหาทางเพราะหลังจากงา
“ก็ถ้าลูกแท้ ๆ อย่างแกมันไม่เอาไหน ฉันก็ควรพิจารณาให้คนอื่นมาดูแลกิจการไม่ใช่เหรอ เพราะถ้ายังขืนให้แกดูแล กิจการของฉันคงจะเจ๊งไม่เป็นท่า”“ผมไม่ยอมหรอกครับ”“ไม่ยอมก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดี”“ไม่ครับ”“นี่แกอย่ามากวนโมโหฉันนะ” คันสรเริ่มของขึ้น“ผมขอตัวก่อนนะครับ วันนี้รู้สึกเหนื่อยมาก อยากจะกลับไปพักผ่อนแล้วครับ”“แกจะบ้าเหรอ นี่มันยังไม่เที่ยงด้วยซ้ำ แกทำงานเช้าชามเย็นชามแบบนี้ บริษัทได้เจ๊งน่ะสิ” คันสรโกรธลูกชายเป็นอันมาก“ผมไม่ได้ทำงานเช้าชามเย็นชามนะครับ แต่ทำงานเช้าชาม เย็นสองชาม”“นี่แกอย่ามาพูดจากวนส้นตีน แกรู้ไหมว่ากว่าฉันจะสร้างบริษัทนี้มาได้เหนื่อยยากลำบากแค่ไหน แกเป็นคนเรียนเก่ง หัวดี กีฬาก็เด่น ทำไมถึงได้กลายเป็นคนขี้เกียจแบบนี้ไปได้”“ผมขอตัวก่อนนะครับคุณพ่อ ขี้บ่นเสียจริง” คชาเอ่ยขอตัว จริงๆ เขาทำงานอย่างจริงจัง เรียนรู้งานทุกอย่างที่เขาต้องสืบทอด แต่ไม่ได้ทำให้บิดาหรือใครเห็นก็แค่นั้นเอง อีกทั้งพอเรียนจบเขาก็ได้ลูกน้องฝีมือดีมาช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ด้วย การมีลูกน้องไว้ใช้สอยถือว่าดีมาก เวลาจะทำอะไรก็สะดวกมากขึ้น“เดี๋ยวก่อนไอ้คิงกลับมานี่ก่อน” คันสรเรียกลูกชายเอาไว้แต่อีก
“ได้ค่ะ” แต่ธนาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร หากเธอจะถอยหนี ทำท่าทีว่ารังเกียจ มันก็ดูจะน่าเกลียดจนเกินไป“เราไม่ได้คุยกันเลยนะครับ”“พี่ไทน์มีอะไรหรือเปล่าคะ”“พี่เห็นเรานั่งอยู่คนเดียว ก็เลยมานั่งด้วย แค่อยากคุยด้วยน่ะครับ”“ค่ะ”“เรียนใกล้จบแล้วนะครับ เราก็เหลืออีกแค่ปีเดียวนี่นา”“พี่ไทน์ก็ฝึกงานที่บริษัทคุณท่าน ใกล้ฝึกงานจบแล้วเหมือนกันนี่คะ”“ครับ ฝึกงานเสร็จ คุณลุงอยากให้พี่ช่วยงานที่บริษัทน่ะครับ”“ดีสิคะ เรียนจบแล้วก็จะได้ทำงานเลย”“แล้วปีหน้าน้องปลายฝึกงานที่ไหนครับ”“คุณท่านเคยเปรยว่าอยากให้ฝึกที่บริษัทน่ะค่ะ จะได้เรียนรู้งาน”“ก็ดีนะครับ พี่ว่าคุณลุงคงอยากให้ปลายช่วยงานที่บริษัทเหมือนกัน”“ปลายก็อยากช่วยงานคุณท่านค่ะ คุณท่านมีบุญคุณกับปลายมาก”“ปลายเป็นคนกตัญญู ยังไงชีวิตก็ต้องเจริญก้าวหน้าครับ”“พี่ไทน์กับคุณแม่อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างคะ”“ก็ดีนะครับคุณลุงดีกับพี่กับคุณแม่มาก”หลายปีแล้วสินะที่เขาอยู่ที่นี่กับมารดาของเขา แบบที่ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับคชา อาจเพราะธนาหลบเลี่ยง และไม่ปะทะ เธอก็ว่าดี การมีปัญหากับคชาไม่ใช่เรื่องดี คชาเองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ใช่คู่แข่งก







