LOGIN7 เดือนผ่านไป
ภาคิน
ตอนนี้น้องพลอยใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว โดยหลายเดือนก่อนผมได้พาน้องพลอยไปอัลตร้าซาวด์เพื่อดูเพศลูก คุณหมอบอกว่าเรากำลังจะได้ลูกชาย ซึ่งแข็งแรงดีมากแถมตัวโตตามเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วย ซึ่งมันทำให้ทุกคนดีใจกันมากที่หลานคนแรกของตระกูลจะเป็นหลานชาย โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของผมที่พวกท่านดีใจกันมากที่จะได้หลานชายมาสืบทอดตระกูลต่อจากผม จนพากันไปซื้อของขวัญมาเตรียมรับขวัญหลานกันอย่างถ้วนหน้า จนตอนนี้ของขวัญมันมากองอยู่เต็มพื้นห้องของผมไปหมดแล้ว แต่ในกองนั้นก็มีของคุณพ่อป้ายแดงอย่างผมด้วยนะครับที่เตรียมซื้อของเอาไว้ใช้และของเล่นของลูกเมื่อลูกลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลก ส่วนของขวัญของเพื่อนๆผมกับเพื่อนๆของน้องพลอยก็เช็คเงินสดกันคนละล้าน ซึ่งทุกคนเปย์หนักกันจริงๆ อันนี้ผมนับถือเลย
"พี่เหมันต์ค่ะ วันนี้พี่จะไปไหนหรือป่าวค่ะ หนูขอไปด้วยได้ไหม หนูเบื่อที่ต้องอยู่แต่กับห้องแล้ว" เพราะตั้งแต่พี่เหมันต์รู้ว่าฉันท้อง ก็ไม่ค่อยจะให้ฉันออกไปไหนด้วยตัวเองเลย ถ้าจะไปไหนก็ต้องมีพี่เหมันต์ไปด้วยเท่านั้น คงด้วยความห่วงฉันกับลูกแหละ อันนี้ฉันเข้าใจดี
"วันนี้พี่ว่าจะเข้าบ่อนไปดูบัญชีหน่อยนะครับ แต่หนูไม่ต้องไปด้วยหรอก เดี๋ยวพี่รีบกลับมา แต่ถ้าพี่กลับมาเร็วจะพาออกไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะเอาไหมครับ จะได้รับกับบรรยากาศที่สดชื่นหน่อย หนูจะได้อารมณ์ดีขึ้น" ผมเข้าใจนะว่าน้องคงเบื่อที่ต้องอยู่แต่กับห้อง แต่มันก็ไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยกับเธอและลูกเท่าที่นี่อีกแล้ว ที่ผมทำแบบนี้เพราะผมเป็นห่วงเธอมากนะครับ
"ก็ได้ค่ะ งั้นพี่เหมันต์รีบกลับมานะคะ โอ้ย!" ฉันที่กำลังจะส่งพี่เหมันต์ไปทำงานก็รู้สึกว่าลูกดิ้นแรงมากเลยในวันนี้ จนฉันรู้สึกจุกเสียดที่ท้องขึ้นมา
"หนูเป็นอะไรครับ เจ็บท้องจะคลอดรึป่าว" ผมที่เห็นน้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ จึงเข้าใจว่าน้องอาจจะเจ็บท้องเตรียมจะคลอดแล้ว
"ไม่ใช่ค่ะ พอดีว่าวันนี้ลูกดิ้นแรงไปหน่อย มันเลยทำให้หนูจุกเสียดไปที่ท้องน่ะคะ" ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าวันนี้ทำไมลูกดิ้นแรงจัง
"งั้นเดี๋ยวพี่พาไปนั่งพักนะครับ หนูก็นั่งดูซีรี่ย์ไปก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่จะรีบไปทำงานก่อน แล้วจะรีบกลับมานะครับ"
"ค่ะพี่เหมันต์ งั้นพี่ก็รีบไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ"
"ครับ ฟอด ฟอด" ผมจึงก้มหอมแก้มน้องด้วยความรักใคร่ก่อนจะเตรียมตัวไปทำงาน
"งั้นพี่ไปแล้วนะครับ" ผมโบกมือลากำลังจะออกจากห้องไปแล้ว แต่แล้วสิ่งที่ผมรอคอยมาตลอดก็เกิดขึ้น
"โอ้ยๆพี่เหมันต์ หนูปวดท้องจังเลยค่ะ" ฉันที่รู้สึกปวดจี๊ดไปที่ท้องน้อยจนเจียนจะไม่ไหวอยู่แล้ว
"หนูกำลังจะคลอดแล้วใช่ไหม ไอ้เจมส์! ไอ้เจมส์ มึงรีบลงไปเตรียมรถ เมียกูกำลังจะคลอดแล้ว" ผมจึงแหกปากเรียกลูกน้องเสียงดังลั่น พร้อมอุ้มน้องขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะรีบพาน้องลงลิฟต์ไปในทันที พอผมลงลิฟต์มาได้รถก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ผมจึงเร่งพาน้องไปที่โรงพยาบาล ก่อนจะโทรหาคุณพ่อคุณแม่ผมว่าลูกสะใภ้ของท่านกำลังจะคลอดลูกแล้ว พอไปถึงโรงพยาบาลน้องพลอยก็ถูกส่งเข้าห้องคลอดในทันที
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ผมที่ตอนนี้กำลังรอน้องพลอยคลอดลูกอยู่หน้าห้อง ผมในตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวายไปหมด เพราะไม่รู้ว่าคุณหมอและพยาบาลจะพาน้องพลอยและลูกออกมาหาผมกันตอนไหน จนตอนนี้ผมนั่งไม่ติดเลย จนกระทั่งคุณพ่อคุณแม่ของผมมา
"ตาเหมันต์ หนูพลอยเป็นยังไงบ้างลูก ออกมากันรึยัง" ไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกสะใภ้กับหลานชายของเธอจะเป็นยังไงบ้าง
"ยังเลยครับแม่ นี่ก็เข้าไปกันสักพักแล้ว" ผมก็ยังรออยู่เลย ไม่รู้เมื่อไหร่จะออกมากันสักที
"คนไหนคือสามีคุณพลอยแพรค่ะ พอดีภรรยาของคุณอยากให้คุณเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนน่ะคะ" พยาบาลที่ถูกคนไข้ขอให้พาสามีของเธอเข้าไปอยู่ด้วย จึงรีบเดินออกมาตามคำขอของคนไข้ เพราะเธอเข้าใจดีว่าการคลอดลูกมันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก คนไข้คงอยากได้กำลังใจจากสามี
"ผมครับ ผมเอง" เหมันต์ที่พอได้ยินพยาบาลพูดอย่างนั้นก็รีบเดินเข้าไปหาพยาบาลทันที
"งั้นคุณเดินตามฉันมานะคะ คุณต้องใส่ชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะถึงจะเข้าห้องคลอดได้"
"ได้ครับ รีบเดินนำผมไปเลย" พยาบาลจึงเดินนำเหมันต์เข้าห้องปลอดเชื้อเพื่อใส่ชุดนั้นในทันที ก่อนจะเดินนำมาที่ห้องคลอดเพื่อพามาหาคนไข้
"พี่เหมันต์! มาแล้วหรอค่ะ หนูปวดท้องจังเลย ฮึก" ฉันน้ำตาซึมด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะจับมือของพี่เหมันต์ไว้แน่น
"หนูทำใจดีๆไว้ก่อนนะครับ เราจะสู้ไปด้วยกัน อดทนหน่อยนะครับ ลูกเรากำลังจะลืมตาออกมาดูโลกแล้ว" ผมเข้าใจนะว่าเธอคงเจ็บปวดมาก แต่เวลานี้มันต้องสู้เท่านั้นจะถอยก็ไม่ได้แล้ว
"คุณแม่หายใจเข้าลึกๆหน่อยนะคะ แล้วอย่าเพิ่งเบ่งนะ"
"คุณหมอค่ะ นะ หนูจะไม่ไหวแล้ว ผ่าท้องคลอดจะได้ไหมคะ" ฉันรู้สึกเจ็บปวดเจียนจะตายอยู่แล้ว ฉันจะไม่ไหวจริงๆแล้วนะ
"หนูครับ มาขนาดนี้แล้วหนูอดทนอีกหน่อยนะ เชื่อพี่เถอะนะครับ" ถ้าจะผ่าตอนนี้ผมว่ามันก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ไหนจะแผลหลังการผ่าอีก ถ้าคลอดตามธรรมชาติได้น่าจะดีกว่า
"ฮึก! ก็ได้ค่ะ" ฉันจะอดทนเพื่อลูกเพื่อสามีก็แล้วกัน
"คุณแม่พร้อมนะคะ" คุณหมอนั่งประจำที่ตรงกลางหว่างขาของน้องพลอย พยาบาลยืนข้างๆน้องพลอยหนึ่งคนแล้วใช้มือวางตรงหน้าท้อง
"คุณแม่เบ่งเลยค่ะ เบ่งแรงๆเลยค่ะ"
"อื๊ดดดดดดด อื๊ดดดดดด" น้องพลอยเบ่งตามคุณหมอบอก ส่วนเหมันต์ก็ยืนจับมือน้องพลอยไว้อย่างให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
"อดทนหน่อยนะครับ ใกล้จะออกมาแล้ว"
"อื๊ดดดดดดดด"
"หยุดเบ่งก่อนนะคะ" หมอหยิบกรรไกรขึ้นมาแต่ไม่รู้ทำไรเพราะผมไม่ได้สนใจ ก่อนที่จะได้ยินเสียงคุณหมอบอกให้เบ่งต่อ
"คุณแม่เบ่งต่อเลยค่ะ"
"อื๊ดดดดดดดดด"
"อีกนิดเดียวนะคะ ใกล้แล้ว เบ่งอีกค่ะ"
"อื๊ดดดดดดดดด"
"แง๊! แง๊! แง๊!" เสียงเด็กร้องออกมาทำให้ผมกับน้องพลอยน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ วินาทีนี้ผมเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ ก่อนที่พยาบาลจะเอาลูกผมไปทำความสะอาดโดยเช็ดคราบเลือดออก ก่อนจะห่อด้วยผ้าแล้วอุ้มมาวางไว้ที่อกของน้องพลอย
"ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ได้ลูกชายค่ะ"
"ฮึก! ฮึก! ลูกของแม่" ฉันที่ตอนนี้รู้สึกดีใจและตื้นตันไปหมดที่ได้เห็นหน้าลกชายเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกดีใจที่ฉันสามารถคลอดเขาออกมาด้วยตัวเองได้
"ลูกเราหน้าตาน่าเกลียดน่าชังจังเลยนะครับ หล่อเหมือนพี่เลย"
"แล้วไม่เหมือนหนูบ้างเลยหรอคะ"
"เหมือนนิดหน่อยครับ หึหึ"
"เดี๋ยวพยาบาลจะพาคุณแม่ไปห้องพักฟื้นก่อนนะค่ะ ส่วนน้องเดี๋ยวพยาบาลจะเอาตามไปส่งให้ทีหลังนะคะ"
"ครับ" ผมจึงปล่อยให้พยาบาลเข็นเมียกับลูกผมไป ก่อนจะไปถอดชุดออกแล้วเดินกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่ของผมที่รออยู่ข้างนอก
"หนูพลอยกับลูกเป็นยังไงบ้างตาเหมันต์ ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกไหม"
"ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกครับ ตอนนี้พยาบาลพาน้องพลอยกับลูกไปห้องพักฟื้นแล้ว"
"งั้นรีบตามไปกันเถอะ แม่อยากจะเจอหน้าหลานจะแย่แล้ว"
หลังจากนั้นเราทุกคนก็พากันไปที่ห้องพักของน้องพลอย โดยตอนนี้เพื่อนๆของผมและของน้องที่ได้ข่าวคราวกันก็มายืนออกันอยู่ในห้องเต็มไปหมด โดยตอนนี้น้องพลอยกำลังหลับอยู่ ส่วนลูกผมพยาบาลก็นั่งไม่พามาส่ง
"ไอ้เหมันต์ เมื่อไหร่หลานกูจะมาวะ เช็คเงินสดกูมันอยากจะไปถึงมือหลานอยู่แล้วเนี่ย"
"หึ! ถ้าเช็คมันร้อนนัก ก็เอามาใส่มือกูนี่ ยังไงก็ต้องตกมาอยู่ในมือกูอยู่ดี"
"ไม่! กูจะให้หลานกูจับก่อน ส่วนมึงค่อยเอาไปทีหลัง"
"แล้วแต่มึงล่ะกัน"
ก๊อก! ก๊อก!
"เอาเด็กมาส่งแล้วค่ะ" พยาบาลเดินเข็นรถเข็นเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขอตัวออกไป ส่วนคุณน้าคุณอาคุณปู่คุณย่าก็พากันล้อมรถเข็นจนคนเป็นพ่ออย่างผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปใกล้ลูกของผมเลย
"หน้าตาน่าเกลียดน่าชังจริงๆเลยหลานน้า"
"หน้าตาเหมือนไอ้เหมันต์เป้ะเลยว่ะ หน้าตาถอดพ่อมันมาเลยจริงๆ"
"หน้าตาไม่เหมือนหนูสักหน่อยเลยหรอคะ ทำไมมันน่าน้อยใจจัง หนูอุตส่าห์ตั้งท้องมาตั้งเก้าเดือน" พลอยแพรที่พอได้สติกลับมาจากการพักฟื้น จึงได้แต่พูดออกมาด้วยความน้อยใจ
"หนูตื่นแล้วหรอครับ ยังเจ็บแผลอยู่ไหม" เหมันต์ที่เห็นภรรยาคนสวยเริ่มน้อยใจ จึงเอ่ยถามขึ้นเพื่อพาเปลี่ยนเรื่อง เพราะเขาไม่อยากให้น้องมาน้อยใจอะไรตอนนี้เพราะน้องกำลังอยู่ใสช่วงพักฟื้น
"นิดหน่อยค่ะ แล้วเราจะตั้งชื่อลูกเราว่าอะไรดีคะ" ฉันอยากให้พ่อของเขาเป็นคนตั้งให้ เพราะถ้าลูกรู้คงดีใจที่พ่อของเขาตั้งชื่อให้เอง
"ชื่อ น้องไดม่อน ชาร์เตอร์ ครับ ชื่อเล่นก็ไดม่อนตามชื่อจริงไปเลยก็ได้"
"เอางั้นก็ได้ค่ะ หนูก็ว่าเพราะดี"
"ที่พี่ตั้งชื่อว่า ไดม่อน เพราะว่ามันหมายถึงเพชร ซึ่งเพชรพลอยคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับพี่ หนูเข้าใจไหมครับ" เพชรหรือไดม่อนก็คือลูกชายของผมเอง ส่วนพลอยก็ภรรยาสุดที่รักของผมยังไงล่ะ
"คู่นี้หนิขนาดมีลูกด้วยกันแล้ว ก็ยังหวานกันไม่เปลี่ยนเลยเนาะ"
"ก็เหมือนคู่ของพวกเราแหละครับ หึหึ" ตอนนี้หวานเจี๊ยบ
****************จบบริบูรณ์*****************
7 เดือนผ่านไปภาคินตอนนี้น้องพลอยใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว โดยหลายเดือนก่อนผมได้พาน้องพลอยไปอัลตร้าซาวด์เพื่อดูเพศลูก คุณหมอบอกว่าเรากำลังจะได้ลูกชาย ซึ่งแข็งแรงดีมากแถมตัวโตตามเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วย ซึ่งมันทำให้ทุกคนดีใจกันมากที่หลานคนแรกของตระกูลจะเป็นหลานชาย โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของผมที่พวกท่านดีใจกันมากที่จะได้หลานชายมาสืบทอดตระกูลต่อจากผม จนพากันไปซื้อของขวัญมาเตรียมรับขวัญหลานกันอย่างถ้วนหน้า จนตอนนี้ของขวัญมันมากองอยู่เต็มพื้นห้องของผมไปหมดแล้ว แต่ในกองนั้นก็มีของคุณพ่อป้ายแดงอย่างผมด้วยนะครับที่เตรียมซื้อของเอาไว้ใช้และของเล่นของลูกเมื่อลูกลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลก ส่วนของขวัญของเพื่อนๆผมกับเพื่อนๆของน้องพลอยก็เช็คเงินสดกันคนละล้าน ซึ่งทุกคนเปย์หนักกันจริงๆ อันนี้ผมนับถือเลย"พี่เหมันต์ค่ะ วันนี้พี่จะไปไหนหรือป่าวค่ะ หนูขอไปด้วยได้ไหม หนูเบื่อที่ต้องอยู่แต่กับห้องแล้ว" เพราะตั้งแต่พี่เหมันต์รู้ว่าฉันท้อง ก็ไม่ค่อยจะให้ฉันออกไปไหนด้วยตัวเองเลย ถ้าจะไปไหนก็ต้องมีพี่เหมันต์ไปด้วยเท่านั้น คงด้วยความห่วงฉันกับลูกแหละ อันนี้ฉันเข้าใจดี"วันนี้พี่ว่าจะเข้าบ่อนไปดูบัญชีหน่อยนะครับ แต่หนูไม่ต้อง
"ได้เลยครับเมียจ๋า เดี๋ยวผัวคนนี้จัดให้เน้นๆหนักๆเลยครับ" เมียขอมาทั้งทีก็จัดไปสิครับตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตอนนี้ผมจัดเน้นๆทุกดอก ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!"อ่ะ อ่ะ อ้า อ่ะ อ่ะ พี่เหมันต์ หนูเสียว ดูดนมให้หน่อยค่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ้า" ฉันเสียวสุดๆ ฉันแอ่นหน้าอกให้พี่เหมันต์ดูดได้ถนัดขึ้น"ได้เลยครับ อ่าาาส์" ผมตอบน้องเสร็จก็อ้าปากดูดเต้านมน้องทันที นมน้องใหญ่ดีจริงๆ ผมดูดพร้อมบีบนมไปพร้อมอย่างมันมือ"อย่างนั้นแหละค่ะ ผัวขา อ่า อื้อ เสียวไปหมดเลย อ่า อื้อออ" ผมดูดได้สักพักผมก็มาดูดปากน้องต่อ ส่วนเอวก็ยังคงกระแทกต่อเนื่อง"อ่ะ อ่ะ อื้ออ... " ฉันครางออกมาไม่หยุด จนพี่เหมันต์มาดูดปากฉันไว้อีกครั้ง ก็มันเสียวนี่น่า เราดูดปากกันได้สักพักพี่เหมันต์ก็อุ้มฉันไปอาบน้ำตรงที่เปิดฝักบัวทิ้งไว้อยู่ เราอาบน้ำกันไปเอากันไป จนฉันตัวเปียกชุ่มไปหมด พี่เหมันต์จึงหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวเราลวกๆก่อนที่จะเดินกระเตงพาฉันไปที่กลางห้อง ฉันจะบอกว่ามันเสียวมาก ก็พี่เขาเดินกระแทกร่องฉันไป ตอนนี้ขาฉันเกาะไว้ที่เอวของพี่เหมันต์ พี่เหมันต์อุ้มฉันกระแทกอยู่อย่างนั้น จนฉันเสียวไปหมด จนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว การ
"หนูครับ เราอาบน้ำกันก่อนเถอะครับ จะได้นอนพักผ่อนกัน" วันนี้เราสองคนเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ขออาบน้ำแต่งตัวใหม่ให้ชื่นใจหน่อยเถอะ เหนียวตัวจะแย่ น้องจะได้นอนพักผ่อนด้วย"พี่ช่วยหนูถอดชุดก่อนสิค่ะ" ชุดฉันมันต้องรูดซิปจากด้านหลังมันถึงจะถอดได้"ครับ" ผมจึงไปช่วยน้องรูดซิปลงมาทันที จนเห็นแผ่นหลังขาวๆของเธอ มันน่าจับขย้ำชิปหาย"หนูถอดชุดแล้ว ก็ไปอาบน้ำนะครับ" ต้องให้น้องรีบๆไปอาบน้ำซะ ก่อนที่ผมจะตบะแตก"ค่ะ งั้นพี่อาบน้ำพร้อมหนูเลยไหมค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาพักผ่อน" ฉันส่งสายตายั่วๆไปให้สามีป้ายแดงของฉัน วันนี้เป็นวันแต่งงานของเราสองคน เรื่องแบบนี้จะพลาดได้ยังไงกัน"หนูคิดดีแล้วหรอครับว่าจะอาบน้ำพร้อมพี่ กว่าจะอาบน้ำเสร็จคงจะหลายชั่วโมงเลยนะครับ หนูจะไหวกับพี่รึป่าว" ว่าจะให้เด็กดื้อแถวนี้พักผ่อนสักหน่อยเถอะ แต่ดูแล้วคงไม่ต้องแล้วแหละ ดูเด็กดื้อคนนี้เหมือนกำลังจะแผลงฤทธิ์เลย"ไหวสิค่ะ แค่นี้ทำไมหนูจะไม่ไหวล่ะ" เราสองคนมองตากันด้วยความหลงไหลบวกกับอารมณ์ความอยากขึ้นมานิดๆ ถึงแม้เราสองคนจะมีเพศสัมพันธ์กันบ่อยครั้ง แต่เราสองคนก็ไม่เคยคิดที่จะเบื่อกันหรือห่างจากกันได้เลยจริงๆ มีแต่ความคลั่งไคล
3 เดือนผ่านไปณ โรงแรมสุดหรูใจกลางเมืองกรุงเทพหลังจากวันนั้นที่ฉันได้มีโอกาสเจอกับครอบครัวของพี่เหมันต์ คุณพ่อคุณแม่ก็ได้ไปหาฤกษ์งามยามดีมาให้แก่พวกเราสองคน จนได้วันที่แน่ชัดก็คือวันนี้ ตลอดเวลา 3 เดือนมานี้ฉันก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวคนสวยของพี่เหมันต์ ฉันทั้งเข้าสปาขัดผิวฉวีวรรณจนผิวออกมาขาวใสเนียนกริบ ส่วนชุดเจ้าสาวฉันก็เป็นคนเลือกเองกับมือ ชุดฉันสวยมากอย่างกับเจ้าหญิงในนิยายไม่มีผิด ส่วนเจ้าบ่าวของฉันก็หล่อออร่าจับไม่แพ้ใครแน่นอน ส่วนสถานที่และพิธีการต่างๆคุณพ่อคุณแม่เป็นธุระจัดการให้ทั้งหมด โดยภายในงานคุณแม่ได้สั่งทำซุ้มดอกไม้มาตกแต่งให้ในกรณีพิเศษ เพื่อเป็นจุดถ่ายภาพให้กับเราสองคน ซุ้มดอกไม้นี้ใช้ดอกไม้นานาพันธุ์ชนิดเป็นหมื่นๆดอกเลยทีเดียว มันจึงออกมาสวยงามระรานตา พอได้ถ่ายรูปจุดๆนี้เลยดูมีสีสันที่สวยงาม ถ่ายรูปไหนก็สวย ถ่ายตรงไหนก็โดนใจไปหมด คุณแม่หนิสุดยอดไปเลย คุณแม่เข้าใจวัยรุ่นอย่างฉันที่สุดฉันที่ตอนนี้อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสุดหรู กระโปรงยาวลากพื้นพร้อมผ้าคลุมหัวลายลูกไม้ ฉันตอนนี้ยืนดูตัวเองอยู่ในกระจกด้วยความพอใจ ฉันไม่คิดไม่ฝันเลยนะว่าตัวเองจะมีวันนี้ได้ ทั้งที่ต
ณ คอนโดเหมันต์ตอนนี้ฉันกับพี่เหมันต์เดินทางกลับมาถึงคอนโดแล้ว แต่พวกเรายังไม่พร้อมลงจากรถตอนนี้โดยเฉพาะฉันเนี่ยแหละ ขอทำใจและตั้งตัวแปปนึงล่ะกัน ฉันที่ตอนนี้รู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก ความกล้าที่เคยมีได้จางหายไปในชั่วพริบตา ตอนนี้ตัวฉันรู้สึกไม่ค่อยโอเครสักเท่าไหร่ ฉันกลัวพ่อแม่พี่เหมันต์ไม่ชอบฉันอ่ะ ยิ่งฐานะของฉันแล้วยิ่งแล้วใหญ่เลย ฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งก็เท่านั้น ไม่มีตำแหน่งหรือฐานะอะไรที่คู่ควรกับพี่เหมันต์ได้เลยสักนิด"หนูครับ หนูโอเครขึ้นมาบ้างรึยังครับ" ผมที่รู้ว่าน้องคิดมากและเกิดความกังวลขึ้นมา เลยได้แต่ปลอบใจน้องอยู่ตรงนี้ พร้อมปล่อยให้น้องได้ทำใจและตั้งตัว"ยังค่ะ พี่เหมันต์หนูกลัว ถ้าพ่อแม่พี่ไม่ชอบหนูขึ้นมา หนูจะทำยังไงดีคะ""หนูครับ ใจเย็นๆก่อน พ่อแม่พี่ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรขนาดนั้น หนูเลิกกลัวได้แล้วครับ พี่เชื่อว่าพ่อแม่พี่ต้องรักและเอ็นดูหนูแน่นอน เชื่อพี่นะครับ""จริงนะค่ะ" ฉันจะพยายามเชื่อล่ะกัน ถึงแม้ในส่วนลึกของฉันจะรู้สึกตรงข้ามกับสิ่งที่พี่เหมันต์พูดก็เถอะ"พี่ว่าเราขึ้นไปหาพวกท่านกันดีกว่านะครับ การที่เราปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานๆมันยิ่งไม่ดี ไม่คว
หลังจากที่ทุกคนออกมาจากโรงแรม พวกเราก็มาซื้อของฝากแถวๆตลาดปากน้ำ ก็มีจะเป็นพวกสัตว์ทะเลตากแห้ง ปากหมึกหวาน อาหารทะเลสด กะปิ แล้วก็ขนมขบเคี้ยวต่างๆ พวกเราซื้อกันคนละนิดคนละหน่อยก่อนที่จะพากันกลับกรุงเทพเลย ตลอดสองข้างทางก็มีของกินเยอะแยะมากมาย ฉันก็มีแวะซื้อติดไม้ติดมือกลับมาอีกตามเคย กว่าพวกเราจะถึงกรุงเทพของฝากแทบจะเต็มท้ายรถเลยอีกด้านตอนนี้คุณพ่อสุดหล่อของเหมันต์อย่างวินเนอร์และภรรยาสุดสวยอย่างมิเชลได้เดินทางจากอังกฤษมาเยี่ยมลูกชายของเธอที่อยู่เมืองไทย เนื่องจากได้ข่าวมาว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว เธอเลยอยากจะมาดูหน้าว่าที่ลูกสะใภ้สักหน่อยว่าจะถูกใจเธอขนาดไหน คิดว่าเธอจะไม่มีวันนี้ซะแล้ว ด้วยความที่ลูกชายของเธอแทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยนะสิ สาวๆสวยๆต่างก็เข้าหามากมายแต่ลูกชายเธอแทบจะไม่สนใจอะไรเลย แทบจะมองเป็นอากาศเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าที่ลูกสะใภ้ของฉันคนนี้ทำยังไงให้ลูกชายของฉันหันมาสนใจได้ ช่างเก่งซะเหลือเกิน โดยตอนนี้เธอกับสามีเดินทางมาถึงกรุงเทพแล้ว กำลังจะเข้าไปหาลูกชายที่คาสิโน เพราะเวลานี้ลูกชายของเธอน่าจะกำลังทำงานอยู่ณ คาสิโนของ
ช่วงสายของวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น.ฉันที่ตอนนี้พึ่งตื่นนอนในช่วงวันหยุดพักผ่อน วันนี้พวกเรามีนัดไปซื้อของฝากกันก่อนกลับกรุงเทพอ่ะ เราคงจะไปกันประมาณ 10 โมงกว่าอ่ะ เพราะซื้อของเสร็จก็จะเดินทางกลับกรุงเทพเลย กว่าพวกเราจะเดินซื้อของฝากเสร็จบวกเดินเล่นด้วยคงเสียเวลาไปหลายชั่วโมงคงได้เวลากลับกรุงเทพในช่
เหมันต์ที่พาพลอยแพรกลับขึ้นมาที่ห้อง พอเปิดประตูเข้าห้องมาได้ ก็เริ่มประกบจูบน้องด้วยความหลงไหลสุดจะทน ส่วนน้องก็ตอบรับอย่างไม่มีใครยอมใคร"อ่ะ อ้า ใจร้อนจังเลยนะค่ะ อ้ะ อื้อออ" พลอยแพรเอ่ยเสียงออกมาด้วยความกระเส่า"พี่ไม่จับหนูกระแทกในลิฟต์ก็บุญแค่ไหนแล้วครับ หืมม หนูชอบส่งสายตายั่วๆมาให้พี่ รู้
19.00 น. ณ The No.43 Italian Bistroตอนนี้พวกเราอยู่ในห้องอาหารของโรงแรม วันนี้พวกเรารู้สึกเหนื่อยๆกับการเดินทางและการเล่นน้ำทะเลกันมานิดหน่อย เลยตกลงกันว่าจะหาอะไรกินที่โรงแรมจะดีกว่า เพราะที่นี่ก็มีอาหารที่ขึ้นชื่ออยู่เหมือนกันอย่างพิซซาที่เป็นสูตรจากอิตาลี่โดยเฉพาะ อาหารที่นี่ก็เช่นกันจะเป็นแนว
หลังจากที่พวกเราเดินเข้ามาข้างในแล้ว ฉันก็เห็นเป็นสวนดอกทิวลิปหลากหลายพันธุ์กำลังเบ่งบานเลย มันสวยมากอ่ะ สงสัยต้องถ่ายรูปลงอินสตราแกรมสักหน่อยแล้วสิ"พี่เหมันต์ค่ะ ถ่ายรูปให้หนูหน่อยค่ะ" ฉันยื่นโทรศัพท์ไปให้พี่เขาถ่ายรูปให้"ได้ครับ" ผมจึงรับหน้าที่เป็นช่างถ่ายภาพโดยปริยาย ส่วนน้องตอนนี้ก็ไปโ







