تسجيل الدخولไข่มุกนั่งลงข้างๆ ปอร์เช่ โดยทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของอีกฝ่ายทุกอย่าง
“ตกลงว่าไง กูไม่มีเวลามากพอที่จะให้มึงมาเล่นตลกด้วยนะ” เอเดนเอ่ยขึ้นทันทีที่ทั้งคู่นั่งลง
“เออ ก็นี่ไง แล้วไหนกุญแจรถกูล่ะ” ปอร์เช่ถามถึงที่อยากได้มากที่สุด ณ ตอนนี้
“ไม่มีปัญหาแน่นะ”
“เออสิวะ”
“งั้นขอดูบัตรประชาชนหน่อย”
“ดูทำไม” เสียงหวานไข่มุกถามขึ้น
“ไอ้หลุยส์ไปเอามา” เอเดนเหลือบมองด้วยสายตานิ่งเฉยก่อนที่เขาจะหันไปสั่งหลุยส์
“ไม่ได้ จะดูก็บอกมาก่อนสิ” ไข่มุกดึงกระเป๋ากลับไปด้านหลังตัวเอง
“ให้ผมดูหน่อยครับว่าคุณอายุถึงจริงรึเปล่า” หลุยส์เอ่ยบอกไข่มุกเมื่อเห็นเธอไม่ยอมส่งกระเป๋าให้ดีๆ
“แน่ใจนะ ว่าดูอายุเฉยๆ” ไข่มุกยังคงถามต่อ
“ให้ไปเหอะน่า” ปอร์เช่เลยกระแทกไหล่ให้เธอส่งกระเป๋าให้หลุยส์
พรึ่บ!
หลุยส์มองบัตรประจำตัวประชาชนของไข่มุกและส่งมันกลับเขากระเป๋าเธอ
“ยี่สิบเอ็ดแล้วครับนาย” หลุยส์เดินไปบอกเอเดนทันที
“อืม...เอากุญแจรถให้มันสิ”
“ตามมาทางนี้ครับ” หลุยส์เอ่ยปากบอกให้ปอร์เช่เดินตามออกไป
แต่…
พึ่บ! ไข่มุกตั้งท่าจะลุกตามไปด้วยแต่ก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อเอเดนเอ่ยทักขึ้น
“จะไปไหน”
“จา จะไปกับเฮีย” เสียงสั่นๆ กลัวๆ เอ่ยออกมาเพราะตอนนี้ไข่มุกไม่รู้จะกลัวผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าหรือจะเป็นคนที่เธอต้องรับกรรมแทนก่อนดี
“ใครใช้ให้เธอไป อยู่นี่!” เสียงแข็งของคนตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยความน่าเกรงขาม
“นั่งนี่แหละยัยมุก เดี๋ยวกระเป๋าฉันฝากไว้กับไอ้หลุยส์เอง”
“แต่มุกไม่อยากอยู่ที่นี่”
“นั่งลงสิวะ” ปอร์เช่ตวาดใส่ไข่มุกทันที ทำให้เธอนั่งลงแต่โดยดี ไม่มีท่าทีขัดขืนแสดงให้เห็นว่าเธอกลัวผู้ชายคนนั้นมากเพียงใด
ซึ่งเช่นเคยทุกการกระทำของร่างบางอยู่ในสายตาของเอเดนทั้งหมด รูปร่างหน้าตาเหมือนเด็กไร้เดียงสา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสดใสถึงแม้ตอนนี้จะมีสีหน้าหวาดกลัวอยู่บ้าง ทว่ามันก็ไม่อาจปกปิดความสดใสราวกับเด็กน้อยได้เลยสักนิด
ตึกตึก!
ขาเรียวสวยกำลังเดินตามผู้ชายคนนั้น คนที่หล่อกระชากใจแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก
ไม่ใช่แค่อีกฝ่ายที่สำรวจท่าทีแต่ต่างฝ่ายต่างประเมินซึ่งกันและกันอยู่และสิ่งเดียวที่ไข่มุกสัมผัสได้ความหยิ่ง เก็กหล่อ การวางมาดให้ดูน่าเกรงขามตลอดเวลา
ใบหน้าหล่อคมเหลือบมามองของเดิมพันชั่วคราวเสี้ยววินาทีก่อนจะเลิกสนใจเด็กเมื่อวานซืน รู้ดีว่ากำลังโดนปอร์เช่หลอก
มองครั้งเดียวก็รู้ทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มีค่าขนาดเจ้าสัวจะมาตามเอง แต่ไหนๆ แล้วเขาก็รับมาเป็นหลักประกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
ส่วนไข่มุกที่ยืนเงียบก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเลยเป็นฝ่ายเปิดประเด็นเอง
“คุณ! เราชื่อไข่มุกนะ” ไข่มุกแนะนำตัวจบก็ส่งยิ้มเป็นมิตรและรออีกฝ่ายเอ่ยกลับมาบ้าง
แต่…เขากลับปิดปากเงียบกริบ
ความประหม่าทำให้ไข่มุกเอ่ยอีกรอบ
“เราชื่อไข่มุกนะ”
“ใครถาม!?” คนตัวสูงเงยหน้ามาสบตาอย่างนิ่งเงียบ
ยิ่งทำให้ไข่มุกเกร็งจนทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า
“นั่งลงสิ จะยืนค่ำหัวผู้ใหญ่อีกนานไหม”
“เอ่อ ค่ะ” เพราะไม่เชิญให้นั่ง เธอจึงไม่กล้า
“...แล้วคุณชื่ออะไรคะ”
“...” คนตัวสูงก็นั่งเงียบเหมือนเดิม
“อ้าว ถามไม่ตอบ” บ้าเปล่าเนี่ย ไข่มุกได้แต่ด่าในใจไม่กล้าเอ่ยออกมา ยังไงเธอก็อยากมีชีวิตกลับไปแบบครบสามสิบสอง
กระทั่งสายตาไปปะทะกับหนังสือนิตยสารฉบับหนึ่งที่วางอยู่ตรงหน้า หน้าปกหน้าสือเป็นผู้ชายที่นั่งไม่ไกลกันนัก
‘เอเดน’
“ชื่อเอเดนเหรอคะ” ไข่มุกถามเสียงมั่นใจเพราะเธอรู้ชื่อเขาแล้วและที่ถามเพราะอยากต่อบทสนทนาด้วย เธอไม่ชอบบรรยากาศเงียบๆ
“เรียกให้มันดีๆ หน่อย” แต่คนที่อยากผูกมิตรกลับโดนดุใส่
“ได้...เอเดน” ไข่มุกจึงกวนใส่เหมือนกัน
อยู่บ้านชีวิตก็ไม่ค่อยปกติอยู่แล้ว
โดนส่งมาทำงานแลกรถระหว่างรอจ่ายหนี้ก็ยังจะเจอคนแบบเดียวกับที่บ้าน งั้นก็กวนให้สุดไปเลย ไอ้ที่กลัวกลับไม่ครบสามสิบสองอยู่ๆ ก็หายออกไปจากหัว
“นี่เธอ!!” แล้วเขาก็หันมาตวาดพร้อมทำตาเข้มใส่
ซึ่งเอาเขาจริงการเจอคนตะคอกใส่ ตวาดใส่ มันเป็นเรื่องปกติของเธอเสีย เพิ่มมาอีกคนมันก็ไม่ได้แปลกอะไร
เชื่อว่ายังไงเธอก็ต้องมีชีวิตรอดออกจากที่นี่ หากครบกำหนดกลับจากสิงค์โปร์แล้วยังไม่กลับบ้านเฮียพอร์ชของเธอก็ต้องตามหาอยู่ดีและเฮียปอร์เช่ไม่มีทางปิดเป็นความลับได้อีก
“ทำไมในเมื่อเราถามดีๆ คุณไม่ตอบงั้นขอเรียกเอเดนเฉยๆ ละกัน”
“ฉันแก่กว่าเธอนะ”
ทว่าเสียงเปิดประตูเป็นสัญญาณให้เราสงบศึกเสียก่อน
“นายครับ จะให้ผมเอากระเป๋าเธอไปไว้ที่ไหน” มือขวาเอเดนเข้ามาแล้วถามทันที
“ตรงข้ามห้องฉัน”
“ครับ!?” แต่คำตอบเอเดน ทำเอาหลุยส์ถึงกับเลิกคิ้ว
“ไม่ได้ยิน?”
“เฮ้ย! ใครอยู่ด้านนอกมานี่หน่อย” หลุยส์จึงเรียกลูกน้องให้เข้ามา กระทั่งมีชายฉกรรจ์เข้ามาหลุยส์จึงสั่งต่อ
“พาเธอไปชั้นไพรเวต ห้องตรงข้ามคุณเอเดน”
“เชิญทางนี้ครับ”
ส่วนไข่มุกก็ลุกตามดีๆ ไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่า ถึงจะไม่ค่อยถูกชะตากับเจ้าหนี้แต่คนอื่นๆ ยังพอผูกมิตรได้ อดทนอยู่ให้ครบสองเดือนเต็มๆเพื่อรอความหวังจากเฮียปอร์เช่ให้หาเงินมาช่วยให้ทันเวลา
ทว่า…
“เดี๋ยว!”
ทั้งลูกน้องและเด็กปอร์เช่หยุดชะงักกับที่
“กฎของที่นี่…”
“…ห้ามถาม ห้ามสงสัย และห้ามขัดคำสั่ง!!”
“…” ร่างบางยืนนิ่งอย่างยอมรับกฎไม่มีข้อแม้เพราะรู้ดีว่าทีไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
เธอเลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้ว นอกจากยอมรับมัน
“ไปได้แล้ว!” สิ้นคำสั่งลูกน้องก็พาร่างบางออกจากห้องไป
“ทำไมต้องอยู่ชั้นไพรเวตด้วยครับ” หลุยส์ถามขึ้นทันทีหลังจากไข่มุกเดินออกจากห้องไปแล้ว
“เพราะยัยนั่นเป็นตัวประกันชั้นดีไงละ” เขาตอบหลุยส์ไปพลางแต่สายตายังคงสนใจหน้าจอโน้ตบุ๊กเหมือนเดิม ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น แต่แค่อยากให้อยู่ใกล้หูใกล้ตา
คนที่ชอบโกงแบบคนพวกนั้นมันต้องมีแผนบางอย่างตลบหลังอยู่ก็ได้
“ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ชั้นนั้นอยู่ดี...” เสียงเรียบของหลุยส์กล่าวต่อ “…ให้ผมไปสืบต่อไหมครับว่าเธอเป็นแค่เด็กรับใช้จริงไหม”
“ไม่ต้อง! เพราะยัยเด็กนั่นไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่จะต้องสืบ”
“เหรอครับ ผมว่าลองสืบก็ไม่เสียหายนะครับ เราจะได้รับมือทันถ้าเรื่องที่ไอ้ปอร์เช่บอกเป็นเรื่องจริง” หลุยส์กลัวเจ้านายจะโดนเล่นงานจากเจ้าสัววรรณหากเด็กนั่นมีค่าพอให้เจ้าสัวววรณหวง ถึงเอเดนเจ้านายของเขาจะมีอิทธิพลมากแต่การไม่มีปัญหากับเจ้าสัววรรณน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
ส่วนเอเดนไม่ได้กลัวเจ้าสัววรรณเลย ในหัวคิดแค่สองทางคือคนพวกนี้ต้องมีแผนร้ายรู้เห็นกันแค่สองคนมากกว่าหรือไม่เด็กนั่นไม่รู้เรื่องราวแต่พร้อมจะรับใช้หากโดนสั่งมา
“จากที่กูเห็น...กูว่าน่าจะโดนไอ้ปอร์เช่หลอกมากกว่า” และตอนนี้เอเดนก็คิดแบบนี้
นึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับเด็กน้อยของไข่มุก แววตาท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าไม่มีพิษมีภัยอะไรสำหรับเขาเลย เขาพร้อมรับมือหากเด็กนั่นจะเล่นตามแผนไอ้ปอร์เช่
การที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่เพื่ิอเเลกกับรถคงเป็นแผนของปอร์เช่ในการเอาตัวรอดจากเจ้าสัววรรณมากกว่า และที่สำคัญเด็กนั่นก็คงเป็นเด็กรับใช้บ้านนั้นจริงๆ เพราะแววตาที่มองปอร์เช่คือแววตาของคนที่กลัวเจ้านายไม่มีผิด
“งั้นก็สืบให้รู้ความจริงไปเลย” หลุยส์ยังคงดื้อด้านที่จะสืบต่อ
“กูบอกว่าไม่ไง” เสียงเข้มของเอเดนดังออกมาอย่างอารมณ์เสียจัด
“แน่ใจนะครับ”
“เออ!!”
“งั้นผมขอตัวไปดูความเรียบร้อยของผับก่อนนะครับ ใกล้เวลาจะเปิดแล้ว” สุดท้ายหลุยส์ก็ต้องตามใจเจ้านายตามเคย
“อืม…เดี๋ยว!” ทว่าเอเดนที่นึกบางอย่างได้จึงเรียกรั้งไว้
“ครับ” หลุยส์หมุนตัวกลับมาที่เดิม
“หางานให้ยัยเด็กนั่นทำด้วย” เขาไม่ปล่อยให้นั่งให้นอนสบายๆ ตลอดสองเดือนหรอก
“จะไว้ในผับหรือบ่อนดีครับ” หลุยส์ถามต่อ แต่กังวลเล็กน้อยเหมือนนึกถึงไข่มุกที่ดูไร้เดียงสาจนกลัวจะถูกหลอกซ้ำ
อย่าลืมสิสถานที่อโคจรมีแต่เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งนั้น กระต่ายน้อยแบบเธอก็พร้อมที่จะถูกขย้ำได้ตลอดเวลา
“หน้าตาโง่แบบนั่น...เอาไปทำงานในผับแล้วกัน” เช่นเดียวกับเอเดนที่คิดไม่ต่างจากหลุยส์
เจอไข่มุกครั้งแรก หน้าตาไม่น่าจะฉลาดเพราะขนาดปอร์เช่เธอยังกลัวและยอมทำตามอย่างง่ายดาย
หลุยส์พยักหน้ารับคำสั่งก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปปล่อยให้เจ้านายตัวเองได้ทำงานตรวจความเรียบร้อยของบ่อนคาสิโนต่อจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก
หลังจากที่เอเดนตกลงกับเสี่ยเจริญเสร็จก็เดินทางมาโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ เวลานี้คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตไข่มุกและเขาไม่มีทางให้ใครมาบงการชีวิตเขากับไข่มุกเด็ดขาดตึกตึก...“นายครับ คุณไข่มุกพักฟื้นห้อง 333 ครับ” หลุยส์เดินเข้ามาบอกเพราะมันเป็นคนไปสืบจากพยาบาลสาว“หืม” ว่าแล้วคนตัวสูงก็ก้าวเท้าเข้าลิฟต์เพื่อไปหาไข่มุก..เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกในชั้นวีไอพีสิ่งแรกที่ปรากฏให้เห็นคือชายฉกรรจ์ยืนเรียงรายหน้าห้องนับสิบคน“เอาไงครับนาย” หลุยส์ถามเจ้านายหนุ่มขึ้นมา“กูจะเข้าไปหาไข่มุก” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวทว่า...ครืดดด ครืดดด~เสียงโทรศัพท์มือถือหลุยส์ดังขึ้น เขาจึงหยุดเดินหยิบมันขึ้นมาก่อนจะตัดสินใจรับสาย...“เข้าไม่ได้” เสียงนิ่งเรียบของบอดี้การ์ดเจ้าสัววรรณเอ่ยขึ้น“หลีกไป” เอเดนเอ่ยเสียงนิ่งไม่ต่างกันตึก!“บอกว่าเข้าไม่ได้ไง”พลั่ก!“...” เอเดนไม่ฟังแต่อย่างใด ผลักชายหนุ่มตรงหน้าทันที“เอ้ย! มึงเข้าไปรายงานท่านเจ้าสัวเร็ว” ชายหนุ่มอีกคนจึงหันไปบอกบอดี้การ์ดที่ยืนใกล้ประตูส่วนที่เหลือก็เดินเข้ามากันไว้“พวกมึงไม่เข้าใจรึไงวะ!!” เขาตะคอกเสียงดัง“มึงต่างหากที่ไม่เข้าใจ”
-โรงพยาบาล-เสียงฝีเท้าดังขึ้นเป็นระยะเกิดจากการเดินวนไปวนมาของพอร์ช ชายหนุ่มกระวนกระวายร้อนใจกลัวน้องสาวตัวเองจะเป็นอะไรไปเพราะระหว่างทางมาโรงพยาบาลจู่ๆ ไข่มุกก็รู้สึกตัวขึ้นและเรียกหาแต่เอเดนคนเดียว ซึ่งเมื่อหญิงสาวรับรู้ว่าคนรักไม่ได้มาด้วยอาการบาดเจ็บยิ่งทรุดลงไปทันทีอย่างเห็นได้ชัดและยิ่งเธอเข้าไปห้องผ่าตัดนานเท่าไหร่ คนที่อยู่ด้านนอกก็ยิ่งร้อนใจมากเท่านั้น..-อีกด้าน-“ไอ้หลุยส์!! พวกไหนวะ” สองเท้าก้าวอย่างเร็วไปหาลูกน้องตัวเอง“เสี่ยเจริญครับ” หลุยส์เอ่ยตอบ“มันรู้เรื่องได้ไง”“ไอ้วินสืบก่อนที่ผมจะตามนายมาที่นี่ ว่าพวกเสี่ยเจริญรู้จักไอ้ปอร์เช่” หลุยส์รายงานตามที่รู้มาให้เจ้านายรับรู้ความเป็นไปผัวะ!“ไอ้เวร!! มันไม่ตายดีแน่” เอเดนฟาดกำหมัดใส่แท่งเหล็กด้วยความแค้นใจปั้ง!!ปั้ง!!“ถ้ายังยิงปะทะกันอย่างนี้ คงไม่ดีแน่” หลุยส์หันไปบอกเจ้านาย“พวกเรามากันกี่คน”“แค่ห้าคนครับ”“...” เอเดนเงียบใช้ความคิด“เอาไงดีครับ”“มึงกับกู แยกกันไปคนทาง...” จู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนยืนหลบหลังรถ“...ไม่ต้องแยกละ” รอยยิ้มร้ายกาจแสยะมุมปากด้วยความแค้น“...” หลุยส์ขมวดคิ้วยุ่ง“ดูนู่น
เอเดนอุ้มไข่มุกเข้ามาหลบหลังแท่งเหล็กที่วางเรียงขึ้นสูงจนเกือบถึงหลังคา ร่างสูงไม่มีกระจิตกระใจที่จะสนใจพวกใหม่ที่เข้ามาเล่นงานเพราะเวลานี้เขาห่วงแค่ความปลอดภัยของคนในอ้อนแขนเท่านั้น“ไข่มุก! อดทนไว้นะ ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่เอง” เอเดนมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอที่ตอนนี้เริ่มจะซีดลงเรื่อยๆ“อึก..มุกเจ็บ” ร่างเล็กเอ่ยออกมา“มุก!!” พอร์ชขยับเข้ามาใกล้ๆ เมื่อเห็นไข่มุกอาการไม่ดี“มุกจะตายไหม...”“ไม่!! เธอต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฉันนะ” เขาไม่ยอมให้เมียคนเดียวเป็นอะไรเด็ดขาด ไข่มุกจะต้องปลอดภัย ยิ่งเห็นอาการและเลือดที่ไหลไม่หยุดยิ่งแค้นใจไอ้คนทำมากขึ้นไปอีก“มุก..อดทนไว้นะ พี่จะพาเราออกไปเอง” พอร์ชเอื้อมมือมาลูบหัวไข่มุกอย่างปลอบโยน“เฮียพอร์ช” คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นเอ่ยเรียกพี่ชาย“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” เอเดนที่เห็นอาการของเธอไม่ดีขึ้นจึงบอกห้ามไม่ให้ไข่มุกออกแรงพูดอีก“อือๆ” แต่แล้วไข่มุกดันร้องไห้หนักกว่าเดิม ยิ่งเห็นน้ำตาของผู้หญิงที่เขารักมันยิ่งเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“...”ปั้ง!!ทว่าเวลานี้ด้านนอกเสียงปืนดังมาเป็นระยะ คงเป็นพวกใหม่ที่ไม่รู้ว่าเป็นใครเข้ามาเล่นงานกำลังปะทะกับล
ตึกตึก...“ไข่มุก!!” น้ำเสียงที่คุ้นหูทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มหันกลับไปมองตามเสียง“เฮียพอร์ช!!” ร่างสูงสาวเท้ามายืนข้างปอร์เช่มองมายังเธอที่เอเดนจับมืออยู่แล้วทุกอย่างก็เงียบลง คงมีแค่ความรู้สึกของแต่ละคนที่กำลังทำงานอยู่“เฮีย ผะ ผมอธิบายได้นะ” ปอร์เช่รีบหาข้อแก้ตัว มีชนักติดหลังชิ้นใหญ่“ไม่ต้องอธิบายอะไร ปล่อยให้เรื่องมันจบซะฉันจะจัดการทุกอย่างแทนนายเอง” พอร์ชหันไปบอกน้องชายก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มที่คาดไม่ถึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด“มาหาเฮีย...ไข่มุก”“เอ่อ...มุก” ไข่มุกไม่รู้จะทำยังไง ทั้งๆ ที่เธอรอวันให้คนตรงหน้ามาช่วยตลอดแต่วันนี้ไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด“อย่าไปมุก” เอเดนกระตุกแขนย้ำเตือน แววตาอ้อนวอนแบบที่คนแบบเขาไม่คิดจะทำตอนนี้ไข่มุกได้แต่เงยหน้ามองเขาสลับกับมองพี่ชายคนสำคัญในชีวิตไปมาอย่างสับสนทำไมเธอต้องเลือก เกิดมาเธอไม่เคยต้องเลือกอะไรได้เลย มีแต่ทำตามคำสั่งคนนู่นคนนี้ แต่พอเจอสถานการณ์ที่ต้องเป็นฝ่ายเลือกบ้างมันกลับยากจนอยากจะหนีหายไปจากตรงนี้“มึงไม่มีสิทธิ์สั่งน้องกู ปล่อยมือออกจากไข่มุกเดี๋ยวนี้” เสียงคำรามไม่พอใจของพอร์ชเอ่ยขึ
-วันต่อมา-ไข่มุกตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนเพราะข้างๆกายเธอตอนนี้เป็นคนที่อิทธิพลต่อความรู้สึกเอามาก ๆใบหน้าหล่อคมกำลังหลับตาโดยไม่รู้ตัวว่าผู้หญิงที่เขาไม่ยอมปล่อยอย่างไข่มุกกำลังจะทรยศเขาอยู่ ทว่าไข่มุกจะทรยศต่อตระกูลอนันต์พัฒน์คงทำไม่ได้จริงๆ สุดท้ายเธอต้องเลือกสักวิธีเพื่อจบเรื่องนี้พรึ่บ!“ขอโทษ” คำพูดที่หลุดจากปากร่างเล็กก่อนที่จะลุกขึ้นออกจากผ้าห่มช้าๆ และเลือกที่จะเปิดลิ้นชักเอาบางอย่างออกจากห้องนี้ไป@หลังผับหรูหลังจากที่ไข่มุกจัดการทุกอย่างจบก็รีบออกจากห้อง กว่าจะหลบหน้าลูกน้องเอเดนเล่นเอาคนตัวเล็กปาดเหงื่อไปหลายรอบเพราะด้านในไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหนีออกมา ทว่าโชคดีที่เธอพอจะสืบหาทางออกไว้ล่วงหน้าไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังแปลกอยู่ดีเพราะปกติเอเดนเป็นคนรอบคอบจะตายทำไมถึงไม่มีคนเฝ้าประตูด้านหลังผับนะแต่ทว่าตอนนี้เธอสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งเพื่อไปหาคนที่รออยู่ในเร็วที่สุด ก่อนทุกอย่างจะสายเกิตไปเอี๊ยดดดด~ก่อนที่จะตัดสินใจเดินขึ้นรถไปโดยที่หันหลังมามองตึกที่ทำให้รู้จักกับใครคนหนึ่งที่ไม่อาจจะลบเขาได้อีกต่อไป รถตู้พาเธอออกมาส่งไว้ที่โกดังร้างแห่งหนึ่งสถานที่ที่ไข่มุกไม่รู้จักแ
“เฮียพอร์ช!” และเป็นไข่มุกเองที่ขำไม่ออกเพราะสายตาดันมองไปเห็นร่างหนาของพอร์ช“อย่าบอกน่ะว่า...” เมื่อได้ยินไข่มุกเรียกชื่อคู่อริทำให้พายุหันไปมองหน้าเอเดนทันทีก่อนจะพูดต่อ“...เป็นเด็กไอ้ปอร์เช่!?”เอเดนได้แต่นิ่งเพราะกลัวพายุจะแสดงท่าทีจนไข่มุกรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขาและบ้านอนันต์พัฒน์“กูถาม” พายุตะคอกเสียงดังต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้“อืม...มุกขึ้นไปรอเฮียบนห้องก่อนไป” เขาเลยหันไปบอกคนตัวเล็กให้ออกไปก่อน“ค่ะ” ไข่มุกพยักหน้ารับทันทีเพราะเธอเองก็อยากจะหนีไม่ให้พอร์ชเห็นจนความเเตกซะก่อนสิ้นเสียงปิดประตูพายุเปิดประเด็นกับเอเดนทันทีโดยที่มีหญิงสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้นั่งฟังอยู่ด้วย“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม เรื่องไอ้ปอร์เช่”“เออ!! กูรู้”“แล้วมึงก็ดันไปหลงกลมันเนี่ยนะ”“กูจะหลงกลได้ไงในเมื่อกูเป็นคนเริ่มให้มันมาเป็นหนี้กู” เอเดนตอบกลับเพราะคิดว่าตัวเองยังคงเหนือกว่าอีกฝ่ายเหมือนเดิม“เหรอวะ...แต่เท่าที่กูเห็นเป็นมึงนะที่จะแพ้ นอกจากเงินจะไม่ได้ผู้หญิงคนนั่น!! มึงไม่มีทางที่จะได้” คำพูดพายุเล่นเอาเอเดนถึงกับพูดไม่ออก แต่ถ้าตามที่เขาสืบมามันง่ายนิดเดียวแค่ให้ไข่มุกเลือกที่จะอยู่กั







